จะว่าไปแล้ว ก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดเหมือนกันนะเนี่ย สอบไม่กี่ตัวเอง แต่รู้สึกเหมือนกับว่าสอบหนักที่สุดใน 4 ปีที่เรียนมาเลยเชียว
วันนี้เพิ่งสอบเสร็จ ไม่อยากจะเขียนบ่น เพราะบ่นจนไม่รู้จะบ่นยังไงแล้วกับเพื่อน ๆ ที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน
วันนี้สอบเสร็จตอน 4 โมงเย็น เลยว่าจะไปหาความสุขใส่ตัวซะหน่อย กลุ่มเพื่อน ๆ 5 ชีวิตเลยพากันไปกินข้าวเย็นตั้งแต่ 5 โมงเย็น เนื่องจากเพื่อน ๆ บังเกิดเกล้ามันติดละคร "เล่ห์ภุมเรศ" กันบ้าง อเคดามีฯ บ้าง งอมแงมเลย แต่ละคน อืม ไปกินที่ยามาเนะ สยามกัน เฮ้อ จะกินอะไรทีตอนสอบเสร็จก็หนีไม่พ้นสยามเลยอ่ะ เบื่อจริง ๆ แต่ก็ไม่รู้จะไปไกลทำไม สับสนในชีวิตป่ะเนี่ย?
พูดถึงเรื่องกินข้าวกับกลุ่มเพื่อน ตั้งแต่ตอนปี 1 ละ จะมีวัฒนธรรมประมาณว่า กินข้าวกัน หารกัน เหลือก็เก็บเป็นเงินกลุ่ม กะว่าตอนปี 4 จะไปกินข้าวกันอย่างหรูหราด้วยเงินก้อนนี้ จนกระทั่งบัดนี้ เงินกลุ่มก็ยังคงมีอยู่ แต่มีอยู่ในปริมาณที่น้อยมาก ๆ ๆ กินฟูจิคนเดียวยังไม่พอเลย นึกว่าจะได้กินกันหรู ๆ ฟรี ๆ ด้วยเงินที่มีอยู่ ก็นะ อดไปเลย จะว่าไปก็งงอยู่ว่า กินข้าวแล้วเก็บอีท่าไหนเนี่ย ทำไมมันน้อยนิดอย่างนี้ล่ะ?
พอ ๆ วันนี้ขอไปใช้ชีวิตอย่างสุขีสุโขหลังสอบเสร็จก่อนละกัน แฮ่ๆ
Friday, July 29, 2005
Tuesday, May 31, 2005
ฝึกงานเสร็จแว้ววววววววว
วันนี้ก็เป็นวันฝึกงานวันสุดท้ายของเราอ่ะ เหมือนไม่ค่อยได้ทำอะไรเลยอ่ะ ว่างๆ ยังไงชอบกล
เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าจะพักผ่อน เอาไปเอามา ถูกลากไปช่วยน้องทำบ้านรับน้องจนได้(ว่าจะไม่ทำแล้วนะ) แต่ก็เอาเหอะ โดยรวมก็ดีแหละ แต่เหนื่อยเป็นบ้าเลยแฮะ ให้ผู้หญิงบอบบาง ๆ อย่างเราไปตีกลองซะได้ ม่ายหวาย ๆ ทำบ้านรับน้องปีนี้ ได้รับตำแหน่งเป็น Universal Be เลยเชียว ทั้งร้อง ทั้งเต้น โคตรเหนื่อยเลย ตอนเย็นน้องกะจะให้ไปเล่นกีตาร์อีก ได้ข่าวว่าขนาดกินข้าวยังมือสั่นเลย จะให้เล่นกีตาร์ไหวได้ไง เลยกลับมานั่งเล่นห้องค่าย ได้เจอพี่ๆ เยอะแยะเลย ได้ร้องเพลง เล่นกีตาร์ อยากให้บรรยากาศเก่า ๆ แบบนี้กลับมาอีกจังเลย แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้วแหละ น่าเสียดายจริง ๆ
เพิ่งจะได้พักผ่อนเต็ม ๆ กะเค้าซะที เฮ้อ...
Wednesday, May 25, 2005
ฝึกงานจะเสร็จแล้ววววววววววววว
อีกประมาณ 1 อาทิตย์ก็จะฝึกงานเสร็จแล้วสิเนี่ย เร็วเป็นบ้าเลย ตั้ง 2 เดือนครึ่งแน่ะ ทำไมมันผ่านไปเร็วจัง ดูเหมือนตอนนี้อะไร ๆ ก็ดูจะผ่านไปอย่างรวดเร็วจนใจหายเลยทีเดียว
อืม ปลายเดือนนี้ ก็จะมีงาน "รับน้องก้าวใหม่ จุฬาฯ" ต้องมาช่วยอย่างเสียไม่ได้เลยทีเดียว
เอ้อ..น้องรุ่นนี้ก็แปลกดีเนอะ มีตั้งเยอะตั้งแยะ ช่วย ๆ กันทำงาน แต่ไม่ค่อยไฟต์ทำกันเท่าไรเลย ขอบ่นหน่อยเหอะ เรากลับจากฝึกงานก็ดึกแล้ว เลยไม่ค่อยได้มาดูน้องเท่าไร เมื่อเสาร์ - อาทิตย์ - จันทร์ ที่ผ่านมา ได้(มีโอกาส)มาช่วยน้องซ้อมสันทนาการ ให้ตายสิ นี่มันก็ใกล้วันจริงเข้าไปทุกทีแล้ว ยังเต้นกันไม่ได้เล้ยยยยยยย... ไม่ได้เลยจริง ๆ นะ เพิ่งจะมาสอนท่ากันตอนนี้ ละอีกอย่าง ปีนี้ไม่มีคนตีกลองซะด้วยสิ ไอ่เราก็อุตส่าห์ไปช่วย วันเสาร์ช่วยร้อง วันอาทิตย์ช่วยตีกลอง เหนื่อยแทบตาย แต่น้อง ๆ ดูเหมือนไม่ค่อยจริงจังกันเท่าไรเลยอ่ะ ขนาดเพลงบายศรีนะ ยังไม่พยายามร้องกันเลยอ่ะ เลยไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว แอบเอือมเล็กน้อย เลยอดเป็นห่วงไม่ได้เลยว่าบ้าน "ดังฟันหลอ" ปีนี้จะเป็นยังไงน้า..
จะยังไงก็เหอะ ต้องให้น้องเฟรชชี่สนุกไว้ก่อน
Sunday, May 01, 2005
Guitar Birthday
แฮ่ๆ เราซื้อกีตาร์แล้วแหละ ราคา 4960 บาท ไม่รวมกระเป๋า ตอนแรกที่คุยกะพี่หน่าย พี่หน่ายว่า ส่วนใหญ่ก็จะไม่ได้กระเป๋า แต่ได้ปิ๊กแถมมาซัก 4-5 ตัว ไอ่เราก็ "อืมม..ดีแฮะ"
วันนี้ไปซื้อกีตาร์กะอุ๋มอิ๋มกะพี่หน่าย ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ กะว่าจะไปดูที่เวิ้งก่อน วันนั้นร้อนมาก แทบจะเป็นบ้าเลยเรา เดิน เดิน เดิน แล้วก็เดินดู ปรากฏว่าไม่มีร้านไหนเปิดขายเลยแฮะ ไอ่เราก็นึก 'วันนี้วันอาทิตย์นี่หว่า แถมเป็นวันแรงงานซะด้วย มาผิดวันแล้วม้างงงง..' แต่ก็ไม่ได้พูดนะ กลัวพี่หน่ายว่าเอา เหอ ๆ
เดินไปเดินมาทั่วเวิ้งแล้ว มีเปิดอยู่ร้านเดียว เซ็งเจงเจงงงง แถมไม่ถูกใจอีกตะหาก พี่หน่ายเลยว่า ไปร้านที่สยามดิสคอฟเวอรี่ดีกว่า มีให้เลือกเยอะดี อืม ลองเล่นไปเล่นมา ไปถูกใจกีตาร์ตัวนึง ยี่ห้อ washburn ราคา 4960 ไม่รวมกระเป๋า เราเห็นราคาแล้วก็แบบว่า เหอๆ กระเป๋าฉีกอีกแล้วกรู..
