Monday, November 22, 2004

งานวัดภูเขาทอง

เมื่อคืนไปงานวัดภูเขาทองมาแหละ รู้สึกดีตรงที่ได้ขึ้นไปไหว้พระที่ข้างบนพระธาตุ เพราะไอ้งานวัดเนี่ย มันก็ธรรมดา ๆ แหละ เหมือนทั่วๆ ไป (ก็มันวัดนี่เนอะ)

เริ่มออกเดินทางกันประมาณ 2 ทุ่ม ไปกันตั้งหลายคนแน่ะ สิบกว่าคนได้ เราเดินด้วยกันซะทีเดียว เริ่มด้วยการเดินขึ้นไปนมัสการบนพระธาตุ และถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก อยู่ข้างบนนั้นนานเหมือนกัน แล้วเราก็ยกพลลงมาเดินเที่ยวงานวัดข้างล่าง มีซุ้มเยอะแยะเลย ทั้งร้านขายของ ร้านเกมส์ ร้านแหกตาประชาชน..เคยเข้าไปดูกันบ้างมั้ย ที่เค้าบอกว่า นางเงือก ครึ่งบนเป็นคน ครึ่งล่างเป็นปลา และผีกระสือ อะไรทำนองนั้นน่ะ.. เก็บคนละ 10 บาทแน่ะ พวกเรารู้ทั้งรู้ว่าแหกตา โดนหลอกแน่ๆ ก็ยังอุตส่าห์เข้าไปนะ เข้าไปเกือบทั้งหมด และอ้างเหตุผลว่า ก็จะได้รู้ไงว่าเค้าแหกตายังไง ..อืม ฟังขึ้น(เหรอ)

แล้วเราก็นั่งรถตุ๊ก ๆ ไปที่ร้านนมมนต์กัน นั่งตุ๊กๆ 1 คัน อัดกันเข้าไปตั้ง 7 คนแน่ะ แต่ละคนตัวควายๆ ทั้งนั้น ไม่รู้นั่งเข้าไปได้ยังไง แต่ก็ไปถึงร้านจนได้ นั่งกินสักพัก ก็ต้องรีบกลับ เพราะต้องกลับก่อนเที่ยงคืน ไม่งั้น โดน 3 คะแนน อ้อ ลืมบอกไป เดี๋ยวนี้ทางหอพักเค้ามีวิธีคิดคะแนนแบบใหม่แหละ 22.00-23.59 คิดครั้งละ 1 คะแนน ส่วน 24.00-05.59 เนี่ยคิดครั้งละ 3 คะแนนแน่ะ

Saturday, November 20, 2004

ทริปใจง่าย Vol.3

ทริปนี้ใจง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้อ่ะนะ แบบว่าคนมันอยากเที่ยว เมื่อวานออนไลน์ เจอพี่พัช แล้วพี่พัชก็ชวนไปดูหิ่งห้อยที่บ้านพี่แต้ ค้างคืนด้วย ไอ้เราก็ "ตกลง พี่พัช เพลินไปด้วยนะ" สักพัก ประมาณ หกโมงกว่า พี่พัชโทรเข้ามา บอกว่าลงมาได้แล้วนะ จะไปแล้ว พอลงมาปุ๊บ มีคนใจง่ายอีกตั้งหลายคนแน่ะ หุ หุ

ทริปนี้ออกเดินทางตอน 2 ทุ่ม โดยรถส่วนบุคคลของพี่เปา เราไปกันทั้งหมด 16 คนรวมพี่เปาด้วย นั่งรถกระบะคันเดียวไป คิดดู ไอ้ตอนนั่งอ่ะนั่งได้ แต่ตอนจะลุกลงเนี่ยดิ ขอบอกว่า "ขาหวันกันเจ้า" ต้องค่อย ๆ ลุกทีละคน

