Sunday, January 29, 2006

ปัจฉิมนิเทศ

เฮ้อ เพิ่งกลับมาจากปัจฉิมนิเทศ นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่นที่ 35 ณ จังหวัด กาญจนบุรี

เหนื่อยดีแฮะ เหนื่อยชะมัดเลย อย่างกะเข้าค่ายลูกเสือเนตรนารีแน่ะ

เค้านัดกัน 07.00 ที่คณะ ไอ่เราก็อุตส่าห์ตื่นแต่เช้าซะดิบดี ตื่นตีห้ากว่า ๆ เพราะบูมหอชายเรียกให้ไปวิ่งด้วยกันวันบายเนียร์ ก็วันนี้วันบายเนียร์หอนี่นา ไม่เอาอ่ะ ไปปัจฉิมดีก่า อาบน้ำจัดกระเป๋ากันเด๋วนั้นเลย แล้วก็ไปเรียก "ไอ้คุณจิ๊บ" ปรากฏว่า she เพิ่งตื่นค่ะ รอรวมกัน "ไอ้คุณมิ้ม" อีก เอาไปเอามา กว่าจะได้ย่างเท้าออกจากเขตหอเนี่ยก็เจ็ดโมงพอดี ไปถึงคณะก็นึกว่าจะอกกันไปหมดแล้ว (จะได้ไม่ต้องไป ซะงั้น) ก็ใกล้ๆ จะออกมะรอมมะร่อแหละ แต่ช้าเพราะคุณ ๆ เจ้าหน้าที่คณะทั้งหลาย อืมม กว่าได้เคลื่อนล้อออกจากคณะก็ประมาณ 8 โมงกว่า ๆ ถึงนู่นก็เที่ยง กินข้าว ทำกิจกรรม ทั้งในร่มและกลางแจ้ง (รู้สึกเหมือนเรียนเนตรนารี) แบ่งกลุ่ม เป็น 7 กลุ่ม เพราะมี 7 ฐาน กลุ่มเราก็ "บ้าและฮา " ฮาตั้งแต่ชื่อกลุ่มเลย ชื่อกลุ่ม "เม่าสวย" สโลแกนประจำกลุ่ม "สาดดดดดดดดดดดดดดด" เวลาพูดต้องพูดติดกันไปทันที มิฉะนั้นจะได้ความหมายไม่ครบถ้วน

ดำเนินกิจกรรมฐานไปเรื่อย ๆ ที่บอกว่าเหมือนค่ายเนตรนารีก็เพราะ มีหลาย ๆ อย่างที่เหมือนกัน เช่น มีกำแพงเชือก มีสะพานเชือก ฯลฯ เหนื่อย แต่ หัวเราะเหนื่อยกว่า 555

ตอนเย็นพักสักแป๊บแล้วถึงแจกกุญแจห้อง (กว่าจะแจก..) แจกแล้วก็ให้ลงมากินข้าว แล้วก็เปิด VTR วีรกรรมระหว่างทางมาให้ดูกัน โคตรฮาเลยอ่ะ มีของเราด้วย T_T ตอนกลางคืนมีการเล่นเกม Jukebox ด้วยอ่ะ เค้าให้ส่งตัวแทนกลุ่มละ 2 คนออกไปเล่น เรากะเมย์ออกไปเล่น โจทย์แรกที่เราตอบคือ "สามโทน" รู้สึกว่าพอตอบไปปุ๊บ มีเสียงเฮกันลั่นห้องเลยว่ะ มันแปลกตรงไหนวะ เหมือนมันแปลกมากที่เราตอบได้..

กลับมาถึงห้องปุ๊บ อาบน้ำ แล้วเจียร์ก็นอน แถม(บังคับ?)ชวนให้เรานอนอีก ด้วยเหตุผลที่ว่า เด๋วเพลินไม่มีเพื่อนคุยแล้วก็จะหนีไปเล่นห้องอื่น แล้วเจียร์ก็จะนอนอยู่ห้องคนเดียว และกลัวสิ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ก็เลยนอนกันทั้งคู่ตั้งแต่ตอนนั้น

