Monday, November 22, 2004

งานวัดภูเขาทอง

เมื่อคืนไปงานวัดภูเขาทองมาแหละ รู้สึกดีตรงที่ได้ขึ้นไปไหว้พระที่ข้างบนพระธาตุ เพราะไอ้งานวัดเนี่ย มันก็ธรรมดา ๆ แหละ เหมือนทั่วๆ ไป (ก็มันวัดนี่เนอะ)

เริ่มออกเดินทางกันประมาณ 2 ทุ่ม ไปกันตั้งหลายคนแน่ะ สิบกว่าคนได้ เราเดินด้วยกันซะทีเดียว เริ่มด้วยการเดินขึ้นไปนมัสการบนพระธาตุ และถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก อยู่ข้างบนนั้นนานเหมือนกัน แล้วเราก็ยกพลลงมาเดินเที่ยวงานวัดข้างล่าง มีซุ้มเยอะแยะเลย ทั้งร้านขายของ ร้านเกมส์ ร้านแหกตาประชาชน..เคยเข้าไปดูกันบ้างมั้ย ที่เค้าบอกว่า นางเงือก ครึ่งบนเป็นคน ครึ่งล่างเป็นปลา และผีกระสือ อะไรทำนองนั้นน่ะ.. เก็บคนละ 10 บาทแน่ะ พวกเรารู้ทั้งรู้ว่าแหกตา โดนหลอกแน่ๆ ก็ยังอุตส่าห์เข้าไปนะ เข้าไปเกือบทั้งหมด และอ้างเหตุผลว่า ก็จะได้รู้ไงว่าเค้าแหกตายังไง ..อืม ฟังขึ้น(เหรอ)

แล้วเราก็นั่งรถตุ๊ก ๆ ไปที่ร้านนมมนต์กัน นั่งตุ๊กๆ 1 คัน อัดกันเข้าไปตั้ง 7 คนแน่ะ แต่ละคนตัวควายๆ ทั้งนั้น ไม่รู้นั่งเข้าไปได้ยังไง แต่ก็ไปถึงร้านจนได้ นั่งกินสักพัก ก็ต้องรีบกลับ เพราะต้องกลับก่อนเที่ยงคืน ไม่งั้น โดน 3 คะแนน อ้อ ลืมบอกไป เดี๋ยวนี้ทางหอพักเค้ามีวิธีคิดคะแนนแบบใหม่แหละ 22.00-23.59 คิดครั้งละ 1 คะแนน ส่วน 24.00-05.59 เนี่ยคิดครั้งละ 3 คะแนนแน่ะ

Saturday, November 20, 2004

ทริปใจง่าย Vol.3

ทริปนี้ใจง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้อ่ะนะ แบบว่าคนมันอยากเที่ยว เมื่อวานออนไลน์ เจอพี่พัช แล้วพี่พัชก็ชวนไปดูหิ่งห้อยที่บ้านพี่แต้ ค้างคืนด้วย ไอ้เราก็ "ตกลง พี่พัช เพลินไปด้วยนะ" สักพัก ประมาณ หกโมงกว่า พี่พัชโทรเข้ามา บอกว่าลงมาได้แล้วนะ จะไปแล้ว พอลงมาปุ๊บ มีคนใจง่ายอีกตั้งหลายคนแน่ะ หุ หุ

ทริปนี้ออกเดินทางตอน 2 ทุ่ม โดยรถส่วนบุคคลของพี่เปา เราไปกันทั้งหมด 16 คนรวมพี่เปาด้วย นั่งรถกระบะคันเดียวไป คิดดู ไอ้ตอนนั่งอ่ะนั่งได้ แต่ตอนจะลุกลงเนี่ยดิ ขอบอกว่า "ขาหวันกันเจ้า" ต้องค่อย ๆ ลุกทีละคน

สถานที่แรกที่เราไปถึงก็คือ ร้านของน้าพี่แต้ กินข้าวกันที่นั่น ไอติมด้วย แล้วก็เริ่มออกเดินทางไปยังร้านอาหาร "คุ้งน้ำ" ซึ่งเค้ามีบริการล่องเรือไปตามคลองเพื่อดูหิ่งห้อย ตอนแรก ๆ ที่ดูก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นเลย แต่พอสายตาเริ่มชินกับความมืดแล้วก็จะรู้สึกว่า อืม มันสวยมาก ไม่เคยเห็นเยอะเท่านี้มาก่อนเลย เหมือนไฟต้นคริสมาสไม่มีผิด เรือที่เรานั่งเป็นเรือที่ถูกลาก บังเอิญมันเสียลชั่วคราว เค้าเลยใช้เรืออีกลำแล่นแทน เรืออีกลำที่ว่ามีคนโดยสารมาด้วย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอ่ะ เพราะรู้สึกว่าเค้าค่อนข้างจะส่งเสียงดัง ก็แหม..บรรยากาศดี ๆ เงียบ ๆ ดูแสงหิ่งห้อยเพลิน ๆ จะส่งเสียงรบกวนไปถึงไหนวะ..นี่ ๆ แล้วไอ้เรือลำนั้นก็ยังมีเรื่องให้น่าโมโหอีกนะ ตอนที่คนขับเรือแวะไปจอดที่ๆ มีหิ่งห้อยเยอะๆ อ่ะ ไอ้เด็ก(แสบ)พวกนั้นมันก็ยังมีหน้าจะเก็บหิ่งห้อยใส่ขวดกลับไปดูที่บ้านอีกนะ ไม่รู้จักรักษาสิ่งแวดล้อมมั่งเลย แม่พี่แต้เค้าก็บอกแล้วนะว่าหิ่งห้อยน่ะ มันลดลงจากตอน 5-6 ปีก่อนเยอะเลย เหลือไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์แล้ว ยังจะเก็บอีก แล้วก็ยังมีอีกเรื่อง ตอนเรือแล่นอยู่ดีๆ ก็มีคนจากเรือลำข้างหน้าทิ้งขยะลงไปในลำคลอง เหมือนจะมีเด็กทักอ่ะ ว่าทิ้งลงไปทำไม ไอ้คนทิ้งก็ตอบว่า "เค้าก็ทิ้งกันทั้งนั้นนี่ลูก!!!!" โหยยย พูดงี้ได้ไงวะ น่าเกลียดที่สุด