สถานที่แรกที่เราไปถึงก็คือ ร้านของน้าพี่แต้ กินข้าวกันที่นั่น ไอติมด้วย แล้วก็เริ่มออกเดินทางไปยังร้านอาหาร "คุ้งน้ำ" ซึ่งเค้ามีบริการล่องเรือไปตามคลองเพื่อดูหิ่งห้อย ตอนแรก ๆ ที่ดูก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นเลย แต่พอสายตาเริ่มชินกับความมืดแล้วก็จะรู้สึกว่า อืม มันสวยมาก ไม่เคยเห็นเยอะเท่านี้มาก่อนเลย เหมือนไฟต้นคริสมาสไม่มีผิด เรือที่เรานั่งเป็นเรือที่ถูกลาก บังเอิญมันเสียลชั่วคราว เค้าเลยใช้เรืออีกลำแล่นแทน เรืออีกลำที่ว่ามีคนโดยสารมาด้วย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอ่ะ เพราะรู้สึกว่าเค้าค่อนข้างจะส่งเสียงดัง ก็แหม..บรรยากาศดี ๆ เงียบ ๆ ดูแสงหิ่งห้อยเพลิน ๆ จะส่งเสียงรบกวนไปถึงไหนวะ..นี่ ๆ แล้วไอ้เรือลำนั้นก็ยังมีเรื่องให้น่าโมโหอีกนะ ตอนที่คนขับเรือแวะไปจอดที่ๆ มีหิ่งห้อยเยอะๆ อ่ะ ไอ้เด็ก(แสบ)พวกนั้นมันก็ยังมีหน้าจะเก็บหิ่งห้อยใส่ขวดกลับไปดูที่บ้านอีกนะ ไม่รู้จักรักษาสิ่งแวดล้อมมั่งเลย แม่พี่แต้เค้าก็บอกแล้วนะว่าหิ่งห้อยน่ะ มันลดลงจากตอน 5-6 ปีก่อนเยอะเลย เหลือไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์แล้ว ยังจะเก็บอีก แล้วก็ยังมีอีกเรื่อง ตอนเรือแล่นอยู่ดีๆ ก็มีคนจากเรือลำข้างหน้าทิ้งขยะลงไปในลำคลอง เหมือนจะมีเด็กทักอ่ะ ว่าทิ้งลงไปทำไม ไอ้คนทิ้งก็ตอบว่า "เค้าก็ทิ้งกันทั้งนั้นนี่ลูก!!!!" โหยยย พูดงี้ได้ไงวะ น่าเกลียดที่สุด

แล้วเราก็ไปต่อกันที่บ้านของพี่แต้ พี่แต้บอกว่าอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ว่าจะมีดาวตกในคืนนี้ แต่ต้องรอหลังเที่ยงคืนนะ ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตารอกัน พอเที่ยงคืนปุ๊บ ก็โยกขบวนไปยังสถานที่โล่งแจ้งแห่งหนึ่ง(ถนน) แล้วก็ปูเสื่อนั่งกัน ขอโทษครับท่าน มีเสื่อแค่2 ผืนสั้น ๆ แต่ต้องเบียดกัน 13 คน มันเลยแลดูเป็นกลุ่มเป็นก้อนยังไงก็ไม่รู้ และที่ตลกกว่านั้นคือ มีรถมอเตอร์ไซด์ขี่ผ่านมา เค้ามองจ้องมาทางพวกเรา แล้วก็จอดรถเลยไป สักพักเค้าก็วกรถกลับมาดูพวกเราอีกที ที่ตลกมากคือ เค้าบอกว่า "เป็นคนก็แล้วไป.." หมายความว่าไงฟระ

เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ไปที่ริมทะเลกัน โคลนทั้งนั้นเลยอ่ะ กว่าจะข้ามไปได้นะ เท้าจมไปในโคลนถึงครึ่งน่องเชียวล่ะ แต่ก็สวยดีนะ อิอิ พอเสร็จนี่แล้วเราก็ต้องขอกลับก่อน เพราะท่านจุ้ยมีนัดส่งงาน ส่วนเราต้องนัดเจอพี่วิเพื่อที่จะเอาหนังสือไปให้

หนุกหนานจริงๆ

Thursday, November 04, 2004

ทริปใจง่าย Vol.2

กลับมาอีกครั้งกับทริปใจง่าย กับเจ้าของซีรี่ส์ทริปนี้ คุณพี่แต้ อีกแล้วครับท่าน

ทริปนี้เริ่มมาจากการที่มีคนอยากไปสะพานพระรามแปดกัน 4 คน แล้วเริ่มชวนพรรคพวก(ใจง่าย)อีกมากมาย เอาไปเอามาไปกัน 2 โหล หรือ 24 คน พอดิบพอดี(ทริปใจง่าย vol.1 จำนวนสมาชิก 1 โหล) เจ๊แต้เลยเปลี่ยนเป็นทริปงานพระสมุทรเจดีย์ ที่จังหวัดสมุทรปราการ จะว่าไปมันก็เป็นงานวัดดี ๆ นี่แหละ แต่งานใหญ่มากเลยนะ คนเยอะสุด ๆ ขนาดไปกันวันที่ 3 ของงานนะเนี่ย งานมีทั้งหมด 9 คืน

