Wednesday, June 28, 2006

แถลงการณ์ ฉบับที่ 1

แถลงการณ์ฉบับที่ 1

เนื่องด้วย ข้าพเจ้า นางสาวกษมา ฉันทวัฒน์ มีภารกิจในการไปศึกษาต่อต่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในช่วงระยะเวลาแรก ประมาณ 1 ปี ในหลักสูตร Foundation Diploma for Postgraduate Studies อ่ะ ใช้เวลาประมาณ 10 เดือน ซึ่งจะเปิดเทอมในเดือน ตุลาคม แต่ด้วยความอ่อนด้อยภาษาอังกฤษของข้าพเจ้า ทำให้ต้องเรียนภาษาอังกฤษภาคฤดูร้อนเพื่อเตรียมความพร้อมอีก 6 สัปดาห์ ทำให้ต้องเริ่มเรียนในวันที่ 31 กรกฏาคม ทำให้ข้าพเจ้าต้องเตรียมตัวอย่างเร่งด่วนและจะเดินทางในวันที่ 25 กรกฏาคม 2549

จึงประกาศให้รับทราบโดยทั่วกัน
(มิตรสหายส่วนใหญ่ทราบแล้ว)

-----------------------------------

ประกาศด่วน และประกาศจับ

เพื่อนสนิทมิตรสหายกรุณามาร่วมชักภาพร่วมกะข้าพเจ้าในวันใดวันหนึ่งต่อไปนี้
วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฏาคม หรือ
วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฏาคม (รับจริง)
ไม่งั้นจะเสียใจ

Sunday, June 25, 2006

เอ่อ...

ไม่ได้หยิ่งจริงๆ มันยังไม่เจอะกับเขา

ไม่มีใครเอา มันเรยต้องเหงาเข้าใจ

หน้าต่างประตูมาดูยังเปิดเอาไว้ ให้คนที่อยากเข้ามา

กลางวันทำงาน กลางคืนนั่งทำใจ

เวลาเจอใครมีแฟนก็อิจฉา

คนดีคนใดก้อไม่เห็นมีมา ทำไมหายากเย็น เข็ญใจ

Tuesday, June 20, 2006

First Congratulation Ceremony Rehearsal

โอ้โฮเฮะ

วันนี้ซ้อมรับปริญญาวันแรกล่ะ ตื่นเต้นมาก โก๊ะมากด้วย

ออกจากหอแต่เช้าเลย กะว่าจะมาซื้อรองเท้าก่อน จะได้ซ้อมไว้ ๆ ให้ชิน ซื้อเสร็จ ได้เรื่องเลย เดิน ๆ ไป รองเท้ากัดซะงั้น กัดจนเท้าจะเป็นรูอยู่ละ กว่าจะเดินจากมาบุญครอง ถึง สทป นัดเจียร์กินข้าว แล้วก็ไปคณะ เท้าก็ระบมก่อน เลยแวะซื้อเทปกันรองเท้ากัดมา 1 คู่ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรอยู่ดี เดินไปอย่างลำบากแสนเข็ญ ยังกะคน "ขาโด๊ะ"

แล้วเราก็ค่อย ๆ ค่อย ๆ เดินไปที่หอประชุมจุฬาฯ เพื่อซ้อมพิธี นั่งฟัง นั่งดูวีดีทัศน์ นั่งฟังอาจารย์พูดขั้นตอนต่าง ๆ แล้วก็ถึงเวลาปฏืบัติจริง อืม ตื่นเต้นมิใช่น้อยเลยอ่ะ พอได้ลองเดินดูเองนี่ รู้เลย เร็วมาก ๆ "โตยบ่ตันเจ้า"


กลับมาที่หออย่างทุลักทุเลจากรองเท้ากัด

ทรมานจริง ๆ

Thursday, June 01, 2006

อิมแพ็ค

เมื่อวานเค้าไปงานมหกรรมเฉลิมฉลองที่ในหลวงทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ที่เมืองทองมาล่ะ

ตื่นแต่เช้า(ในรอบ..หลายเดือน) นัดกะอุ๋มอิ่ม กะไปขึ้นรถที่อนุสาวรีย์ ว่าจะนั่งรถตู้ ปรากฏว่า คนหนึ่งล้านแปดแสนคนกะลังต่อคิวรถตู้อยู่ แล้วก็มีคนจำนวนหนึ่ง ตกลงจะหารค่าแท็กซี่กัน ไอ่เราก็ไปแจมด้วย เออ ถึงเร็วดีแฮะ ถึงอิมแพ็คตอนประมาณ 11 โมง เดิน ๆ เดิน ๆ เดินกันเข้าไป จะใหญ่อะไรนักหนาเนี่ย แต่ก็ดีนะ ดีมาก ๆ เลย อลังการสุด ๆ เดิน ๆ พอเที่ยงปุ๊บ(เพิ่งเดินได้ 3 ห้องเอง) ก็ไปกินข้าว แล้ว แล้ว คนจะเยอะไปไหนเนี่ย แทบจะนั่งกินกันบนพื้นแล้วนะเนี่ย เพื่อนชั้นก็นะ สั่งอาหารแปลก ๆ มากิน มันเป็นอาหารอินเดียน่ะ เป็นโรตีกรอบ ข้าวอบหญ้าอินเดีย แล้วก็แกงอีก 1 ถ้วย ส่วนเรากินกระเพาะปลา (ราคาย่อมเยาที่สุดแล้ว) กิน ๆ เสร็จ ไปปฏิบัติภารกิจ(เดิน)ต่อ

เดิน ๆ อยู่ เพื่อนก็เกิดปวดท้องอาหารเป็นพิษ ผิดสำแดง ขึ้นมา โอ้ว สงสัยจะไม่ถูกกะหญ้าอินเดีย นานเหมือนกัน กว่าจะหาย แล้วเราก็ไปถ่ายวีดีโอถวายพระพรให้ในหลวงอ่ะ เขินเหมือนกัน เพราะเค้าบอกว่าจะออกทีวีด้วย (ยูบีซี 27) แล้วก็ออกมาเดิน ๆ ดู ๆ จนครบ ก็เป็นอันกลับหอ