แล้วเราก็ไปต่อกันที่บ้านของพี่แต้ พี่แต้บอกว่าอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ว่าจะมีดาวตกในคืนนี้ แต่ต้องรอหลังเที่ยงคืนนะ ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตารอกัน พอเที่ยงคืนปุ๊บ ก็โยกขบวนไปยังสถานที่โล่งแจ้งแห่งหนึ่ง(ถนน) แล้วก็ปูเสื่อนั่งกัน ขอโทษครับท่าน มีเสื่อแค่2 ผืนสั้น ๆ แต่ต้องเบียดกัน 13 คน มันเลยแลดูเป็นกลุ่มเป็นก้อนยังไงก็ไม่รู้ และที่ตลกกว่านั้นคือ มีรถมอเตอร์ไซด์ขี่ผ่านมา เค้ามองจ้องมาทางพวกเรา แล้วก็จอดรถเลยไป สักพักเค้าก็วกรถกลับมาดูพวกเราอีกที ที่ตลกมากคือ เค้าบอกว่า "เป็นคนก็แล้วไป.." หมายความว่าไงฟระ

เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ไปที่ริมทะเลกัน โคลนทั้งนั้นเลยอ่ะ กว่าจะข้ามไปได้นะ เท้าจมไปในโคลนถึงครึ่งน่องเชียวล่ะ แต่ก็สวยดีนะ อิอิ พอเสร็จนี่แล้วเราก็ต้องขอกลับก่อน เพราะท่านจุ้ยมีนัดส่งงาน ส่วนเราต้องนัดเจอพี่วิเพื่อที่จะเอาหนังสือไปให้

หนุกหนานจริงๆ

Thursday, November 04, 2004

ทริปใจง่าย Vol.2

กลับมาอีกครั้งกับทริปใจง่าย กับเจ้าของซีรี่ส์ทริปนี้ คุณพี่แต้ อีกแล้วครับท่าน

ทริปนี้เริ่มมาจากการที่มีคนอยากไปสะพานพระรามแปดกัน 4 คน แล้วเริ่มชวนพรรคพวก(ใจง่าย)อีกมากมาย เอาไปเอามาไปกัน 2 โหล หรือ 24 คน พอดิบพอดี(ทริปใจง่าย vol.1 จำนวนสมาชิก 1 โหล) เจ๊แต้เลยเปลี่ยนเป็นทริปงานพระสมุทรเจดีย์ ที่จังหวัดสมุทรปราการ จะว่าไปมันก็เป็นงานวัดดี ๆ นี่แหละ แต่งานใหญ่มากเลยนะ คนเยอะสุด ๆ ขนาดไปกันวันที่ 3 ของงานนะเนี่ย งานมีทั้งหมด 9 คืน

ทริปนี้เริ่มออกเดินทางกันตอน 22.00 น. เดินทางโดยรถแท็กซี่ แป๊บนึงก็ถึงงานแล้ว เพราะรถไม่ติด เราไปพร้อมๆ กันหมดเลย (ไม่แยกย้าย) ไม่คิดว่าจะมางานวัดด้วยคนกลุ่มใหญ่ขนาดนี้จะว่าไปก็คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ นะเนี่ย แต่ละคนที่ไปน่ะ อยากเล่นชิงช้าสวรรค์กันหมดเลย ไปกัน 24 คน 12 คู่ เหมาชิงช้าสวรรค์ทั้งวงเลย 555 เจ๋งป่ะละ มีอีกตั้งหลายอย่างแน่ะ ที่พอจะนึกได้ก็มี บิงโก ซุ้มหลอกให้เข้าไปดู(แต่เราไม่ได้เข้าไปดูนะ) ติ่งมาก ๆ เลย หลอกให้เข้าไปดูนางเงือก ผีกระสือ คน2หัว อะไรทำนองนี้ ตอนแรกอยากเล่นรถบั๊มมาก ๆ เลยนะ แต่รู้สึกว่าจะมีการจราจลเสียก่อน หูย..วัยรุ่นที่นู่นอย่างน่ากลัวเลยอ่ะ ขอบอก มีแต่หน้าโหดๆ อ่ะ น่ากลัวที่สุด แวะหาอะไรกิน แล้วก็กลับ รู้สึกจะเป็นเวลา 02.30 น ของวันใหม่ หูย..ตอนนั้นไม่อยากขึ้นหออ่ะ แบบว่าดึกเกินไป ไม่อยากเซ็นต์อ่ะ มันน่าเกลียด เลยโต๋เต๋อยู่แถวนั้น ไปกินโจ๊กสามย่าน แล้วกลับมานั่งเม้าท์กันจน 6 โมงเช้า ถึงได้ขึ้นหอ

