Monday, July 21, 2008

Wall-E




วันนี้ฤกษ์ดี ไปดู Wall-E กะพี่บัฟมา


Wall-E เป็นหนึ่งในหนังที่รอคอยเลยล่ะ รอคอยตั้งแต่ทำรายงานเรื่อง Pixar แล้ว พอมันเข้าที่อังกฤษ ก็ไม่รีรอที่จะซื้อตั๋วไปดู


วันนี้ออกจากบ้านสี่โมงกว่า ๆ ไปเจอพี่บัฟที่ KFC สาขาใกล้บ้าน แล้วก็เดินไปซื้อตั๋วหนัง หนังรอบทุ่มครึ่ง (ตอนนั้นตกลงกันว่าจะดูรอบทุ่มครึ่ง) ซื้อตั๋วเสร็จก็ลงมากินข้าว กินจนนั่งหง่าว เพราะยังไม่ถึงเวลาหนังฉายซะที - -"


ก่อนที่หนังจะฉาย เป็นธรรมเนียมของ Pixar (รึเปล่า?) ที่จะต้องมีการฉายหนังสั้น หนังสั้นที่นำมาฉายก่อนฉาย wall-e นั้นชื่อว่า Presto สนุกมาก ๆ เลยล่ะ กระต่ายบ้าอะไรกวนตีนชะมัด อิอิ มันก็เป็นเรื่องของนักมายากลกะกระต่ายที่แสนซนตัวหนึ่ง บังเอิ๊ญญ บังเอิญว่า กระต่ายมันหิวมาก ๆ ประกอบกับนักมายากลจะต้องขึ้นแสดงแล้ว เจ้ากระต่ายก็เลยไม่มีกะจิตกะใจทำงาน เลยป่วนเจ้านายเล่นซะงั้น

พูดถึง wall-e ดีก่า
เปิดฉากแรกมา เหมือนเป็นการปูพื้นว่า โลกเราในปี ค.ศ.28xx เป็นอย่างไร
มันเต็มไปด้วยขยะนั่นนู่นนี่ แล้วก็แนะนำตัวละคร wall-e ว่าเป็นหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่อัดขยะเป็นก้อนลูกบาศก์ นำไปเรียง ๆ กันจนเป็นตึกราม สภาพโลกในเวลานั้นน่าเหี่ยวเฉามาก พื้นดินแห้งแล้งและมีแต่ตึกก้อนขยะ ตัว wall-e เองก็ทำมาจากขยะชนิดต่าง ๆ แต่ทว่า มันเป็นหุ่นยนต์ที่ฉลาด จิตใจดี และมีเสน่ห์เหลือเกิน

ที่อยู่อาศัยหรือ "บ้าน" ของ wall-e นั้นเป็นโกดังเก็บสรรพสิ่ง
มีโทรทัศน์ มีรูบิก มีอะไหล่ของตัวมันเอง o_O
และเพื่อนตัวน้อยของมัน..แมลงสาบ - -"

จนมาวันหนึ่ง ก็มียานประหลาดมาลงจอดที่โลก wall-e นั้นก็ไม่รู้จัก เดินเข้าไปด้อม ๆ มอง ได้มีโอกาสเจอ eve และตกหลุมรัก แต่มันก็ต้องผจญภัยไปในยานอวกาศที่มีชื่อว่า Axiom ซึ่งเป็นที่ ๆ eve ทำงานอยู่ ทั้งคู่ต้องผจญอะไรต่าง ๆ มากมาย แม้กระทั่งการที่ความทรงจำของ wall-e จะต้องหายไป แต่ในที่สุด ด้วยสัมผัสและจุมพิตของ eve ก็ทำให้ความทรงจำของ wall-e กลับมาอีกครั้ง (ฝรั่งก็น้ำเน่าเป็นนะเออ..) ภารกิจก็ลุล่วง ทั้งคู่สมหวัง happy ending

หนังสนุกมาก ภาพสวย เนื้อเรื่องดี
เป็นหนังแนวแอ็คชั่น-ผจญภัย
โครงเรื่องง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน แต่กินใจอย่างสากลเชียวล่ะ
นั่นก็ดี นู่นก็ดี ดีไปหมดทุกอย่าง
ดีขนาดไม่น่าเชื่อว่า มันทำแมลงสาบให้น่ารักและน่าคบได้ - -"

Wednesday, July 16, 2008

Isle of Wight Day Trip

อุ๋มอิ๋มและพ่อ

Monday, July 14, 2008

อัพเดทชีวิต

เดือนกว่าแล้วที่ไม่ได้มาอัพเดท
มาอัพเดทกันหน่อยดีกว่า

1. ธีสีส ไปเรื่อย ๆ เขียนไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง ประมาณว่าคิดอะไรได้ก็เขียน
เลยตอบไม่ได้ว่า ถ้านับ progress ว่าได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็บอกไม่ถูกแฮะ
ซุปของชั้น..เธอคงยุ่งมากจริง ๆ คงไม่ได้ลงมาลอนดอนในเร็ว ๆ นี้แน่ ๆ เลย ทำต่อไปคนเดียวก็ได้วะ

2. Miss Moji 2008 กรี๊ดดดดดดดด ที่รักของช้านนนนนนนน มาแล้วๆๆๆๆๆๆ ตัวเป็น ๆ เลย ฮ่าๆๆๆ เธอพาพ่อมาแอ่วลอนดอนแหละ พร้อมกับมีจุดประสงค์แอบแฝง นั่นคือ การขนของที่ฝากไว้ที่ห้องเรากลับเมืองไทย เธอมากระซิบว่า สงสัยจะได้ ship กลับบางส่วนซะแล้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ

3. ดีใจกะมันด้วย ไอ้เด็กแพน นางสาวภณิดา ฉันทวัฒน์ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรปีการศึกษา 2550 เจ้าแพนมันได้ปริญญาบัญชีบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ดู ดู๊ ดู ดูมันทำ ทำไปด้ายยยยยย..

