Saturday, April 29, 2006

โยก ย้าย

ว่าจะเก็บของเตรียมย้ายของมาหลายวันแระ ไม่ได้เก็บซะที

คงต้องเก็บอย่างจริงจังละทีนี้

ก็พรุ่งนี้จะย้ายหอแล้วนี่นา
โอ้แม่เจ้า ทำไมข้าวของชั้นมันเยอะอย่างงี้นี่ นี่ขนาดขนไปเชียงใหม่รอบนึงแล้วนะ ยังมีอีกตั้ง 1 คันรถได้

นี่ก้อเที่ยงคืนกว่าละ กว่าอีชั้นจะตื่นก็เที่ยงนู่นน่ะ
แล้วมันจะเก็บทันได้ยางง้ายยยยยย

ไปอยู่หอนอก
คงเหงาเนอะ
คงต้องกินข้าวคนเดียว
คงต้องนอนคนเดียว
คงต้องเม้าท์คนเดียว (?)

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "ผีเขี้ยว" ตัวนี้จะอยู่ยังไงละเนี่ย เฮ้อ

เจียร์บอกว่า จะมาหาเราเป็นระยะ ๆ ดีใจจัง ^^ แล้วเค้าจะรอนะตะเอง

Sunday, April 16, 2006

สงกรานต์นี้ที่โคราช

เพิ่งกลับมาจากโคราชอ่ะนะ แบบว่าไปพักผ่อนที่บ้านพี่แอ๊นท์ที่โคราช

บอกว่าไปพักผ่อนก็ไปพักผ่อนจริง ๆ อ่ะแหละ เพราะวัน ๆ ก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย

กลับมาก็ refresh ตัวเองได้ในระดับหนึ่ง

ยังยืนยันนะ ว่ายังอยากไปเที่ยว ที่ไหนก็ได้ ไกล ๆ กรุงเทพหน่อยก็ดี
ถ้าเป็นป่าเป็นเขาจะยิ่งดีใหญ่

Sunday, April 09, 2006

ทริป ' จั่ว '

โอ๊ะโอ เพิ่งกลับมาจากทริปเนี่ย อิ่มแปร้เลย เหนื่อยด้วย แต่ก็รีบมาอัพสเปซก่อน อิอิ

เริ่มออกเดินทางวันที่ 7 เมษา จากคณะ ไปยัง ระยองชาเล่ต์ ออกจากคณะเป็นคันแรก แต่ดันถึงที่พักเป็นคันสุดท้ายง่ะ ก็ดันไม่รู้ทางนี่หว่า เลยงม ๆ ถามทาง อ่า พอถึงบังกาโลแล้วก็อาบน้ำอาบท่า มิสคอลให้ปะป๊าว่าถึงที่พักแล้วแล้วก็เล่นไพ่ เป็นอะไรที่สนุกและท้าทายมาก ใครแพ้ต้อง "ซิทอัพ" โดยจำนวนครั้งจะเพิ่มไปเรื่อย ๆ ตามตาที่เล่น เราเองก็โดนไป 2 ครั้ง แต่โดนตอนที่มันน้อย ๆ เจียร์ดิ โดนหนัก อิอิ เล่นได้สักพัก พี่บอลก็มาเป็นเจ้ามือป๊อกเด้งให้ สนุกสนานมาก แต่ในระหว่างนั้น ก็มีกลิ่นตดปริศนาคละคลุ้งขึ้น เหม็นมาก ๆ วงไพ่แตกเลยอ่ะ สรุปก็คือ ยังไม่รู้ว่าใครตด แต่มันบังอาจมาก ทุกคนได้รับอานิสงส์ถ้วนทั่ว แล้วส้มก็เป็นเจ้าต่อ เมย์ เจียร์ กะ ทิพย์ เป็นเด็กดี รีบเข้านอน (ต่อไปนี้จะเรียกว่า พวกตีสาม) ส่วนพวกที่เหลืออันได้แก่ เพลิน ส้ม แนน และหลิน (ต่อไปนี้จะเรียกว่า พวกตีสี่ครึ่ง) ก็ยังคงจั่วกันต่อไป ได้อารมณ์มากค่ะ เนื่องจากมี "เงิน" เข้ามาเกี่ยวข้อง (ตกลงกันว่าตาละบาท แต่หลังจากนั้นมันมากกว่านั้น) เชื่อมั้ยเนี่ย เพิ่งเคยเล่นป๊อกเด้งอย่างจริงจังและถูกต้องก็ครั้งนี้เป็นครั้งแรกแหละ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเข้าใจเลยว่า สองเด้ง สามเด้ง ห้าเด้ง มันหมายความว่ายังไง แล้วก็ไม่เคยเล่นกินตังค์ด้วย ส้มเป็นเจ้าค่ะ เล่นไปเล่นมาอย่างเมามันส์ จนเสียงดังไปแปดทิศ ทันใดนั้น ... ปะป๊าก็โทรเข้ามา เกิดอาการแตกตื่นเล็กน้อย แล้วเราก็บอกให้ทุกคนเงียบพร้อมกับทำเสียงง่วงนอนรับโทรศัพท์ แล้วก็วาง กลับมาเฮฮาต่อ แล้วก็เข้านอนตอนตีสี่ครึ่ง