พระเจ้าจอร์จ มันเยี่ยมมาก

Tuesday, November 02, 2004

เปิดเทอมฟีเวอร์

หูย อะไรวะ เปิดเทอมก็เรียนเลย ไม่เหมือนพวกเด็ก ๆ ปี 1 ปี 2 แค่มาเอา course syllabus อย่างเดียวเอง ไอ่เราเรียนตั้งแต่วันแรกเลยอ่ะ แต่ก็ยังดีนะ เรียนเบา ๆ ไม่หนักมาก

วันนี้ตอนเช้ามีเรียน 10 โมง วิชา microeconomics II น่ะ เราว่าอาจารย์สอนได้น่าเรียนมาก ๆเลยอ่ะ ชอบ ๆ อย่างนี้คงเข้าเรียนทุกคาบแน่ ๆ หุ หุ อืม แล้ววันนี้ตอนบ่ายเรียนวิชา project planning and management น่าเบื่อมั่ก ๆ โดยส่วนตัวแล้วเนี่ย เราว่าวิชานี้เป็นวิชาที่น่าเรียนทีเดียวแหละ แต่ อาจารย์สอนได้น่าเบื่ออ่ะ บอกจดเหมือนเด็ก ป.5 เลย ให้ตายสิ

เทอมนี้ว่าจะลงเกินหน่วยกิตแหละ(ถ้าเป็นไปได้นะ) เพราะว่าเราจะได้เรียนทันเพื่อนซะที แบบว่าตามมาตัวนึงแล้วอ่ะ เทอมนี้เรียนตั้ง 7 วิชาแน่ะ มีสิทธิ์ตายได้ ลงเพิ่มมา 1 ตัว วิชา pub econ น่ะ แต่เค้าบอกว่าต้องผ่านวิชาอื่นมาก่อน ซึ่งเรากำลังลงเทอมนี้ (นั่นคือ เราต้องลง pub econ ตอนปี 4 เทอม 1 และอดเลือกสาขาการคลังสาธารณะ) เลยต้องขอลงเกินหน่วยกิต รอลุ้นผลซักวันสองวันก็น่าจะรู้

ท้าวความถึงเมื่อวานนิดนึง เป็นวันเปิดเทอมวันแรก บรรยากาศคึกคักมาก ๆ เลยอ่ะ แต่..เราก็ไปเรียนสายอีกจนได้ ก็นาฬิกาปลุกมันไม่ดังนี่หว่า เหอๆ ได้เรียนวิชา research method และ Eng read econ ไอ้วิชาหลังเนี่ยนะ เราได้เรียนกับอาจารย์ที่ปรึกษาตัวเองแหละ ไม่รู้เหมือนกันแฮะ แต่เราว่าน่าจะใจดีนะ (จากการพูดคุยกันเฉลี่ย 2 เทอมต่อ 1 บทสนทนา) พอตกเย็น เราก็ได้ทำกิจวัตรประจำวันของเราอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ การไปนั่งห้องค่าย วันนี้บรรยากาศคึกคักมาก ๆ เลย นั่งตั้งแต่ 4 โมงเย็นยัน 4 ทุ่ม (แวะไปกินข้าวแป๊บนึง) มีน้องค่ายมานั่งกันเยอะแยะเลย ดี ๆ ครึกครื้น สนุกสนาน คลุกเคล้ากับเสียงกีตาร์ที่คิดว่าคงจะไม่ขาดหายไปง่าย ๆ หรอก ตราบใดที่เราเองยังอยู่..ถ้ามีกีตาร์ที่สมประกอบอยู่ในห้องค่ายนะ..

ปล.เซ็งอ่ะ เข้าเวปรุ่นไม่ได้อ่ะ ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรกะเค้าเล้ยยย ได้ยินมาว่าจะทำเสื้อรุ่นกันอยู่

Wednesday, October 27, 2004

กลับจากค่าย

ปิดเทอมนี้ไม่ได้กลับบ้านอีกตามเคย ไปค่ายหออีกแล้น

ค่ายนี้ไปที่ รร.บ้านโนนสว่าง ต.โนนเมือง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ค่ายนี้เราเป็นสต๊าฟ แต่ได้เวียนโครง คิดถึงบรรยากาศการเวียนโครงของค่ายหอที่สุดเลย เพราะไม่ได้เวียนโครงมา 1ปี เต็ม ๆ เลยนี่นา ตั้งแต่ค่ายศรีสะเกษ ที่พี่พีทเป็น ผอค. อ้อ ลืมบอกไป ค่ายหนองบัวลำภูนี้ เรามี ท่านจุ้ย เป็น ผอค. จะว่าไป เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างในตัวมันนะ จากที่เคยรู้จักกับมันตอนค่ายแรก(ค่ายน่าน ดอยติ้ว) เราว่ามันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น( ถึงจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากก็ตาม) ค่ายนี้นะ จะว่าไป บรรยากาศค่ายโดยรวมก็ดูดีทีเดียวเลยล่ะ ทุกคนมีความสุข สนุกสนาน