4. แคทรียา สาวไทยหัวใจคุ้กกี้ เธอยังอยู่ค่า ยังเป็น survival แห่งบ้าน Big brother UK ได้อยู่ เข้าใจว่า เธอไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครน่ะ บุคลิกเธอดูติงต๊อง ๆ และไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดจนเกินเหตุ

Sunday, June 08, 2008

Big Brother UK 2008 (9th year)

ฮ่า ๆ ปีนี้ตั้งใจว่าจะดู Big brother อย่างจริงจังแหละ
เนื่องด้วยปีนี้มีคนไทยเข้าไปอยู่ในบ้านด้วย
ไม่เชื่อล่ะเซ้ๆๆๆๆๆๆ

แต่ มันเป็นความจริง !
เธอชื่อ แคทรียา เป็นหมอนวดอยู่เมือง Kent
ด้วยความที่แปลกใจกับการที่คนไทยได้มีโอกาสเข้าไปในบ้านกะเค้าด้วย
เลยเป็นเหตุให้เพลินมาเฝ้าหน้าจอติดตามอย่างเพลิดเพลิน

เมื่อ 4 คนแรกเข้าบ้านไป Big brother มีภารกิจลับเฉพาะให้ เริ่มแรกเดิมทีเนี่ย มีชายหญิงคู่หนึ่ง เขาเป็นคู่ผัวตัวเมียกันมาก่อนแล้ว แต่ ! ภารกิจของ Big brother คือ ไม่ต้องการให้คนที่เหลือในบ้านรู้ว่าเป็นแฟนกัน แถมยังจับคู่ฝ่ายชายให้กับสาวเอ๊าะ ๆ คนหนึ่งอีกด้วย ภารกิจของทั้ง 4 คนก็คือ ทำยังไงก็ได้ไม่ให้คนที่เหลือระแคะระคายความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ หากระแคะระคายแล้วล่ะก็.. 4 คนในภารกิจนี้ก็จะโดนจับไปโหวตออกจาก public vote

โอ้ว ชักจะสนุกแล้วสิ

ปล. วันแรกที่ดูเนี่ย แคทารียาเธอดูเปิ่น ๆ ต๊อง ๆ ดี ฮาค่อดดดดดดดดดดดดด

Friday, June 06, 2008

ลาก่อน "ตลาดสามย่าน" ในความทรงจำ

ได้ข่าวว่า เค้าจะทุบตลาดสามย่านแล้ว แล้วให้ผู้ประกอบการทั้งหลายย้ายไปตลาดที่สร้างใหม่หลังสนามจุ๊บ แล้วหลังจากนั้น ตึกแถวบริเวณนั้นก็จะถูกเวนคืนโดยจุฬาฯ

คิดถึง จีฉ่อย ป่านนี้ป้า กะ ลูกแกจะเป็นไงบ้าง เด็กจุฬาฯจะซื้อของจากไหน ไหนจะใบซีอาร์ ไหนจะใบส้ม ตุ้งติ้งอีก ฮาๆๆๆๆ

คิดถึงวันเก่า ๆ ที่ไปกินข้าวกันที่ตลาดสามย่าน เป็นการเลี้ยงน้องที่ อิ่ม อร่อย ราคาประหยัด หรือจะเป็นการไปกินกันฉันท์เพื่อนพี่น้อง สนุกสนาน วันเก่า ๆ กับเพื่อนพี่น้องห้องค่าย หรือแม้แต่วันไหนหิวจัด ๆ เพราะเราสามารถมั่นใจได้เลยว่า จานเดียวอิ่ม ชัวร์ !!

คิดถึงอาหารตามสั่งจานโต สั่งไรได้ทุกอย่าง กินได้ทุกร้าน
เมนูสุดโปรดจำพวกสเต็กก็ มิกกิว ไก่อลาสก้า ดีไลท์ปลา

คิดถึงว่ะ อยากกลับไปกินทิ้งทวน ณ บัดนาวเลยทีเดียว - -"

Wednesday, May 28, 2008

สอบเสร็จแล้วว๊อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ในที่สุุดก็สอบเสร็จซะที
ทำไมมันเหนื่อยงี้วะ
ไม่มีเรียนแล้ว ไม่ต้องไปมหาลัย
เหลือแต่ทำโปรเจ็คอย่างเดียว
จะไหวมั้ยเนี่ยเรา - -"

Friday, May 16, 2008

16 พฤษภาคม :: My Birthday


สุขสันต์วันเกิดนะไอ้เพลิน
มีความสุขมาก ๆ
ที่สำคัญ มีกำลังใจเยอะ ๆ ให้ผ่านปริญญาโทนี้ไปให้ได้นะ..

Monday, May 05, 2008

Sunday, April 20, 2008

จู่ ๆ ก็คิดถึง..

ก็แหม..ออกจะใจร้ายไปสักนิด หากไม่เอ่ยถึงเพลงในดวงใจของค่ายอาสาสมัคร คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

4 ปีในชีวิตนิสิตเศรษฐศาสตร์ ได้มีโอกาสไปค่ายคณะกะเค้าครั้งเดียว ก็แหม ไม่มีใครมา seduce เราเหมือนค่ายหอนี่นา ! อย่างไรก็ตาม ค่ายนั้นเป็นค่ายที่เราประทับใจมาก พี่ ๆ หลายคนแปลกใจ ว่าน้องเพลินมาค่ายนี้ครั้งแรก แต่ปรับตัวได้เร็วมาก (หารู้ไม่..หนูเป็นสต๊าฟค่ายหอมาก่อนนะคะ อิอิ)

จากค่ายนั้น มีหลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างกะค่ายหอ ค่ายนั้นไม่มีไฟฟ้าใช้โดยแท้จริง ค่ายนั้นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือให้โทรหาดาร์ลิ้ง ค่ายนั้นได้มีความทรงจำดี ๆ กับรุ่นพี่คนหนึ่ง.. เค้าจะรู้ตัวมั้ยนะ..





ช่างรุ้งงาม...
สิ่งใดคือความรัก สิ่งใดคือหัวใจ
ที่คนเราเก็บใว้ให้กัน
อยากรู้คำตอบนี้ นิยามกันร้อยพัน
สิ่งใดคือความฝันอันงดงาม

แม้รักอยู่ปลายรุ้ง จะมุ่งไปให้ได้คว้า
อยากรู้ที่รุ้งงามมีสิ่งใด
ดอกไม้แห่งความรัก ที่แย้มบานและสดใส
อยู่ผืนแผ่นดินใดใจต้องการ

จึงค้นออกตามหา เดินมาไกลสุดแสน
เรื่องราวในดินแดนนี้มากมาย
ไม่พบคำตอบนั้น ความฝันช่างวุ่นวาย
ความรักมีมากมายไม่พบพาน

สิ่งใดคือความรัก สิ่งใดคือหัวใจ
ที่คนเราเก็บใว้ให้กัน
อยากรู้คำตอบนี้ เนิ่นนานเป็นร้อยวัน
สิ่งใดคือความฝันที่งดงาม

ตรงนี้อยู่ตรงนิ้ มีเธออยู่ในใจ
รุ้งงามเพียงใด ช่างรุ้งงาม
ดอกไม้แห่งความรัก ที่สดใสและงดงาม
เธอคือนิยามของคำตอบ