โชคดีที่ทันรถเมล์ ได้นั่งด้วยล่ะ เลยสบายและประหยัดหน่อย ไปลงที่อนุสาวรีย์ปุ๊บก็กะจะนั่งรถเมล์ไปห้องค่ายเพราะนัดพี่เอาไว้ ตอนเดินลงสะพานลอยอนุสาวรีย์เนี่ย เห็นชาวบ้านเค้าต่อแถวยาว ๆ ไรวะ ลองมั่งดิ๊ ปรากฏว่า เป็นไอติมโคนที่สูงที่สุดอ่ะ ลองนึกภาพตามนะ มันจะเป็นไอติมสองสี (คล้าย ๆของเคเอฟซีน่ะ ที่มันเป็นสีขาวกะสีชอคโกแลตอ่ะ) ลอง ๆ กิน 15 บาท กินไม่ทันเว้ยเฮ้ยยย ละลายหมดเลย เกือบแย่ แถมรสชาดก็งั้น ๆ น่ะ ไม่อร่อย กินแล้วบอกต่อด้วย ว่า "อย่ามากิน อีกนะ" แล้วเราก็นั่งรถกลับหอด้วยความเหนื่อยเมื่อยล้า ไปกินข้าวสวนหลวงกะพี่เปาและพี่ตั๋น แล้วก็กะจะไปเอาแอลกอฮอล์เข้าร่างกายเสียหน่อย ก็เพื่อนชั้นมัน..นะ เอ่อ กิน ๆ อยู่ ฝนตกเลยอ่ะ ตกหนักซะด้วย แงว เลยต้องรอจนฝนหยุดตก แล้วค่อยไปที่ตักสุรา ระหว่างทางนั่งรถไป ก็ไม่ลืมที่จะฝากน้องสาวไว้ว่า "ถ้าปะป๊าโทรมาบอกว่าพี่เพลินหลับแล้วนะ เพราะเพิ่งกลับมาจากเมืองทองฯ เหนื่อยมาก ๆ" พอไปถึง นั่งคุย นั่งดื่มกันไปเรื่อย ๆ จนเค้าปิดร้าน ก็มึน ๆ กึ่ม ๆ นิดหน่อยอ่ะ ไม่เมานะ นาน ๆ ทีมีแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน แล้วสาวน้อยสองคนก็กลับหอกิ่งเพชรด้วยความช่วยเหลือจากพี่เปา
สรุปว่า ก็เป็นวันที่สนุก มีความสุข และเหนื่อยดีจัง


วันนี้ตื่นซะสายเลยเชียว กะว่าจะไปพันธุ์ทิพย์พลาซ่า แล้วก็ซื้อของเข้าห้อง ก็.. เอ่อ กว่าจะออกห้องก็เที่ยงแระ ไปกินข้าวพันทิป แล้วก็เดิน ๆ แล้วก็รู้สึกแปลกใจ เอ๊ะ ทำไมร้านแผ่นเกม แผ่นโปรแกรม มันพากันปิดหมดเลยวะ แถมไม่มีพวกยัดเยียด MP3 อีกด้วย เดินกลับออกไปประตูน้ำ(อยู่บนสะพานลอย) ก็เลยถึงบางอ้อ ที่แท้ เค้ามีอีเวนต์รณรงค์ลิขสิทธิ์กันหน้าพันทิปนี่เอง ว้า เสียเที่ยวเลย แย่ ๆ ๆ แล้วเราก็เดินไปที่บิ๊กซี ซื้อของกินใส่ตู้เย็น แล้วก็กลับหอโดยสวัสดิภาพ..

พอกลับหอ เห็นบิลค่าห้อง เอ่อ ค่าไฟกระฉูด แต่ไม่เป็นไร เด๋วแพนไป ค่าไฟก็ลดเองล่ะ (เพราะมันชอบบอกให้เปิดแอร์) สักพัก พ่อก็โทรมา บอกคะแนน IELTS อ่ะ ก็ดีใจอ่ะนะ ที่ผ่าน แต่ก็..ผิดหวังนิดหน่อยว่ะ เฮ้อออ..

reading 5.5
writing 6
speaking 6
listening 5.5
**overall = 6**

รู้ชะตากรรมแล้วไง กรูทำ reading ไม่ด้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ยังโชคดีนะเนี่ย ที่เค้าให้เรา 6 เลยปลอดภัยหน่อย ถ้าเค้าให้เรา 5.5 เนี่ย แย่เลย..

จากผลคะแนนที่ออกมา ทำให้สันนิษฐานได้ว่า เรามีความสามารถในการส่งสาร(เขียน พูด) แต่ไม่มีความสามารถในการรับสาร(ฟัง อ่าน) แล้วเราจะมีชีวิตรอดม้ายยยยยยยยยยยยยยยยยย

Sunday, May 21, 2006

จิตตก กะ IELTS

สอบ IELTS เสร็จไปเมื่อวาน

โว้ววววววววว ยากมากเรยยยยย โดยเฉพาะ Reading นี่ สุด ๆ เลย

"หมึน" เจ้าค่ะ

ช่วงเช้า สอบ Listening Reading และ Writing ตามลำดับ ก็พอถูไถไปได้แหละ เสร็จช่วงเช้า แพนแพนก็เอาอาหารมื้อเที่ยงมาส่ง เพราะแถวนั้นมันไม่มีไรกิน และก็ไม่รู้ว่าจะได้คิวที่เท่าไร เลยให้แพนเอาข้าวเที่ยงมาส่ง แล้วแพนแพนก็นั่งรอจนเราสอบเสร็จแน่ะ น่ารักที่สุดเลยยยยยยย แถมยังไม่ได้กินข้าวอีกตะหาก หลังจากออกจากห้อง Speaking มาได้อย่างทุลักทุเล ก็พาแพนแพนไปกินข้าว แล้วก็เอาของไปเก็บที่หอ แล้วก็ออกมาที่หอใน กะว่าจะไปกินข้าวกะน้องน้อยหน่าผู้เหงาหงอย โหย น่าจ๋งจ๋านที่ฉุดเยย อยู่หอคนเดียว พอไปถึง ปรากฏว่าหนูน้อยหน่าโทรมาบอกว่าจะกลับบ้าน แป่ว แหว่ว แหว่ว อีชั้นเลยมาเล่นเน็ตที่หอแก้เซ็ง แล้วก็นั่งรถกลับหอ กลับมาก็ไม่รู้ทำไร นั่งเล่นเกม และจิตตกเรื่อง IELTS เลยโทรไปจิตตกกะทิพย์ เฮ้อ อีกสองอาทิตย์ คะแนนก็ออกแล้วอ่ะ ถ้าไม่ผ่านทำไงดีวะเนี่ย?