กลับจากค่าย รถไฟถึงประมาณ ตี 4 กว่า ๆ นอนแอ้งแม้งอยู่ที่หน้าห้องค่ายอยู่ถึงประมาณ 6 โมงเช้า นัดกันว่าจะไปวัดกันตอน9.30 และแล้ว ข้าพเจ้าก็ตื่นประมาณ 11.00 น. (เยี่ยม)แต่ก็ยังไปทันนะ ไปสมทบเอาน่ะ พอเสร็จจากวัดก็มีการแยกย้ายกันไป บ้างก็ไปงานสัปดาห์หนังสือ บ้างก็ว่าจะไปเกะ เราไปกินข้าวกันก่อน แล้วค่อยไปเกะ พอไปถึงเกะนะ เค้าบอกว่าห้องเต็มน่ะ เลยเซ็ง แล้วก็ไปดูหนังกันแทน ตอนกลางคืน ไปนอนห้องพี่ตาล กะพี่จุ๋มจิ๋มอีกคน เจ๊จุ๋มจิ๋มชวนไปเที่ยวทะเลชะอำ เราก็คิดว่า ถ้าเราอยู่หอเราต้องเหงามาก ๆ แน่ๆ เลยล่ะ เลยตัดสินใจไป ชวนพี่ตาลได้อีกตนตอนเช้า(ตอนกลางคืนพี่ตาลยังไม่อยากไป) เลยเรียกทริปนี้ว่า ทริปใจง่าย แหะๆ เพราะทุกคนไม่ว่าใครก็ตาม มักจะมีปัญหากับที่บ้านหรือไม่ก็เพื่อน แต่ก็ตัดสินใจมาก แบบว่าชวนแป๊บเดียวก็มา ใจง่ายป่ะล่ะ อิอิ

เรานัดกันที่หน้าห้องค่าย 7.30 แล้วค่อยไปสายใต้ ออกจากสายใต้เกือบ 10 โมงแนะ ทริปนี้เป็นทริปที่ค่อนข้างใหญ่ทีเดียว มีคนใจง่ายไปรวมตัวกันถึง12 คนแน่ะ อืม แล้วก็ไปเที่ยวทะเลชะอำกัน ตกเย็นก็นอนกันที่นั่นแหละ ตอนเช้า รวมพลคนที่จะกลับ ได้ 6 คน รวมเราด้วย พี่เบเลยบอกว่าไปเที่ยวกันต่อถึงเที่ยงละกัน เลยตัดสินใจไปเที่ยวกันที่เขื่อนแก่งกระจาน ไปล่องแพกันด้วยล่ะ สนุกมาก ๆ ใส่เสื้อชูชีพแล้วลอยไปตามน้ำ สนุกสุด ๆ แต่ก็เหนื่อยว่ะ คุ้มจริงๆ แล้วพวกเรา 6 คนก็ต้องกลับมาก่อน ถึง กรุงเทพประมาณ 3 ทุ่ม หลับเป็นตายเลยทีเดียว

Saturday, October 02, 2004

แฮงค์คับ

วันนี้ตื่นตอน 10 โมงเช้าแน่ะ แบบว่าเมื่อคืนไม่ค่อยได้นอนน่ะ เพราะอะไรน่ะเหรอ..