เช้ามา ตื่น เก้าโมงแน่ะ รีบล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็รีบไปกินข้าวเช้าก่อนที่เค้าจะเก็บตอนสิบโมง กินข้าวเช้าเสร็จ ก็มานั่ง ๆ นอน ๆ กลิ้ง ๆ ดูทีวีอยู่ที่บังกาโล ตอนเที่ยงก็ออกไปกินข้าวเที่ยงอีกละ กินเสร็จก็กลับบังกาโล แล้วก็มีกลุ่มทรายมาเยือน และ ออม ขอเป็นเจ้า หลายขามาก ๆ สนุกสนาน สงสัยช่วงนั้นจะมือขึ้นขั้นสุดยอด ได้มาหลายสิบบาทเหมือนกัน เล่นไปเล่นมา ได้เวลากินข้าวเย็นอีกแระ วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร "พวกตีสี่ครึ่ง"ก็เล่นไป(ยังคงไม่อาบน้ำตั้งแต่เช้า) พวกตีสามก็นั่งดูทีวี อ่านหนังสือ ทำอะไรต่อมิอะไรไป สักพัก ก้อไปเล่นน้ำทะเลกัน ข้าพเจ้าก็ไม่ได้เล่นกะเค้าอีกตามเคย เนื่องจากเป็นวันแดงเดือด พอเล่นน้ำทะเลเสร็จก็ขึ้นมากินข้าว เอ๊ะ ไม่ใช่สิ สูบข้าว กับข้าวบนโต๊ะหมดเร็วยังกะแร้งลง แล้วก็กลับเข้าบังกาโล อาบน้ำอาบท่า แล้วพวกตีสี่ครึ่งก็ตั้งหน้าตั้งตา "จั่ว" กันไม่หวั่นไหว ฟังเดอะสตาร์ไปพลาง ๆ หูยยย แต่รอบนี้เสียเยอะว่า แต่ก็ไม่กินทุน นับว่าโชคยังดีอยู่ ระหว่างที่เราเล่นไพ่กันอยู่นั้น พวกตีสามก็เข้านอนไปก่อนตามระเบียบ แล้วเราก็จำกัดเวลาเล่น(ถ้าไม่จำกัด มันจะไม่หยุดกัน) เสร็จแล้ว พวกตีสี่ครึ่งอย่างเรา ๆ ก็เข้านอนกัน

ตื่นเช้ามา เวลาประมาณเมื่อวานเลยอ่ะ เก้าโมงกว่าจะสิบโมง แต่เช้ากว่าหน่อย วันนี้ตื่นมาขี้ด้วยล่ะ เหนื่อยชิหายเลย แล้วหลินก็เข้าต่อ แถมทำส้วมเต็มอีกตะหาก อืม แล้วก็อาบน้ำ แต่งตัว เก็บของ ออกจากบังกาโล นั่งรถกลับคณะโดยสวัสดิภาพ แล้วก็ไปกินส้มตำสะพานหัวช้างกัน อิ่มแปร้เลย

สรุปคือ ทริปนี้ "ชิวสิ้นดี มีแต่จั่ว"

ศัพท์ประจำทริปนี้คือ : เจ้าต้องไม่หวั่นไหว