คือรักที่ตามหา เวลาที่เฝ้าคอย
ฝันเคยเลื่อนลอย กลับไม่ไกล
เก็บรักในวันนี้ มีเธออยู่ในใจ
รุ้งงามเพียงใด ช่างรุ้งงาม

ครั้งหนึ่งในชีวิตนิสิต : ค่ า ย ห อ

คิดถึงน่ะ เลยอยากจะเขียน blog ซะหน่อย

เราได้มีโอกาสก้าวเข้ามาในรั้วจุฬาฯ รั้วซีมะโด่ง พร้อม ๆ กันนั้น เราก็ได้เข้ามาร่วมชมรม "ค่ายหอ" หรือ "ชมรมค่ายอาสาสมัครหอพักนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" นั่นเอง

ในตอนนั้นน่ะ อยากเข้ามากกก ตอนเด็ก ๆ เคยดูทีวีแล้ว รู้สึกทึ่งกับพี่ ๆ ที่อาสาไปสร้างส้วม สร้างอาคารในพื้นที่ที่ห่างไกล พี่ ๆ เค้าคงมีอุดมการณ์น่าดูเลยเนอะ..

แล้วเราก็ได้มีโอกาสก้าวเข้ามาตรงจุดนี้..ค่ายแรกในชีวิต..ค่ายแรกในชีวิตนิสิต.. กับค่ายดอยติ้ว ต.ศรีภูมิ อ.ท่าวังผา จ.น่าน

ที่นั่นได้ทำให้เราลืมชีวิตสังคมเมืองไปเลยทีเดียว เหมือนได้อยู่ในโลกอีกโลกหนึ่งที่ทุกคนมีหน้าที มีอุดมการณ์ร่วมกัน และมีความสุขร่วมกัน เหนื่อยบ้าง แต่เราก็ไม่เคยท้อ มิตรภาพเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนกระทั่งที่เราไม่น่าเชื่อว่า บรรยากาศการนั่งรถไฟขาไปกับขากลับจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง..

วันนี้ ความคิดถึงค่ายมันมาเยี่ยม เลยเอาเพลงลงให้หายคิดถึงซะหน่อย..
เพลงซีรี่ย์ค่ายหอ 7 เพลง ที่ขึ้นต้นมาเราก็สามารถต้องตามได้อย่างอัตโนมัติ..จากวันนั้น..จนถึงวันนี้..


Friday, April 04, 2008

เชอะๆๆๆๆ

เชอะๆๆๆๆ
กลับกันไปให้หมดเลยนะ

ฮึ่ยๆๆ

Saturday, March 29, 2008

ไปส่งเพื่อน

..

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว ก็ได้ไปส่งเพื่อนกลับเมืองไทย 1 คน ก็คือ ทิพย์
มาปีนี้ อุ๋มอิ๋ม กลับบ้าง หลังจากมาเรียนภาษา (และช็อปปิ้ง) ได้เป็นเวลา 6 เดือนพอดิบพอดี

ไปส่งมันมา น้ำตาไหลเลยว่ะ
โชคดีนะเพื่อน กลับมาเร็ว ๆ ล่ะ

..

Friday, February 29, 2008

29 กุมภาพันธ์

วันนี้วันที่ 29 กุมภาพันธ์ นาน ๆ มาที..

อืม คิดไปคิดมา เราเกิดปีที่มี 29 กุมภาพันธ์เหรอเนี่ย.. เพราะเราอายุ(จะ) 24 ปีพอดิบพอดีในปีนี้แหละ หุหุ

จารึกไว้หน่อย 29 กุมภาพันธ์..

Sunday, February 24, 2008

Trip to Cotswolds

24/02/2008

ไป Cotswolds กับ อุ๋มอิ๋ม มาล่ะ จับทัวร์ของ Andersons ไป เนื่องจากไม่มีขนส่งมวลชนเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นรถ Coach หรือ train ก็ตาม

ออกบ้าน เจ็ดโมงครึ่ง เพื่อไปยังจุดนัดพบที่ Baker street ตอน 8.00 น. อุ๋มอิ๋มมาไม่ทัน เลยให้มันไปขึ้นรถที่ Earl's Court ตอน 9 โมง..แล้วเราก็เริ่มเดินทางออกจากลอนดอนกัน



จุดหยุดรถจุดแรกเป็นจุดให้เข้าห้องน้ำ ไกด์ทัวร์เราเป็นป้าแก่ ๆ คนนึง แต่ใจดีมาก น่ารักมากมาย ก่อนลงรถเขากำชับนักกำชับหนาว่า ห้ามซื้อกาแฟ ห้ามนั่งกินแซนวิช ให้เข้าห้องน้ำอย่างเดียว.. เด็กเปรตสองคนนี้ไม่ปวดห้องน้ำ แต่..หิวค่อด ๆ อ่ะ เลยหาแซนวิชกิน กะน้ำ 1 ขวด แบ่งกันกิน ก่อนเอาขึ้นรถก็แอบชำเลืองดูป้านิดนึง แต่เราไม่เลทนี่นา ฮิฮิ




Cotswolds นั้น จะให้แปลจริง ๆ ก็จะแปลว่า "ป่ากระท่อม" wold นั้นมาจากภาษาเยอรมัน "wald" แปลว่า ป่า ส่วน cots ก็แปลว่ากระท่อม บ้านช่องที่นี่จะสร้างมาจากหินพิเศษที่มีลักษณะเฉพาะ หลังคาก็จะเป็นลักษณะเฉพาะเช่นกัน ดูแล้วสวยงามมาก ๆ รู้สึกว่ามันช่าง antique จัง อยากมีอย่างงี้ซักหลัง ฮาๆๆๆๆ







Stow-on-the-wold เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่น่ารักมาก เดิน ๆ ดูแล้ว ส่วนใหญ่เค้าจะขาย painting แอนติก ๆ มีร้านเครื่องครัวเต็มไปหมด คงจะเป็นวัฒนธรรมของเขากระมัง




Bourton-on-the-water เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมอีกที่หนึ่ง ที่นี่เค้าปล่อยเราเดินเที่ยว 2 ชม. เราก็เดินไปรอบ ๆ เดินไปดูสวนนก Birdland เป็นที่แรกเลย ค่าเข้าตั้งหลายปอนด์แน่ะ เข้าไปก็เจอนกเพนกวินเป็นอย่างแรก เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอย่างใกล้ชิด ใกล้จริง ๆ นะ ดูมันอุ้ยอ้ายดีจัง หนาวก็ไม่หนาว ดันเดินลงน้ำซะเฉย ๆ น่าอิจฉาชะมัด - -" ..