ท้าวความไปถึงเมื่อวานตอนเย็น นัดกินข้าวกับพี่ ๆ มี พี่เบ พี่โดด พี่เปา พี่ฟู่ พี่ไผ่ เพลิน ละก็น้องใต้ ไปกัน 7 คนไปกินกันที่ Cafe De Laos ที่สยามกัน กินเสร็จตอนสองทุ่มฝ่า ๆ ก็มีพวกนึงต้องกลับก่อนเนื่องจากวันเสาร์มีทำงาน และเรียน เลยมีพวกที่ไปต่อกัน 4 คน เหมือนฟ้าฝนจะไม่เป็นใจเลยแฮะ เราตัดสินใจไปกันต่อที่ CoCo Walk ตรงราชเทวี อยู่ดี ๆ ฝนก็ตกลงมาตอนลงจากสะพานหัวช้าง ต้องวิ่งหลบฝนกันยกใหญ่ โชคร้ายชะมัด เปียกกันถ้วนหน้า พอถึงกันหมดแล้ว เราไปกินกันที่ร้านในสุด กินกันไป คุยกันไปเรื่อย ๆ ตอนเที่ยงคืนมีพี่อ๊อฟมาสมทบด้วย คุยกันจนกระทั่งตีหนึ่งกว่า ๆ ก็ย้ายสำนักไปต่อกันที่เพชรบุรีซอย5 เนื่องจากร้านนี้เปิดยันเช้า(แอบตำรวจ) แบบว่าเป็นร้านคาราโอเกะในตัว อืม แล้วนั่งไปยันตีสองก็มีตำรวจมาบอกว่า ปิดได้แล้วนะคับ เจ้าของร้านก็ทำเป็นปิดโดยปิดลูกกรง แล้วก็เปิดไฟทำทีว่าร้านปิดแล้ว คุยกันต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงตีสาม คราวนี้มีตำรวจมาแฮะ ของจริงด้วย เจ้าของร้านเลยรีบเช็คบิล แล้วพาออกจากร้าน หมดอารมณ์เลย..พี่เบบอกว่าปกติไม่เคยเป็นอย่างนี้นี่นา มากี่ทีๆ ก็ไม่เคยโดน เหอๆๆ แจ็คพอตจริง ๆ.. เที่ยวครั้งแรกของอายุ 20 ปีหมาดๆ พอหลังจากออกจากร้านนั้นตอนตีสาม ก็ไม่รู้จะไปกันต่อที่ไหนดี เลยไปนอนที่หอพี่เบแถวๆ อินทามะระ คุยกันไปเรื่อย ๆ แล้วค่อย ๆ หลับกันทีละคน เริ่มจากเจ๊ไผ่ เป็นคนแรก ตามด้วยพี่อ๊อฟ แล้วก็พี่โดด เรานอนไม่หลับอ่ะ แบบว่าเลยเวลาง่วงแล้วไง เลยนอนคุยกะพี่เบไปเรื่อย ๆ..แอบส่ง message หาแพนน้อยตอนตีสี่กว่า ๆ ด้วย แพนมันคงงงน่าดู.. ยันเจ็ดโมงเช้า กว่าจะได้นอน (ก็มันนอนไม่หลับนี่ฝ่า ทำไงล่ะ)

เราตื่นประมาณ 10 โมงเช้า แล้วก็นั่งรถกลับหอ ต้องไปลงที่อนุสาวรีย์แล้วค่อยหารถต่อกลับหอ อืม หิวแฮะ เลยหาอะไรกินกันที่อนุสาวรีย์ กินก๋วยจั๊บกันแล้วค่อยกลับหอ ระหว่างทาง แฮงค์คับ สติไม่ค่อยสมประกอบเท่าไร ยืนโหนรถเมล์แบบโงนเงนๆ แล้วก็ถึงหอ พี่เบทิ้งท้ายไว้ว่า "สงสัยไม่ได้อ่านหนังสือร๊อกกกกกกก อาบน้ำแล้วก็นอนแหงๆ" เพลินก็ตอบว่า "ไม่หรอกน่า เพลินมีสอบวันจันทร์ ต้องอ่านสิ!!"..พอถึงห้องก็อาบน้ำเป็นอย่างแรก แล้วก็ว่าจะอ่านหนังสือ อ่านไปได้ซักพัก เริ่มง่วงนอน(จากการอดหลับอดนอน ประกอบกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ไปมากมาย ) หันไปดูกะว่าจะเห็นเจ๊อ่านหนังสือเป็นเพื่อนกัน แต่ว่าเจ๊ไผ่นอนแบบออกหน้าออกตามาก ๆ เลยอดม่ายหวาย นอนมั่งๆ (ที่พี่เบพูดเป็นจริง ๆ ซะด้วย..แหะๆ..)

ตื่นอีกที่ตอนที่อุ๋มอิ๋มโทรมาปลุกให้ไปกินข้าวเย็น พอลงไปห้องค่าย อ้าว พี่เปามาด้วยแฮะ เลยไปกินข้าวกันที่สามย่าน แล้วก็กลับหอ ขึ้นห้องมาอ่านหนังสือ ได้อ่านจริง ๆ จัง ๆ ซะที เฮ้อออออออ.. รู้สึกว่าคืนนี้เจ๊ไผ่จะเช่านิยายมาอ่านแล้วก็โต้รุ่ง อ่านจบตอนแปดโมงเช้าแล้วกับหลับ ใช่ซี้..คนไม่มีสอบนี่ คอยดูนะ เพลินสอบเสร็จจะอ่านการ์ตูน เล่นเกม ล่อหน้าล่อตาคนที่ต้องสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม อ่านได้ให้มันรู้ปายยยย ฮึ่ม..

Friday, October 01, 2004

คลายเครียด

สอบเกือบเสร็จแล้วล่ะ เหลืออีก 1 ตัว เลยนั่งเล่นนอนเล่นทั้งวันเลย เล่นเกม The sims2 ด้วย หนุกดีอ่านนิยายจบไป 1 เรื่องด้วย หนุกดี เล่นกันลืมวันลืมคืนเลยล่ะ