สุดท้ายก็ได้ไอ้เจ้ากีตาร์ตัวนั้นแหละ 4960 บาท ค่ากระเป๋าอีก 300 บาท รวมเป็น 5260 บาท ค่ะ (เค้าแถมปิ๊กกลับบ้าน 1 ตัว )
หลังจากซื้อกีตาร์แล้ว เราก็แบกกีตาร์ออกมาจากร้านด้วยความภูมิใจ แถมน้ำตาตกในด้วยความที่ว่า เดือนนี้จะต้องกินแกลบอีกแล้ว เฮ้อออ เดินผ่านสยามดิส เข้ามาบุญครอง ไปกินไอติม Swensen's กัน สั่ง Earthquake กัน กินกัน 3 คน อิ่มอร่อย พี่หน่ายถามว่า "อิ่มยังเนี่ย ไม่ได้กินข้าวกลางวัน" เรากะอุ๋มอิ๋มเลยตอบว่า ถ้าจะให้ตอบจิง ๆ แล้วเนี่ย กินไอติมอ่ะ ยังไม่อิ่มหรอก กินได้เรื่อย ๆ พี่หน่ายเลยเป็นงง ผู้หญิงพวกนี้น่ากลัวจริง ๆ ทำไงได้ ผู้หญิงส่วนมากก็ชอบไอติมกันทั้งนั้นแหละ ช่ายม๊า..
วันนี้เลยวันเกิดกีตาร์ของเรา
คืนนี้เราคงได้เล่นกีตาร์ให้อิ่มไปเลยอ่ะ อิอิ
วันนี้ไปซื้อกีตาร์กะอุ๋มอิ๋มกะพี่หน่าย ซึ่งเป็นวันอาทิตย์ กะว่าจะไปดูที่เวิ้งก่อน วันนั้นร้อนมาก แทบจะเป็นบ้าเลยเรา เดิน เดิน เดิน แล้วก็เดินดู ปรากฏว่าไม่มีร้านไหนเปิดขายเลยแฮะ ไอ่เราก็นึก 'วันนี้วันอาทิตย์นี่หว่า แถมเป็นวันแรงงานซะด้วย มาผิดวันแล้วม้างงงง..' แต่ก็ไม่ได้พูดนะ กลัวพี่หน่ายว่าเอา เหอ ๆ
เดินไปเดินมาทั่วเวิ้งแล้ว มีเปิดอยู่ร้านเดียว เซ็งเจงเจงงงง แถมไม่ถูกใจอีกตะหาก พี่หน่ายเลยว่า ไปร้านที่สยามดิสคอฟเวอรี่ดีกว่า มีให้เลือกเยอะดี อืม ลองเล่นไปเล่นมา ไปถูกใจกีตาร์ตัวนึง ยี่ห้อ washburn ราคา 4960 ไม่รวมกระเป๋า เราเห็นราคาแล้วก็แบบว่า เหอๆ กระเป๋าฉีกอีกแล้วกรู..
สุดท้ายก็ได้ไอ้เจ้ากีตาร์ตัวนั้นแหละ 4960 บาท ค่ากระเป๋าอีก 300 บาท รวมเป็น 5260 บาท ค่ะ (เค้าแถมปิ๊กกลับบ้าน 1 ตัว )
หลังจากซื้อกีตาร์แล้ว เราก็แบกกีตาร์ออกมาจากร้านด้วยความภูมิใจ แถมน้ำตาตกในด้วยความที่ว่า เดือนนี้จะต้องกินแกลบอีกแล้ว เฮ้อออ เดินผ่านสยามดิส เข้ามาบุญครอง ไปกินไอติม Swensen's กัน สั่ง Earthquake กัน กินกัน 3 คน อิ่มอร่อย พี่หน่ายถามว่า "อิ่มยังเนี่ย ไม่ได้กินข้าวกลางวัน" เรากะอุ๋มอิ๋มเลยตอบว่า ถ้าจะให้ตอบจิง ๆ แล้วเนี่ย กินไอติมอ่ะ ยังไม่อิ่มหรอก กินได้เรื่อย ๆ พี่หน่ายเลยเป็นงง ผู้หญิงพวกนี้น่ากลัวจริง ๆ ทำไงได้ ผู้หญิงส่วนมากก็ชอบไอติมกันทั้งนั้นแหละ ช่ายม๊า..
วันนี้เลยวันเกิดกีตาร์ของเรา
คืนนี้เราคงได้เล่นกีตาร์ให้อิ่มไปเลยอ่ะ อิอิ
Saturday, March 26, 2005
ฝึกงาน
แฮ่ ๆ ไม่ได้ใช้อินเตอร์เน็ตมานานแหละ (แทนที่น่าจะได้ใช้เยอะกว่าตอนเปิดเทอมเนอะ)
เราฝึกงานมาได้สองอาทิตย์แหล่ว ก็ดีนะ ได้งานสามัญ ๆ พวก GB อะไรทำนองนี้ เลิกงานเย็นทุกวันเลย 1อาทิตย์ที่ผ่านมาไปอยู่คอนโดอุ๋มอิ๋มมา ก็สะดวกดี แต่ไม่ได้เล่นอินเตอร์เน็ต เลยอู้งานการเขียนบล็อคมานานนนนมากกกกก เหอๆ
พูดถึงเรื่องฝึกงาน เราไปฝึกเป็นเบ๊ ที่ บล.ยูไนเต็ด มา ได้ทำงานเบ๊จำพวก ถ่ายเอกสาร จัดชุดเอกสารเปิดพอร์ต พิมพ์ใบกำกับภาษี อะไรทำนองนี้อ่ะ กลับมาถึงคอนโด แต่ละวันแทบจะเป็นลม กินข้าวไม่ค่อยลง สงสัยจะได้ผอมตอนซัมเมอร์นี้แหละ เหอๆๆ เหนื่อยมากอ่ะ
อยู่ที่นั่นมีเพื่อนนักศึกษาฝึกงานเป็นเด็กราชภัฏอุดร 2 คน คนนึงชื่อขวัญ อีกคนนึงชื่อสุ เราก็แกล้งเรียก "สุขา....สุขา....." มันค้อนเราใหญ่เลย เราก็ยังอุตส่าห์บอกมันนะ ว่า เนี่ย เราเรียกแกเพราะ ๆ ทุกคำเลยนา คิดไปก็ฮาดีเนอะ มีอีกตอนนึง พี่เค้าเรียกสุไปซีรอกซ์ มันก็ขาน " ขา...." เออ ฮาดีเว้ย..
ช่วงนี้มีงานสัปดาห์หนังสือนะ 25 มีนา-6 เมษา --> เราว่ามันชักจะมีบ่อยเกินไปแล้วแหละ เดี๋ยวๆ ก็มีงานหนังสือมติชน หนังสือนานาชาติ ฯลฯ เปลืองเงินสิ้นดี แต่ก็เต็มใจจ่ายนะ อิอิ
เราฝึกงานมาได้สองอาทิตย์แหล่ว ก็ดีนะ ได้งานสามัญ ๆ พวก GB อะไรทำนองนี้ เลิกงานเย็นทุกวันเลย 1อาทิตย์ที่ผ่านมาไปอยู่คอนโดอุ๋มอิ๋มมา ก็สะดวกดี แต่ไม่ได้เล่นอินเตอร์เน็ต เลยอู้งานการเขียนบล็อคมานานนนนมากกกกก เหอๆ
พูดถึงเรื่องฝึกงาน เราไปฝึกเป็นเบ๊ ที่ บล.ยูไนเต็ด มา ได้ทำงานเบ๊จำพวก ถ่ายเอกสาร จัดชุดเอกสารเปิดพอร์ต พิมพ์ใบกำกับภาษี อะไรทำนองนี้อ่ะ กลับมาถึงคอนโด แต่ละวันแทบจะเป็นลม กินข้าวไม่ค่อยลง สงสัยจะได้ผอมตอนซัมเมอร์นี้แหละ เหอๆๆ เหนื่อยมากอ่ะ
อยู่ที่นั่นมีเพื่อนนักศึกษาฝึกงานเป็นเด็กราชภัฏอุดร 2 คน คนนึงชื่อขวัญ อีกคนนึงชื่อสุ เราก็แกล้งเรียก "สุขา....สุขา....." มันค้อนเราใหญ่เลย เราก็ยังอุตส่าห์บอกมันนะ ว่า เนี่ย เราเรียกแกเพราะ ๆ ทุกคำเลยนา คิดไปก็ฮาดีเนอะ มีอีกตอนนึง พี่เค้าเรียกสุไปซีรอกซ์ มันก็ขาน " ขา...." เออ ฮาดีเว้ย..