ทริปนี้เริ่มออกเดินทางกันตอน 22.00 น. เดินทางโดยรถแท็กซี่ แป๊บนึงก็ถึงงานแล้ว เพราะรถไม่ติด เราไปพร้อมๆ กันหมดเลย (ไม่แยกย้าย) ไม่คิดว่าจะมางานวัดด้วยคนกลุ่มใหญ่ขนาดนี้จะว่าไปก็คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ นะเนี่ย แต่ละคนที่ไปน่ะ อยากเล่นชิงช้าสวรรค์กันหมดเลย ไปกัน 24 คน 12 คู่ เหมาชิงช้าสวรรค์ทั้งวงเลย 555 เจ๋งป่ะละ มีอีกตั้งหลายอย่างแน่ะ ที่พอจะนึกได้ก็มี บิงโก ซุ้มหลอกให้เข้าไปดู(แต่เราไม่ได้เข้าไปดูนะ) ติ่งมาก ๆ เลย หลอกให้เข้าไปดูนางเงือก ผีกระสือ คน2หัว อะไรทำนองนี้ ตอนแรกอยากเล่นรถบั๊มมาก ๆ เลยนะ แต่รู้สึกว่าจะมีการจราจลเสียก่อน หูย..วัยรุ่นที่นู่นอย่างน่ากลัวเลยอ่ะ ขอบอก มีแต่หน้าโหดๆ อ่ะ น่ากลัวที่สุด แวะหาอะไรกิน แล้วก็กลับ รู้สึกจะเป็นเวลา 02.30 น ของวันใหม่ หูย..ตอนนั้นไม่อยากขึ้นหออ่ะ แบบว่าดึกเกินไป ไม่อยากเซ็นต์อ่ะ มันน่าเกลียด เลยโต๋เต๋อยู่แถวนั้น ไปกินโจ๊กสามย่าน แล้วกลับมานั่งเม้าท์กันจน 6 โมงเช้า ถึงได้ขึ้นหอ

พระเจ้าจอร์จ มันเยี่ยมมาก

Tuesday, November 02, 2004

เปิดเทอมฟีเวอร์

หูย อะไรวะ เปิดเทอมก็เรียนเลย ไม่เหมือนพวกเด็ก ๆ ปี 1 ปี 2 แค่มาเอา course syllabus อย่างเดียวเอง ไอ่เราเรียนตั้งแต่วันแรกเลยอ่ะ แต่ก็ยังดีนะ เรียนเบา ๆ ไม่หนักมาก

วันนี้ตอนเช้ามีเรียน 10 โมง วิชา microeconomics II น่ะ เราว่าอาจารย์สอนได้น่าเรียนมาก ๆเลยอ่ะ ชอบ ๆ อย่างนี้คงเข้าเรียนทุกคาบแน่ ๆ หุ หุ อืม แล้ววันนี้ตอนบ่ายเรียนวิชา project planning and management น่าเบื่อมั่ก ๆ โดยส่วนตัวแล้วเนี่ย เราว่าวิชานี้เป็นวิชาที่น่าเรียนทีเดียวแหละ แต่ อาจารย์สอนได้น่าเบื่ออ่ะ บอกจดเหมือนเด็ก ป.5 เลย ให้ตายสิ

เทอมนี้ว่าจะลงเกินหน่วยกิตแหละ(ถ้าเป็นไปได้นะ) เพราะว่าเราจะได้เรียนทันเพื่อนซะที แบบว่าตามมาตัวนึงแล้วอ่ะ เทอมนี้เรียนตั้ง 7 วิชาแน่ะ มีสิทธิ์ตายได้ ลงเพิ่มมา 1 ตัว วิชา pub econ น่ะ แต่เค้าบอกว่าต้องผ่านวิชาอื่นมาก่อน ซึ่งเรากำลังลงเทอมนี้ (นั่นคือ เราต้องลง pub econ ตอนปี 4 เทอม 1 และอดเลือกสาขาการคลังสาธารณะ) เลยต้องขอลงเกินหน่วยกิต รอลุ้นผลซักวันสองวันก็น่าจะรู้

ท้าวความถึงเมื่อวานนิดนึง เป็นวันเปิดเทอมวันแรก บรรยากาศคึกคักมาก ๆ เลยอ่ะ แต่..เราก็ไปเรียนสายอีกจนได้ ก็นาฬิกาปลุกมันไม่ดังนี่หว่า เหอๆ ได้เรียนวิชา research method และ Eng read econ ไอ้วิชาหลังเนี่ยนะ เราได้เรียนกับอาจารย์ที่ปรึกษาตัวเองแหละ ไม่รู้เหมือนกันแฮะ แต่เราว่าน่าจะใจดีนะ (จากการพูดคุยกันเฉลี่ย 2 เทอมต่อ 1 บทสนทนา) พอตกเย็น เราก็ได้ทำกิจวัตรประจำวันของเราอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ การไปนั่งห้องค่าย วันนี้บรรยากาศคึกคักมาก ๆ เลย นั่งตั้งแต่ 4 โมงเย็นยัน 4 ทุ่ม (แวะไปกินข้าวแป๊บนึง) มีน้องค่ายมานั่งกันเยอะแยะเลย ดี ๆ ครึกครื้น สนุกสนาน คลุกเคล้ากับเสียงกีตาร์ที่คิดว่าคงจะไม่ขาดหายไปง่าย ๆ หรอก ตราบใดที่เราเองยังอยู่..ถ้ามีกีตาร์ที่สมประกอบอยู่ในห้องค่ายนะ..

ปล.เซ็งอ่ะ เข้าเวปรุ่นไม่ได้อ่ะ ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรกะเค้าเล้ยยย ได้ยินมาว่าจะทำเสื้อรุ่นกันอยู่