Monday, December 10, 2012

29 Nov - 8 Dec to SLO-CRO-MNE

เพิ่งกลับมาจากทริปต่างประเทศกับครอบครัว ไปมาเพื่อวันหยุดสุดท้ายของปีกะวันลาอีกนิด ๆ หน่อย ๆ เมื่อ 29 พ.ย. - 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา

รีบเขียน เด๋วลืมซะก่อน ฮา...


จริง ๆ แล้วตั้งใจว่าอยากจะไปเที่ยวอิตาลี เพราะรู้สึกตกหลุมรักกับความคลาสสิคของบ้านเมืองเค้าจากหลาย ๆ รีวิีว หลาย ๆ สื่อที่เคยผ่านตามา แต่มันก็บังเอิ๊ญ บังเอิญอีกแหละ ตัดสินใจไปกะทันหัน เพราะอยากเอาพักร้อนมาใช้ก่อนสิ้นปี เราไม่มีเวลาเตรียมตัวกันมากนัก เลยตัดสินใจไปสอบถามกับบริษัททัวร์เกี่ยวกับอิตาลี ทางบริษัทเค้าเสนอว่า "เนี่ย..ไปโครเอเชียมั้ยคะ สวยนะคะ" เราก็เลยถามต่อว่า "แล้วออกได้เลยหรือเปล่าคะ" เค้าก็บอกว่า "ออกได้ค่ะ ถ้าคุณสามคนมาก็ 16 คนพอดี ออกได้เลยค่ะ แถมอิตาลีไปเมื่อไหร่ก็ได้.." เราก็.. เอ่อ ดีแฮะ ออกได้เลย แล้วที่เค้าว่าก็จริงแฮะ ทัวร์อิตาลีนี่จัดกันให้พรึบ แถมมีรีวิวตั้งเยอะตั้งแยะ มีเวลามีตังค์ค่อยหาเวลาไปเองจะชิวกว่า เลยขอรายละเอียดของทริปโครเอเชียมาดู ค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เพราะมีมรดกโลกเยอะแยะเลย ก็เลยตัดสินใจไปทริปนี้แหละ สโลเวเนีย โครเอเชีย และ มอนเตเนโกร พร้อมกับนัดน้องแพนให้จัดการเรื่องลางานและเอกสารต่าง ๆ ที่จำเป็นให้เรียบร้อย

จริง ๆ เราเองไม่ค่อยชอบการไปเที่ยวกับบริษัททัวร์เท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่า เราจะไม่ได้ชิวอย่างที่เราอยากจะชิว การไปกะทัวร์นี่ดีอยู่ไม่กี่อย่าง หนึ่ง ตั๋วเครื่องบินถูก (เพราะซื้อเป็นกรุ๊ป เค้าลดให้อยู่แล้ว) สอง กินดีอยู่ดี โรงแรมดี (แหม ลูกค้าก็คงคาดหวัง จะให้ชั้นมานอนที่นอนกาก ๆ ได้ไง) ไม่ต้องมานั่งคิดว่า จะกินที่ไหน แถมปะป๊าก็ไม่ต้องเหนื่อยกะการขึ้นรถไฟ ลงใต้ดิน ไหนจะเดินอีก เพราะทุกอย่างเดินทางด้วยรถโค้ช แถมมีหัวหน้าทัวร์บรรยายในสิ่งที่เราควรจะต้องรู้อีกด้วย สะดวกสบายไปอย่าง.. แต่สิ่งที่เราไม่ชอบก็คงจะเป็นการที่เราต้องทำอะไรตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ เช่น "พรุ่งนี้เช้า 6-7-8 นะครับ เจ็ดโมงเอากระเป๋าวางหน้าห้อง พร้อมลงไปทานข้าว แปดโมงรถออก" หรือ "เรามีเวลาอิสระให้ท่านเดินเที่ยวในเมืองนี้หนึ่งชั่วโมงนะครับ เดี๋ยวเราจะนัดกันตรงนี้ สี่โมงเย็น" อ่าว เฮ้ย ก็ยังอยากชิวอยู่อ่ะ ยังไม่ดื่มด่ำกับความโรแมนติกของเมืองเลย..