ตื่นเช้ามา สายเหมือนกัน กว่าจะอาบน้ำ กว่าจะลงไปกินข้าว แล้วก็ถึงเวลาที่เรียกว่า ปัจฉิมนิเทศ ของจริงกันแล้ว มีอาจารย์หลายๆ ท่านมาพูด ก็สนุกดี ยกเว้นอาจารย์คนนึง พูดไม่สนุกเอาเสียเลย ได้ยินอะไรแว่ว ๆ ว่า theory of choices สติก็ดับวูบลงไป แล้วก็มี พี่ ๆ รุ่น econ33 มาพูดให้ฟังเรื่องประสบการณ์ทำงานและแง่คิดต่าง ๆ ช่วยได้เยอะเหมือนกัน เสร็จแล้วก็เตรียมตัวเช็คเอาท์แล้วก็กินข้าว เตรียมตัวออกเดินทาง แล้วก็กลับถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ตอนเย็น เพลิน เมย์ เจียร์ แนน ไปกินส้มตำสะพานหัวช้างกัน "เลือดลาวพุ่งกระฉูดกันบ่อยนะแก.."

ปล. อ๊ะ เพิ่งเห็นว่าสเปซได้มีการปรับเปลี่ยนลุคเล็กน้อย ดีเหมือนกันแฮะ อิอิ

Thursday, January 26, 2006

วันว่าง ๆ ที่ยังไม่หายเซ็ง

เซ็งว่ะ ที่เข้า msn ไม่ได้ เข้าไม่ได้มา 2-3 วันแล้วอ่ะ งงเหมือนกันว่าทำไม จะว่าเน็ตไม่แรงพอ ก็ดาวน์โหลดอะไรต่อมิอะไรมาตั้งมากมายแล้วนี่นา ตอนแรกมหาลัย block อีกวะ(เหมือนได้ยินมาว่า มช.เค้าบล๊อกอะ อะไรกันนักกันหนาเนี่ย เลยลองกดไรไม่รู้ มั่ว ๆ ดู ปรากฏว่า อ้าว มาแล้ว เล่นได้เฉยเลย เออ ดี งงดีวันนี้

ตื่นแต่เช้าเลย(สิบโมง ยังไม่เที่ยง) มาหาดาวน์โหลดเพลงใหม่ ๆ มาอ่านกระทู้ในพันทิป เด๋วตอนบ่ายจะไปสยามซะหน่อย ไปจัดการอะไร ๆ ให้มันเรียบร้อย จะได้เริ่มต้นกันซะที ชักช้ามานานแล้ว... เด๋วจะไม่ทันการ

เย็นนี้มีนัดกับบีม คุยเรื่องงานที่จะเสนอให้ แบบว่าบีมชวนน่ะ ประมาณว่าเค้้าต้องการฝ่ายมาร์เกตติ้งที่มีหัวทางคณิตศาสตร์นิดนึง (แล้วมันหมายความว่าไงเนี่ย ที่บอกว่าเราน่าจะำทำได้ บีมไม่รู้อะไรซะแล้วววว...)อืม ดีเหมือนกันตรงที่มันเป็น part time เ้อ้อ ใช่ เด๋วเย็นนี้ต้องหยิบเสื้้อรุ่นติดไม้ติดมือไปให้บีมซะแล้ว ยังไม่ได้เจอบีมเลยตั้งแต่ได้เสื้อรุ่นมา นานแล้วเหมือนกัน บีมเองก็บอกเองว่า เกือบลืมไปแล้ว อุ อุ

Saturday, January 21, 2006

วันนี้งานบอล

..วันนี้งานบอล จุฬาฯ - ธรรมศาสตร์ เราขอประกาศ ธรรมศาสตร์จะแพ้จุฬาฯ..
วันนี้เป็นวันแห่งการพักผ่อน (ไม่ได้พักผ่อนมาหลายคืนแล้วเหมือนกัน) เลยตื่นซะเที่ยง นอนกลิ้งไปกลิ้งมา เล่นเน็ตเสียหน่อย (ไม่ได้เล่นปังย่า แง่ม ๆ) แล้วก็ไปเดินเล่นมาบุญครอง กิน KFC แล้วก็กลับมาเนี่ยแหละ โทรไปหาเจียร์ฟังผลบอลประเพณี ดีใจจังเลย ชาวสีชมพูได้เฮ ปีนี้ชนะ 2-0 แน่ะ (เอาคืน ๆ)