เมื่อวานไปสอบเสร็จ 1 รอบหญ่าย ๆ เลยกะไปดูหนังกับจิ๊บ เรื่อง The Princess's Diary ก็น่ารักดีอ่ะ ไปถึงมาบุญครอง ไปจองหนังตั้งแต่บ่ายโมงสิบห้า ปรากฏว่ามีรอบ บ่ายสามครึ่ง เลยต้องไปเดินตุหรัดตุเหร่กับจิ๊บ ไปร้องคาราโอเกะเล่น ๆ เพลงละ 10 บาท ที่ชั้น 6 มาบุญครอง แล้วค่อยดูหนัง หนังจบตอนเกือบ 6 โมง แล้วก็ไปมาบุญครองกะอุ๋มอิ๋ม จ่ายตังค์ค่าโทรศัพท์ แล้วกะว่าจะกลับหอ แต่ว่าฝนตกและไม่มีร่ม ทำให้ต้องโทรเรียกแพนมากินข้าวที่มาบุญครองพร้อมร่ม 2 คัน เราไปกินข้าวกันที่โออิชิ สุกี้แอนด์บาร์บีคิว ก็อร่อยไปอีกแบบแหละ หมดไปเกือบ 200 แน่ะ อืม เป็นการคลายเครียดที่เยี่ยมมาก ๆ

วันนี้แพนจะกลับบ้าน เจอกันอีกทีวันไปค่าย กลับบ้านดี ๆ นะหนู

วันจันทร์สอบอีก ตัวก็เสร็จแล้วล่ะ

Sunday, September 19, 2004

Dead week

รู้สึกว่าไม่ได้มาเขียนไดอารี่นานมาก ๆ อ่ะ แบบว่าอาทิตย์ที่แล้วมีแต่สอบทั้ง stat, oral หนุกหนานมาก เหอๆ

อาทิตย์นี้ วิชาส่วนใหญ่ก็ปิดคอร์สกันหมดแล้วล่ะ เหลือเฉพาะวิชา macro II เบื่อมาก ๆ (น่าจะปิดคอร์สไปได้ตั้งนานแล้ว)

เรามีเรียนวันจันทร์ กับพฤหัส--ขี้เกียจไปชะมัด แต่ก็ต้องไปถึงแม้จะไม่เช็คชื่อ.. แบบว่า แต่งตัวไปเรียนเพื่อเรียนวิชาเดียวเอง เปลืองชุดนิสิตว่ะ
อยากบอกว่ายังอ่านไม่จบซักกะวิชาเลย อ่านไม่ทันแล้วอ่ะ ทำไงดี ก็อ่านหนังสือนั่นแหละ แต่ส่วนใหญ่อยู่หอกลาง เทอมนี้เป็นอะไรที่อยู่หอกลางนานมาก ๆ เลย แทบทุกวัน ดีเหมือนกัน จะได้อ่านหนังสืออย่างมีสมาธิ (เหรอ)

สอบเสร็จวันที่ 4 ตุลาคม ไว้จะกลับมาเขียนใหม่นะ..ไว้เจอกัน ตอนนี้ขออ่านหนังสือสอบก่อน เหอๆ

Saturday, September 11, 2004

เครียดจัด

คลายเครียดจากการอ่านหนังสือซะหน่อย ไปดูหนังดีกว่า

เมื่อวานไปดู the shutter มาแหละ น่ากลัวมาก ๆ (แต่เที่ยวไปหลอกคนอื่นว่าฮาแตกทั้งโรง) ขนาดดูตอนบ่ายสองนะเนี่ยแบบว่าตอนบ่าย ๆ เครียดจัด เลยชวนเพื่อน ๆ ไปดูหนัง ปรากฏว่าไม่ว่างกัน เหลือแค่เรากะอุ๋มอิ๋ม ดูหนังเสร็จก็กลับมาห้องค่าย แล้วไปให้อาหารปลาที่สระน้ำจุฬาฯ (หวังว่าอานิสงส์ครั้งนี้จะทำให้เราสอบได้คะแนนดี ๆ สาธู๊..) พอนั่งห้องค่ายได้สักพัก เพื่อนๆ ก็พากันไปดูหนังกัน แบบว่าดูแล้วอ่ะนะ เลยโกรธเพื่อน ๆ ฉุยบอกว่า ไว้วันหลังจัดปาร์ตี้ปี 3 กัน เรากะอุ๋มอิ๋มก็เลยบอกกลับไปว่า ไม่ไปว๊อยยย ไม่ต้องมาชวนเลย ทีเราชวนล่ะไม่ยอมไป ฮึ อยากไปกันเองก็ไปเลย แล้วเราก็ไปกินข้าวกับอุ๋มอิ๋ม 2 คนที่สวนหลวง แบบว่าเซ็งมาก ๆ เลยที่เพื่อน ๆ ทำอย่างนี้กับเรา..ไม่หายโกรธง่าย ๆ หรอก คอยดู

ว่าจะไปดูหนังให้คลายเครียด ปรากฏว่า ยิ่งเครียดมากขึ้นกว่าเดิมอีกแหละ เมื่อคืนนอนคนเดียวไม่ได้ แบบว่ากลัวอ่ะ กลัวมีใครมาดึงผ้าห่ม บรึ๋ยยยยยยยยย..

