Friday, February 29, 2008

29 กุมภาพันธ์

วันนี้วันที่ 29 กุมภาพันธ์ นาน ๆ มาที..

อืม คิดไปคิดมา เราเกิดปีที่มี 29 กุมภาพันธ์เหรอเนี่ย.. เพราะเราอายุ(จะ) 24 ปีพอดิบพอดีในปีนี้แหละ หุหุ

จารึกไว้หน่อย 29 กุมภาพันธ์..

Sunday, February 24, 2008

Trip to Cotswolds

24/02/2008

ไป Cotswolds กับ อุ๋มอิ๋ม มาล่ะ จับทัวร์ของ Andersons ไป เนื่องจากไม่มีขนส่งมวลชนเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นรถ Coach หรือ train ก็ตาม

ออกบ้าน เจ็ดโมงครึ่ง เพื่อไปยังจุดนัดพบที่ Baker street ตอน 8.00 น. อุ๋มอิ๋มมาไม่ทัน เลยให้มันไปขึ้นรถที่ Earl's Court ตอน 9 โมง..แล้วเราก็เริ่มเดินทางออกจากลอนดอนกัน



จุดหยุดรถจุดแรกเป็นจุดให้เข้าห้องน้ำ ไกด์ทัวร์เราเป็นป้าแก่ ๆ คนนึง แต่ใจดีมาก น่ารักมากมาย ก่อนลงรถเขากำชับนักกำชับหนาว่า ห้ามซื้อกาแฟ ห้ามนั่งกินแซนวิช ให้เข้าห้องน้ำอย่างเดียว.. เด็กเปรตสองคนนี้ไม่ปวดห้องน้ำ แต่..หิวค่อด ๆ อ่ะ เลยหาแซนวิชกิน กะน้ำ 1 ขวด แบ่งกันกิน ก่อนเอาขึ้นรถก็แอบชำเลืองดูป้านิดนึง แต่เราไม่เลทนี่นา ฮิฮิ




Cotswolds นั้น จะให้แปลจริง ๆ ก็จะแปลว่า "ป่ากระท่อม" wold นั้นมาจากภาษาเยอรมัน "wald" แปลว่า ป่า ส่วน cots ก็แปลว่ากระท่อม บ้านช่องที่นี่จะสร้างมาจากหินพิเศษที่มีลักษณะเฉพาะ หลังคาก็จะเป็นลักษณะเฉพาะเช่นกัน ดูแล้วสวยงามมาก ๆ รู้สึกว่ามันช่าง antique จัง อยากมีอย่างงี้ซักหลัง ฮาๆๆๆๆ







Stow-on-the-wold เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่น่ารักมาก เดิน ๆ ดูแล้ว ส่วนใหญ่เค้าจะขาย painting แอนติก ๆ มีร้านเครื่องครัวเต็มไปหมด คงจะเป็นวัฒนธรรมของเขากระมัง




Bourton-on-the-water เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมอีกที่หนึ่ง ที่นี่เค้าปล่อยเราเดินเที่ยว 2 ชม. เราก็เดินไปรอบ ๆ เดินไปดูสวนนก Birdland เป็นที่แรกเลย ค่าเข้าตั้งหลายปอนด์แน่ะ เข้าไปก็เจอนกเพนกวินเป็นอย่างแรก เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอย่างใกล้ชิด ใกล้จริง ๆ นะ ดูมันอุ้ยอ้ายดีจัง หนาวก็ไม่หนาว ดันเดินลงน้ำซะเฉย ๆ น่าอิจฉาชะมัด - -" ..


Bourton-on-the-water

Birdland

Penguins

Flamingoes
ได้เห็นนกฟลามิงโกจริง ๆ ที่ไม่ใช่แค่ตุ๊กตาไม้ตั้งไว้ในสระของร้านอาหารต่าง ๆ ที่เมืองไทย