Bourton-on-the-water

Birdland

Penguins

Flamingoes
ได้เห็นนกฟลามิงโกจริง ๆ ที่ไม่ใช่แค่ตุ๊กตาไม้ตั้งไว้ในสระของร้านอาหารต่าง ๆ ที่เมืองไทย


ถัดจาก Birdland ไปอีกหน่อยก็จะเป็น Maze หรือ เขาวงกต นั่นเอง เขาว่ากันว่า ถ้าเข้าไปถึงใจกลางได้ ก็จะเจอ goldenfly ก่อนจะเข้าไปถึงต้องไขปริศนารายทางให้ได้ก่อน ไอ่เราก็ไม่ใช่เจ้าของภาษา จะให้มาไขปริศนารูปภาพลับสมองประลองปัญญาก็ใช่ที่ เลยตั้งหน้าตั้งตาหาทางออกเลย วนไปวนมาอยู่หลายรอบ เดินชนฝรั่งกลุ่มเดิม ๆ ที่วนไปวนมาเหมือนกัน ด้วยความเอะใจและฉลาดปราดเปรื่องของอุ๋มอิ๋ม ทำให้เราหาทางออกได้ ได้เห็น goldenfly ได้ออกก่อนฝรั่ง native กลุ่มนั้น ฮ่าๆๆๆๆ น่าภูมิใจจริง ๆ ..



get lost in the maze


goldenfly

finally.. way out



ออกมาจาก Maze ปุ๊บ ก็เดินไป old new village เขาจำลองเมือง bourton-on-the-water ไว้โดยเมืองจำลองนี้มีขนาดเป็น 1/9 ของขนาดจริง ใช้หินที่สร้างบ้านแถวนั้นจริง ๆ ดังนั้น มันก็จะแลดูเก่าดึกดำบรรพ์ไปตามกาลเวลา เจ๋งดีๆ..

Giant Plearn

close-up



church

หลังจากเดินเที่ยวที่ Bourton-on-the-water แล้วเราก็เดินทางกันต่อ โดยนั่งรถไปที่ Burford ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ มีถนนเส้นเดียวตัดผ่าน ได้เข้าไปในโบสถ์ Parish Church ออกมาจิบ cream tea และ scone ติดใจมากกกก ในลอนดอนหากินยากมาก ๆ เป็น traditional food อย่างหนึ่งของอังกฤษ


scone with butter and jam


แล้วก็นั่งรถยาว กลับลอนดอนโดยสวัสดิภาพ..


.. จบการเดินทาง ..

Tuesday, February 12, 2008

ขอระบายหน่อยเหอะ - -"

นี่ก็เปิดเทอม 2 มาได้จะเดือนนึงแล้ว ตามธรรมเนียมก็ต้องจับกลุ่มทำ coursework

เนื่องด้วยเทอมที่แล้วเนี่ย นักเรียนทุกคนยังใหม่ต่อกัน จับกลุ่มกันไปงั้น ๆ ไม่มีใครสนิทกับใครเท่าไหร่ แต่หลังจากผ่านไปเทอมนึงแล้วเนี่ย เริ่มมีกลุ่มก้อนเป็นของตัวเอง สนิทกันมากขึ้น เม้าท์กันมากขึ้น แซวกันมากขึ้น จัดปาร์ตี้กันบ่อยมากขึ้น ฮาๆๆๆๆ

ก็ไอ้กลุ่มทำ coursework เนี่ยสิ ที่มีปัญหา จากเทอมที่แล้วที่ทำงานกลับเด็กไต้หวันคนนึง อืมมม.. ได้เรื่องเลยล่ะ เอามันมานินทาซะเลย ฮี่ๆๆๆๆๆ

เรื่องของเรื่องก็คือ เจ้าหล่อนชื่อ Emily เราได้จับพลัดจับผลูทำงานกับเจ้าหล่อน 2 วิชาด้วยกัน วิชาแรก มีสมาชิกในกลุ่ม 4 คน คือ Kasama(TH), Jay (TH), Dura(BRN) และ เจ้าหล่อน Emily(TW) วิชานี้คือ Analysis and Strategy for Marketing Communications คือ มันจะมีพรีเซนต์ 2 ครั้งน่ะ ครั้งละครึ่งเรื่อง เราก็แบ่ง ๆ งานกันไปทำ แล้วก็เอามารวมกัน (ตกลงกันไว้อย่างนี้ตั้งแต่แรก) ปัญหาก็คือ พอเค้าเอามารวมกัน เจ้าหล่อนไม่มีค่ะ - -" คือ ถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่า ยังไม่ได้ทำ หล่อนบอกพวกเราว่า ยังไม่เสร็จบ้างล่ะ ลืมเอามาบ้างล่ะ พอบังคับเข้า ๆ ก็เลยคาดคั้นจนรู้(ได้ด้วยตัวเอง.. เจ้าหล่อนไม่บอกหรอก เรื่องไรจะบอก) เป็นอย่างงี้จนถึง deadline ค่ะ เศร้ามาก - -"

อีกวิชานึง เศร้ากว่า เจอเด็กไต้หวันสองคน เจ้าหล่อน(เจ้าเก่า) และ กะเทย Allen (TW) 1 นาง โอ้โห ไม่อยากจะเซด Kasama กับ Dura ก็รับเคราะห์ไปตามระเบียบ T_T

วิชาที่ว่าก็คือ วิชา Advertising Management and Brand Delivery มีพรีเซนต์ครั้งเดียวตอนจบเทอม เรากับดูร่าก็ทยอย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ (แบบไม่ได้นัดกัน) มีการแจกแจงงานกันเรียบร้อย แล้วอีกวันก็ไปทำงานบ้าน Dura กัน
ตอนที่อยู่บ้าน Dura น่ะ เพลินกะ Dura ทำส่วนของตัวเองเสร็จแล้ว เลยได้แต่เซ็ง "นั่งเฉย ๆ" รอพวกหล่อนทำ "ส่วนของพวกหล่อน" แทนที่จะช่วยกันตรวจทานและเตรียมพรีเซนต์ วันนั้นเปื่อยได้ที่เลย 5 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม แล้ววันรุ่งขึ้นก็ต้องพรีเซนต์ T_T