ว่าแต่ ไอ้ สโลเวเนีย โครเอเชีย และมอนเตเนโกร นี่มันอยู่ส่วนไหนของโลกนะ คุ้น ๆ อยู่แค่ มอนเตเนโกร เพราะเป็นข่าวดังเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมาที่ว่า นช.ทักษิณ ไปได้ citizenship ของประเทศนี้..

สโลเวเนีย โครเอเชีย และมอนเตเนโกร เป็นกลุ่มประเทศที่เกิดจากการล่มสลายของคอมมิวนิสต์ยูโกสลาเวียเมื่อปี 1992 โดยค่อย ๆ ทยอยแยกตัวกันออกมา และมอนเตเนโกรเพิ่งแยกตัวออกมาเป็นลำดับสุดท้ายเมื่อประมาณปี 2005 ที่ผ่านมานี้เอง

ข้อมูลคร่าว ๆ ที่รู้ก่อนไปทริปก็จะประมาณนี้
เอาล่ะ เริ่มเดินทางกันเลย


เราเดินทางกันด้วยสายการบิน Turkish Airlines โดยเริ่มจาก กรุงเทพ-ตุรกี(ทรานสิท)- เวนิซ อิตาลี เราถึงเวนิซในตอนเช้า แปดโมงกว่า ๆ หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว เราก็เริ่มนั่งรถโค้ชจากเวนิซ เพื่อเข้าไปยังสโลเวเนีย จุดหมายแรกของเราคือ ถ้ำโพสตอนย่า ตั้งอยู่ที่เมืองชื่อเีดียวกันคือ Postonja


ถ้ำโพสตอนย่า เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยที่เก่าแก่มาก มีระยะทางรวมกว่า 27 กิโลเมตร เค้าจะมีรถรางไว้บริการเพื่อเข้าชม เดินเที่ยวชมอีกนิดหน่อย แล้วก็นั่งรถรางกลับออกมา ถือว่าเป็นถ้ำที่สวยงามและอลังการมาก เปิดให้เข้าชมมาเกือบ 200 ปีแล้ว

(รูปยังไม่มา แปะไว้ก่อน)

ค่อนข้างน่าแปลกใจที่ถ้ำมีความชื้นสูง มีการหยดของน้ำ(น้ำหินปูนที่ทำให้เกิดหินงอกหินย้อย) แต่เราไม่ยักกะรู้สึกว่าพื้นลื่นเลยแม้แต่นิดเดียว ก้มลงดูสีของพื้นก็น่าจะเป็นซีเมนต์นะ น่าแปลกใจไม่น้อยทีเดียว



เสร็จจากถ้ำนี้แล้ว ก็เดินทางผ่านทะเลสาบเบลด ซึ่งน้ำในทะเลสาบนี้ไม่ได้เกิดจากการละลายของน้ำแข็ง แต่เกิดจากบ่อน้ำร้อนใต้ดิน ทำให้ใสบริสุทธิ์ตลอดเวลา และไม่เป็นน้ำแข็งในฤดูหนาว แถมที่นี่ยังเคยเป็นสถานที่รักษาบำบัดโรคต่าง ๆ ในอดีตเนื่องด้วยธรรมชาติที่ค่อนข้างจะบริสุทธิ์ แถมยังมีบ้านพักตากอากาศของอดีตผู้นำยูโกสลาเวียด้วย


เช้าวันต่อมา เราเดินทางสู่กรุง ลุบเบลียน่า ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศสโลเวเนีย จริง ๆ ประเทศสโลเวเนียถือว่าค่อนข้างเจริญ เนื่องจากที่ตั้งใกล้กับอิตาลีและเยอรมัน ทำให้เกิดการลงทุนในด้านต่าง ๆ มากมาย รวมถึงห้างค้าปลีกด้วย

แล้วเราก็นั่งรถกันต่อเพื่อไปที่กรุงซาเกรบ ประเทศโครเอเชีย ผู้คนในเมืองนี้ค่อนข้างเคร่งขรึม อาจจะเพราะส่วนหนึ่งจากที่เคยเป็นคอมมิวนิสต์มาก่อน (อันนี้คิดเอาเองนะ)