ตอนเย็น พี่อ๊อฟชวนไปตักสุราแล้วค่อยไปดึ๊งดึงกันต่อดึก ๆ อยากก็อยากไปอ่ะนะ แต่เหมือน"ตระหนัก"ได้ว่า ต้องเร่งทำงาน workshop เลยไม่ไป อยากไปจริง ๆ นะ

ปล.บันทึกไว้ว่า วันนี้เป็นวันที่ไร้สาระสุด ๆ อีก 1 วัน

Tuesday, January 17, 2006

Pangyalism

ดีใจจังที่ตอนนี้ไวร์เลสกะลังเสถียรเลยทีเดียวอ่ะ ถึงขนาดเล่นปังย่าได้ด้วย เก๋มั่ก ๆ


ตอนนี้เพิ่งกลับมาจากสยามพารากอน วันนี้เริ่มวันใหม่ด้วยการไปคุยงานกับเพื่อน เรียนฟิวด์เซม แล้วตอนบ่ายกะว่าจะไปติดต่อหน่วยงานราชการต่าง ๆ เพื่อหาข้อมูล ปรากฏว่าหน่วยงานทั้งหลายเหล่านั้นไม่เอื้อต่อการไปหาข้อมูล ห้องสมุดย้ายบ้าง ปิดบ้าง เลยไปพันธุ์ทิพย์กับปุ๊ ไปช่วยเลือก Handy Drive ขึ้นรถเมล์หน้าครุ นั่งไปเรื่อย ๆ จนถึงพันธุ์ทิพย์ จะลงรถ บังเอิ๊ญ บังเอิญ เจออุ๋มอิ๋ม "ตอนจะลงรถ" อุ๋มอิ๋มจะไปประตูน้ำ เราจะไปพันธุ์ทิพย์ เดิน ๆ เลือก ๆ Handy Drive ไปเรื่อย ๆ เดินไปเดินมา เจออุ๋มอิ๋มอีก โอ้ว.. แล้วก็กลับมาปลุกอุ๋มอิ๋มมาตีปังย่าซักเกมสองเกม แล้วก็ไปกินข้าวกะเง็ก วันนี้เง็กมาจุฬาฯค่ะ สนุกกันใหญ่ พามันไปเดินพารากอน แต่ที่ไหนได้ ถ่ายรูปกันสนุกสนาน สนุกสนานจริง ๆ นะ ขำขำน่ะ ยิ่งตอนที่น้ำพุนะ ยิ่งขำ มีอยู่ตอนนึงน้ำพุมันหยุดไป เราก็ถ่ายรูปเอาสวย ๆ อยู่ดี ๆ มันก็พุ่งขึ้นมา คนแถวนั้นขำกันใหญ่เลย อายโคตร แล้วพี่ยามก็เข้ามาถามไถ่ว่า เมื่อกี้เปียกป่าว ไอ่เราขำก็ขำ อายก็อาย เลยไปถ่ายรูปที่อื่นกันต่อ

ก่อนกลับหอ ก็ไปนั่งเป็นเพื่อนผิงกินข้าว กลับถึงห้องปุ๊บก็เปิดปังย่าเล่น จนบัดนี้ ตีสองครึ่งพะย่ะค่ะ เล่นมาราธอน เล่นไปไม่รู้กี่สนาม

ถึงขั้น "เสียผู้เสียคน" จริง ๆ นะเนี่ย

Tuesday, January 10, 2006

บ่น บ่น บ่น ไวร์เลสห่วย

เอ่อ เน็ตไวร์เลสนี่มันไว้ใจไม่ได้เลยจริง ๆ อดเสียผู้เสียคนเลย พูดถึงเรื่องเสียผู้เสียคน เทอมนี้ถ้าอินเตอร์เน็ตใช้ได้ดีล่ะก็ หึ หึ จะเสียผู้เสียคนยิ่งกว่าตอนดูอคาเดมี่เมื่อเทอมที่แล้วเสียอีก