ถัดจาก Birdland ไปอีกหน่อยก็จะเป็น Maze หรือ เขาวงกต นั่นเอง เขาว่ากันว่า ถ้าเข้าไปถึงใจกลางได้ ก็จะเจอ goldenfly ก่อนจะเข้าไปถึงต้องไขปริศนารายทางให้ได้ก่อน ไอ่เราก็ไม่ใช่เจ้าของภาษา จะให้มาไขปริศนารูปภาพลับสมองประลองปัญญาก็ใช่ที่ เลยตั้งหน้าตั้งตาหาทางออกเลย วนไปวนมาอยู่หลายรอบ เดินชนฝรั่งกลุ่มเดิม ๆ ที่วนไปวนมาเหมือนกัน ด้วยความเอะใจและฉลาดปราดเปรื่องของอุ๋มอิ๋ม ทำให้เราหาทางออกได้ ได้เห็น goldenfly ได้ออกก่อนฝรั่ง native กลุ่มนั้น ฮ่าๆๆๆๆ น่าภูมิใจจริง ๆ ..



get lost in the maze


goldenfly

finally.. way out



ออกมาจาก Maze ปุ๊บ ก็เดินไป old new village เขาจำลองเมือง bourton-on-the-water ไว้โดยเมืองจำลองนี้มีขนาดเป็น 1/9 ของขนาดจริง ใช้หินที่สร้างบ้านแถวนั้นจริง ๆ ดังนั้น มันก็จะแลดูเก่าดึกดำบรรพ์ไปตามกาลเวลา เจ๋งดีๆ..

Giant Plearn

close-up



church

หลังจากเดินเที่ยวที่ Bourton-on-the-water แล้วเราก็เดินทางกันต่อ โดยนั่งรถไปที่ Burford ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ มีถนนเส้นเดียวตัดผ่าน ได้เข้าไปในโบสถ์ Parish Church ออกมาจิบ cream tea และ scone ติดใจมากกกก ในลอนดอนหากินยากมาก ๆ เป็น traditional food อย่างหนึ่งของอังกฤษ


scone with butter and jam


แล้วก็นั่งรถยาว กลับลอนดอนโดยสวัสดิภาพ..


.. จบการเดินทาง ..

Tuesday, February 12, 2008

ขอระบายหน่อยเหอะ - -"

นี่ก็เปิดเทอม 2 มาได้จะเดือนนึงแล้ว ตามธรรมเนียมก็ต้องจับกลุ่มทำ coursework

เนื่องด้วยเทอมที่แล้วเนี่ย นักเรียนทุกคนยังใหม่ต่อกัน จับกลุ่มกันไปงั้น ๆ ไม่มีใครสนิทกับใครเท่าไหร่ แต่หลังจากผ่านไปเทอมนึงแล้วเนี่ย เริ่มมีกลุ่มก้อนเป็นของตัวเอง สนิทกันมากขึ้น เม้าท์กันมากขึ้น แซวกันมากขึ้น จัดปาร์ตี้กันบ่อยมากขึ้น ฮาๆๆๆๆ

ก็ไอ้กลุ่มทำ coursework เนี่ยสิ ที่มีปัญหา จากเทอมที่แล้วที่ทำงานกลับเด็กไต้หวันคนนึง อืมมม.. ได้เรื่องเลยล่ะ เอามันมานินทาซะเลย ฮี่ๆๆๆๆๆ

เรื่องของเรื่องก็คือ เจ้าหล่อนชื่อ Emily เราได้จับพลัดจับผลูทำงานกับเจ้าหล่อน 2 วิชาด้วยกัน วิชาแรก มีสมาชิกในกลุ่ม 4 คน คือ Kasama(TH), Jay (TH), Dura(BRN) และ เจ้าหล่อน Emily(TW) วิชานี้คือ Analysis and Strategy for Marketing Communications คือ มันจะมีพรีเซนต์ 2 ครั้งน่ะ ครั้งละครึ่งเรื่อง เราก็แบ่ง ๆ งานกันไปทำ แล้วก็เอามารวมกัน (ตกลงกันไว้อย่างนี้ตั้งแต่แรก) ปัญหาก็คือ พอเค้าเอามารวมกัน เจ้าหล่อนไม่มีค่ะ - -" คือ ถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่า ยังไม่ได้ทำ หล่อนบอกพวกเราว่า ยังไม่เสร็จบ้างล่ะ ลืมเอามาบ้างล่ะ พอบังคับเข้า ๆ ก็เลยคาดคั้นจนรู้(ได้ด้วยตัวเอง.. เจ้าหล่อนไม่บอกหรอก เรื่องไรจะบอก) เป็นอย่างงี้จนถึง deadline ค่ะ เศร้ามาก - -"