เด๋วมาอัพต่อ



Tuesday, April 03, 2012

The Hunger Game

The Hunger Game
เมื่ออาทิตย์ก่อนมีสาวเลี้ยงหนัง เห็นใครต่อใครก็บอกว่าหนังเรื่องนี้สนุก เจ๋งมากๆ ก็เลยไปดูกัน


หนังเรื่องนี้ถ่ายทอดความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองหลวงและเขตอื่นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชีวิตความเป็นอยู่ ความมั่งคั่ง และวัฒนธรรมของคนเมืองหลวงที่ออกจะโหดร้ายดูแคลนเขตอื่นซึ่งสะท้อนผ่านรายการเกมวาไรตี้ประเภท 'ผู้รอดชีวิต' ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ซึ่งนั่นก็คือ เรื่องราวของหนังเรื่องนี้นั่นเอง

เกมวาไรตี้นี้มีกฎอยู่ว่า ผู้กล้าทั้ง 24 คนนี้เนี่ยจะถูกจับไปอยู่ในเขตป่าดิบที่ถูกควบคุมโดยโปรดิวเซอร์เกม ซึ่งก็แน่นอนว่า มีทั้งการร่วมมือ การกลั่นแกล้ง และมิตรภาพเกิดขึ้นในกลุ่มผู้กล้าเหล่านี้ ใครจะร่วมมือกับใคร ใครจะอยู่ใครจะตายบ้าง ไปดูเอาเองนะจ๊ะ
ยกนิ้วให้เลย หนังเรื่องนี้

อ้อ ลืมบอกไป ปลื้มนางเอกเรื่องนี้มาก อิอิ

Sunday, February 19, 2012

อีกก้าวของชีวิต

อีกก้าวของชีวิต
อีกครั้งของการตัดสินใจ..



จริง ๆ ก่อนหน้านี้ก็อึดอัดกับอะไรหลาย ๆ อย่างมาเยอะนะ
ความไม่แฟร์ของบริษัท หลาย ๆ อย่าง เลยทำให้ตัดสินใจหางาน ไปสัมภาษณ์
จนเมื่อไม่กี่วันมานี้เองที่ได้รับ offer จากที่นั่น และตัดสินใจบอกกับหัวหน้า
พี่เค้าเข้าใจเรานะ เราคุยกันด้วยดี

500 วันที่หยั่นหว่อหยุ่น.. ใกล้จะหมดลงแล้วล่ะ
หลังจากที่ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากที่นี่มากมาย
ต่อจากนี้ ก็คงต้องก้าวต่อไป เพื่อแสวงหาโอกาส ประสบการณ์และความก้าวหน้าให้กับตัวเอง

Monday, July 18, 2011

Karaoke





จริง ๆ แล้ว เรามารวมตัวกันได้ในงานศพแม่พี่วีระ แล้วก็ไปต่อกันที่คาราโอเกะ เนื่องจากพี่จอม want มาก อิอิ

ไม่ได้รู้สึกสนุกอย่างนี้มานานแล้วสินะ..

Sunday, December 26, 2010

งานปีใหม่บริษัท

งานปีใหม่บริษัทเราจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 25 ธันวาคมล่ะ
โดยตอนเช้าจะเป็นกิจกรรมกีฬาสี ตอนเย็นเป็น "งานเลี้ยงกระต่าย" ด้วยคอนเซปต์ "Bunny in the garden" ดังนั้น หากเข้าไปในงานแล้วเห็นทุกคนใส่หูกระต่าย ก็คงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่

เป็นธรรมเนียมหรือเปล่าก็ไม่รู้ .. คงใช่แหละ.. ที่ต้องจับเด็กใหม่มาแสดงหรือเต้นอะไรซักอย่าง
อย่างเพลินหรือจะรอด.. ดูดิ๊ อ้วนก็อ้วน ดั๊นนนน จับมาเป็นหลีดซะ.. เอาวะ กล้าจับมาเต้น ก็กล้าเต้น เอ้า !