Monday, September 06, 2004

อยากกินมะตะบะ

นี่ๆ อุตส่าห์นัดวันอย่างดีแล้วนะ ว่าวันจันทร์จะไปกินมะตะบะกันที่ถนนพระอาทิตย์ เจ้าที่อร่อยที่สุด หุ หุ เรานัดกันที่หน้าห้องค่าย ที่หน้าห้องค่ายมี พี่เปา พี่ฟู่ พี่ตั๋น พี่โจ้ และสาว ๆ พวกนั้นว่าจะไปกินเหล้ากัน เพราะว่านาน ๆ พี่โจ้จะมาที พวกเรากะว่าจะออกเดินทางกันประมาณทุ่มครึ่ง ปรากฏว่า ได้ออกจริง ๆ ประมาณสองทุ่มสิบห้า (รอพี่เบคนเดียวเลย) วันนี้ผู้ร่วมเดินทางก็มี เพลิน พี่ไผ่ อุ๋มอิ๋ม น้องแพน น้องตั๊ก น้องณี และที่มาทีหลังสุดคือ พี่เบ ผู้ชายคนเดียวในการเดินทางครั้งนี้

เราเรียกแท๊กซี่ไปกัน แท็กซี่ชั่วมาก ๆ พาอ้อมไปโคตรไกล แล้วยังขับรถได้แย่มาก ๆ อีกด้วย พอ ๆ กับรถเมล์คันเล็ก ๆ สีเขียวเลย (แพนมึนหัวมาก ๆ ประกอบกับหิวสุด ๆ ) พอไปถึงปรากฏว่า..ร้านมะตะบะปิดแล้ว ..เซ็งเลย ตั้งใจมากินแท้ๆ เราเลยตัดสินใจไปกินที่อื่น ถือโอกาสพาน้อง ๆ เดินถนนข้าวสาร (ตอนนั้นแพนหิวจนจะเป็นลมตายแล้ว แวะซื้อกรีนที 1 ขวด) แล้วพากันไปกินอาหารมื้อหลักที่ร้านอาหารใกล้ ๆ ร้านนมมนต์ เรากะแพนแวะซื้อปลาหมึกปิ้งให้แพนกินรองท้องก่อน พอสั่งอาหาร ทุกคนกินแบบไม่พูดไม่จา (ก็หิวนี่..) แล้วก็พากันไปกินต่อที่ร้านนมมนต์ ทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ยกเว้นพี่เบ กินนมคนละแก้ว แล้วก็สั่งขนมปังสังขยา ขนมปังราดช็อคโกแลต ขนมปังแยมส้ม มาแบ่งกันกิน พี่เบถึงขนาดตกใจถามว่า "สาว ๆ พวกนี้ไหนว่ากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านนั้นกันอิ่มแล้วไง.." เป็นอันว่าพี่เบยังไม่ทราบว่าสาว ๆ อย่างพวกเรากินกันได้เรื่อย ๆ พอออกจากนมมนต์ก็ถึงเวลาเรียกแท็กซี่กลับหอ พี่เบลงไปก่อนที่สามย่านเพราะไปสมทบกับพวกพี่โจ้ พี่ฟู่ พี่ตั๋น พี่เปา..ก่อนลงรีบกำชับกับพี่เบว่า..อย่าไปบอกพวกพี่เปานะว่าพวกเราไม่ได้ไปกินมะตะบะกัน เดี๋ยวโดนหัวเราะเยาะ..หึ หึ

คืนนั้นกลับมาถึงหอประมาณ 22.35 คิดว่า "โดนเซนต์อีกแล้วกรู" ปรากฎว่า ยามบอกว่าไม่ต้องเซ็นต์ ขี้เกียจ..รอดตายไปอีก 1 วัน..

ป.ล.สัญญากะแพนว่า ไว้วันหลังจะพาไปกินมะตะบะให้ได้ รอสอบเสร็จก่อนนะจ๊ะแพนจ๋า..

Friday, September 03, 2004

วันเกิด

วันนี้วันเกิดแพน น้องสาวเราแหละ เมื่อคืนโทรไป Happy Birthday ตอนเที่ยงคืนแล้วล่ะ แต่ว่า แพนไม่รับโทรศัพท์ คงหลับไปแล้วมั้ง..ไอ่เราก็เหนื่อยมาก ๆ พอวางโทรสับก็หลับทันที

ตอนเช้าวันนี้ไปเรียนสายด้วยหล่ะ แย่จัง

ตอนบ่ายวันนี้ว่าจะไปสัมภาษณ์ร้านโจ๊กสามย่านถึงประวัติของธุรกิจ ความเป็นมา เหตุผลที่ประสบความสำเร็จ ยุทธศาสตร์การค้า อะไรทำนองนี้แหละ แบบว่าต้องเอามา present เป็นภาษาอังกฤษในวิชา Oral Eng น่ะ (ไม่งั้นไม่ทำหรอกน่า) ก็ผ่านไปได้ด้วยดีแหละ คุณน้าเค้าใจดี ถามอะไรก็ตอบ พอสัมภาษณ์เสร็จ จิ๊บโทรมาบอกว่ายังไม่ได้ที่เลย ไปไกลถึงสยามแน่ะ ไอ่เราก็คิด ทำไมไม่เอาแถว ๆนี้วะ คนมันใจดีผิดกัน จิง ๆ นะ เราเข้าไปร้านไหนเค้าก็บอกว่ายินดีให้สัมภาษณ์..คนเรามันต่างกันเนอะ