อีกวิชานึง เศร้ากว่า เจอเด็กไต้หวันสองคน เจ้าหล่อน(เจ้าเก่า) และ กะเทย Allen (TW) 1 นาง โอ้โห ไม่อยากจะเซด Kasama กับ Dura ก็รับเคราะห์ไปตามระเบียบ T_T

วิชาที่ว่าก็คือ วิชา Advertising Management and Brand Delivery มีพรีเซนต์ครั้งเดียวตอนจบเทอม เรากับดูร่าก็ทยอย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ (แบบไม่ได้นัดกัน) มีการแจกแจงงานกันเรียบร้อย แล้วอีกวันก็ไปทำงานบ้าน Dura กัน
ตอนที่อยู่บ้าน Dura น่ะ เพลินกะ Dura ทำส่วนของตัวเองเสร็จแล้ว เลยได้แต่เซ็ง "นั่งเฉย ๆ" รอพวกหล่อนทำ "ส่วนของพวกหล่อน" แทนที่จะช่วยกันตรวจทานและเตรียมพรีเซนต์ วันนั้นเปื่อยได้ที่เลย 5 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม แล้ววันรุ่งขึ้นก็ต้องพรีเซนต์ T_T

ยังแสบไม่พออ่ะ เรามีคิวพรีเซนต์ 11.00 น. นัดกันตั้งแต่เมื่อคืนว่า 9.30 น. จะได้ซ้อม ๆ กัน ติติงกันได้ เก้าโมงครึ่งปุ๊บ มี Dura คนเดียว เรา late ไป 5 นาที แหะ ๆ รีบแทบตาย มี 2 คน - -" รอถึง 10 โมง โทรตามพวกหล่อน พวกหล่อนว่าไงรู้ป่ะ "I've just got up" โอ้วววว ประเสริฐดีแท้

คิดว่าหมดยัง อย่าแม้แต่จะคิดเชียว ยังๆๆๆๆ ยังไม่หมด พอถึงเวลาพรีเซนต์ เรียงตามลำดับ อลัน ดูร่า เอมิลี่ แล้วก็เรา อลัน พูดของส่วนของตัวเองไม่หมดอ่ะ โยนให้ดูร่า 1 สไลด์ ดูร่าก็งง ๆ แต่ก็รับลูก เพราะคิดว่าผิดพลาด พอเอมิลี่พูดบ้าง เจ้าหล่อนก็โยนให้เรา 1 สไลด์เหมือนกัน เรากะดูร่าเลยคิดว่า พวกหล่อนจงใจป่าววะ คือ ทำไมมันลืมพร้อมกัน 2 คนอ่ะ คือ จะว่าไป มันเสียมารยาทมาก ๆ เลยนะ - -"

เทอมนี้เราเลยเข็ดกับคนพวกนี้ ประมาณว่า คบได้ แต่ไม่อยากทำงานกลุ่มด้วยอ่ะ เลยหลีกเลี่ยงสุดฤทธิ์

สถานการณ์ ณ ตอนนี้ วิชา Direct & Interactive marketing เจ้าหล่อนได้กลุ่มเรียบร้อยแล้ว แต่วิชา PR เนี่ยสิ เรื่องของเรื่องคือ เจ้าหล่อนเนี่ยชอบขาดเรียนบ่อย ดั๊นนนนน มาขาดเรียนวันที่เค้าจับกลุ่มกัน เค้าให้กลุ่มละ 4-5 คนอ่ะ กลุ่มเราก็มี 4 คน ( Kasama, Jay, Dura และ Zuzi (VN)) แล้วทีนี้ seminar มันมีอยู่ 2 section 11.30 น. กับบ่าย 2.30 น. พวกเรา 4 คนลอง ๆ เข้าเรียน 11.30 กัน บังเอิ๊ญญญ บังเอิญ คลาสนี้คนเรียนเยอะ และชั่วโมงนั้นเค้าให้ส่งลายชื่อกลุ่มกันซะด้วย ก็เลยส่งไป 4 คน และพยายามไม่พูดถึงมันต่อหน้า emily

แล้ววันนั้นก็มาถึง เจ้าหล่อนเอ่ยปากถามว่า กลุ่ม PR อะไรยังไง ก็เลยบอกไปว่า เนี่ย ส่งรายชื่อไปแล้ว ยูขาดเรียนอ่ะ แล้วเราก็ไม่รู้ว่ายูจะอยู่เซ็คไหน เซ็ค 11.30 เนี่ย คนก็ล้นแล้ว John ไม่ให้เพิ่มคนแล้วอ่ะ เราเลยเอายูเข้ามาไม่ได้ ชีก็หน้าเสียนิดหน่อย