วันงาน
เริ่มด้วยตอนเช้าก่อน ตอนเช้านัดแต่งหน้าทำผมกันตั้งแต่ตีห้า.. ฟังไม่ผิดหรอก ตีห้า เจ้าค่ะ
เราก็มาคนแรกอีก แต่งคนแรก แต่เสร็จคนสุดท้าย

หลังจากซ้อมบ้าง ไม่ซ้อมบ้าง เป็นเวลา สองอาทิตย์ คราวนี้ก็ถึงเวลาขึ้นเขียง เอ๊ย ลงสนามจริง ซะแล้ว..


ให้ดูไกล ๆ ละกันนะ แหะ ๆ เพราะมันอาจจะเป็นท่าเดียวที่ทำท่าพร้อมกัน 555


ทีมเค้าล่ะ อิอิ


ประสาชาว IN


ปีนี้ถ้วยหลีดต้องยกให้สีชมพูเขาล่ะ (แต่ถ้วยอื่นสีฟ้ากวาดเรียบ ฮี่ๆ)


จบงาน แชะกันอีกซักรูป แล้วเจอกันตอนเย็น


เย็นวันเดียวกัน ก็จัดงานเลี้ยงกระต่าย ไม่ขอพูดพร่ำทำเพลงไรมากละกัน มันไม่ได้บรรยากาศ อิอิ
ดูรูปเอาเองเน่ออออ.. ^ ^



กระต่าย 10 ตัวกะซุ้มหน้างาน



ไม่ได้เหมือนกระต่ายเล้ยยยย เหมือนเด็กขโมยกินเค้กแล้วไม่ได้เช็ดปากมากกว่า


รูปหมู.. เช่นเคย



มาโรงแรมหรู ๆ อย่างนี้ ..ที่ไหนได้ อาหารเย็นของเรามีแต่แครอทเหรอเนี่ยยยยย 55


Sunday, November 21, 2010

ความรู้สึกเก่า ๆ..กลับมาอีกครั้ง






อาจไม่ใช่คนที่เขียนเก่ง น่าอ่าน หรืออะไร
แต่วันนี้ อยากจะเล่าเรื่องราวที่นาน ๆ ทีจะมีโอกาสกลับมาเจอเพื่อนพี่น้องอีกครั้ง..

"คืนสู่เหย้าค่ายหอ'53"
จริง ๆ นี่เราได้ยินมานานแล้วล่ะ เรื่องคืนสู่เหย้าห้องค่าย
เพราะรุ่นเจ้าแพนเป็นคนจัด อืม ก็รู้ล่ะ 20 พฤศจิกา
แต่เหมือนจะรู้สึกว่า คนไม่ค่อยรู้กันเท่าไหร่
เราำก็ได้แต่ชวนอิ๋ม พี่ไผ่ นาย พี่เปา ให้ไปเจอหน้าค่าตากัน
เพราะนานน๊านนนนน จะเจอกันที
บอกพี่ไผ่ให้ขึ้นมาจากสมุยเชียวล่ะ อิอิ

พอถึงวันงาน ดันมีทำงานวันเสาร์ เอ้อออ ไม่เป็นไร เลิกงานแล้วค่อยไปก็ได้
แต่ฝนเจ้ากรรมดันตกตั้งแต่บ่าย นึกในใจ เอาน่า ให้มันตกซะตอนนี้
แล้วตอนเย็นก็จะไม่ต้องตก จะได้ไม่ลำบาก
ที่ไหนได้ ตกต่อเนื่อง จน..เรากะปุ้มคิดกัน ..กลับบ้านใครบ้านมันดีมั้ยวะ..

แต่ในที่สุด ไปก็ไปวะ เอาคอมไปเก็บที่หอเรา่ก่อน เดินสวีทกันใต้ร่มคันเดียวกัน
ลุยน้ำเฉอะแฉะไปถึงหอเรา จึงไม่รอช้าที่จะเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะ (รองเท้าทำงานเน่าไปแล้ว..)
ตอนแรกกะนั่งแท็กซี่ .. แต่.. ฝนตกรถคงติด ต้องแพงแน่เลยว่ะ..
ไม่รีบกันนี่นา งั้นไปสองแถวต่อรถไฟฟ้าดีกว่า..