ช่วงนี้มีงานสัปดาห์หนังสือนะ 25 มีนา-6 เมษา --> เราว่ามันชักจะมีบ่อยเกินไปแล้วแหละ เดี๋ยวๆ ก็มีงานหนังสือมติชน หนังสือนานาชาติ ฯลฯ เปลืองเงินสิ้นดี แต่ก็เต็มใจจ่ายนะ อิอิ
Thursday, March 10, 2005
สอบเสร็จแระ
เพิ่งจะสอบเสร็จเมื่อกี้นี้เองแหละ โอย ให้ตายสิ ทำได้ไม่ถึงครึ่งเลยทีเดียว แย่จัง
สอบเสร็จคราวนี้ไม่ได้ไปเที่ยวกับกกลุ่มเพื่อนเหมือนทุกครั้งเลย เพื่อน ๆ ต้องกลับไปทำธุระกันหมด ไปต่างประเทศกันท้างน้านนน ส้มกะแนน ไปอเมริกา หลินไปแคนาดา เมย์กะทิพย์ไปญี่ปุ่น ย้งก็ไปนะ แต่ไปเที่ยว เหลือแค่ เรากะเจียร์ที่อยู่เมืองไทยกันสองคน
วันนี้ดาวน์โหลดการ์ตูน Death Note ตอนที่ 59 (ประมาณเล่ม 7) ได้แล้วแหละ ใครยังไม่เคยอ่านก็ไปอ่านซะนะ สนุกที่สุดเลย ขอบอก ๆ ตอนนี้ได้พิมพ์เป็นภาษาไทยไปแล้วจำนวน 2 เล่นโดย Nation สำหรับท่านที่นิยมอ่านการ์ตูนรายสัปดาห์นั้น หาอ่านได้ใน Boom เจ้าค่ะ อิอิ
เรื่องราวก็คงจะเป็น.. ยมฑูต ลุค ได้ทำ death note หล่นหายลงบนโลกมนุษย์ death note ที่ว่านี้มีลักษณะพิเศษคือคนที่ถูกเขียนชื่อลงบนสมุดเล่มนี้จะตายไลท์ ซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่องเก็บ death note ได้ ตอนแรก ๆ ไลท์ก็ใช้ death note นี้ในการสร้างสังคมอุดมคติ โดยการเขียนชื่ออาชญากรเพื่อช่วยเหลือกรมตำรวจ และใช้ชื่อว่า คิระ แต่ไป ๆ มาๆ ตำรวจดี ๆ กลับถูกฆ่า เพราะคิระไม่ต้องการให้สาวเรื่องมาถึงตน ถึงตอนนี้ก็มีตัวเอกโผล่มาอีกตัวคือ L(แอล) ซึ่งเก่งพอ ๆ กัน รู้ทัน ไลท์ ทุกอย่าง ยุ่งล่ะสิ ลองอ่านดูเอาเองละกันนะ
สอบเสร็จคราวนี้ไม่ได้ไปเที่ยวกับกกลุ่มเพื่อนเหมือนทุกครั้งเลย เพื่อน ๆ ต้องกลับไปทำธุระกันหมด ไปต่างประเทศกันท้างน้านนน ส้มกะแนน ไปอเมริกา หลินไปแคนาดา เมย์กะทิพย์ไปญี่ปุ่น ย้งก็ไปนะ แต่ไปเที่ยว เหลือแค่ เรากะเจียร์ที่อยู่เมืองไทยกันสองคน
วันนี้ดาวน์โหลดการ์ตูน Death Note ตอนที่ 59 (ประมาณเล่ม 7) ได้แล้วแหละ ใครยังไม่เคยอ่านก็ไปอ่านซะนะ สนุกที่สุดเลย ขอบอก ๆ ตอนนี้ได้พิมพ์เป็นภาษาไทยไปแล้วจำนวน 2 เล่นโดย Nation สำหรับท่านที่นิยมอ่านการ์ตูนรายสัปดาห์นั้น หาอ่านได้ใน Boom เจ้าค่ะ อิอิ
เรื่องราวก็คงจะเป็น.. ยมฑูต ลุค ได้ทำ death note หล่นหายลงบนโลกมนุษย์ death note ที่ว่านี้มีลักษณะพิเศษคือคนที่ถูกเขียนชื่อลงบนสมุดเล่มนี้จะตายไลท์ ซึ่งเป็นตัวเอกของเรื่องเก็บ death note ได้ ตอนแรก ๆ ไลท์ก็ใช้ death note นี้ในการสร้างสังคมอุดมคติ โดยการเขียนชื่ออาชญากรเพื่อช่วยเหลือกรมตำรวจ และใช้ชื่อว่า คิระ แต่ไป ๆ มาๆ ตำรวจดี ๆ กลับถูกฆ่า เพราะคิระไม่ต้องการให้สาวเรื่องมาถึงตน ถึงตอนนี้ก็มีตัวเอกโผล่มาอีกตัวคือ L(แอล) ซึ่งเก่งพอ ๆ กัน รู้ทัน ไลท์ ทุกอย่าง ยุ่งล่ะสิ ลองอ่านดูเอาเองละกันนะ
Tuesday, March 08, 2005
อู้มาเกือบ 3 เดือนแน่ะ
อะฮั้นไม่รู้จะแจ้งอะไรให้พวกท่านทราบได้ เรื่องราวมันก็งั้น ๆ แหละ
ไม่รู้จะพูดความเป็นมาไปทำไม พูดถึงความเป็นไปเลยดีกว่า
ขณะนี้ข้าพเจ้าได้ที่ฝึกงานแล้วเจ้าค่ะ ได้ที่ บล.ยูไนเต็ด จำกัด(มหาชน) อยู่แถว ๆ ถนนเพชรบุรี ใกล้แยกอโศก เพิ่งรู้ว่าฝึกงานตึกติดกับไอ่ดอยเลย ไอ่ดอยมันฝึกที่ ททท(แถมไม่ได้ตังค์ด้วย เราได้ตังค์ โฮะ โฮะ โฮะ)
สอบไฟนอลยังไม่ทันจะเสร็จดี ก็อดรนทนไม่ได้ ต้องขอเข้าเน็ตมาเช็คเมล์ และทำการบ้านที่ค้างมาตั้ง 3 เดือนนี้ก่อน เฮ้อ..!! จะว่าไปแล้วก็เครียดนะเนี่ย ไม่ได้ห่วงวิชาไหนเล้ยยยย ยกเว้น intro econo ขอให้มันผ่านได้เห้อะ ไม่อยากเรียนอีกรอบ -_-"
ปิดเทอมนี้อยู่หอท้างซัมเมอร์เลย ฝึกงานหมด 2 เดือนครึ่ง ถึง 31 พค แน่ะ (เอาให้ตายไปเลย)
แฮ่ ๆ ตอนนี้กะลังติดการ์ตูนหนึบหนับ เรื่อง Death Note ใครไม่เคยอ่านก็ไปอ่านซะนะ หนุกมาก ๆ ขอบอก ขอบอก
ไม่รู้จะพูดความเป็นมาไปทำไม พูดถึงความเป็นไปเลยดีกว่า
ขณะนี้ข้าพเจ้าได้ที่ฝึกงานแล้วเจ้าค่ะ ได้ที่ บล.ยูไนเต็ด จำกัด(มหาชน) อยู่แถว ๆ ถนนเพชรบุรี ใกล้แยกอโศก เพิ่งรู้ว่าฝึกงานตึกติดกับไอ่ดอยเลย ไอ่ดอยมันฝึกที่ ททท(แถมไม่ได้ตังค์ด้วย เราได้ตังค์ โฮะ โฮะ โฮะ)
สอบไฟนอลยังไม่ทันจะเสร็จดี ก็อดรนทนไม่ได้ ต้องขอเข้าเน็ตมาเช็คเมล์ และทำการบ้านที่ค้างมาตั้ง 3 เดือนนี้ก่อน เฮ้อ..!! จะว่าไปแล้วก็เครียดนะเนี่ย ไม่ได้ห่วงวิชาไหนเล้ยยยย ยกเว้น intro econo ขอให้มันผ่านได้เห้อะ ไม่อยากเรียนอีกรอบ -_-"
ปิดเทอมนี้อยู่หอท้างซัมเมอร์เลย ฝึกงานหมด 2 เดือนครึ่ง ถึง 31 พค แน่ะ (เอาให้ตายไปเลย)
แฮ่ ๆ ตอนนี้กะลังติดการ์ตูนหนึบหนับ เรื่อง Death Note ใครไม่เคยอ่านก็ไปอ่านซะนะ หนุกมาก ๆ ขอบอก ขอบอก
Friday, December 31, 2004
สอบเสร็จ-เที่ยวโคราช
หลังจาที่หายหัวไปตั้งนาน ไม่ค่อยได้เข้ามาเขียน blog เลย แบบว่า เป็นช่วงสอบพอดีเลย ก็เลยได้แต่อ่านหนังสือ
วันนี้สอบเสร็จแล้ว (จริง ๆ เสร็จตั้งแต่เมื่อวานซืน) เมื่อคืนเลยเล่นเน็ตให้หนำใจไปเลย เล่นตั้ง 2 ชั่วโมงแน่ะ ตั้งแต่เที่ยงคืนถึงตีสอง