เฮ้อออออออออออออออออออออออ

ปล.อยากดู Da Vinci Code อ่ะ เพื่อน ๆ

Tuesday, May 16, 2006

22 ปีบริบูรณ์

Happy Birthday to me to me

Tuesday, May 09, 2006

Ghost Game

เมื่อวานแบบว่าเก็บของที่หอในมาไว้ที่หอนอก..วุ่นวายจัง

ตอนเย็นไปกินข้าวกะอุ๋มอิ๋ม เพราะเพื่อน(ต่างเพศ)ของอิ๋มบอกว่าจะพาไปดู "ก้านกล้วย" รอบปฐมทัศน์ แต่จะพาไปแบบ "แอบพาเข้า" (เพราะเค้าทำงานหนังเรื่องนี้อยู่ด้วย) ไอ่เราก็อยากดู - อยากเห็น (พวกสอดรู้สอดเห็นก็งี้ล่ะ)

นัดกะอุ๋มอิ๋มไว้ตอน 18.30 ที่ลานน้ำพุ พารากอน แล้วค่อยขึ้นไปหาเพื่อนมัน ดูการแสดงบนเวทีสักพักชักหิว เรากะอิ๋มเลยทำเป็นสวีท (เน้น ทำเป็นสวีท) ไปกินข้าวกันสองคน (อึ๋ย สยอง ทุกทีแค่ล้อคนอื่นเล่น ๆ คราวนี้เอาจริง T_T) พอจะขึ้นไป ปรากฏว่า อ้าว เค้าเข้ากันไปหมดแล้ว แปว ทำไงดีเนี่ย ดูหนังมั้ยแก? ไอ่เราก็ อืม ดู ๆ หมู่นี้ชักเหงา ๆ แล้วเลือกเรื่อง ghost game เข้าไปปุ๊บ โล่งมากเลยอ่ะ เค้าคงดูกันหมดแล้วมั้ง? น่ากลัวมากเลยอ่ะ น่ากลัวดี นั่งบ้ากันสองคน ทำไมคนอื่นเค้าไม่เห็นกลัวกันเลยวะ แถมเรื่องนี้หลอนอีกอ่ะ คนที่ไปดูจะรู้ว่าเตียงในหนังน่ะ มันมีใต้เตียง คือ ใต้เตียงจะโล่ง ๆ อ่ะ ดันไปเหมือนกะหอเราอีก อีชั้นก็กลัวสิคะ ดันเจือกเป็นคืนวันที่ 8 ย่างวันที่ 9 อีกตะหาก นอนคนเดียวอีกด้วย เมื่อคืนเลยนอนดึกหน่อยอ่ะ แบบว่ากลัว งือ งือ

ตอนเช้าพ่อมาปลุกซะแต่เช้าเชียว ก็พ่อกะน้องยกพลขึ้นบกมาจากเชียงใหม่อ่ะจิ มาพร้อมทีวีซะด้วย เย้ ๆ จะได้ดูทีวีกะเค้าซะที วันนี้ก็ไม่ค่อยได้ทำอะไร ตอนบ่ายก็นอน เนื่องจากอากาศร้อน เลยไม่มีกะใจจะทำอะไร

Saturday, May 06, 2006

ภูมิใจดีมั้ยเนี่ย

เอ่อคือ

ใคร ๆ (คุณเจียรณี คนขี้คัน นั่นแหละ) เค้าก็บอกว่า เราคือ "เจ้าแม่ของเถื่อน"
ป่านนี้เค้ารู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วมั้งเนี่ย
ขนาดกระซิบกะอีป่าน ว่ากรูมีนั่นมีนี่นะ
น้องเนิ้งยังอุตส่าห์ตามมาหาเราถึงห้องอีกจนได้ T_T

..เราควรภูมิใจดีมั้ยเนี่ย..

จริง ๆ มันก็แค่นิ ๆ โหน่ย ๆ เองนา
ละครทีวี ซีรี่ย์เกาหลี คลิปต่าง ๆ นานาที่กะลังเป็นข่าว

เราก็ไม่ได้ทำไปเพื่อการค้าซักกะหน่อย ทำเพื่อความบันเทิงส่วนตัวและเพื่อน ๆ พี่น้อง
ก็ได้อานิสสงส์กันไปหลายคนจากคลิป ... and the king.

เพราะฉะนั้น ขอร้องเหอะ อย่าเรียกเราอย่างงี้เลย มันดูไม่ดี.. เด๋ววันดีคืนดี มีตำรวจมาจับเราจะทำไงดีล่ะ พวกแกอย่าลืมเอาข้าวผัดไปส่งเราด้วยละกัน..

Saturday, April 29, 2006

โยก ย้าย

ว่าจะเก็บของเตรียมย้ายของมาหลายวันแระ ไม่ได้เก็บซะที

คงต้องเก็บอย่างจริงจังละทีนี้

ก็พรุ่งนี้จะย้ายหอแล้วนี่นา
โอ้แม่เจ้า ทำไมข้าวของชั้นมันเยอะอย่างงี้นี่ นี่ขนาดขนไปเชียงใหม่รอบนึงแล้วนะ ยังมีอีกตั้ง 1 คันรถได้

นี่ก้อเที่ยงคืนกว่าละ กว่าอีชั้นจะตื่นก็เที่ยงนู่นน่ะ
แล้วมันจะเก็บทันได้ยางง้ายยยยยย

ไปอยู่หอนอก
คงเหงาเนอะ
คงต้องกินข้าวคนเดียว
คงต้องนอนคนเดียว
คงต้องเม้าท์คนเดียว (?)

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "ผีเขี้ยว" ตัวนี้จะอยู่ยังไงละเนี่ย เฮ้อ

เจียร์บอกว่า จะมาหาเราเป็นระยะ ๆ ดีใจจัง ^^ แล้วเค้าจะรอนะตะเอง

Sunday, April 16, 2006

สงกรานต์นี้ที่โคราช

เพิ่งกลับมาจากโคราชอ่ะนะ แบบว่าไปพักผ่อนที่บ้านพี่แอ๊นท์ที่โคราช

บอกว่าไปพักผ่อนก็ไปพักผ่อนจริง ๆ อ่ะแหละ เพราะวัน ๆ ก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย

กลับมาก็ refresh ตัวเองได้ในระดับหนึ่ง

ยังยืนยันนะ ว่ายังอยากไปเที่ยว ที่ไหนก็ได้ ไกล ๆ กรุงเทพหน่อยก็ดี
ถ้าเป็นป่าเป็นเขาจะยิ่งดีใหญ่

Sunday, April 09, 2006

ทริป ' จั่ว '

โอ๊ะโอ เพิ่งกลับมาจากทริปเนี่ย อิ่มแปร้เลย เหนื่อยด้วย แต่ก็รีบมาอัพสเปซก่อน อิอิ