รถก็ติดจริง ๆ นั่นแหละ ออกจากหอเราหกโมงครึ่ง ถึงรถไฟฟ้าทุ่มครึ่ง
ถึงที่งานก็ประมาณสองทุ่ม คนเยอะแล้ว นั่งกันเต็มทุกโต๊ะเลย
หิวอ้ะ จะเหลือไรให้เรากินมั้ย ..
ลงทะเบียนเข้างาน จ่ายตังค์ 350 บาท ได้สูจิบัตรและซีดีหนึ่งแผ่น
เดินไปหวัดดีพวกพี่ ๆ แล้วก็หย่อนก้นลง เริ่มกินข้าว บนเวทีใครพูดอะไร ฟังมั่งไม่ฟังมั่ง
อิ่มแล้วจึงเริ่มเม้าท์ถามสารทุกข์สุกดิบ..

ช่วงหลัง มีเกมด้วย โดนเชิญให้ออกไปเล่น ลากกันไปกะพี่อ๊อฟ
เป็นเกมที่บอกคำต่อกันเป็นทอด ๆ กลุ่มแรกเล่นเสร็จไป..เป็นเพลงค่าย
เราคิดในใจ โห งี้หมูเลย เพลงไหนขอให้บอก บอกแค่ท่อนเริ่มต้นให้ก็พอ
ที่ไหนได้ พอน้องที่อยู่ข้างหลังเราบอก.. "พี่ บูมค่ายหออ่ะ งี้ๆๆๆนะ"
เราก็อึ้ง น้องมันก็ยังจำไม่ได้ ยังไม่เคยบูม บอกได้กะปิดกะปอย
ก็บอกพี่อ๊อฟต่ออย่างที่ได้ยินมานั่นแหละ ฮ่าๆๆๆ

เอาไปเอามา เขาแจกรางวัลให้ทุกคนที่ออกไป
ได้ต้นกระบองเพชรเล็ก ๆ คนละหนึ่งกระถาง น่ารักดี

หลังจากนั้นก็จะเป็นวีทีอาร์ที่น้อง ๆ ทำขึ้น น่ารักดีอ่ะ ชอบ ๆ
แล้วก็เชิญอาจารย์เผ่าขึ้นมากล่าวปิดงาน
เห็นบอกว่าจะทุบตึกชวนชม แล้วสร้างเป็นตึกสูงขึ้นมาเลย
นั่นก็คือ ห้องค่ายของเราก็จะถูกทุบไปด้วย..
ใจหายเหมือนกันเนอะ..
และสุดท้ายของสุดท้าย ก็คือ การถ่ายรูปหมู่

ไว้ได้รูปมาแล้วจะอัพให้ดูนะ คงวันจันทร์แหละ อิอิ


รูปหมู 85

ซุบซิบ ๆๆๆ (เล่นเกมน่ะ)

อาจารย์เผ่า กล่าวปิดงาน..

เริ่มโมเมนท์แห่งการถ่ายรูป เริ่มด้วยเจ้าต้นไม้นี่เลย

สองเสดสาด หนึ่งอักษร หนึ่งวิดวะ(ข้างหลัง)

เจอกันทุกวันก็ยังจะถ่ายรูปอีกแน่ะ

จัดไปอีกหนึ่ง


ตะอู้....




งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา .. แล้วเราก็แยกย้ายกันกลับ..
ปีหน้าฟ้าใหม่ เรามาพบกันใหม่ ^^






Sunday, November 07, 2010

การเริ่มต้น


ทำงานมาได้สองอาทิตย์ละ รู้สึกว่า ยังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะแยะเลย
สิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ เพื่อนใหม่ ๆ หน้าที่รับผิดชอบใหม่ ๆ
รวมถึงวงจรชีวิตที่อาจจะยังไม่คุ้นเคย ก็ต้องปรับตัวกันไป..

บรรยากาศที่ทำงานก็โอเคดีนะ พี่ ๆ เพื่อนร่วมงานก็น่ารักกันทุกคน

อีกตั้งสามเดือนกว่าแน่ะ กว่าจะผ่านโปร
สู้ ๆ นะเพลินเพลิน ^^