แล้ววันนี้ ดูร่าเล่าให้ฟังว่า ชีมาพูดกะดูร่า ว่าชีไม่มีกลุ่ม แต่ชีก็เข้าใจว่าเราไม่อยากย้ายไปบ่ายสองครึ่ง เพราะเราอยากกลับบ้านเร็ว ๆ (ป๊าดดดด T_T มะรู้จะพูดยังไง) กลายเป็นปัญหาหนักอกของพวกเรา ปรึกษากันแล้วปรึกษากันเล่า ว่าจะเอายังไงกับเจ้าหล่อนดี เฮ้อออออ...

ดูเหมือนใจร้ายกะเค้าเนอะ แต่ทำไงได้อ่ะ แอบ guilty นะเนี่ย - -"

Thursday, February 07, 2008

Once in the past #1

ไปเจออันนี้มาในเน็ต อิอิ
อ่านแล้วคิดถึงวันวาน..

วิธีการโกง

1.คัมภีร์หนังมนุษย์กลยุทธ์ เป็นวิธีง่ายๆขั้นพื้นฐาน แต่ได้ผลดี เพียงท่านใช้ปากกาขีดเขียนบนเนื้อหนังของท่าน โดยขอแนะนำ ง่ามมือ บริเวณใต้ร่มผ้า ซึ่งสามารถพรางสายตาอาจารย์ได้พอสมควร ข้อแนะนำ วิธีการดังกล่าว อาจจะมีปัญหาถ้าห้องสอบไม่มีแอร์ ซึ่งจะทำให้ร้อนและเหงื่อออก โพยที่ท่านใช้จะเริ่มเลือนลางจากเหงื่อ ข้อแนะนำที่โคนขา เพราะไม่มีอาจารย์คนไหนกล้ามาตรวจดูตรงนั้น

2. สลับร่าง สร้างรักกลยุทธ์ เป็นชื่อหนังเอเชียของช่อง7 สมัยก่อนที่เคยมาฉายทีหนึ่ง วิธีนี้จะต้องอาศัยคนอย่างน้อย 2 คน เพียงแค่ทำข้อสอบตกบนพื้น แล้วช่วยกันก้มเก็บทั้งสองคน แล้วใช้จังหวะนี้สลับข้อสอบเป็นอัน แล้วค่อยหาจังหวะสลับคืน ข้อแนะนำ ถ้าผู้ร่วมขบวนการเป็นชายหญิง 2 คน แนะนำให้ฝ่ายชายเก็บ เพื่อแสดงความมีน้ำใจแก่ฝ่ายชายหญิง ซึ่งอาจจะลดข้อสงสัยแก่อาจารย์คุมสอบได้ ผู้ร่วมขบวนการต้องมีลายมือคล้ายๆกัน เพื่ออ้างว่าเห็นลายมือคล้ายๆกัน นึกว่าของตัวเอง

3.รหัสมอสกลยุทธ์ การใช้คำพูดหันหน้าหันหลังอาจจะอันตรายเกินไปสำหรับบางสถานการณ์ ให้ใช้รหัสมอสแทน โดยรหัสมอส หมายถึง การเคาะเพื่อให้สัญญาณ เช่น กระทืบเท้า เคาะโต๊ะ เป็นต้น โดยให้ผู้ต้องการลอกส่งรหัสมอสให้กับผู้ร่วมขบวนการ แล้วให้ผู้ร่วมขบวนการตอบกลับมาด้วยรหัสมอสเช่นกัน คำแนะนำ จะใช้ได้ดีในแบบกาเลือกเท่านั้น ถ้าแบบบรรยายหรือวิธีทำ อาจจะต้องใช้การส่งคำตอบนานเกินไปจนเป็นที่สังเกตได้ ควรนัดแนะการส่งรหัสกันให้ดี เพราะการให้สัญญาณขาดหรือเกินจะทำให้ผิดพลาดในการตอบคำตอบได้