เริ่มออกเดินทางวันที่ 7 เมษา จากคณะ ไปยัง ระยองชาเล่ต์ ออกจากคณะเป็นคันแรก แต่ดันถึงที่พักเป็นคันสุดท้ายง่ะ ก็ดันไม่รู้ทางนี่หว่า เลยงม ๆ ถามทาง อ่า พอถึงบังกาโลแล้วก็อาบน้ำอาบท่า มิสคอลให้ปะป๊าว่าถึงที่พักแล้วแล้วก็เล่นไพ่ เป็นอะไรที่สนุกและท้าทายมาก ใครแพ้ต้อง "ซิทอัพ" โดยจำนวนครั้งจะเพิ่มไปเรื่อย ๆ ตามตาที่เล่น เราเองก็โดนไป 2 ครั้ง แต่โดนตอนที่มันน้อย ๆ เจียร์ดิ โดนหนัก อิอิ เล่นได้สักพัก พี่บอลก็มาเป็นเจ้ามือป๊อกเด้งให้ สนุกสนานมาก แต่ในระหว่างนั้น ก็มีกลิ่นตดปริศนาคละคลุ้งขึ้น เหม็นมาก ๆ วงไพ่แตกเลยอ่ะ สรุปก็คือ ยังไม่รู้ว่าใครตด แต่มันบังอาจมาก ทุกคนได้รับอานิสงส์ถ้วนทั่ว แล้วส้มก็เป็นเจ้าต่อ เมย์ เจียร์ กะ ทิพย์ เป็นเด็กดี รีบเข้านอน (ต่อไปนี้จะเรียกว่า พวกตีสาม) ส่วนพวกที่เหลืออันได้แก่ เพลิน ส้ม แนน และหลิน (ต่อไปนี้จะเรียกว่า พวกตีสี่ครึ่ง) ก็ยังคงจั่วกันต่อไป ได้อารมณ์มากค่ะ เนื่องจากมี "เงิน" เข้ามาเกี่ยวข้อง (ตกลงกันว่าตาละบาท แต่หลังจากนั้นมันมากกว่านั้น) เชื่อมั้ยเนี่ย เพิ่งเคยเล่นป๊อกเด้งอย่างจริงจังและถูกต้องก็ครั้งนี้เป็นครั้งแรกแหละ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเข้าใจเลยว่า สองเด้ง สามเด้ง ห้าเด้ง มันหมายความว่ายังไง แล้วก็ไม่เคยเล่นกินตังค์ด้วย ส้มเป็นเจ้าค่ะ เล่นไปเล่นมาอย่างเมามันส์ จนเสียงดังไปแปดทิศ ทันใดนั้น ... ปะป๊าก็โทรเข้ามา เกิดอาการแตกตื่นเล็กน้อย แล้วเราก็บอกให้ทุกคนเงียบพร้อมกับทำเสียงง่วงนอนรับโทรศัพท์ แล้วก็วาง กลับมาเฮฮาต่อ แล้วก็เข้านอนตอนตีสี่ครึ่ง

เช้ามา ตื่น เก้าโมงแน่ะ รีบล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็รีบไปกินข้าวเช้าก่อนที่เค้าจะเก็บตอนสิบโมง กินข้าวเช้าเสร็จ ก็มานั่ง ๆ นอน ๆ กลิ้ง ๆ ดูทีวีอยู่ที่บังกาโล ตอนเที่ยงก็ออกไปกินข้าวเที่ยงอีกละ กินเสร็จก็กลับบังกาโล แล้วก็มีกลุ่มทรายมาเยือน และ ออม ขอเป็นเจ้า หลายขามาก ๆ สนุกสนาน สงสัยช่วงนั้นจะมือขึ้นขั้นสุดยอด ได้มาหลายสิบบาทเหมือนกัน เล่นไปเล่นมา ได้เวลากินข้าวเย็นอีกแระ วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร "พวกตีสี่ครึ่ง"ก็เล่นไป(ยังคงไม่อาบน้ำตั้งแต่เช้า) พวกตีสามก็นั่งดูทีวี อ่านหนังสือ ทำอะไรต่อมิอะไรไป สักพัก ก้อไปเล่นน้ำทะเลกัน ข้าพเจ้าก็ไม่ได้เล่นกะเค้าอีกตามเคย เนื่องจากเป็นวันแดงเดือด พอเล่นน้ำทะเลเสร็จก็ขึ้นมากินข้าว เอ๊ะ ไม่ใช่สิ สูบข้าว กับข้าวบนโต๊ะหมดเร็วยังกะแร้งลง แล้วก็กลับเข้าบังกาโล อาบน้ำอาบท่า แล้วพวกตีสี่ครึ่งก็ตั้งหน้าตั้งตา "จั่ว" กันไม่หวั่นไหว ฟังเดอะสตาร์ไปพลาง ๆ หูยยย แต่รอบนี้เสียเยอะว่า แต่ก็ไม่กินทุน นับว่าโชคยังดีอยู่ ระหว่างที่เราเล่นไพ่กันอยู่นั้น พวกตีสามก็เข้านอนไปก่อนตามระเบียบ แล้วเราก็จำกัดเวลาเล่น(ถ้าไม่จำกัด มันจะไม่หยุดกัน) เสร็จแล้ว พวกตีสี่ครึ่งอย่างเรา ๆ ก็เข้านอนกัน

ตื่นเช้ามา เวลาประมาณเมื่อวานเลยอ่ะ เก้าโมงกว่าจะสิบโมง แต่เช้ากว่าหน่อย วันนี้ตื่นมาขี้ด้วยล่ะ เหนื่อยชิหายเลย แล้วหลินก็เข้าต่อ แถมทำส้วมเต็มอีกตะหาก อืม แล้วก็อาบน้ำ แต่งตัว เก็บของ ออกจากบังกาโล นั่งรถกลับคณะโดยสวัสดิภาพ แล้วก็ไปกินส้มตำสะพานหัวช้างกัน อิ่มแปร้เลย

สรุปคือ ทริปนี้ "ชิวสิ้นดี มีแต่จั่ว"

ศัพท์ประจำทริปนี้คือ : เจ้าต้องไม่หวั่นไหว

Friday, March 24, 2006

ง่า ง่า ง่า

ง่า ง่า ง่า

ไม่ค่อยได้อัพสเปซเลย เพราะชีวิตประจำวันของหนูเพลินก็เป็นเหมือนๆ เดิมทุกวั๊น ทุกวัน ตื่นเช้ามาก็ไปเรียน บ่ายก็กลับมาพักผ่อน นอนเล่น อ่านหนังสือบ้าง ฟังเทปบ้าง ตกเย็นก็ออกไปเรียนอีก ก็มีอยู่แค่เนี้ย

เมื่อวานค่อยดีหน่อย เป็นวันเกิดคุณ หะ-แมม หนูเพลินก็เลยได้ออกไปเปิดหูเปิดตากับเพื่อน ๆ ไปกินข้าวด้วยกัน ตอนเที่ยงกิน โอโตย่า แล้วก็ไปเดินเล่น จองห้องเกะ ที่สยามพารากอน รอเพื่อน ๆ และเจ้าของวันเกิดมาร้องเกะด้วยกัน แล้วก็ไปกินข้าวเย็นด้วยกัน คุณ หะ-แมม อยากกินซิสเลอร์ เล่นเอาซะอิ่มแปร้เลย ปิดเทอมนี้ว่าจะลดน้ำหนักซะหน่อย ชอบมีอะไรมาขัดขวางอยู่เรื่อยเลย แง่ม