ยังแสบไม่พออ่ะ เรามีคิวพรีเซนต์ 11.00 น. นัดกันตั้งแต่เมื่อคืนว่า 9.30 น. จะได้ซ้อม ๆ กัน ติติงกันได้ เก้าโมงครึ่งปุ๊บ มี Dura คนเดียว เรา late ไป 5 นาที แหะ ๆ รีบแทบตาย มี 2 คน - -" รอถึง 10 โมง โทรตามพวกหล่อน พวกหล่อนว่าไงรู้ป่ะ "I've just got up" โอ้วววว ประเสริฐดีแท้

คิดว่าหมดยัง อย่าแม้แต่จะคิดเชียว ยังๆๆๆๆ ยังไม่หมด พอถึงเวลาพรีเซนต์ เรียงตามลำดับ อลัน ดูร่า เอมิลี่ แล้วก็เรา อลัน พูดของส่วนของตัวเองไม่หมดอ่ะ โยนให้ดูร่า 1 สไลด์ ดูร่าก็งง ๆ แต่ก็รับลูก เพราะคิดว่าผิดพลาด พอเอมิลี่พูดบ้าง เจ้าหล่อนก็โยนให้เรา 1 สไลด์เหมือนกัน เรากะดูร่าเลยคิดว่า พวกหล่อนจงใจป่าววะ คือ ทำไมมันลืมพร้อมกัน 2 คนอ่ะ คือ จะว่าไป มันเสียมารยาทมาก ๆ เลยนะ - -"

เทอมนี้เราเลยเข็ดกับคนพวกนี้ ประมาณว่า คบได้ แต่ไม่อยากทำงานกลุ่มด้วยอ่ะ เลยหลีกเลี่ยงสุดฤทธิ์

สถานการณ์ ณ ตอนนี้ วิชา Direct & Interactive marketing เจ้าหล่อนได้กลุ่มเรียบร้อยแล้ว แต่วิชา PR เนี่ยสิ เรื่องของเรื่องคือ เจ้าหล่อนเนี่ยชอบขาดเรียนบ่อย ดั๊นนนนน มาขาดเรียนวันที่เค้าจับกลุ่มกัน เค้าให้กลุ่มละ 4-5 คนอ่ะ กลุ่มเราก็มี 4 คน ( Kasama, Jay, Dura และ Zuzi (VN)) แล้วทีนี้ seminar มันมีอยู่ 2 section 11.30 น. กับบ่าย 2.30 น. พวกเรา 4 คนลอง ๆ เข้าเรียน 11.30 กัน บังเอิ๊ญญญ บังเอิญ คลาสนี้คนเรียนเยอะ และชั่วโมงนั้นเค้าให้ส่งลายชื่อกลุ่มกันซะด้วย ก็เลยส่งไป 4 คน และพยายามไม่พูดถึงมันต่อหน้า emily

แล้ววันนั้นก็มาถึง เจ้าหล่อนเอ่ยปากถามว่า กลุ่ม PR อะไรยังไง ก็เลยบอกไปว่า เนี่ย ส่งรายชื่อไปแล้ว ยูขาดเรียนอ่ะ แล้วเราก็ไม่รู้ว่ายูจะอยู่เซ็คไหน เซ็ค 11.30 เนี่ย คนก็ล้นแล้ว John ไม่ให้เพิ่มคนแล้วอ่ะ เราเลยเอายูเข้ามาไม่ได้ ชีก็หน้าเสียนิดหน่อย

แล้ววันนี้ ดูร่าเล่าให้ฟังว่า ชีมาพูดกะดูร่า ว่าชีไม่มีกลุ่ม แต่ชีก็เข้าใจว่าเราไม่อยากย้ายไปบ่ายสองครึ่ง เพราะเราอยากกลับบ้านเร็ว ๆ (ป๊าดดดด T_T มะรู้จะพูดยังไง) กลายเป็นปัญหาหนักอกของพวกเรา ปรึกษากันแล้วปรึกษากันเล่า ว่าจะเอายังไงกับเจ้าหล่อนดี เฮ้อออออ...

ดูเหมือนใจร้ายกะเค้าเนอะ แต่ทำไงได้อ่ะ แอบ guilty นะเนี่ย - -"

Thursday, February 07, 2008

Once in the past #1

ไปเจออันนี้มาในเน็ต อิอิ
อ่านแล้วคิดถึงวันวาน..

วิธีการโกง

1.คัมภีร์หนังมนุษย์กลยุทธ์ เป็นวิธีง่ายๆขั้นพื้นฐาน แต่ได้ผลดี เพียงท่านใช้ปากกาขีดเขียนบนเนื้อหนังของท่าน โดยขอแนะนำ ง่ามมือ บริเวณใต้ร่มผ้า ซึ่งสามารถพรางสายตาอาจารย์ได้พอสมควร ข้อแนะนำ วิธีการดังกล่าว อาจจะมีปัญหาถ้าห้องสอบไม่มีแอร์ ซึ่งจะทำให้ร้อนและเหงื่อออก โพยที่ท่านใช้จะเริ่มเลือนลางจากเหงื่อ ข้อแนะนำที่โคนขา เพราะไม่มีอาจารย์คนไหนกล้ามาตรวจดูตรงนั้น

2. สลับร่าง สร้างรักกลยุทธ์ เป็นชื่อหนังเอเชียของช่อง7 สมัยก่อนที่เคยมาฉายทีหนึ่ง วิธีนี้จะต้องอาศัยคนอย่างน้อย 2 คน เพียงแค่ทำข้อสอบตกบนพื้น แล้วช่วยกันก้มเก็บทั้งสองคน แล้วใช้จังหวะนี้สลับข้อสอบเป็นอัน แล้วค่อยหาจังหวะสลับคืน ข้อแนะนำ ถ้าผู้ร่วมขบวนการเป็นชายหญิง 2 คน แนะนำให้ฝ่ายชายเก็บ เพื่อแสดงความมีน้ำใจแก่ฝ่ายชายหญิง ซึ่งอาจจะลดข้อสงสัยแก่อาจารย์คุมสอบได้ ผู้ร่วมขบวนการต้องมีลายมือคล้ายๆกัน เพื่ออ้างว่าเห็นลายมือคล้ายๆกัน นึกว่าของตัวเอง

3.รหัสมอสกลยุทธ์ การใช้คำพูดหันหน้าหันหลังอาจจะอันตรายเกินไปสำหรับบางสถานการณ์ ให้ใช้รหัสมอสแทน โดยรหัสมอส หมายถึง การเคาะเพื่อให้สัญญาณ เช่น กระทืบเท้า เคาะโต๊ะ เป็นต้น โดยให้ผู้ต้องการลอกส่งรหัสมอสให้กับผู้ร่วมขบวนการ แล้วให้ผู้ร่วมขบวนการตอบกลับมาด้วยรหัสมอสเช่นกัน คำแนะนำ จะใช้ได้ดีในแบบกาเลือกเท่านั้น ถ้าแบบบรรยายหรือวิธีทำ อาจจะต้องใช้การส่งคำตอบนานเกินไปจนเป็นที่สังเกตได้ ควรนัดแนะการส่งรหัสกันให้ดี เพราะการให้สัญญาณขาดหรือเกินจะทำให้ผิดพลาดในการตอบคำตอบได้