เย็นวันนี้มีรับสมัครค่ายกลางปีเป็นวันสุดท้ายแล้ว บรรยากาศคึกคักดี น่าดีใจจัง หลังจากนั้นเราว่าจะไปกินข้าวฉลองวันเกิดน้องแพนกัน แต่มีประชุมต่อจนค่อนข้างดึกอ่ะ เลยไปกินข้าวกับเพื่อนพี่น้องที่สามย่าน อิ่มสเต็กเกือบตายแน่ะ พอกลับห้องเลยรู้ว่าน้องเมทกลับบ้าน ได้อยู่กับพี่ไผ่สองคน สักพักเจ๊แกก็เดินไปข้างนอก ค่อนข้างนานเลยล่ะ นึกว่าจะได้นอนคนเดียวซะแระ รอ ร๊อ รอ..แล้วเจ๊แกก็กลับมา เฮ้อ!! โล่งอกไปที
อีก 2 วันวันเกิดตุ๊กตา happy birthday ล่วงหน้านะจ๊ะ (เผื่อไม่มีเวลามาอัพเดทน่ะ)

Monday, August 30, 2004

หนุกหนาน

โอ้โห..วันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอะไรที่สุดยอดมาก ๆ เลย

ได้ไปทำค่ายเอดส์ที่ ร.ร.ชุมพลทหารเรือ เค้าออกเดินทางกันวันศุกร์เย็น แต่เราไม่ได้ไปพร้อมเค้าหรอกนะ เราตามไปทีหลัง(เพราะเราไปเลี้ยงส่ง เจ๊หนึ่ง ไง) แล้วค่อยตามไปวันเสาร์ วันนั้นรู้สึกจะเป็นกิจกรรมวิชาการนะ แล้วก็มีสันทนาการอีกนิดหน่อย พอดึกๆ คนส่วนใหญ่ก็เข้านอน(เห็นเค้าบอกว่า คืนวันศุกร์ไม่ค่อยได้นอน) แล้วก็จะมีคนอีกกลุ่มนึงไปเชียร์กีฬาโอลิมปิก มวยชิงเหรียญทอง ส่วนเราก็นั่งเล่นกีตาร์ ร้องเพลง กับเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ คุยไป เม้าท์ไป สนุกไปอีกแบบ เอาไปเอามา ตีสองครึ่งก็สลายวงเม้าท์ไปเข้านอน เหลือเพียงข้าพเจ้าที่ยังไม่ง่วง ยังคงเล่นกีตาร์ไปเรื่อยๆ สักพัก พี่คนนึงก็ชวนมาเล่นไพ่ เล่นกันอย่างเมามันยันเช้าแน่ะ เหลือเชื่อ.. เช้าวันนั้นเค้าตื่นกันประมาณตีห้าครึ่ง เพราะว่าจะนำน้องออกกำลังกายแล้วค่อยไปกินข้าว ไอ้เราก็ขี้เกียจวิ่ง เลยนั่งอยู่ที่บ้าน ตอนที่เค้าไปวิ่งกัน เราก็อาบน้ำ เก็บของ เตรียมตัวกลับ กินข้าวเสร็จก็มีพิธีปิด ถ่ายรูปร่วมกัน แล้วก็ไปเที่ยวกันต่อที่หาดทรายแก้ว คนอื่นก็ไปเล่นน้ำ พายเรือคยัคกัน ไอ้เราก็..นอน เพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืนนี่หว่า แล้วก็กลับ กทม. โดยสวัสดิภาพ

น่าเสียดายมากๆ ที่ไม่ได้ไป Econ Night เพื่อน ๆ บอกว่าสนุกมาก

Thursday, August 26, 2004

เปิดประเดิม

เย้ๆๆ ดีใจจัง มีไดอารี่กะเค้าแล้ว แบบว่าอ่านของเพื่อนมาแล้วสนใจทำบ้าง จะได้มีอะไรทำเป็นผู้เป็นคนกะเค้าเสียที

ขณะนี้เวลา 9.30 น นะฮ้า แบบว่าอุตส่าห์แหกขี้ตาตื่นมาเรียน ปรากฏว่า..แหะๆ..เราลืมเองแหละว่าอาจารย์งด class เสียเวลาทำมาหากิน(เวลาหลับเวลานอน..เอ้ย!! เวลาอ่านหนังสือ) หมด เหมือนวันพระจะมีแค่วันนี้วันเดียวสินะ เพราะจริง ๆ วันนี้มีเรียนถึง 4 วิชา งดซะ 3...ให้ตายเหอะ จะมีอย่างนี้ซักกี่ครั้งวะเนี่ย ใกล้สอบเข้ามาแล้วนะเนี่ย ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลย.. ดีใจหรือเสียใจกันแน่เนี่ย งงตัวเองจริง ๆ

อยากเจอเพื่อน ๆ จัง ตุ๊กตา น้ำผึ้ง ดอย..โดยเฉพาะ เจ๊หนึ่ง ไม่ได้เจอกันชาตินึงได้แล้วมั้ง คิดถึงจัง..จะไปเมืองนอกอีกตั้ง 1 ปี ไม่เจอคราวนี้เสียดายแย่เลยเนี่ย

พอแค่นี้ก่อนละกัน สำหรับวันแรกของฉัน บน ไดอารี่...