กลับมาก็ให้คุณ หะ-แมม ดูดวงให้ โอ้ว พระเจ้า จะแม่นอะไรขนาดนี้ แม่นจนน่ากลัวเลยทีเดียว สยองอ่ะ สาธุ อย่าทำร้ายกันอย่างงี้เลยยย (เค้าป่าวว่าคุณ หะ-แมม นะ เค้ากลัวความจริงบางอย่างที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่างหาก) หลังจากนั้น ก็มีการรวมตัวกันของมหาชน และทำการ "แชทนรก" กัน ไอ้เราที่ไม่ค่อยปกติอยู่เลยอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง เฮ้อ มีอะไรให้คิดมากอีกแล้วคืนนี้

วันนี้เพิ่งไปงานคอมมาร์ท ที่ศูนย์สิริกิติ์ มา ไปกะน้องน้อยหน่าโดนน้องสาวบังเกิดเกล้าสั่งให้ไปซื้อ Handy Drive ให้มัน พอกไปช็อปปิ้งด้วยกัน เลยเริ่มรู้ว่า น้องน่ะ "เค็ม" ได้ที่เลย และจากงานนี้ "คุณนายเค็ม" ก็ได้ที่ชาร์จแบตและถ่านชาร์จมาด้วยความเค็มส่วนตัว "คุณนายเค็ม"รู้สึกดีใจมากที่ซื้อถ่านชาร์จได้ในราคาถูก แถมยังตัดใจเจียดเงินที่ได้รับจากการสอนพิเศษมาซื้อ talking dict รุ่นเล็กกะทัดรัดอีก ยัง ยังไม่หมด เท่านั้นยังไม่พอ คุณนายยังอุตส่าห์ต่อเค้าอีก เฮ้อ คุณน้ายยขา จะเค็มไปถึงไหนค๊า (ล้อเล่นน่ะ น้องน้อยหน่า อย่าว่ากันนะ อิอิ) อ้อ ได้ของให้ตัวเองบ้าง ได้ USB Hub มาฮ่ะ ตั้งใจไว้ว่าจะต้องหาแบบที่ถูกกว่าพันทิพย์ให้ได้ แล้วก็ได้ถูกกว่าจริง ๆ แฮ่ ๆ

ปล ตอนนี้เราเปิดเน็ตทั้งวัน แต่ตัวเราไม่ค่อยอยู่ ก็เราตั้งหน้าตั้งตาโหลด "แดจังกึม" มาไว้เป็นสมบัติของตนเอง เพราะอีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้า เราก็จะไม่สามารถมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเยี่ยงนี้อีกแล้น

Thursday, March 09, 2006

ได้ ได้ ได้

วันนี้ตื่นแต่เช้า 9 โมง ก็เช้าอ่ะแหละ ตื่นขึ้นมาก็ทำการบ้าน IELTS อย่างสนุกสนาน แล้วก็ไปคณะ ไปเอาเข็มขัดจากดาว แล้วก็ไปเตือนความจำอาจารย์ แล้วก็ไปเรียน

อ้อ วันนี้เป็นวันที่เรียน IELTS 4.3 วันสุดท้าย เอ้อ จบแล้วเหรอ ยังรู้สึกสนุกอยู่เลยอ่ะ ^_^ สนุกที่ได้เรียนกะเพื่อน ๆ โดยเฉพาะกะน้อง ไททู่ จริง ๆ เจ้าเด็กคนนี้มันชื่อ TiTle หรอก ลักษณะเด่นประจำตัวของหล่อนก็คือ ลำตัวขนาดเล็ก หลากหลายสีสัน บางวันมีเขา บางวันไม่มีเขา เอ๊ะ ยังไง จริง ๆ ก็คือ ตัวเล็ก ๆ (สูงไม่ถึงไหล่ของเราอ่ะ ตาเล็ก ๆ ใส่แว่น ชอบแต่งตัวเป็นที่สุด เอาเป็นว่าเดาไม่ถูกละกัน ว่าวันนี้หล่อนจะใส่ theme อะไร บางวันหล่อนก็มาในคราบฮาโลวีน บางวันหล่อนก็มาในคราบเซเลอร์มูน (นึกออกป่ะ มีซาลาเปาคู่บนหัวค่ะ ) เอาไปเอามา เหมือนดูแลเด็กเล็กอีกคนนึงเลยเชียว เพื่อนคนนึงบอกว่า ซาลาเปาบนหัวหล่อนนั้น เป็นตัววัดความ crazy ของเธอ 555

แล้ววันนี้ก็ไปเล็งๆ มือถือกะปะป๊า แล้วก็ไปหาหอที่จะอยู่ตอนเดือนพฤษภา ตอนแรกไปที่หอหลิน เป็นที่แรกเลย เพราะติดใจ และสะดวก แต่แบบว่า เต็มค่ะ ต้องรอหลายสิบคิวแน่ะ โอ๊ย ไม่ไหว ๆ เลยเดิน ๆ ไปใกล้ ๆ มีว่างตอนช่วงที่เราจะไปอยู่พอดีเลย สะดวกไม่แพ้กัน น่าจะปลอดภัยด้วย เลยวางมัดจำไป

เดินกลับมาที่มาบุญครอง แล้วก็กลับหอ มากินข้าวกะคุณอิ๋มแล้วก็กลับมาเรียนนี่แล

พรุ่งนี้ต้องไปทำ Field Sem ให้จบให้สิ้นกันเสียที ตอนบ่ายสามนะเพลิน ตื่นให้ทันนะ อิอิ

Monday, March 06, 2006

เลี้ยงรุ่น (ที่ไม่ได้ไป)

เมื่อวันที่ 4 มีนาที่ผ่านมา เพิ่งจัดเลี้ยงรุ่น Demon'29 ไป เราก็อดไปตามเคยน่ะแหละ มีอย่างที่ไหน จัดช่วงที่เด็กแพทย์ว่างกัน เปิดเทอมวันจันทร์ เล่นเอาวันเสาร์ซะเลย เออดี ไม่อยากให้ไปก็ไม่ไปวะ คนที่อยู่ กทม. ไม่มีใครไปได้เลยอ่ะ เซ็งจิต

เอ่อคือ แบบว่า นี่ก็ 10 ปีแล้วนะ ที่เรารู้จักกัน เป็นเพื่อนกัน ผูกพันกัน รักพวกแกว่ะ รู้สึกว่ามีเพื่อนอยู่ทุกอาชีพเลย ไม่ว่าจะเป็นหมด เภสัชกร นักจิตวิทยา คุณครู นักบริหารธุรกิจ วิศวกร อื่น ๆ อีกมากมาย