4.อโรคาพารอดกลยุทธ์ การแกล้งป่วยจะช่วยพรางตาอาจารย์ได้ โดยอาการปวดหัว ให้ท่านกุมศรีษะ การกุมศรีษะด้วยมือจะพรางตาอาจรย์คุมสอบ ทำให้อาจารย์ไม่รู้ว่าเด็กจะรับโพยทางไหน หรือดูยากขึ้น ทำให้โอกาสลอกข้อสอบมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น

5.ยุทธการหัวเห็ดกลยุทธ์ ผมเป็นสิ่งสำคัญต่อบุคลิกภาพของคนเรา โดยประโยชน์นอกจากนี้คือ พรางตาเช่นเดียวกับกลยุทธ์อโรคาพารอด เพียงใช้ผมของท่านที่มีอยู่มากำบังใบหน้า จนมิดจะทำให้อาจารย์คุมสอบจับจดไม่ถูกว่าท่านกำลังลอกโพยจากตำแหน่งไหนหรือ จับได้ยากขึ้น คำแนะนำ ใช้กับนักเรียนชายไม่ได้เพราะผมยาวไม่พอ

6.เรดาห์กลยุทธ์ เสียงระหว่างการส่งโพยกันและกัน และเสียงคำพูดหลังจากสอบเสร็จจะสำคัญมาก แต่มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ ถ้าท่านไม่ได้ยิน ให้ท่านกำมือมีช่องว่างเป็นรูปวงกลมไปทัดที่ใบหู มันจะช่วยเพิ่มความสามารถการได้ยินได้ดีขึ้น คำแนะนำ วิธีนี้สามารถใช้ดักฟังการส่งโพยของผู้อื่นได้

7.One For All กลุยทธ์ แนะนำให้ใครคนหนึ่งที่ร่วมขบวนการหรือไม่ขบวนการก็ได้เตรียมส่งสัญญาณ ถ้าอาจารย์เข้ามาอยู่ในรัศมี คำแนะนำ ใช้ได้ต่อเมื่ออาจารย์คุมสอบกลับมาจากทำธุระ

8.โห่ร้องตะวันออก โจมตีตะวันตกกลยุทธ์ กลยุทธ์นี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ผลดีทีเดียวในสงครามจริง โดยวิธีการนี้ผู้ร่วมขบวนการควรอยู่คนละฟากกัน ให้ผู้ร่วมขบวนการทำอาการให้เกิดเสียงดังจนอาจารย์คุมสอบต้องหันมาสนใจ ระหว่างที่อาจารย์กำลังสนใจอยู่ ให้ผู้ร่วมขบวนการที่เหลือใช้โพยอย่างรวดเร็ว คำแนะนำ ผู้ร่วมขบวนการจะต้องให้สัญญาณให้ถูกจังหวะในการใช้กลยุทธ์นี้

9. SMS ข้อความสื่อรักกลยุทธ์ ใช้ได้ดีพอสมควรโดยให้ผู้ร่วมขบวนการ มีโทรศัพท์มือถือติดตัวอยู่ แล้วให้ส่งข้อความ(โพย)สื่อสารกัน คำแนะนำ ควรติดตั้งเป็นระบบสั่นก่อน ควรฝึกความสามารถในการพิมพ์ให้เร็ว เพราะการก้มนานๆจะเป็นจุดสนใจได้

10. ชักธงรบกลยุทธ์ การชักธงในสนามสงครามหมายถึงการสั่งโจมตี โดยธงจะต้องมีความสูงพอสมควร เพื่อที่ให้ทหารทั้งหมดเห็น โดยให้ผู้ร่วมขบวนการยกข้อสอบขึ้นมาอ่านให้ลอยเหนือโต๊ะจนเหนือศีรษะทำมุม ฉากกับโต๊ะ ผู้ร่วมขบวนการที่เหลือจะสามารถมองข้ามไหล่มาอ่านคำตอบในใบข้อสอบได้ คำแนะนำ ลายมือของคนเขียนจะต้องใหญ่พอสมควรและอ่านออกง่าย

11. ชัยภูมิดี มีชัยไปกว่าครึ่งกลยุทธ์ การมีตำแหน่งที่ดีของห้องจะทำให้เราลอกได้สะดวกและใช้กลยุทธ์อื่นได้อย่างดีขึ้นด้วย เช่น อยู่กลางห้อง จะสามารถลอกได้จากหลายทิศทาง หลายตัวเลือก หลายคน อยู่ติดเสา จะสามารถส่งโพยให้คนอื่นๆได้โดยขีดเขียนบนเสา ฯลฯ คำแนะนำ ควรศึกษาตำแหน่งทำเลที่ได้มาอย่างดี และนำมาใช้ประโยชน์อย่างให้ดีที่สุด

12. ยิ่งใกล้เหมือนยิ่งไกลกลยุทธ์ ในการสอบปลายภาคนักเรียนบางคนโชคร้ายต้องไปนั่งหน้า ซึ่งทำให้เป็นที่รู้สึกว่าจะถูกจับตามองโดยง่ายจากอาจารย์ แต่ที่จริงแล้ว อาจารย์บางท่านจะไม่ค่อยดู เพราะคิดว่าอยู่ใกล้ขนาดนี้คงไม่มีใครกล้าโกงข้อสอบ การนั่งหน้าการโกงข้อสอบจะต้องใช้วิธีส่งคำพูดไม่ได้ จะเป็นที่สังเกตมากไป แต่ใช้ข้อความเขียนในกระดาษทดที่อาจารย์แจกมา แล้วมาตั้งตรงมุมอับจากสายตาอาจารย์พร้อมถามหรือตอบข้อสอบจากผู้ร่วมขบวนการ คำแนะนำ ถ้าอยู่ติดกับโต๊ะอาจารย์จะโกงยากมาก ดังนั้นการใช้วิธีนี้ต้องให้อาจารย์ลุกไปก่อนแล้วค่อยใช้ ควรใช้กลยุทธ์ “รหัสมอส” ควบคู่กับกลยุทธ์นี้