ปีใหม่ปีนี้ไม่ได้กลับบ้านแหละ เนื่องจากไม่มีตั๋ว ให้ตายสิ จองล่วงหน้าตั้ง 2 เดือนยังไม่ได้ตั๋วเลย เซ็งๆๆๆ ปะป๊าก็เลยลงมากรุงเทพ แล้วพาไปเที่ยวบ้านพี่แอนท์ที่โคราชแหละ เนี่ย กะลังจะไปเลย
หลังปีใหม่มีงานต้องพรีเซนต์เป็นกลุ่ม ได้ข่าวว่ายังไม่ได้แบ่งกันทำเลย แล้วจะทันมั้ยเนี่ย (-_-")
เดินทางไปโคราชกับพี่แอนท์ โดยอาป๋อมมารับ สุขีดีจัง
อยู่นู่นก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรเท่าไรหรอก ตื่นก็ 10 โมงครึ่งปาเข้าไป กินข้าวเที่ยง นั่งเล่น+อ่านหนังสือ กินข้าวเย็น จะมีก็วันหลัง ๆ ที่ได้ช่วยอาป๋อมขายของ เอาของเข้าตู้เย็น หนุกดี ชอบ ๆ
บางวันได้ไปเที่ยวที่สวนสาธารณะด้วยแหละ ไปตั้ง 2 วันแน่ะ เค้าเรียกว่า บุ่งตาหลั่ว มันเป็นบึงดี ๆ นี่แหละ(บุ่ง แปลว่า บึง) แล้วก็ทำเป็นสวนสาธารณะซะเลย เราว่าเค้าก็ทำดีนะ ดีกว่าของเชียงใหม่ซะอีก กว้างมากกก ถ้าจะนับเป็ฯกิโล รอบสวนก็ 4.1 กิโลเมตรได้แหละ มี lane ให้ปั่นจักรยานด้วย ดีจัง ถ้าเชียงใหม่ทำดี ๆ อย่างนี้บ้างก็น่าจะดีเนอะ
โดนพี่อูฐหลอกให้วิ่งแหละ มีอย่างที่ไหน ไปกัน 4 คน เพลิน แพน พี่แอนท์ พี่อูฐ ตั้งกติกาว่า ให้เดินเร็ว แต่ใครที่อยู่คนสุดท้ายเกิน 20 วินาที ให้เป็นหมู โดยหมูเนี่ยนะ อีกสามคนสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ อย่างนี้เลยวิ่งกันหมดทุกคนเลย เอาไปเอามา ก็กลับมาเดินเรียงแถว 4 คนอีกจนได้
กลับไปที่บ้าน โคตรเมื่อยขาเลย
เมื่อได้ฤกษ์เดินทางกลับกรุงเทพ พี่อูฐขับรถมาส่งที่จุฬาฯ แหละ ขึ้นไปเก็บของสักพัก ก็ไปกินข้าวกับอาหมีเพื่อนปะป๊า แล้วก็ขึ้นหอมานั่งเล่นนอนเล่น ส่วนแพนกับปะป๊าก็เตรียมตัวขึ้นรถไฟกลับเชียงใหม่
ปีใหม่ปีนี้ไม่ได้กลับบ้านแหละ เนื่องจากไม่มีตั๋ว ให้ตายสิ จองล่วงหน้าตั้ง 2 เดือนยังไม่ได้ตั๋วเลย เซ็งๆๆๆ ปะป๊าก็เลยลงมากรุงเทพ แล้วพาไปเที่ยวบ้านพี่แอนท์ที่โคราชแหละ เนี่ย กะลังจะไปเลย
หลังปีใหม่มีงานต้องพรีเซนต์เป็นกลุ่ม ได้ข่าวว่ายังไม่ได้แบ่งกันทำเลย แล้วจะทันมั้ยเนี่ย (-_-")
เดินทางไปโคราชกับพี่แอนท์ โดยอาป๋อมมารับ สุขีดีจัง
อยู่นู่นก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรเท่าไรหรอก ตื่นก็ 10 โมงครึ่งปาเข้าไป กินข้าวเที่ยง นั่งเล่น+อ่านหนังสือ กินข้าวเย็น จะมีก็วันหลัง ๆ ที่ได้ช่วยอาป๋อมขายของ เอาของเข้าตู้เย็น หนุกดี ชอบ ๆ
บางวันได้ไปเที่ยวที่สวนสาธารณะด้วยแหละ ไปตั้ง 2 วันแน่ะ เค้าเรียกว่า บุ่งตาหลั่ว มันเป็นบึงดี ๆ นี่แหละ(บุ่ง แปลว่า บึง) แล้วก็ทำเป็นสวนสาธารณะซะเลย เราว่าเค้าก็ทำดีนะ ดีกว่าของเชียงใหม่ซะอีก กว้างมากกก ถ้าจะนับเป็ฯกิโล รอบสวนก็ 4.1 กิโลเมตรได้แหละ มี lane ให้ปั่นจักรยานด้วย ดีจัง ถ้าเชียงใหม่ทำดี ๆ อย่างนี้บ้างก็น่าจะดีเนอะ
โดนพี่อูฐหลอกให้วิ่งแหละ มีอย่างที่ไหน ไปกัน 4 คน เพลิน แพน พี่แอนท์ พี่อูฐ ตั้งกติกาว่า ให้เดินเร็ว แต่ใครที่อยู่คนสุดท้ายเกิน 20 วินาที ให้เป็นหมู โดยหมูเนี่ยนะ อีกสามคนสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ อย่างนี้เลยวิ่งกันหมดทุกคนเลย เอาไปเอามา ก็กลับมาเดินเรียงแถว 4 คนอีกจนได้
กลับไปที่บ้าน โคตรเมื่อยขาเลย
เมื่อได้ฤกษ์เดินทางกลับกรุงเทพ พี่อูฐขับรถมาส่งที่จุฬาฯ แหละ ขึ้นไปเก็บของสักพัก ก็ไปกินข้าวกับอาหมีเพื่อนปะป๊า แล้วก็ขึ้นหอมานั่งเล่นนอนเล่น ส่วนแพนกับปะป๊าก็เตรียมตัวขึ้นรถไฟกลับเชียงใหม่
Friday, December 10, 2004
กีฬา ECON CU-TU
กีฬา เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ได้จัดไปเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2547 โดยทางจุฬาฯ เป็นเจ้าภาพ
ตอนเย็นมีงานรื่นเริงใต้คณะ ดนตรีมันสุด ๆ โดยเฉพาะวงของธรรมศาสตร์ เล่นดีจริง ๆ
กลับหอตอนประมาณ 3 ทุ่มกว่า ตอนแรกไม่อยากกลับ แต่ถ้ากลับดึกกว่านี้จะไม่มีเพื่อนเดินกลับหอ เพราะเด็กหอจะรีบกลับก่อน 4 ทุ่ม และมิ้มต้องรีบไปขึ้นรถกลับขอนแก่นด้วย
วันนี้จริงๆ แล้วมีเรียนนะ อุตส่าห์ไปเรียนด้วยแน่ะ 1 วิชา (Research Method) หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำอะไร นั่งเล่นอยู่ใต้คณะจนประมาณบ่ายโมงกว่าๆ ถึงเคลื่อนพลไปที่ศูนย์กีฬาในร่ม เพื่อเชียร์การแข่งขันบาสหญิง และ บาสชาย มันส์มากค่ะ ขอบอก ทั้งสองอย่างเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บาสชาย สูสีกันมาก จนในที่สุด จุฬาฯ ก็เป็นฝ่ายชนะไปทั้งบาสหญิงและบาสชาย แอบเห็นเพื่อนรุ่นเดียวกันลงบาสชายด้วย ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเด็กเตรียมถึงติดกันตรึม เท่ห์มาก ๆ (เฉพาะตอนเล่นบาส) เชื่อละ ว่ากีฬาเนี่ย ทำให้คนดูดีขึ้นมาได้เยอะเลย 555
ตอนเย็นมีงานรื่นเริงใต้คณะ ดนตรีมันสุด ๆ โดยเฉพาะวงของธรรมศาสตร์ เล่นดีจริง ๆ
กลับหอตอนประมาณ 3 ทุ่มกว่า ตอนแรกไม่อยากกลับ แต่ถ้ากลับดึกกว่านี้จะไม่มีเพื่อนเดินกลับหอ เพราะเด็กหอจะรีบกลับก่อน 4 ทุ่ม และมิ้มต้องรีบไปขึ้นรถกลับขอนแก่นด้วย
Sunday, December 05, 2004
งานบายเนียร์ Econ34