เนี่ย กะว่า ถ้าเน็ตดี ๆ เสถียร ๆ จะลองเล่นปังย่าดูกะเค้ามั่ง เห็นชาวบ้านติดกันงอมแงมเลย เจ๊ไผ่ก็ว่าจะเล่นอีกคน โอ้ว ม่าย ถึงคราวเสียผู้เสียคนในบัดดลเลยทีเดียว

ช่วงนี้ห้องคอมหอระบบล็อคอินมันเจ๊ง ทำให้เราสามารถนั่งรากงอกได้นาน ๆ เป้นวัน และในขณะเดียวกันก็สามารถทำให้เรายืนขาแข็งเพราะต้องรอเครื่องว่างได้เป็นวันอีกเช่นกัน สรุปว่า ผลดีมากกว่าผลเสีย แฮ่ๆ (เพราะยังไม่เคยยืนรอนาน ๆ และเรามักว่างช่วงที่เค้าไม่ว่างกัน ทำให้เราเข้าไปนั่งเพิ่มความยาวของรากได้เป็นกิโล ๆ เอิ๊ก เอิ๊ก


ตอนใกล้จะจบแล้ว อะไร ๆ ก็ดู busy ไปซะหมด (แต่มีเวลานั่งเล่นปังย่ากับเน็ตที่ไม่ค่อยเสถียรเท่าไร) จริงอย่างที่ใคร ๆ เค้าบอกกันแหละ จะจบแล้วช่ายมะ เรียนไม่หนักหรอก แต่เหนื่อยหน่อย เจอกับตัวเองถึงรู้

Thursday, January 05, 2006

สวัสดีปีใหม่ ใครรักใครให้ได้แต่งงานกัน

สวัสดีปีใหม่นะทุกคน แฮ่ ไม่ได้อัพสเปซตั้งนานแน่ะ ยุ่งน่ะ มัวแต่ทำรายงาน

กลับไปเชียงใหม่ทั้งที ไม่ได้พักได้ผ่อนเลย ได้กินข้าวกันพร้อมหน้าพ่อลูกแค่ 3 มื้อ เน้น 3 มื้อ ด้วยภารกิจรัดตัวของข้าพเจ้าที่จะต้องไปบ้านคุณชายตี่ตี๊ทุกวันเพื่อเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับโครงการเขื่อนแก่งเสือเต้น แล้วค่อยลงพื้นที่วันที่ 29-30 ธันวาคม

เล่าเรื่องตอนลงพื้นที่เลยละกัน

ก็ ออกจากเชียงใหม่ตอนประมาณตี 4 เพื่อให้ถึงตัวเมืองแพร่ตอนเช้า แล้วค่อยตีรถไปที่หมู่บ้านดอนชัย ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ ถึงหมู่บ้านประมาณ 9 โมงกว่า ๆ เจอพี่น้อย(คนที่ประสานงาน) ประมาณ 10 โมง นั่งคุยกันที่วัด เค้าก็ถามนู่นถามนี่ แบบว่า ไม่ไว้ใจอ่ะ เอ้อ ตอนที่มานั่งที่วัด มีวัยรุ่น 2 คนมานั่งสังเกตการณ์ด้วย หน้าตาเครียดมากเลยอ่ะ คงมาดูว่า เรามาไงกันแน่ สักพัก พี่น้อยเค้าก็อนุญาตให้เราเก็บข้อมูลได้ แถมให้ข้อมูลเราเป็นอย่างดี วัยรุ่น 2 คนนั้นภายหลังทราบชื่อว่า พี่แคน กับ เบิร์ด เค้าก็ให้ความรู้และดูแลสาว ๆ อย่างพวกเราเป็นอย่างดี ตอนบ่ายก็พาไปที่ "ดงสักงาม" ไปดูป่าสักทองที่เหลืออยู่ผืนสุดท้ายในประเทศไทย แล้วก็กลับมานั่งคุยกับกลุ่มแกนนำชาวบ้าน แล้วก็กลับเข้าตัวเมือง กินข้าว อ้อ มื้อนี้มี บลู คนแป้แห่ระเบิด มาร่วมวงด้วย แล้วบลูก็พาพวกเราไปกินนม-ขนมปังกัน อาหย่อย ๆ แล้วก็กลับโรงแรม