แอบเศร้าใจที่ไม่ได้ไป

Friday, March 03, 2006

อ๊ะ จบแล้วเหรอเนี่ย

โอ้ว แล้ววันนี้การสอบวิชาสุดท้ายใน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เสร็จสิ้นลง แล้วก็คงจะเป็นวันเกือบสุดท้ายที่จะได้ใส่ชุดนิสิต.. เร็วว่ะ

กว่าจะสอบเสร็จเอาแทบแย่แน่ะ ก็เมื่อคืนเพิ่งจะ "เริ่มแตะ" ชีทวิชานี้ เริ่มเมื่อตอนสี่ทุ่ม เสร็จเอาตอนตีสามเกือบตีสี่ ทามปายด้ายยยยยย ละตอนสอบนะ ข้อสอบมี 3 ข้อ นั่งนิ่งอ่านโจทย์อยู่พักใหญ่ ๆ สักพักก็สามารถเขียนออกมาได้ยาว ๆ เลย 2 ข้อ ข้อละ 2 หน้าอีกข้อนึงเขียนไม่ถึงหน้า ก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปตอบนี่หว่า เพิ่งอ่านเมื่อคืนนะเฟ้ย..อาจารย์จะรู้กะเราด้วยมั้ยเนี่ย
-_-"

อุตส่าห์สอบเสร็จแล้ว ยังต้องไปเรียนภาษาอังกฤษที่บริติช เคาน์ซิล อีก การบ้านก็ยังไม่ได้ทำ ปั่น ๆ ๆ ได้กะตึ๋งนึง อ๊ะ ได้เวลาเรียนแล้วนี่หว่า อืม วันนี้นึกว่าจะได้เรียนไรสบาย ๆ คลายเครียดหน่อย ปรากฏว่า โอ๊ย reading นรก อ่านยากเหมือนกัน เรียนเสร็จเลยรีบกลับหอ เดินผ่านมาบุญครอง ได้รองเท้าผ้าใบมาคู่นึง ยังไม่ทันไรเลย เสียตังซะแระ

เด๋วคืนนี้ว่าจะไป "เปิดหูเปิดตา" ซะหน่อย สอบเสร็จแล้ว ขอหน่อยเหอะ จะเชื่อเรามั้ยเนี่ย ว่าเราไม่เคยไป "เปิดหูเปิดตา" เลย อยู่มา 4 ปีก็เพิ่งจะได้ไปคืนนี้แหละ อ๊ะ ๆ เค้าไม่ได้โกหกตะเองนะ เค้าไม่เคยจริง ๆ

ปล. เพิ่งกลับมาแหละ ขอลงเวลาไว้หน่อย 01.45 น.

Saturday, February 18, 2006

จะจบกันแล้วนี่ ขอบิ๊วหน่อย

เห็นใครๆ เค้าเขียนถึงเพื่อน ๆ กันเก่ง ๆ กันทั้งนั้นเลย

อยากเขียนมั่งอ่ะ

อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะจบกันแล้วเนอะ เวลานี่มันเดินผ่านไปเร็วจริง ๆ ไอ้คำที่รุ่นพี่เคยพูดไว้เนี่ย ..สี่ปีนี่มันเร็วมากนะ อยากทำไรก็ทำซะ.. เชื่อจริง ๆ เลยก็ตอนปีสี่เนี่ยแหละ ยิ่งตอนนี้ นับถอยหลังอีกไม่เกินสองอาทิตย์ก็จะสอบเสร็จกันแล้ว ต่างคนก็จะมีทางเดินของตัวเองแยกย้ายกันไป คิด ๆ แล้วก็ใจหายเนอะ

เราเข้าคณะนี้มาแบบไม่รู้จักใครเลยอ่ะ มาแบบโก๊ะ ๆ จำได้ว่าวันแรกที่มาคณะนี้ ใส่เสื้อตัวใหญ่โคร่ง รองเท้าผ้าใบ สะพายเป้ โอ้ว..คิด ๆ แล้ว ทำเข้าไปได้ไงวะนั่น หันกลับไปดูตัวเองแล้วโคตรขำเลย แล้วเราก็ได้มาเจอเพื่อน ๆ ที่น่ารักอีก 7 คน ร่วมหัวจมท้ายกันมาตลอด


00 หลิน ยุดยา.. เพื่อนคนแรกของเราในคณะ จำได้ว่าตอนนั้นรอสัมภาษณ์อะไรซักอย่างเนี่ยแหละ ถามชื่อกัน มีการถามว่า "ชื่อ ศิระธร เพราะใช่มั้ยล่ะ?"
00 เจียร์ ดอนเมือง.. เพื่อนร่างใหญ่ที่น่ารักเสมอ (น่ากอดด้วย) บางทีมีกัดกันบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้โกรธกันจริงจัง ชอบเป็นโรคคัน ๆ ให้เกาหลังบ้าง เกาแขน เกามือ สารพัด
00 ส้ม สี่มุมเมือง.. เพื่อนตัวเล็ก ๆ ที่ขำ ๆ ทำให้เราหัวเราะได้เสมอ โก๊ะ ๆ พอกันเลย มีดาราในดวงใจเป็นนักร้อง boy band
00 แนน อ่อนนุช..เพื่อนที่เราว่าสวยที่สุดในกลุ่ม เจ้าตัวยอมรับมั้ยจ๊ะ ?? สามารถชวนไปกินได้ทุกเมื่อ เรื่องกินขอให้บอก
00 ย้ง คลองถม.. เพื่อนที่เราไม่รู้จะอธิบายยังไง บรรยายยากว่ะ แกแนวมาก เคยดูดวงให้ครั้งนึงแน่ะ บังเอิญแม่นแฮะ ไว้เราดูให้แกอีกดีมะ?
00 เมย์ บางบัวทอง.. เพื่อนที่ให้คำปรึกษาดี ๆ พบกันทุกครั้ง ณ ละครนิเทด และ ละครถาปัด เธอนิยมอะไรแนว ๆ ที่เรามองว่า เออสวยดีว่ะ
00 ทิพย์ เมืองนนท์.. เพื่อนที่ทำให้เราขำในท่าทางของเธอ และติดคำพูดของเธอมาใช้หลายคำมาก ติดกันไปติดกันมาตลอด ทุ่มเทกับสัตว์เลี้ยงที่ชื่อ "จุ๊กกุ๋ย"

อุ๋มอิ๋ม .. เพื่อนที่แสนดีของเราเสมอ เป็นที่ปรึกษาเวลาแบบว่า เออนะ อืม ตอนนี้แกก็ปี 3 แล้ว เด๋วแกก็จบตามเรามาเองแหละ ระหว่างเราคงไม่ต้องพูดไรมาก แค่มองตาก็เข้าใจ จริงมั้ย?