13. เผาถ่านก่อนหน้าฝนกลยุทธ์ เป็นสุภาษิตจีนสุภาษิตหนึ่งเพราะในหน้าฝนถ่านจะแพง ชาวจีนจึงมีการเตรียมการเผาถ่าน เตรียมไว้ใช้ในหน้าฝน ให้ผู้ปฏิบัติเตรียมการโกงก่อนวันจริง โดยให้จดจำที่นั่งตนเองไว้แล้วหาโพยไปซ่อนหรือแปะไว้ที่โต๊ะ คำแนะนำ การลงน้ำยาลบคำผิดที่ขาโต๊ะหรือเก้าอี้จะไม่ค่อยเป็นที่สังเกต การเขียนโพยบนโต๊ะต้องใช้ปากกาที่สีกลืนกันไปกับสีโต๊ะ เพื่อพรางตาอาจารย์คุมสอบ การแปะโพยกระดาษต้องแปะ ในระดับที่อาจารย์เดินมาแล้วไม่เห็น หัวใจของการโกงข้อสอบ คือใช้กลยุทธ์ทุกอย่างให้สอดคล้องและรวดเร็ว ให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ "จงต่อสู้กับความกลัวในจิตใจ"


อ่านมาทั้งหมดแล้ว.....ซาระตะแล้ว...อยากจะบอกว่า...

เคยค่ะ เคยทำอยู่บ้าง แต่ไม่เหมือนซะทีเดียว แบบว่า เป็นต้นฉบับน่ะ บางคนอาจไม่เชื่อ.. แต่มันเป็นเรื่องจริงนะฮ้าาาา

คือว่า ตอนเด็ก ๆ เรียนห่วยน่ะ สอบติดสาธิต ม.ช. แบบฟลุก ๆ งืด ๆ เรียน ม.ต้นก็ได้แค่ 2.5 กว่า ๆ แต่ตอน ม.ปลายนี่สิ โฮะๆ เหมือนเลือกเรียนถูกทาง ศิลป์-คณิต แรงได้อีก ฉุดไม่อยู่เลยทีนี้ 555

ได้เป็นต้นฉบับ แต่ทว่า เพื่อน ๆ ที่จะได้ส่วนบุญไปก็ต้องเลขที่ต้น ๆ อ่ะนะ เพราะเราเลขที่ 1 ตอน ม.4 และ ม.5 แล้วมาเลขที่ 3 ตอน ม.6 (พี่ต้น กะพี่แอนกลับมาจาก AFS) เท่าที่จำได้ ส่วนใหญ่เป็นวิชาภาษาอังกฤษที่เราถนัดอ่ะ เคยวางกระดาษคำตอบไว้มุมโต๊ะ แบบว่า มุ๊มมมม มุม.. ตอนนั้นดาว(เลขที่ 12) นั่งข้างเรา(เลขที่ 1) แอบเตี๊ยมกันไว้ก่อน อาจารย์หฤทัยเดินมาเตือนเลย ซวยไป..เอิ๊กกกกกกกกกก (ตุ๊กตาเลขที่ 5 รายนี้อยู่ท้ายแถวของเราตลอด ดอยเลขที่ 9 น้ำผึ้งเลขที่ 22 ชอบได้หลังห้อง เลยไม่ได้รัศมีเลย..)

สรุปก็คือ ไม่ได้ช่วยใครเท่าไหร่ แบบว่า ไม่ได้ตั้งใจเปิด แต่ก็ไม่ได้จงใจปิดน่ะ งงมั้ย? คือ ใครมีปัญญาเห็นและอ่านลายมือเราออกก็ไม่ว่ากัน

แต่ห้องเราเนี่ย ได้ขึ้นชื่อลือชาเชียวล่ะเรื่องลอกเนี่ย แบบว่า (ขอพาดพิงถึงนิดนุง) กลุ่มมิ้ว แนน ฝน กลุ่มเฮ้วประจำรุ่น เค้าจะเลขที่ใกล้ ๆ กันอ่ะ มักจะได้นั่งติดกันเป็นก้อน ๆ จนเค้าเรียกกันว่า DG zone มาจาก Dangerous zone หูย โซนนั้นนะ สุดยอดดดด คารวะเลยว่ะ ฮาๆๆๆๆๆ

บางทีนะ บอกคำตอบโต้ง ๆ ดังลั่นห้องก็มีนะ เช่น อยู่ดี ๆ ก็มีคนถามว่า ผลบอลเมื่อคืนเป็นไงวะ?? แล้วก็จะมีคนตอบ 3-2 นั่นคือ ข้อ 3 ตอบ ข. โฮะๆๆๆๆ เก่าดีจริง ๆ ห้องเรา เอิ๊กกกกกกกกกก

Saturday, February 02, 2008

Umim and the sex shop

1/2/2008

วันนี้วันศุกร์ ไม่มีเรียน งิงิตื่นซะหลายโมงเลย
ไปตะแล๊ดแต๊ดแต๋กินอาหารเกาหลีกะอุ๋มอิ๋ม
ระหว่างกินข้าว มันก็ "ล่อลวง" เรา พร้อมบอกสรรพคุณว่า
..นี่แก เมื่อวันนั้นเราไป sex shop มาด้วยแหละมันไม่มีอะไรเลยนะแก เหมือนร้านของเล่นเลย..
เอ่อคือ..มันน่ากลัวนะอิ๋ม ชั้นไม่เข้าหรอกว่ะ

พอเดิน ๆ ไป..นี่แกๆๆๆ เข้ามั้ย ๆ ร้าน sex shop ที่โซโห
จะบ้าเหรอ !!!! ไม่เข้าเฟ้ย - -"

แล้วก็เดินไปที่ร้านหนังสือ Foyles ตรง Tottenham Court road
เดิน ๆ ดูหนังสือ อยู่ ๆ ก็อุตริไปดูหนังสือสอนภาษาไทย/พจนานุกรมไทย
ป๊าดดดดด หนังสือสอนภาษาไทยสำหรับ gay tourist o_O
ปกสีม่วงเชียว น่ากลัวมากมาย
คนเขียนเป็นคนไทยด้วยนะ เค้าบอกว่าเค้าเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับเพศที่สามน่ะ
- -"

อุตริอีกอย่างนึงก็คือ เดิน ๆ ไปเรื่อย ๆ ผ่านโซนหนังสือประวัติศาสตร์อังกฤษ
ไล่มาถึงเอเชีย ความคิดแว๊บ ๆ ก็โผล่ขึ้นมา ..เฮ้ย อยากอ่านหนังสือ The king never smiles ว่ะ
อิ๋มมันก็อยากด้วย แล้วพลันสายตาก็แว๊บไปเห็นพอดี
เล่มใหญ่พอสมควรเลยนะ ปกแข็ง ราคา 20 กว่าปอนด์ อิ๋มมันก็หยิบขึ้นมาดู
ส่วนเราก็ด้อม ๆ มอง ๆ หนังสือใกล้เคียงบนชั้น..
ได้หนังสือมาเล่มนึง (บอกแล้วจะโดนจับมั้ยวะตรู..- -")