งานบายเนียร์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ รุ่นที่ 34 (จัดโดยรุ่น 35) บังเกิดขึ้นที่โรงแรม Intercontinental Hotel บริเวณถนนชิดลม เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2547
เช้าวันนั้น เราตื่นแต่เช้าเลยล่ะ เพราะนัดหลิน เมย์ เจียร์ แนน ไว้ประมาณบ่ายโมง พอตอนเที่ยงเราก็ไปสระไดร์ ทำให้ผมตรง ๆ ไม่ฟู อืม แล้วก็ไปเจอพวกนั้นที่สยาม เดินสักพักก็ไปที่หอหลินเพื่อที่จะแต่งตัว และแต่งหน้ากัน โอ้โห คราวนี้แต่งหน้ากันเองหมดเลย ตั้งแต่ทาแป้งยันทาตา ซุ้ดยอด
อ้อ ลืมบอกไปว่า theme ของงานคือ "หรูหราไม่เน้น ขอให้เด่นด้วยสีทอง"
อันที่จริงแล้ว เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาอะไรเป็นสีทองดี จะให้ใส่ชุดสีทองก็คงไม่ไหวหรอกนะ ในที่สุดเลยตัดสินใจว่า ใส่รองเท้าสีทองไปละกัน
นั่งแท็กซี่ไปถึงโรงแรมประมาณ 6 โมงครึ่ง ตอนแรกว่าจะไม่ทำอะไร ไป ๆ มาๆ ได้ไปช่วยเจียร์แจกของที่ระลึกหน้างาน ดีไปอีกแบบ สักพักพี่รหัสสุดหล่อเราก็มา อย่างเนี้ยบเลย อืม สักพัก เริ่มหิวอ่ะ เลยแยกตัวไปหาของกินก่อน ของกินนะ อย่างหรูเลย Westin ที่เราจัดให้ Demon28 เทียบไม่ติดเลย หุ หุ อย่างเราเนี่ย จะว่าเลือกกินก็ได้อ่ะนะ แบบว่ากินปลาแซลมอนสดแล่ ไปเกือบครึ่งโลแน่ะ 555
จากนั้นก็เป็นขั้นตอนของการถ่ายรูป ไอ้เราก็นะ ควงคนนั้นที คนนี้ที อิอิ ไอ้เราก็ใช้กล้องฟิล์มธรรมดา คนอื่นเค้าใช้กล้องดิจิมอน เอ้ย!! ดิจิตอล กัน เวลาให้คนอื่นถ่ายให้เค้าชอบบ่นทุกทีเลย เปงงายล่ะ พอล้างอัดเสร็จแล้ว สวยกว่ากล้องดิจิตอลอีก อิอิ พูดจริง ๆ นะ เวลาอัดออกมา รู้เลยว่ากล้องไหนกล้องธรรมดา กล้องไหนกล้องดิจิตอล มันมีมิติอ่ะ ไม่เชื่อลองสังเกตดูได้
ไว้จะเอารูปมาให้ดูละกัน
เช้าวันนั้น เราตื่นแต่เช้าเลยล่ะ เพราะนัดหลิน เมย์ เจียร์ แนน ไว้ประมาณบ่ายโมง พอตอนเที่ยงเราก็ไปสระไดร์ ทำให้ผมตรง ๆ ไม่ฟู อืม แล้วก็ไปเจอพวกนั้นที่สยาม เดินสักพักก็ไปที่หอหลินเพื่อที่จะแต่งตัว และแต่งหน้ากัน โอ้โห คราวนี้แต่งหน้ากันเองหมดเลย ตั้งแต่ทาแป้งยันทาตา ซุ้ดยอด
อ้อ ลืมบอกไปว่า theme ของงานคือ "หรูหราไม่เน้น ขอให้เด่นด้วยสีทอง"
อันที่จริงแล้ว เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาอะไรเป็นสีทองดี จะให้ใส่ชุดสีทองก็คงไม่ไหวหรอกนะ ในที่สุดเลยตัดสินใจว่า ใส่รองเท้าสีทองไปละกัน
นั่งแท็กซี่ไปถึงโรงแรมประมาณ 6 โมงครึ่ง ตอนแรกว่าจะไม่ทำอะไร ไป ๆ มาๆ ได้ไปช่วยเจียร์แจกของที่ระลึกหน้างาน ดีไปอีกแบบ สักพักพี่รหัสสุดหล่อเราก็มา อย่างเนี้ยบเลย อืม สักพัก เริ่มหิวอ่ะ เลยแยกตัวไปหาของกินก่อน ของกินนะ อย่างหรูเลย Westin ที่เราจัดให้ Demon28 เทียบไม่ติดเลย หุ หุ อย่างเราเนี่ย จะว่าเลือกกินก็ได้อ่ะนะ แบบว่ากินปลาแซลมอนสดแล่ ไปเกือบครึ่งโลแน่ะ 555
จากนั้นก็เป็นขั้นตอนของการถ่ายรูป ไอ้เราก็นะ ควงคนนั้นที คนนี้ที อิอิ ไอ้เราก็ใช้กล้องฟิล์มธรรมดา คนอื่นเค้าใช้กล้องดิจิมอน เอ้ย!! ดิจิตอล กัน เวลาให้คนอื่นถ่ายให้เค้าชอบบ่นทุกทีเลย เปงงายล่ะ พอล้างอัดเสร็จแล้ว สวยกว่ากล้องดิจิตอลอีก อิอิ พูดจริง ๆ นะ เวลาอัดออกมา รู้เลยว่ากล้องไหนกล้องธรรมดา กล้องไหนกล้องดิจิตอล มันมีมิติอ่ะ ไม่เชื่อลองสังเกตดูได้
ไว้จะเอารูปมาให้ดูละกัน
มะแปะรูปละดีก่า แปะมะได้อ่ะ
Monday, November 22, 2004
งานวัดภูเขาทอง
เมื่อคืนไปงานวัดภูเขาทองมาแหละ รู้สึกดีตรงที่ได้ขึ้นไปไหว้พระที่ข้างบนพระธาตุ เพราะไอ้งานวัดเนี่ย มันก็ธรรมดา ๆ แหละ เหมือนทั่วๆ ไป (ก็มันวัดนี่เนอะ)
เริ่มออกเดินทางกันประมาณ 2 ทุ่ม ไปกันตั้งหลายคนแน่ะ สิบกว่าคนได้ เราเดินด้วยกันซะทีเดียว เริ่มด้วยการเดินขึ้นไปนมัสการบนพระธาตุ และถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก อยู่ข้างบนนั้นนานเหมือนกัน แล้วเราก็ยกพลลงมาเดินเที่ยวงานวัดข้างล่าง มีซุ้มเยอะแยะเลย ทั้งร้านขายของ ร้านเกมส์ ร้านแหกตาประชาชน..เคยเข้าไปดูกันบ้างมั้ย ที่เค้าบอกว่า นางเงือก ครึ่งบนเป็นคน ครึ่งล่างเป็นปลา และผีกระสือ อะไรทำนองนั้นน่ะ.. เก็บคนละ 10 บาทแน่ะ พวกเรารู้ทั้งรู้ว่าแหกตา โดนหลอกแน่ๆ ก็ยังอุตส่าห์เข้าไปนะ เข้าไปเกือบทั้งหมด และอ้างเหตุผลว่า ก็จะได้รู้ไงว่าเค้าแหกตายังไง ..อืม ฟังขึ้น(เหรอ)
แล้วเราก็นั่งรถตุ๊ก ๆ ไปที่ร้านนมมนต์กัน นั่งตุ๊กๆ 1 คัน อัดกันเข้าไปตั้ง 7 คนแน่ะ แต่ละคนตัวควายๆ ทั้งนั้น ไม่รู้นั่งเข้าไปได้ยังไง แต่ก็ไปถึงร้านจนได้ นั่งกินสักพัก ก็ต้องรีบกลับ เพราะต้องกลับก่อนเที่ยงคืน ไม่งั้น โดน 3 คะแนน อ้อ ลืมบอกไป เดี๋ยวนี้ทางหอพักเค้ามีวิธีคิดคะแนนแบบใหม่แหละ 22.00-23.59 คิดครั้งละ 1 คะแนน ส่วน 24.00-05.59 เนี่ยคิดครั้งละ 3 คะแนนแน่ะ
เริ่มออกเดินทางกันประมาณ 2 ทุ่ม ไปกันตั้งหลายคนแน่ะ สิบกว่าคนได้ เราเดินด้วยกันซะทีเดียว เริ่มด้วยการเดินขึ้นไปนมัสการบนพระธาตุ และถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก อยู่ข้างบนนั้นนานเหมือนกัน แล้วเราก็ยกพลลงมาเดินเที่ยวงานวัดข้างล่าง มีซุ้มเยอะแยะเลย ทั้งร้านขายของ ร้านเกมส์ ร้านแหกตาประชาชน..เคยเข้าไปดูกันบ้างมั้ย ที่เค้าบอกว่า นางเงือก ครึ่งบนเป็นคน ครึ่งล่างเป็นปลา และผีกระสือ อะไรทำนองนั้นน่ะ.. เก็บคนละ 10 บาทแน่ะ พวกเรารู้ทั้งรู้ว่าแหกตา โดนหลอกแน่ๆ ก็ยังอุตส่าห์เข้าไปนะ เข้าไปเกือบทั้งหมด และอ้างเหตุผลว่า ก็จะได้รู้ไงว่าเค้าแหกตายังไง ..อืม ฟังขึ้น(เหรอ)
