ทริปนี้ใจง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้อ่ะนะ แบบว่าคนมันอยากเที่ยว เมื่อวานออนไลน์ เจอพี่พัช แล้วพี่พัชก็ชวนไปดูหิ่งห้อยที่บ้านพี่แต้ ค้างคืนด้วย ไอ้เราก็ "ตกลง พี่พัช เพลินไปด้วยนะ" สักพัก ประมาณ หกโมงกว่า พี่พัชโทรเข้ามา บอกว่าลงมาได้แล้วนะ จะไปแล้ว พอลงมาปุ๊บ มีคนใจง่ายอีกตั้งหลายคนแน่ะ หุ หุ
ทริปนี้ออกเดินทางตอน 2 ทุ่ม โดยรถส่วนบุคคลของพี่เปา เราไปกันทั้งหมด 16 คนรวมพี่เปาด้วย นั่งรถกระบะคันเดียวไป คิดดู ไอ้ตอนนั่งอ่ะนั่งได้ แต่ตอนจะลุกลงเนี่ยดิ ขอบอกว่า "ขาหวันกันเจ้า" ต้องค่อย ๆ ลุกทีละคน
สถานที่แรกที่เราไปถึงก็คือ ร้านของน้าพี่แต้ กินข้าวกันที่นั่น ไอติมด้วย แล้วก็เริ่มออกเดินทางไปยังร้านอาหาร "คุ้งน้ำ" ซึ่งเค้ามีบริการล่องเรือไปตามคลองเพื่อดูหิ่งห้อย ตอนแรก ๆ ที่ดูก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นเลย แต่พอสายตาเริ่มชินกับความมืดแล้วก็จะรู้สึกว่า อืม มันสวยมาก ไม่เคยเห็นเยอะเท่านี้มาก่อนเลย เหมือนไฟต้นคริสมาสไม่มีผิด เรือที่เรานั่งเป็นเรือที่ถูกลาก บังเอิญมันเสียลชั่วคราว เค้าเลยใช้เรืออีกลำแล่นแทน เรืออีกลำที่ว่ามีคนโดยสารมาด้วย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอ่ะ เพราะรู้สึกว่าเค้าค่อนข้างจะส่งเสียงดัง ก็แหม..บรรยากาศดี ๆ เงียบ ๆ ดูแสงหิ่งห้อยเพลิน ๆ จะส่งเสียงรบกวนไปถึงไหนวะ..นี่ ๆ แล้วไอ้เรือลำนั้นก็ยังมีเรื่องให้น่าโมโหอีกนะ ตอนที่คนขับเรือแวะไปจอดที่ๆ มีหิ่งห้อยเยอะๆ อ่ะ ไอ้เด็ก(แสบ)พวกนั้นมันก็ยังมีหน้าจะเก็บหิ่งห้อยใส่ขวดกลับไปดูที่บ้านอีกนะ ไม่รู้จักรักษาสิ่งแวดล้อมมั่งเลย แม่พี่แต้เค้าก็บอกแล้วนะว่าหิ่งห้อยน่ะ มันลดลงจากตอน 5-6 ปีก่อนเยอะเลย เหลือไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์แล้ว ยังจะเก็บอีก แล้วก็ยังมีอีกเรื่อง ตอนเรือแล่นอยู่ดีๆ ก็มีคนจากเรือลำข้างหน้าทิ้งขยะลงไปในลำคลอง เหมือนจะมีเด็กทักอ่ะ ว่าทิ้งลงไปทำไม ไอ้คนทิ้งก็ตอบว่า "เค้าก็ทิ้งกันทั้งนั้นนี่ลูก!!!!" โหยยย พูดงี้ได้ไงวะ น่าเกลียดที่สุด
แล้วเราก็ไปต่อกันที่บ้านของพี่แต้ พี่แต้บอกว่าอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ว่าจะมีดาวตกในคืนนี้ แต่ต้องรอหลังเที่ยงคืนนะ ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตารอกัน พอเที่ยงคืนปุ๊บ ก็โยกขบวนไปยังสถานที่โล่งแจ้งแห่งหนึ่ง(ถนน) แล้วก็ปูเสื่อนั่งกัน ขอโทษครับท่าน มีเสื่อแค่2 ผืนสั้น ๆ แต่ต้องเบียดกัน 13 คน มันเลยแลดูเป็นกลุ่มเป็นก้อนยังไงก็ไม่รู้ และที่ตลกกว่านั้นคือ มีรถมอเตอร์ไซด์ขี่ผ่านมา เค้ามองจ้องมาทางพวกเรา แล้วก็จอดรถเลยไป สักพักเค้าก็วกรถกลับมาดูพวกเราอีกที ที่ตลกมากคือ เค้าบอกว่า "เป็นคนก็แล้วไป.." หมายความว่าไงฟระ
เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ไปที่ริมทะเลกัน โคลนทั้งนั้นเลยอ่ะ กว่าจะข้ามไปได้นะ เท้าจมไปในโคลนถึงครึ่งน่องเชียวล่ะ แต่ก็สวยดีนะ อิอิ พอเสร็จนี่แล้วเราก็ต้องขอกลับก่อน เพราะท่านจุ้ยมีนัดส่งงาน ส่วนเราต้องนัดเจอพี่วิเพื่อที่จะเอาหนังสือไปให้
หนุกหนานจริงๆ
ทริปนี้ออกเดินทางตอน 2 ทุ่ม โดยรถส่วนบุคคลของพี่เปา เราไปกันทั้งหมด 16 คนรวมพี่เปาด้วย นั่งรถกระบะคันเดียวไป คิดดู ไอ้ตอนนั่งอ่ะนั่งได้ แต่ตอนจะลุกลงเนี่ยดิ ขอบอกว่า "ขาหวันกันเจ้า" ต้องค่อย ๆ ลุกทีละคน
สถานที่แรกที่เราไปถึงก็คือ ร้านของน้าพี่แต้ กินข้าวกันที่นั่น ไอติมด้วย แล้วก็เริ่มออกเดินทางไปยังร้านอาหาร "คุ้งน้ำ" ซึ่งเค้ามีบริการล่องเรือไปตามคลองเพื่อดูหิ่งห้อย ตอนแรก ๆ ที่ดูก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นเลย แต่พอสายตาเริ่มชินกับความมืดแล้วก็จะรู้สึกว่า อืม มันสวยมาก ไม่เคยเห็นเยอะเท่านี้มาก่อนเลย เหมือนไฟต้นคริสมาสไม่มีผิด เรือที่เรานั่งเป็นเรือที่ถูกลาก บังเอิญมันเสียลชั่วคราว เค้าเลยใช้เรืออีกลำแล่นแทน เรืออีกลำที่ว่ามีคนโดยสารมาด้วย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอ่ะ เพราะรู้สึกว่าเค้าค่อนข้างจะส่งเสียงดัง ก็แหม..บรรยากาศดี ๆ เงียบ ๆ ดูแสงหิ่งห้อยเพลิน ๆ จะส่งเสียงรบกวนไปถึงไหนวะ..นี่ ๆ แล้วไอ้เรือลำนั้นก็ยังมีเรื่องให้น่าโมโหอีกนะ ตอนที่คนขับเรือแวะไปจอดที่ๆ มีหิ่งห้อยเยอะๆ อ่ะ ไอ้เด็ก(แสบ)พวกนั้นมันก็ยังมีหน้าจะเก็บหิ่งห้อยใส่ขวดกลับไปดูที่บ้านอีกนะ ไม่รู้จักรักษาสิ่งแวดล้อมมั่งเลย แม่พี่แต้เค้าก็บอกแล้วนะว่าหิ่งห้อยน่ะ มันลดลงจากตอน 5-6 ปีก่อนเยอะเลย เหลือไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์แล้ว ยังจะเก็บอีก แล้วก็ยังมีอีกเรื่อง ตอนเรือแล่นอยู่ดีๆ ก็มีคนจากเรือลำข้างหน้าทิ้งขยะลงไปในลำคลอง เหมือนจะมีเด็กทักอ่ะ ว่าทิ้งลงไปทำไม ไอ้คนทิ้งก็ตอบว่า "เค้าก็ทิ้งกันทั้งนั้นนี่ลูก!!!!" โหยยย พูดงี้ได้ไงวะ น่าเกลียดที่สุด
แล้วเราก็ไปต่อกันที่บ้านของพี่แต้ พี่แต้บอกว่าอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ว่าจะมีดาวตกในคืนนี้ แต่ต้องรอหลังเที่ยงคืนนะ ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตารอกัน พอเที่ยงคืนปุ๊บ ก็โยกขบวนไปยังสถานที่โล่งแจ้งแห่งหนึ่ง(ถนน) แล้วก็ปูเสื่อนั่งกัน ขอโทษครับท่าน มีเสื่อแค่2 ผืนสั้น ๆ แต่ต้องเบียดกัน 13 คน มันเลยแลดูเป็นกลุ่มเป็นก้อนยังไงก็ไม่รู้ และที่ตลกกว่านั้นคือ มีรถมอเตอร์ไซด์ขี่ผ่านมา เค้ามองจ้องมาทางพวกเรา แล้วก็จอดรถเลยไป สักพักเค้าก็วกรถกลับมาดูพวกเราอีกที ที่ตลกมากคือ เค้าบอกว่า "เป็นคนก็แล้วไป.." หมายความว่าไงฟระ
เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ไปที่ริมทะเลกัน โคลนทั้งนั้นเลยอ่ะ กว่าจะข้ามไปได้นะ เท้าจมไปในโคลนถึงครึ่งน่องเชียวล่ะ แต่ก็สวยดีนะ อิอิ พอเสร็จนี่แล้วเราก็ต้องขอกลับก่อน เพราะท่านจุ้ยมีนัดส่งงาน ส่วนเราต้องนัดเจอพี่วิเพื่อที่จะเอาหนังสือไปให้
หนุกหนานจริงๆ
No comments:
Post a Comment