Monday, January 28, 2008

Lumsum Day

กึ๋ย ๆ
วันนี้สถาปนาตัวเองว่าเป็น Lumsum Day หรือ ล่ำซำเดย์ ณ 27 มกรา 2551

ก็นะ..วันนี้ไปกิน Angus Steakhouse ที่เค้าว่าเป็นสเต็ก(chain)ที่อร่อยที่สุด
ยืนดูเมนู+ราคาหน้าร้านแล้วก็แบบว่า..เอ่อ..แอบแพงอ่ะ..
ปรึกษากะอิ๋ม กินดีไม่กินดีวะ
สุดท้ายก็ใจกล้าหน้าไม่ด้านเข้าไปนั่งในร้านซะเลย..

เราสั่ง Rip Eye Steak 10 oz. Medium rare (ราคา 14.95 ปอนด์ ป๊าด..เหงื่อตกซิก ๆ)
อิ๋มสั่ง Sirroin Steak 10 oz. Well done
แล้วก็เล็ง ๆ ดูน้ำจิ้ม ปรากฎว่า น้ำจิ้มถ้วยละ 1.5 ปอนด์ - -"
ไม่กินน้ำจิ้มก็ได้วะ เลยขอ ketchup แทน T_T

ตะลึงตึ๊งตึงยังไม่หมด เครื่องดื่มค่ะ เรายังไม่ได้สั่งเครื่องดื่มเลย
เห็นราคาแล้วก็ เฮือกกกกกกกกก.. 1 litre still water ตั้ง 4 ปอนด์ - -"
เหงื่อแตกซิก เหงื่อแตกซิก..

พออาหารมา ก็อร่อยสมราคาอ่ะ
ที่สำคัญ..พยายามกินน้ำให้หมดด้วย เพราะแพงอ่ะ ทำใจม่ายล่ายยยยยยย...
กินเสร็จ จ่ายตังค์ หมดไป 20 ปอนด์ (รวมทิป)
ลาขาดเลยนะจ๊ะ Angus 555+

หลังจากนั้น ก็ไปเดินย่อยที่ covent garden เป็นถนนช็อปปิ้งที่มีอะไรให้ดูให้ทำมากมาย
เดินได้ชิว ๆ เรื่อย ๆ พอเริ่มหายอิ่มอืด ก็ไปหาของหวานกินกัน

เดินไปเดินมา กลับไปกินไอติมร้านใกล้ ๆ Angus ซะงั้น - -"
ไอติมลูกใหญ่มากกกก
เป็น homemade แต่หวานไปหน่อย รสชาติประหลาด ๆ ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ ^^"
ไอติม 2 ลูก หมดไป 5.75 ปอนด์ กินไม่หมดด้วยแหละ อิ่มเกิน T_T

เดินทางกลับบ้านโดยอิ่มอืด - -"

หลังจากนี้ จะกลายเป็นยาจกซะแล้ว..

Tuesday, January 22, 2008

เปิดเทอมวันแรกก็สายเชียวนะ - -"

เช้าวันอังคารที่ 22 มกราคม
วันเปิดภาคการศึกษาที่ 2..
มีเรียน 10 โมง
ดั๊นนนนน.. งัวเงียตื่นมาตอน 9.30 น.
อิ๊บอ๋ายแล้ว...จะทันมั้ยวะเนี่ย น่าสมเพชตัวเองจริง ๆ
นอนดึก ตื่นสายซะเคยตัว
จะว่าไป นาฬิกาชีวิตผิดพลาดตั้งแต่เริ่มปิดคริสต์มาสแล้วนะ
เดือนนึงได้ ที่นอนตอนเกือบย่ำรุ่ง ตื่นตอนบ่าย ไรเงี้ย

พอเปิดเทอม..เห็นผลทันตา
กระหืดกระหอบเอาน้ำลูบหน้า แปรงฟัน แต่งตัว แล้ววิ่งขึ้น tube
ไปถึงคนเต็มห้องเลย แต่ก็ยังดี ที่ไม่สาย 10 โมงเด๊ะ อาจารย์ก็ยังไม่มา ฮี่ๆๆๆๆ


เฮ้อ....

Friday, January 18, 2008

Salsa dance @Havana, Fulham Broadway

ไหน ๆ อาทิตย์นี้มันก็ว่าง...แระ
เมื่อคืนเลยไปเปิดหูเปิดตาในผับเสียหน่อย อิอิ

ผับที่ไปนี้ชื่อ HAVANA อยู่แถว ๆ Fulham
เป็นผับแบบละติน ๆ น่ะ อุ๋มอิ๋มแนะนำว่าสนุก ก็เลยไปกัน
ไปถึงปุ๊บ ไม่กลัวอายเลยค่ะ
แบบว่าเค้ามีสอนเต้นกันที่ฟลอร์ เดี๊ยนก็ไปเรียนกะเค้าด้วย
สอนกันตรงนั้นแหละ เวลาเดินจะนับจังหวะ one-two-three five-six-seven
คุณเพลินก็เนียน ๆ ไป เอ้ออ สนุกดีแฮะ
จะได้เต้น salsa เป็นกะเค้าซะที (เบสิคได้แล้วนะเฟ้ยยย หุหุ)

พอครูสอนจบ เราก็กลับมานั่งที่โต๊ะ แล้วก็ไปที่บาร์
สั่ง สเมอร์นอฟ ไอซ์ มากินขวดนึง อืม มันเป็นอย่างงี้นี่เอง..
นั่งคุยกะเพื่อน ๆ สักครู่ ก็มีสาวเชียร์คอกเทล์มาที่โต๊ะ
(เหมือนสาวเชียร์เบียร์ แต่เค้าขายช็อตอ่ะ ช็อตละ 2-3 ปอนด์)
ได้แต่บอกว่า แหะ ๆ ไม่เอาค้าบบบบบบ อิอิ



สี่ทุ่มกว่าแระ อุ๋มอิ๋มเป็นซินเดอเรลล่า ต้องกลับหอก่อน
(เด๋วรถฟักทองกลายสภาพ)

เกิดอารมณ์ "ติดใจ"
อาทิตย์หน้าไปอีกๆๆๆๆ ^ ^