แล้วเราก็นั่งรถตุ๊ก ๆ ไปที่ร้านนมมนต์กัน นั่งตุ๊กๆ 1 คัน อัดกันเข้าไปตั้ง 7 คนแน่ะ แต่ละคนตัวควายๆ ทั้งนั้น ไม่รู้นั่งเข้าไปได้ยังไง แต่ก็ไปถึงร้านจนได้ นั่งกินสักพัก ก็ต้องรีบกลับ เพราะต้องกลับก่อนเที่ยงคืน ไม่งั้น โดน 3 คะแนน อ้อ ลืมบอกไป เดี๋ยวนี้ทางหอพักเค้ามีวิธีคิดคะแนนแบบใหม่แหละ 22.00-23.59 คิดครั้งละ 1 คะแนน ส่วน 24.00-05.59 เนี่ยคิดครั้งละ 3 คะแนนแน่ะ
Saturday, November 20, 2004
ทริปใจง่าย Vol.3
ทริปนี้ใจง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้อ่ะนะ แบบว่าคนมันอยากเที่ยว เมื่อวานออนไลน์ เจอพี่พัช แล้วพี่พัชก็ชวนไปดูหิ่งห้อยที่บ้านพี่แต้ ค้างคืนด้วย ไอ้เราก็ "ตกลง พี่พัช เพลินไปด้วยนะ" สักพัก ประมาณ หกโมงกว่า พี่พัชโทรเข้ามา บอกว่าลงมาได้แล้วนะ จะไปแล้ว พอลงมาปุ๊บ มีคนใจง่ายอีกตั้งหลายคนแน่ะ หุ หุ
ทริปนี้ออกเดินทางตอน 2 ทุ่ม โดยรถส่วนบุคคลของพี่เปา เราไปกันทั้งหมด 16 คนรวมพี่เปาด้วย นั่งรถกระบะคันเดียวไป คิดดู ไอ้ตอนนั่งอ่ะนั่งได้ แต่ตอนจะลุกลงเนี่ยดิ ขอบอกว่า "ขาหวันกันเจ้า" ต้องค่อย ๆ ลุกทีละคน
สถานที่แรกที่เราไปถึงก็คือ ร้านของน้าพี่แต้ กินข้าวกันที่นั่น ไอติมด้วย แล้วก็เริ่มออกเดินทางไปยังร้านอาหาร "คุ้งน้ำ" ซึ่งเค้ามีบริการล่องเรือไปตามคลองเพื่อดูหิ่งห้อย ตอนแรก ๆ ที่ดูก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นเลย แต่พอสายตาเริ่มชินกับความมืดแล้วก็จะรู้สึกว่า อืม มันสวยมาก ไม่เคยเห็นเยอะเท่านี้มาก่อนเลย เหมือนไฟต้นคริสมาสไม่มีผิด เรือที่เรานั่งเป็นเรือที่ถูกลาก บังเอิญมันเสียลชั่วคราว เค้าเลยใช้เรืออีกลำแล่นแทน เรืออีกลำที่ว่ามีคนโดยสารมาด้วย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอ่ะ เพราะรู้สึกว่าเค้าค่อนข้างจะส่งเสียงดัง ก็แหม..บรรยากาศดี ๆ เงียบ ๆ ดูแสงหิ่งห้อยเพลิน ๆ จะส่งเสียงรบกวนไปถึงไหนวะ..นี่ ๆ แล้วไอ้เรือลำนั้นก็ยังมีเรื่องให้น่าโมโหอีกนะ ตอนที่คนขับเรือแวะไปจอดที่ๆ มีหิ่งห้อยเยอะๆ อ่ะ ไอ้เด็ก(แสบ)พวกนั้นมันก็ยังมีหน้าจะเก็บหิ่งห้อยใส่ขวดกลับไปดูที่บ้านอีกนะ ไม่รู้จักรักษาสิ่งแวดล้อมมั่งเลย แม่พี่แต้เค้าก็บอกแล้วนะว่าหิ่งห้อยน่ะ มันลดลงจากตอน 5-6 ปีก่อนเยอะเลย เหลือไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์แล้ว ยังจะเก็บอีก แล้วก็ยังมีอีกเรื่อง ตอนเรือแล่นอยู่ดีๆ ก็มีคนจากเรือลำข้างหน้าทิ้งขยะลงไปในลำคลอง เหมือนจะมีเด็กทักอ่ะ ว่าทิ้งลงไปทำไม ไอ้คนทิ้งก็ตอบว่า "เค้าก็ทิ้งกันทั้งนั้นนี่ลูก!!!!" โหยยย พูดงี้ได้ไงวะ น่าเกลียดที่สุด
แล้วเราก็ไปต่อกันที่บ้านของพี่แต้ พี่แต้บอกว่าอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ว่าจะมีดาวตกในคืนนี้ แต่ต้องรอหลังเที่ยงคืนนะ ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตารอกัน พอเที่ยงคืนปุ๊บ ก็โยกขบวนไปยังสถานที่โล่งแจ้งแห่งหนึ่ง(ถนน) แล้วก็ปูเสื่อนั่งกัน ขอโทษครับท่าน มีเสื่อแค่2 ผืนสั้น ๆ แต่ต้องเบียดกัน 13 คน มันเลยแลดูเป็นกลุ่มเป็นก้อนยังไงก็ไม่รู้ และที่ตลกกว่านั้นคือ มีรถมอเตอร์ไซด์ขี่ผ่านมา เค้ามองจ้องมาทางพวกเรา แล้วก็จอดรถเลยไป สักพักเค้าก็วกรถกลับมาดูพวกเราอีกที ที่ตลกมากคือ เค้าบอกว่า "เป็นคนก็แล้วไป.." หมายความว่าไงฟระ
เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ไปที่ริมทะเลกัน โคลนทั้งนั้นเลยอ่ะ กว่าจะข้ามไปได้นะ เท้าจมไปในโคลนถึงครึ่งน่องเชียวล่ะ แต่ก็สวยดีนะ อิอิ พอเสร็จนี่แล้วเราก็ต้องขอกลับก่อน เพราะท่านจุ้ยมีนัดส่งงาน ส่วนเราต้องนัดเจอพี่วิเพื่อที่จะเอาหนังสือไปให้
หนุกหนานจริงๆ
ทริปนี้ออกเดินทางตอน 2 ทุ่ม โดยรถส่วนบุคคลของพี่เปา เราไปกันทั้งหมด 16 คนรวมพี่เปาด้วย นั่งรถกระบะคันเดียวไป คิดดู ไอ้ตอนนั่งอ่ะนั่งได้ แต่ตอนจะลุกลงเนี่ยดิ ขอบอกว่า "ขาหวันกันเจ้า" ต้องค่อย ๆ ลุกทีละคน
สถานที่แรกที่เราไปถึงก็คือ ร้านของน้าพี่แต้ กินข้าวกันที่นั่น ไอติมด้วย แล้วก็เริ่มออกเดินทางไปยังร้านอาหาร "คุ้งน้ำ" ซึ่งเค้ามีบริการล่องเรือไปตามคลองเพื่อดูหิ่งห้อย ตอนแรก ๆ ที่ดูก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นเลย แต่พอสายตาเริ่มชินกับความมืดแล้วก็จะรู้สึกว่า อืม มันสวยมาก ไม่เคยเห็นเยอะเท่านี้มาก่อนเลย เหมือนไฟต้นคริสมาสไม่มีผิด เรือที่เรานั่งเป็นเรือที่ถูกลาก บังเอิญมันเสียลชั่วคราว เค้าเลยใช้เรืออีกลำแล่นแทน เรืออีกลำที่ว่ามีคนโดยสารมาด้วย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอ่ะ เพราะรู้สึกว่าเค้าค่อนข้างจะส่งเสียงดัง ก็แหม..บรรยากาศดี ๆ เงียบ ๆ ดูแสงหิ่งห้อยเพลิน ๆ จะส่งเสียงรบกวนไปถึงไหนวะ..นี่ ๆ แล้วไอ้เรือลำนั้นก็ยังมีเรื่องให้น่าโมโหอีกนะ ตอนที่คนขับเรือแวะไปจอดที่ๆ มีหิ่งห้อยเยอะๆ อ่ะ ไอ้เด็ก(แสบ)พวกนั้นมันก็ยังมีหน้าจะเก็บหิ่งห้อยใส่ขวดกลับไปดูที่บ้านอีกนะ ไม่รู้จักรักษาสิ่งแวดล้อมมั่งเลย แม่พี่แต้เค้าก็บอกแล้วนะว่าหิ่งห้อยน่ะ มันลดลงจากตอน 5-6 ปีก่อนเยอะเลย เหลือไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์แล้ว ยังจะเก็บอีก แล้วก็ยังมีอีกเรื่อง ตอนเรือแล่นอยู่ดีๆ ก็มีคนจากเรือลำข้างหน้าทิ้งขยะลงไปในลำคลอง เหมือนจะมีเด็กทักอ่ะ ว่าทิ้งลงไปทำไม ไอ้คนทิ้งก็ตอบว่า "เค้าก็ทิ้งกันทั้งนั้นนี่ลูก!!!!" โหยยย พูดงี้ได้ไงวะ น่าเกลียดที่สุด