4.อโรคาพารอดกลยุทธ์ การแกล้งป่วยจะช่วยพรางตาอาจารย์ได้ โดยอาการปวดหัว ให้ท่านกุมศรีษะ การกุมศรีษะด้วยมือจะพรางตาอาจรย์คุมสอบ ทำให้อาจารย์ไม่รู้ว่าเด็กจะรับโพยทางไหน หรือดูยากขึ้น ทำให้โอกาสลอกข้อสอบมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น

5.ยุทธการหัวเห็ดกลยุทธ์ ผมเป็นสิ่งสำคัญต่อบุคลิกภาพของคนเรา โดยประโยชน์นอกจากนี้คือ พรางตาเช่นเดียวกับกลยุทธ์อโรคาพารอด เพียงใช้ผมของท่านที่มีอยู่มากำบังใบหน้า จนมิดจะทำให้อาจารย์คุมสอบจับจดไม่ถูกว่าท่านกำลังลอกโพยจากตำแหน่งไหนหรือ จับได้ยากขึ้น คำแนะนำ ใช้กับนักเรียนชายไม่ได้เพราะผมยาวไม่พอ

6.เรดาห์กลยุทธ์ เสียงระหว่างการส่งโพยกันและกัน และเสียงคำพูดหลังจากสอบเสร็จจะสำคัญมาก แต่มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ ถ้าท่านไม่ได้ยิน ให้ท่านกำมือมีช่องว่างเป็นรูปวงกลมไปทัดที่ใบหู มันจะช่วยเพิ่มความสามารถการได้ยินได้ดีขึ้น คำแนะนำ วิธีนี้สามารถใช้ดักฟังการส่งโพยของผู้อื่นได้

7.One For All กลุยทธ์ แนะนำให้ใครคนหนึ่งที่ร่วมขบวนการหรือไม่ขบวนการก็ได้เตรียมส่งสัญญาณ ถ้าอาจารย์เข้ามาอยู่ในรัศมี คำแนะนำ ใช้ได้ต่อเมื่ออาจารย์คุมสอบกลับมาจากทำธุระ

8.โห่ร้องตะวันออก โจมตีตะวันตกกลยุทธ์ กลยุทธ์นี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ผลดีทีเดียวในสงครามจริง โดยวิธีการนี้ผู้ร่วมขบวนการควรอยู่คนละฟากกัน ให้ผู้ร่วมขบวนการทำอาการให้เกิดเสียงดังจนอาจารย์คุมสอบต้องหันมาสนใจ ระหว่างที่อาจารย์กำลังสนใจอยู่ ให้ผู้ร่วมขบวนการที่เหลือใช้โพยอย่างรวดเร็ว คำแนะนำ ผู้ร่วมขบวนการจะต้องให้สัญญาณให้ถูกจังหวะในการใช้กลยุทธ์นี้

9. SMS ข้อความสื่อรักกลยุทธ์ ใช้ได้ดีพอสมควรโดยให้ผู้ร่วมขบวนการ มีโทรศัพท์มือถือติดตัวอยู่ แล้วให้ส่งข้อความ(โพย)สื่อสารกัน คำแนะนำ ควรติดตั้งเป็นระบบสั่นก่อน ควรฝึกความสามารถในการพิมพ์ให้เร็ว เพราะการก้มนานๆจะเป็นจุดสนใจได้

10. ชักธงรบกลยุทธ์ การชักธงในสนามสงครามหมายถึงการสั่งโจมตี โดยธงจะต้องมีความสูงพอสมควร เพื่อที่ให้ทหารทั้งหมดเห็น โดยให้ผู้ร่วมขบวนการยกข้อสอบขึ้นมาอ่านให้ลอยเหนือโต๊ะจนเหนือศีรษะทำมุม ฉากกับโต๊ะ ผู้ร่วมขบวนการที่เหลือจะสามารถมองข้ามไหล่มาอ่านคำตอบในใบข้อสอบได้ คำแนะนำ ลายมือของคนเขียนจะต้องใหญ่พอสมควรและอ่านออกง่าย

11. ชัยภูมิดี มีชัยไปกว่าครึ่งกลยุทธ์ การมีตำแหน่งที่ดีของห้องจะทำให้เราลอกได้สะดวกและใช้กลยุทธ์อื่นได้อย่างดีขึ้นด้วย เช่น อยู่กลางห้อง จะสามารถลอกได้จากหลายทิศทาง หลายตัวเลือก หลายคน อยู่ติดเสา จะสามารถส่งโพยให้คนอื่นๆได้โดยขีดเขียนบนเสา ฯลฯ คำแนะนำ ควรศึกษาตำแหน่งทำเลที่ได้มาอย่างดี และนำมาใช้ประโยชน์อย่างให้ดีที่สุด