เช้าอีกวันหนึ่ง (30 ธ.ค.) ตื่นตอนประมาณตีห้ากว่า ๆ บลูอุตส่าห์ซื้อเกาเหลา กับ ข้าวต้มปลา เป็นอาหารเช้าให้ทุกคนเลย แต๊งกิ้วนะจ๊ะ นัดกับพี่น้อย พี่แคน เบิร์ดที่อุทยานแห่งชาติแม่ยม แล้วก็เปลี่ยนรถ ไปนั่ง 4 wheel เนื่องจากรถเก๋งขึ้นไม่ได้ นั่งข้างหลังกะบะ หวาดเจี๋ยวดีเยี่ยม ขึ้นไปก็ไปดูที่จุดชมวิว ที่เห็นป่าสักทั้งผืน เห็นทะเลหมอกด้วยล่ะ แล้วเค้าก็บอกว่า เนี่ย ทะเลหมอกเนี่ย ถ้าเป็นเขื่อน แล้วจะกลายเป็นน้ำทั้งหมดเลย เราก็..ใจหายว่ะ เสียดายป่าสักทอง เห็นแล้วสะเทือนใจ แล้วก็พาไปดู "หล่มดัง" ที่ ๆ คาดกันว่าจะเป็นภูเขาไฟมาก่อน เพราะว่าที่แพร่เป็นรอยต่อของเปลือกโลก แล้วก็ไปกินข้าวกันร้านอาหารของอุทยาน แล้วก็ไปดูโมเดลจำลองของพื้นที่บริเวณนั้น แนวเขื่อน และหมู่บ้านต่าง ๆ พักผ่อนสักแป๊บ ก็ไปดู "แก่งเสือเต้น" ไปดูรอยเท้าเสือ แล้วพี่น้อยบอกว่า ส่วนใหญ่ที่มากันจะไม่ค่อยได้ไปดูรอยเท้าเสือกัน นั่งอยู่ที่แก่งเสือเต้นสักพัก พวกเราก็ขอตัวกลับเชียงใหม่กัน

ก่อนออกจากตัวเมืองแพร่ ก็แวะไปดูแพะเมืองผี แล้วก็สักการะพระธาตุช่อแฮให้เป็นสิริมงคลปีใหม่ กินข้าว แล้วก็กลับเชียงใหม่ ถึงเชียงใหม่ประมาณ 4 ทุ่ม หลับเป็นตาย

พอเช้าวันที่ 31 ก็พาเพื่อน ๆ ขึ้นดอยอินทนนท์ แวะสักการะพระธาตุในหลวงกะพระราชินี แล้วค่อยขึ้นไปที่ "สูงสุดแดนสยาม" แล้วก็ลงมาแวะ น้ำตกวชิรธาร แล้วก็น้ำตกแม่ยะ มาคราวนี้โชคดีแฮะที่น้ำเยอะ ไม่ค่อยขายหน้าเท่าไร ตอนเดินไปที่น้ำตกแม่ยะ แนนเรียกเรา แล้วก็บอกว่า "เนี่ย ๆ เมื่อกี้ได้ยินคนนู้นเค้าจะทักแกอ่ะ แต่ไม่กล้าทัก เค้าบอกว่า หน้าตาคล้าย ๆ เพลินเลยว่ะ " เราก็หันไปดู โอ้ว ก็ว่าใครที่ไหน พี่แน้ต กับพี่ยิ้มนี่เอง กลับบ้านเหนื่อยอีกวัน แต่ก็สนุกดีแฮะ นอนหลับข้ามปีเลยเรา อดเคาท์ดาวน์เลย

วันที่ 1 วันปีใหม่ ตอนเช้าก็พักผ่อน กินข้าวกับครอบครัว แล้วเราก็ไปบ้านตี่ตี้เพื่อเตรียมข้อมูลว่าจะพรีเซนต์แนวไหน ใครรับผิดชอบส่วนไหน เสร็จปุ๊บก็เตรียมตัวเดินทางกลับกรุงเทพ

กลับมาก็เตรียมพรีเซนตือย่างเดียวเลย

เมื่อวานซืน(3 ม.ค.) พรีเซนต์แก่งเสือเต้น

เมื่อวาน(4 ม.ค.)เกือบได้พรีเซนต์เวิร์คชอบ ดีที่อาจารย์ไม่มา

ปายกินข้าวก่อนนะ