แล้วเราก็ไปต่อกันที่บ้านของพี่แต้ พี่แต้บอกว่าอ่านเจอในหนังสือพิมพ์ว่าจะมีดาวตกในคืนนี้ แต่ต้องรอหลังเที่ยงคืนนะ ทุกคนก็ตั้งหน้าตั้งตารอกัน พอเที่ยงคืนปุ๊บ ก็โยกขบวนไปยังสถานที่โล่งแจ้งแห่งหนึ่ง(ถนน) แล้วก็ปูเสื่อนั่งกัน ขอโทษครับท่าน มีเสื่อแค่2 ผืนสั้น ๆ แต่ต้องเบียดกัน 13 คน มันเลยแลดูเป็นกลุ่มเป็นก้อนยังไงก็ไม่รู้ และที่ตลกกว่านั้นคือ มีรถมอเตอร์ไซด์ขี่ผ่านมา เค้ามองจ้องมาทางพวกเรา แล้วก็จอดรถเลยไป สักพักเค้าก็วกรถกลับมาดูพวกเราอีกที ที่ตลกมากคือ เค้าบอกว่า "เป็นคนก็แล้วไป.." หมายความว่าไงฟระ
เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ไปที่ริมทะเลกัน โคลนทั้งนั้นเลยอ่ะ กว่าจะข้ามไปได้นะ เท้าจมไปในโคลนถึงครึ่งน่องเชียวล่ะ แต่ก็สวยดีนะ อิอิ พอเสร็จนี่แล้วเราก็ต้องขอกลับก่อน เพราะท่านจุ้ยมีนัดส่งงาน ส่วนเราต้องนัดเจอพี่วิเพื่อที่จะเอาหนังสือไปให้
หนุกหนานจริงๆ
Thursday, November 04, 2004
ทริปใจง่าย Vol.2
กลับมาอีกครั้งกับทริปใจง่าย กับเจ้าของซีรี่ส์ทริปนี้ คุณพี่แต้ อีกแล้วครับท่าน
ทริปนี้เริ่มมาจากการที่มีคนอยากไปสะพานพระรามแปดกัน 4 คน แล้วเริ่มชวนพรรคพวก(ใจง่าย)อีกมากมาย เอาไปเอามาไปกัน 2 โหล หรือ 24 คน พอดิบพอดี(ทริปใจง่าย vol.1 จำนวนสมาชิก 1 โหล) เจ๊แต้เลยเปลี่ยนเป็นทริปงานพระสมุทรเจดีย์ ที่จังหวัดสมุทรปราการ จะว่าไปมันก็เป็นงานวัดดี ๆ นี่แหละ แต่งานใหญ่มากเลยนะ คนเยอะสุด ๆ ขนาดไปกันวันที่ 3 ของงานนะเนี่ย งานมีทั้งหมด 9 คืน
ทริปนี้เริ่มออกเดินทางกันตอน 22.00 น. เดินทางโดยรถแท็กซี่ แป๊บนึงก็ถึงงานแล้ว เพราะรถไม่ติด เราไปพร้อมๆ กันหมดเลย (ไม่แยกย้าย) ไม่คิดว่าจะมางานวัดด้วยคนกลุ่มใหญ่ขนาดนี้จะว่าไปก็คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ นะเนี่ย แต่ละคนที่ไปน่ะ อยากเล่นชิงช้าสวรรค์กันหมดเลย ไปกัน 24 คน 12 คู่ เหมาชิงช้าสวรรค์ทั้งวงเลย 555 เจ๋งป่ะละ มีอีกตั้งหลายอย่างแน่ะ ที่พอจะนึกได้ก็มี บิงโก ซุ้มหลอกให้เข้าไปดู(แต่เราไม่ได้เข้าไปดูนะ) ติ่งมาก ๆ เลย หลอกให้เข้าไปดูนางเงือก ผีกระสือ คน2หัว อะไรทำนองนี้ ตอนแรกอยากเล่นรถบั๊มมาก ๆ เลยนะ แต่รู้สึกว่าจะมีการจราจลเสียก่อน หูย..วัยรุ่นที่นู่นอย่างน่ากลัวเลยอ่ะ ขอบอก มีแต่หน้าโหดๆ อ่ะ น่ากลัวที่สุด แวะหาอะไรกิน แล้วก็กลับ รู้สึกจะเป็นเวลา 02.30 น ของวันใหม่ หูย..ตอนนั้นไม่อยากขึ้นหออ่ะ แบบว่าดึกเกินไป ไม่อยากเซ็นต์อ่ะ มันน่าเกลียด เลยโต๋เต๋อยู่แถวนั้น ไปกินโจ๊กสามย่าน แล้วกลับมานั่งเม้าท์กันจน 6 โมงเช้า ถึงได้ขึ้นหอ
พระเจ้าจอร์จ มันเยี่ยมมาก
ทริปนี้เริ่มมาจากการที่มีคนอยากไปสะพานพระรามแปดกัน 4 คน แล้วเริ่มชวนพรรคพวก(ใจง่าย)อีกมากมาย เอาไปเอามาไปกัน 2 โหล หรือ 24 คน พอดิบพอดี(ทริปใจง่าย vol.1 จำนวนสมาชิก 1 โหล) เจ๊แต้เลยเปลี่ยนเป็นทริปงานพระสมุทรเจดีย์ ที่จังหวัดสมุทรปราการ จะว่าไปมันก็เป็นงานวัดดี ๆ นี่แหละ แต่งานใหญ่มากเลยนะ คนเยอะสุด ๆ ขนาดไปกันวันที่ 3 ของงานนะเนี่ย งานมีทั้งหมด 9 คืน
ทริปนี้เริ่มออกเดินทางกันตอน 22.00 น. เดินทางโดยรถแท็กซี่ แป๊บนึงก็ถึงงานแล้ว เพราะรถไม่ติด เราไปพร้อมๆ กันหมดเลย (ไม่แยกย้าย) ไม่คิดว่าจะมางานวัดด้วยคนกลุ่มใหญ่ขนาดนี้จะว่าไปก็คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ นะเนี่ย แต่ละคนที่ไปน่ะ อยากเล่นชิงช้าสวรรค์กันหมดเลย ไปกัน 24 คน 12 คู่ เหมาชิงช้าสวรรค์ทั้งวงเลย 555 เจ๋งป่ะละ มีอีกตั้งหลายอย่างแน่ะ ที่พอจะนึกได้ก็มี บิงโก ซุ้มหลอกให้เข้าไปดู(แต่เราไม่ได้เข้าไปดูนะ) ติ่งมาก ๆ เลย หลอกให้เข้าไปดูนางเงือก ผีกระสือ คน2หัว อะไรทำนองนี้ ตอนแรกอยากเล่นรถบั๊มมาก ๆ เลยนะ แต่รู้สึกว่าจะมีการจราจลเสียก่อน หูย..วัยรุ่นที่นู่นอย่างน่ากลัวเลยอ่ะ ขอบอก มีแต่หน้าโหดๆ อ่ะ น่ากลัวที่สุด แวะหาอะไรกิน แล้วก็กลับ รู้สึกจะเป็นเวลา 02.30 น ของวันใหม่ หูย..ตอนนั้นไม่อยากขึ้นหออ่ะ แบบว่าดึกเกินไป ไม่อยากเซ็นต์อ่ะ มันน่าเกลียด เลยโต๋เต๋อยู่แถวนั้น ไปกินโจ๊กสามย่าน แล้วกลับมานั่งเม้าท์กันจน 6 โมงเช้า ถึงได้ขึ้นหอ
พระเจ้าจอร์จ มันเยี่ยมมาก
Tuesday, November 02, 2004
เปิดเทอมฟีเวอร์
หูย อะไรวะ เปิดเทอมก็เรียนเลย ไม่เหมือนพวกเด็ก ๆ ปี 1 ปี 2 แค่มาเอา course syllabus อย่างเดียวเอง ไอ่เราเรียนตั้งแต่วันแรกเลยอ่ะ แต่ก็ยังดีนะ เรียนเบา ๆ ไม่หนักมาก