12. ยิ่งใกล้เหมือนยิ่งไกลกลยุทธ์ ในการสอบปลายภาคนักเรียนบางคนโชคร้ายต้องไปนั่งหน้า ซึ่งทำให้เป็นที่รู้สึกว่าจะถูกจับตามองโดยง่ายจากอาจารย์ แต่ที่จริงแล้ว อาจารย์บางท่านจะไม่ค่อยดู เพราะคิดว่าอยู่ใกล้ขนาดนี้คงไม่มีใครกล้าโกงข้อสอบ การนั่งหน้าการโกงข้อสอบจะต้องใช้วิธีส่งคำพูดไม่ได้ จะเป็นที่สังเกตมากไป แต่ใช้ข้อความเขียนในกระดาษทดที่อาจารย์แจกมา แล้วมาตั้งตรงมุมอับจากสายตาอาจารย์พร้อมถามหรือตอบข้อสอบจากผู้ร่วมขบวนการ คำแนะนำ ถ้าอยู่ติดกับโต๊ะอาจารย์จะโกงยากมาก ดังนั้นการใช้วิธีนี้ต้องให้อาจารย์ลุกไปก่อนแล้วค่อยใช้ ควรใช้กลยุทธ์ “รหัสมอส” ควบคู่กับกลยุทธ์นี้

13. เผาถ่านก่อนหน้าฝนกลยุทธ์ เป็นสุภาษิตจีนสุภาษิตหนึ่งเพราะในหน้าฝนถ่านจะแพง ชาวจีนจึงมีการเตรียมการเผาถ่าน เตรียมไว้ใช้ในหน้าฝน ให้ผู้ปฏิบัติเตรียมการโกงก่อนวันจริง โดยให้จดจำที่นั่งตนเองไว้แล้วหาโพยไปซ่อนหรือแปะไว้ที่โต๊ะ คำแนะนำ การลงน้ำยาลบคำผิดที่ขาโต๊ะหรือเก้าอี้จะไม่ค่อยเป็นที่สังเกต การเขียนโพยบนโต๊ะต้องใช้ปากกาที่สีกลืนกันไปกับสีโต๊ะ เพื่อพรางตาอาจารย์คุมสอบ การแปะโพยกระดาษต้องแปะ ในระดับที่อาจารย์เดินมาแล้วไม่เห็น หัวใจของการโกงข้อสอบ คือใช้กลยุทธ์ทุกอย่างให้สอดคล้องและรวดเร็ว ให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ "จงต่อสู้กับความกลัวในจิตใจ"


อ่านมาทั้งหมดแล้ว.....ซาระตะแล้ว...อยากจะบอกว่า...

เคยค่ะ เคยทำอยู่บ้าง แต่ไม่เหมือนซะทีเดียว แบบว่า เป็นต้นฉบับน่ะ บางคนอาจไม่เชื่อ.. แต่มันเป็นเรื่องจริงนะฮ้าาาา

คือว่า ตอนเด็ก ๆ เรียนห่วยน่ะ สอบติดสาธิต ม.ช. แบบฟลุก ๆ งืด ๆ เรียน ม.ต้นก็ได้แค่ 2.5 กว่า ๆ แต่ตอน ม.ปลายนี่สิ โฮะๆ เหมือนเลือกเรียนถูกทาง ศิลป์-คณิต แรงได้อีก ฉุดไม่อยู่เลยทีนี้ 555

ได้เป็นต้นฉบับ แต่ทว่า เพื่อน ๆ ที่จะได้ส่วนบุญไปก็ต้องเลขที่ต้น ๆ อ่ะนะ เพราะเราเลขที่ 1 ตอน ม.4 และ ม.5 แล้วมาเลขที่ 3 ตอน ม.6 (พี่ต้น กะพี่แอนกลับมาจาก AFS) เท่าที่จำได้ ส่วนใหญ่เป็นวิชาภาษาอังกฤษที่เราถนัดอ่ะ เคยวางกระดาษคำตอบไว้มุมโต๊ะ แบบว่า มุ๊มมมม มุม.. ตอนนั้นดาว(เลขที่ 12) นั่งข้างเรา(เลขที่ 1) แอบเตี๊ยมกันไว้ก่อน อาจารย์หฤทัยเดินมาเตือนเลย ซวยไป..เอิ๊กกกกกกกกกก (ตุ๊กตาเลขที่ 5 รายนี้อยู่ท้ายแถวของเราตลอด ดอยเลขที่ 9 น้ำผึ้งเลขที่ 22 ชอบได้หลังห้อง เลยไม่ได้รัศมีเลย..)

