หลังจากที่เกิดอาการชาที่นิ้วก้อยและนิ้วนางข้างซ้ายมาร่วมสองเดือน
(ตายละหว่า จะสวมแหวนยังไง..แต่เอ..คงไม่ต้องมั้ง..สงสัยจะเคิ้น - -")
ถามหมอเก๋อแล้ว หมอเก๋อก็บอกว่า เป็นโรค ulnar nerv
ไป GP รักษาที่คลีนิคก็ไม่หาย คลีนิคส่งไปโรงพยาบาล
เพิ่งจะไปก็วันเนี้ย (เป็นมาสองเดือนแระ - -")
รพ. ที่ไปก็คือ The National Hospital For Neurology And Neurosurgery
อยู่แถว ๆ Russell Square ถิ่นเก่า ^ ^
เวลานัดตามใบนัดคือ 14.10 น. แต่กว่าจะได้เข้าพบหมอก็ปาเข้าไป 14.35 น.
แต่ไม่เป็นไร ให้อภัย เพราะหมอหน้าตาดี ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆ
หมอเค้าก็ถามประวัตินู่นนี่โน่นนั่น ตรวจประสาทหลายอย่าง
เช่น ให้เกร็งข้อมือ ข้อนิ้ว ไรเงี้ย พวกนี้ไม่ค่อยแปลกใจหรอก
เอาเข็มมาจิ้มแขน จิ้มนิ้ว ถามว่ารู้สึกมั้ย - -"
แต่นี่มีการตรวจสายตาด้วย แบบว่า มองเห็นบรรทัดล่างสุด (ตัวหนังสือเล็กสุด) มั้ย? เกี่ยวกันตรงไหนหว่า?
มีการตรวจเอาไฟฉายเล็ก ๆ มาส่องตาเราด้วย หน้าเรากะหน้าหมอแทบจะชิดกันอยู่แระ #^ ^#
หลังจากเช็คนู่นเช็คนี่แล้ว ก็สั่งให้เจาะเลือด T_T
เห็นในใบตรวจเลือด มีติ๊กเยอะแยะเลย ตรวจไรมั่งมะรู้ - -"
แล้วก็ให้ใบนัด แล้วก็จดหมาย ให้เราเป็นม้าเร็วไปให้หมอประจำตัวเราซะงั้น
((อ่านจดหมายแล้วหมอก็วินิจฉัยถูกนี่หว่า Ulnar Neuropathy เหมือนหมอเก๋อ
เด๊ะ แต่ทำไมไม่รักษาให้มันหาย ๆ ไปฟระ เป็นมา 2 เดือนแระ - -" ))
เราก็ไปเจาะเลือด ไอ่เราก็งอแงเหมือนตอนอยู่ไทยเดี๊ยะ ๆ
แต่พยาบาลไม่สนใจเลยว่ะค่ะ - -" งอแงไม่สำเร็จ T_T
เลยได้แต่กลั้นใจและหันหน้าไปทางอื่นตอนที่เค้าเจาะ
พอกลับมา เห็นหลอดที่ใช้เก็บตัวอย่างเลือดตั้ง 5-6 อันแน่ะ
เค้าบอกว่า เก็บเลือดเราไปแค่ 5 ช้อนโต๊ะ (ตั้ง 5 ช้อนโต๊ะแน่ะ !!!)
อ้อ หมอ((สุดหล่อ)) นัดตรวจในอีก 2 เดือนข้างหน้า วันที่ 18 มีนาคม น่ะ
เดินออกมาจากโรงพยาบาลก็โทรหาอุ๋มอิ๋ม
ไปกินข้าวเย็นกัน นั่งคุยกัน คุยไปคุยมา กลายเป็นติวอังกฤษให้มัน ฮาๆๆๆๆๆๆ
เต็มใจๆๆ อยากให้เพื่อนเก่ง ๆ เรื่องแค่นี้ จิ๊บจ๊อย ^ ^
กลับบ้านอย่างสวัสดิชิวตามเคย อิอิ