และเพื่อน ๆ กลุ่มพันธมิตร เพื่อนที่คณะ เพื่อนที่หอ ฯลฯ

ขอโทษเพื่อน ๆ ที่เราเคยทำอะไรให้เคือง โกรธ หรือน้อยใจอะไรก็แล้วแต่ ด้วยความบ้า ๆ บวม ๆ บ๊อง ๆ ของเราแบบนี้
ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่มอบมิตรภาพ ความช่วยเหลือ และความหวังดีให้เราตลอดมา

OOO UNTIL WE MEET AGAIN OOO

Thursday, February 16, 2006

แอบมาอัพ

เอ่อ จะว่าไปก็ไม่ค่อยว่างซักเท่าไรนะ แต่ก็นะ อยากอัพอ่ะ ครายจาทามมาย

ก็นะ มะได้มาตั้งหลายวันแน่ะ คิดถึงช่ายม้า..

แบบว่าวันนี้มาเพื่อพรีเซนต์ workshop (ที่เฝ้าหลอกหลอน) ก็ยุ่ง ๆ น่ะแหละ ปั่นงานนั้นงานนี้ ร้อนก้นไปหมดแล้วเนี่ย นี่ยังไม่เสร็จหรอกนะ นั่นน่ะ แค่พรีเซนต์เจ๋ย ๆ เดี๋ยว final report จะตามมาหลอกหลอน

..สุขสันต์วันวาเลนไทน์(ย้อนหลัง) นะทุกคน..

วาเลนไทน์ที่ผ่านมาก็เป็นเหมือนทุก ๆ ปีที่ผ่านมา แถมเศร้ากว่าเดิมอีกแน่ะ ต้องทำงานสารพัดอย่าง ถึงขั้นกินข้าวคนเดียวบนห้องด้วย อะไรจะเศร้าขนาดน้านน ไหนจะพรีเซนต์ Field sem ไหนจะต้องไปเรียนบุ๊ดดิ๊ส ติ๊ดชึ่งอีก ต้องรีบกลับมาดูนางบาปตอนจบอีก ต้องเตรียมพรีเซนต์เวิร์คชอปอีก


เมื่อวานก็หงุดหงิดพอสมควรแหละ ก็ไอ้เรื่องพรีเซนต์เวิร์คชอปน่ะ มะพูดถึงละ วันหลังหนูเพลินจะควบคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้แล้วค่า แหะ ๆ ขอโทษคุณอาจารย์ท่านนั้นด้วยละกัน แบบว่า ของขึ้นน่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจน้า.. ว้า แย่จัง..

อ้อ วันนี้จะไปปฏิบัติธรรมเป็นวันสุดท้ายแล้วล่ะ ดีจายจัง จะได้จบได้สิ้นกันซะที

..................
เตือนตัวเอง : ทำ Inter Bus ซะทีเด่ะ จะพรีเซนต์แล้วนา

Friday, February 10, 2006

มาแต่งงานกัน

หลับตาก็เป็นภาพเธอ ตื่นมาก็คิดถึงเธอ

...คอมจ๋า มาแต่งงานกันเถอะ ช่วงนี้เราใกล้ชิดกันมากเลยนา หายใจเข้าก็เฮ้อเธอ หายใจออกก็เฮ้อเธอ นอนก็นอนด้วยกัน ตื่นขึ้นมาก็เจอกันอีกแล้ว..หลับคาคอมมาหลายคืนแล้วอ่ะ ช่วยไม่ได้นี่เนอะ...

แฮ่ ๆ ช่วงนี้งานยุ่งมากน่ะ หลายวิชามาก ๆ จวน ๆ จะต้องส่งทั้งนั้น รุงรังชิบป๋งเลย

บ่นมาหลายอาทิตย์ละ ก็ยังไม่เสร็จซะที

เออ นึกขึ้นได้ เพิ่งไปวัดมาแหละ ไปนั่งปฏิบัติธรรม อ๊ะ ไม่เชื่ออ่ะดี๊ ปายเจง ๆ ไปเพราะวิชา บุ๊ดดิ๊ส ติ๊ดชื่ง แปลกหรืออุปาทานไปเองก็ไม่รู้ว่ะ วันแรกนะ ห้องก็ห้องแอร์ มืดด้วย ไปสายอีกตะหาก ตอนที่เค้าให้นั่งสมาธิอ่ะ กะว่าจะหลับเอาแรงซะหน่อย มะได้นอนมาหลายคืนละ เหมือนรู้สึกร้อน ๆ ยังไงชอบกล แถมเหน็บกินโคตรเร็วเลย สงสัยว่าเราจะบาปหนาเกินไปเสียแล้วสิ ห้องนะ มืดก็มืด เย็นก็เย็น ดันหลับไม่ลงเสียนี่ เสร็จแล้วก็ไปหาไรกินแถว ๆ นั้นพอวันนี้ไปเป็นวันที่สอง(เค้าให้ไปสามครั้ง ก็อุตส่าห์เอาซะอาทิตย์สุดท้ายเลย เหอ ๆ ) ไปได้แป๊บนึง เค้าก็ให้เลิกนั่ง แล้วมานั่งฟังธรรมแทน น่าหลับชามัดเลย งือ งือ ก่อนกลับก็หาอะไร ๆ ที่เยาวราชกินซะหน่อย มะได้กินตั้งนาน เดินไปเดินมา น่ากินหลายร้านเหมือนกันแฮะ

Monday, February 06, 2006

ติดทีวี

ปล่อยบล็อคว่าง ๆ มาอาทิตย์นึงแน่ะ แย่จังเรา

ช่วงนี้กะลังเห่อทีวีออนไลน์ เนื่องจากอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเสถียรมั่กมาก เลยติดละครใหญ่เลย คราวนี้ติดเรื่อง "สะใภ้พาร์ทไทม์" ที่มีพี่นก-ฉัตรชัยเล่นคู่กะจอย-ศิริลักษณ์ สนุกดีอ่ะ สั้นมากเรยยยย คาดว่าวันศุกร์หน้าน่าจะอวสานอ่ะ ดูไปอมยิ้มไป พี่นกเรื่องนี้น่ารักจัง มาเล่นบทกุ๊กกิ๊กได้น่ารักมาก ๆ เลยอ่ะ แบบว่า ไม่ค่อยได้เห็นพี่นกเล่นบทแบบนี้อ่ะ รู้สึกชอบจัง

ช่วงนี้อยู่ในช่วง "ปั่นงานจนหัวปั่น" ไหนจะเพิ่งไปสุพรรณบุรีกลับมา ไหนจะมา "นั่งเทียน" เขียนเวิร์คชอป ไหนจะต้องนั่งดูละคร(ทั้งสด และทั้งเทป) แค่นี้ก็หมดวันนึงละ เป็นอย่างนี้มาหลายวัน