สรุปก็คือ ไม่ได้ช่วยใครเท่าไหร่ แบบว่า ไม่ได้ตั้งใจเปิด แต่ก็ไม่ได้จงใจปิดน่ะ งงมั้ย? คือ ใครมีปัญญาเห็นและอ่านลายมือเราออกก็ไม่ว่ากัน

แต่ห้องเราเนี่ย ได้ขึ้นชื่อลือชาเชียวล่ะเรื่องลอกเนี่ย แบบว่า (ขอพาดพิงถึงนิดนุง) กลุ่มมิ้ว แนน ฝน กลุ่มเฮ้วประจำรุ่น เค้าจะเลขที่ใกล้ ๆ กันอ่ะ มักจะได้นั่งติดกันเป็นก้อน ๆ จนเค้าเรียกกันว่า DG zone มาจาก Dangerous zone หูย โซนนั้นนะ สุดยอดดดด คารวะเลยว่ะ ฮาๆๆๆๆๆ

บางทีนะ บอกคำตอบโต้ง ๆ ดังลั่นห้องก็มีนะ เช่น อยู่ดี ๆ ก็มีคนถามว่า ผลบอลเมื่อคืนเป็นไงวะ?? แล้วก็จะมีคนตอบ 3-2 นั่นคือ ข้อ 3 ตอบ ข. โฮะๆๆๆๆ เก่าดีจริง ๆ ห้องเรา เอิ๊กกกกกกกกกก

Saturday, February 02, 2008

Umim and the sex shop

1/2/2008

วันนี้วันศุกร์ ไม่มีเรียน งิงิตื่นซะหลายโมงเลย
ไปตะแล๊ดแต๊ดแต๋กินอาหารเกาหลีกะอุ๋มอิ๋ม
ระหว่างกินข้าว มันก็ "ล่อลวง" เรา พร้อมบอกสรรพคุณว่า
..นี่แก เมื่อวันนั้นเราไป sex shop มาด้วยแหละมันไม่มีอะไรเลยนะแก เหมือนร้านของเล่นเลย..
เอ่อคือ..มันน่ากลัวนะอิ๋ม ชั้นไม่เข้าหรอกว่ะ

พอเดิน ๆ ไป..นี่แกๆๆๆ เข้ามั้ย ๆ ร้าน sex shop ที่โซโห
จะบ้าเหรอ !!!! ไม่เข้าเฟ้ย - -"

แล้วก็เดินไปที่ร้านหนังสือ Foyles ตรง Tottenham Court road
เดิน ๆ ดูหนังสือ อยู่ ๆ ก็อุตริไปดูหนังสือสอนภาษาไทย/พจนานุกรมไทย
ป๊าดดดดด หนังสือสอนภาษาไทยสำหรับ gay tourist o_O
ปกสีม่วงเชียว น่ากลัวมากมาย
คนเขียนเป็นคนไทยด้วยนะ เค้าบอกว่าเค้าเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับเพศที่สามน่ะ
- -"

อุตริอีกอย่างนึงก็คือ เดิน ๆ ไปเรื่อย ๆ ผ่านโซนหนังสือประวัติศาสตร์อังกฤษ
ไล่มาถึงเอเชีย ความคิดแว๊บ ๆ ก็โผล่ขึ้นมา ..เฮ้ย อยากอ่านหนังสือ The king never smiles ว่ะ
อิ๋มมันก็อยากด้วย แล้วพลันสายตาก็แว๊บไปเห็นพอดี
เล่มใหญ่พอสมควรเลยนะ ปกแข็ง ราคา 20 กว่าปอนด์ อิ๋มมันก็หยิบขึ้นมาดู
ส่วนเราก็ด้อม ๆ มอง ๆ หนังสือใกล้เคียงบนชั้น..
ได้หนังสือมาเล่มนึง (บอกแล้วจะโดนจับมั้ยวะตรู..- -")