พักนี้มีแต่คนมาถามว่า ทำงานไร? เราก็ เอ่อ.. ยังไม่รู้เลยค่ะ ! ละจะให้ตอบยังไงล่ะ งานก็ยังไม่ได้สมัคร เรียนต่อก็ยังไม่ได้สมัคร เพราะยังไม่รู้ว่าจะเอายังไงกะชีวิต คิด ๆ ไปก็ปวดหัวดีอ่ะ ประมาณว่า ถึงทางแยกอีกแล้ว ทำไงดี จะไปทางไหนดี


เมื่อวานเพิ่งไปสอบ PRE- IELTS ฟรี ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ชิดลม มา ดูไม่น่ากังวลเท่าไรอ่ะ แต่ความห่วยด้านทักษะภาษาอังกฤษที่ยังแก้ไม่ตกก็คือ การฟัง เจ้าค่ะ ฟังยังไงก็ยังห่วยอยู่ดี เว้นไว้ตั้งหลายข้อส่วนที่เป็นการฟังน่ะ แอบด่าตัวเองว่า "หูหนวกอังกฤษ" หนวกไม่เท่าไร "ใบ้อังกฤษ" หนักกว่า ทำยังไงถึงจะแก้ได้ซะทีนะ จะตกก็ตกพาร์ทนี้แหละ เพราะ reading กะ writing ไม่น่าจะมีปัญหา สบายอยู่แล้ว อิอิ รอผลอีกประมาณเดือนครึ่งก็จะรู้คะแนน จะได้ซักเท่าไหร่น้ออ..แอบหวังอยู่เหมือนกันนะเนี่ย..

Sunday, January 29, 2006

ปัจฉิมนิเทศ

เฮ้อ เพิ่งกลับมาจากปัจฉิมนิเทศ นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่นที่ 35 ณ จังหวัด กาญจนบุรี

เหนื่อยดีแฮะ เหนื่อยชะมัดเลย อย่างกะเข้าค่ายลูกเสือเนตรนารีแน่ะ

เค้านัดกัน 07.00 ที่คณะ ไอ่เราก็อุตส่าห์ตื่นแต่เช้าซะดิบดี ตื่นตีห้ากว่า ๆ เพราะบูมหอชายเรียกให้ไปวิ่งด้วยกันวันบายเนียร์ ก็วันนี้วันบายเนียร์หอนี่นา ไม่เอาอ่ะ ไปปัจฉิมดีก่า อาบน้ำจัดกระเป๋ากันเด๋วนั้นเลย แล้วก็ไปเรียก "ไอ้คุณจิ๊บ" ปรากฏว่า she เพิ่งตื่นค่ะ รอรวมกัน "ไอ้คุณมิ้ม" อีก เอาไปเอามา กว่าจะได้ย่างเท้าออกจากเขตหอเนี่ยก็เจ็ดโมงพอดี ไปถึงคณะก็นึกว่าจะอกกันไปหมดแล้ว (จะได้ไม่ต้องไป ซะงั้น) ก็ใกล้ๆ จะออกมะรอมมะร่อแหละ แต่ช้าเพราะคุณ ๆ เจ้าหน้าที่คณะทั้งหลาย อืมม กว่าได้เคลื่อนล้อออกจากคณะก็ประมาณ 8 โมงกว่า ๆ ถึงนู่นก็เที่ยง กินข้าว ทำกิจกรรม ทั้งในร่มและกลางแจ้ง (รู้สึกเหมือนเรียนเนตรนารี) แบ่งกลุ่ม เป็น 7 กลุ่ม เพราะมี 7 ฐาน กลุ่มเราก็ "บ้าและฮา " ฮาตั้งแต่ชื่อกลุ่มเลย ชื่อกลุ่ม "เม่าสวย" สโลแกนประจำกลุ่ม "สาดดดดดดดดดดดดดดด" เวลาพูดต้องพูดติดกันไปทันที มิฉะนั้นจะได้ความหมายไม่ครบถ้วน

ดำเนินกิจกรรมฐานไปเรื่อย ๆ ที่บอกว่าเหมือนค่ายเนตรนารีก็เพราะ มีหลาย ๆ อย่างที่เหมือนกัน เช่น มีกำแพงเชือก มีสะพานเชือก ฯลฯ เหนื่อย แต่ หัวเราะเหนื่อยกว่า 555

ตอนเย็นพักสักแป๊บแล้วถึงแจกกุญแจห้อง (กว่าจะแจก..) แจกแล้วก็ให้ลงมากินข้าว แล้วก็เปิด VTR วีรกรรมระหว่างทางมาให้ดูกัน โคตรฮาเลยอ่ะ มีของเราด้วย T_T ตอนกลางคืนมีการเล่นเกม Jukebox ด้วยอ่ะ เค้าให้ส่งตัวแทนกลุ่มละ 2 คนออกไปเล่น เรากะเมย์ออกไปเล่น โจทย์แรกที่เราตอบคือ "สามโทน" รู้สึกว่าพอตอบไปปุ๊บ มีเสียงเฮกันลั่นห้องเลยว่ะ มันแปลกตรงไหนวะ เหมือนมันแปลกมากที่เราตอบได้..

กลับมาถึงห้องปุ๊บ อาบน้ำ แล้วเจียร์ก็นอน แถม(บังคับ?)ชวนให้เรานอนอีก ด้วยเหตุผลที่ว่า เด๋วเพลินไม่มีเพื่อนคุยแล้วก็จะหนีไปเล่นห้องอื่น แล้วเจียร์ก็จะนอนอยู่ห้องคนเดียว และกลัวสิ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ก็เลยนอนกันทั้งคู่ตั้งแต่ตอนนั้น

ตื่นเช้ามา สายเหมือนกัน กว่าจะอาบน้ำ กว่าจะลงไปกินข้าว แล้วก็ถึงเวลาที่เรียกว่า ปัจฉิมนิเทศ ของจริงกันแล้ว มีอาจารย์หลายๆ ท่านมาพูด ก็สนุกดี ยกเว้นอาจารย์คนนึง พูดไม่สนุกเอาเสียเลย ได้ยินอะไรแว่ว ๆ ว่า theory of choices สติก็ดับวูบลงไป แล้วก็มี พี่ ๆ รุ่น econ33 มาพูดให้ฟังเรื่องประสบการณ์ทำงานและแง่คิดต่าง ๆ ช่วยได้เยอะเหมือนกัน เสร็จแล้วก็เตรียมตัวเช็คเอาท์แล้วก็กินข้าว เตรียมตัวออกเดินทาง แล้วก็กลับถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ

ตอนเย็น เพลิน เมย์ เจียร์ แนน ไปกินส้มตำสะพานหัวช้างกัน "เลือดลาวพุ่งกระฉูดกันบ่อยนะแก.."

ปล. อ๊ะ เพิ่งเห็นว่าสเปซได้มีการปรับเปลี่ยนลุคเล็กน้อย ดีเหมือนกันแฮะ อิอิ