วันนี้ตอนเช้ามีเรียน 10 โมง วิชา microeconomics II น่ะ เราว่าอาจารย์สอนได้น่าเรียนมาก ๆเลยอ่ะ ชอบ ๆ อย่างนี้คงเข้าเรียนทุกคาบแน่ ๆ หุ หุ อืม แล้ววันนี้ตอนบ่ายเรียนวิชา project planning and management น่าเบื่อมั่ก ๆ โดยส่วนตัวแล้วเนี่ย เราว่าวิชานี้เป็นวิชาที่น่าเรียนทีเดียวแหละ แต่ อาจารย์สอนได้น่าเบื่ออ่ะ บอกจดเหมือนเด็ก ป.5 เลย ให้ตายสิ
เทอมนี้ว่าจะลงเกินหน่วยกิตแหละ(ถ้าเป็นไปได้นะ) เพราะว่าเราจะได้เรียนทันเพื่อนซะที แบบว่าตามมาตัวนึงแล้วอ่ะ เทอมนี้เรียนตั้ง 7 วิชาแน่ะ มีสิทธิ์ตายได้ ลงเพิ่มมา 1 ตัว วิชา pub econ น่ะ แต่เค้าบอกว่าต้องผ่านวิชาอื่นมาก่อน ซึ่งเรากำลังลงเทอมนี้ (นั่นคือ เราต้องลง pub econ ตอนปี 4 เทอม 1 และอดเลือกสาขาการคลังสาธารณะ) เลยต้องขอลงเกินหน่วยกิต รอลุ้นผลซักวันสองวันก็น่าจะรู้
ท้าวความถึงเมื่อวานนิดนึง เป็นวันเปิดเทอมวันแรก บรรยากาศคึกคักมาก ๆ เลยอ่ะ แต่..เราก็ไปเรียนสายอีกจนได้ ก็นาฬิกาปลุกมันไม่ดังนี่หว่า เหอๆ ได้เรียนวิชา research method และ Eng read econ ไอ้วิชาหลังเนี่ยนะ เราได้เรียนกับอาจารย์ที่ปรึกษาตัวเองแหละ ไม่รู้เหมือนกันแฮะ แต่เราว่าน่าจะใจดีนะ (จากการพูดคุยกันเฉลี่ย 2 เทอมต่อ 1 บทสนทนา) พอตกเย็น เราก็ได้ทำกิจวัตรประจำวันของเราอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ การไปนั่งห้องค่าย วันนี้บรรยากาศคึกคักมาก ๆ เลย นั่งตั้งแต่ 4 โมงเย็นยัน 4 ทุ่ม (แวะไปกินข้าวแป๊บนึง) มีน้องค่ายมานั่งกันเยอะแยะเลย ดี ๆ ครึกครื้น สนุกสนาน คลุกเคล้ากับเสียงกีตาร์ที่คิดว่าคงจะไม่ขาดหายไปง่าย ๆ หรอก ตราบใดที่เราเองยังอยู่..ถ้ามีกีตาร์ที่สมประกอบอยู่ในห้องค่ายนะ..
ปล.เซ็งอ่ะ เข้าเวปรุ่นไม่ได้อ่ะ ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรกะเค้าเล้ยยย ได้ยินมาว่าจะทำเสื้อรุ่นกันอยู่
วันนี้ตอนเช้ามีเรียน 10 โมง วิชา microeconomics II น่ะ เราว่าอาจารย์สอนได้น่าเรียนมาก ๆเลยอ่ะ ชอบ ๆ อย่างนี้คงเข้าเรียนทุกคาบแน่ ๆ หุ หุ อืม แล้ววันนี้ตอนบ่ายเรียนวิชา project planning and management น่าเบื่อมั่ก ๆ โดยส่วนตัวแล้วเนี่ย เราว่าวิชานี้เป็นวิชาที่น่าเรียนทีเดียวแหละ แต่ อาจารย์สอนได้น่าเบื่ออ่ะ บอกจดเหมือนเด็ก ป.5 เลย ให้ตายสิ
เทอมนี้ว่าจะลงเกินหน่วยกิตแหละ(ถ้าเป็นไปได้นะ) เพราะว่าเราจะได้เรียนทันเพื่อนซะที แบบว่าตามมาตัวนึงแล้วอ่ะ เทอมนี้เรียนตั้ง 7 วิชาแน่ะ มีสิทธิ์ตายได้ ลงเพิ่มมา 1 ตัว วิชา pub econ น่ะ แต่เค้าบอกว่าต้องผ่านวิชาอื่นมาก่อน ซึ่งเรากำลังลงเทอมนี้ (นั่นคือ เราต้องลง pub econ ตอนปี 4 เทอม 1 และอดเลือกสาขาการคลังสาธารณะ) เลยต้องขอลงเกินหน่วยกิต รอลุ้นผลซักวันสองวันก็น่าจะรู้
ท้าวความถึงเมื่อวานนิดนึง เป็นวันเปิดเทอมวันแรก บรรยากาศคึกคักมาก ๆ เลยอ่ะ แต่..เราก็ไปเรียนสายอีกจนได้ ก็นาฬิกาปลุกมันไม่ดังนี่หว่า เหอๆ ได้เรียนวิชา research method และ Eng read econ ไอ้วิชาหลังเนี่ยนะ เราได้เรียนกับอาจารย์ที่ปรึกษาตัวเองแหละ ไม่รู้เหมือนกันแฮะ แต่เราว่าน่าจะใจดีนะ (จากการพูดคุยกันเฉลี่ย 2 เทอมต่อ 1 บทสนทนา) พอตกเย็น เราก็ได้ทำกิจวัตรประจำวันของเราอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ การไปนั่งห้องค่าย วันนี้บรรยากาศคึกคักมาก ๆ เลย นั่งตั้งแต่ 4 โมงเย็นยัน 4 ทุ่ม (แวะไปกินข้าวแป๊บนึง) มีน้องค่ายมานั่งกันเยอะแยะเลย ดี ๆ ครึกครื้น สนุกสนาน คลุกเคล้ากับเสียงกีตาร์ที่คิดว่าคงจะไม่ขาดหายไปง่าย ๆ หรอก ตราบใดที่เราเองยังอยู่..ถ้ามีกีตาร์ที่สมประกอบอยู่ในห้องค่ายนะ..
ปล.เซ็งอ่ะ เข้าเวปรุ่นไม่ได้อ่ะ ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรกะเค้าเล้ยยย ได้ยินมาว่าจะทำเสื้อรุ่นกันอยู่
Wednesday, October 27, 2004
กลับจากค่าย
ปิดเทอมนี้ไม่ได้กลับบ้านอีกตามเคย ไปค่ายหออีกแล้น
ค่ายนี้ไปที่ รร.บ้านโนนสว่าง ต.โนนเมือง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ค่ายนี้เราเป็นสต๊าฟ แต่ได้เวียนโครง คิดถึงบรรยากาศการเวียนโครงของค่ายหอที่สุดเลย เพราะไม่ได้เวียนโครงมา 1ปี เต็ม ๆ เลยนี่นา ตั้งแต่ค่ายศรีสะเกษ ที่พี่พีทเป็น ผอค. อ้อ ลืมบอกไป ค่ายหนองบัวลำภูนี้ เรามี ท่านจุ้ย เป็น ผอค. จะว่าไป เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างในตัวมันนะ จากที่เคยรู้จักกับมันตอนค่ายแรก(ค่ายน่าน ดอยติ้ว) เราว่ามันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น( ถึงจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากก็ตาม) ค่ายนี้นะ จะว่าไป บรรยากาศค่ายโดยรวมก็ดูดีทีเดียวเลยล่ะ ทุกคนมีความสุข สนุกสนาน
กลับจากค่าย รถไฟถึงประมาณ ตี 4 กว่า ๆ นอนแอ้งแม้งอยู่ที่หน้าห้องค่ายอยู่ถึงประมาณ 6 โมงเช้า นัดกันว่าจะไปวัดกันตอน9.30 และแล้ว ข้าพเจ้าก็ตื่นประมาณ 11.00 น. (เยี่ยม)แต่ก็ยังไปทันนะ ไปสมทบเอาน่ะ พอเสร็จจากวัดก็มีการแยกย้ายกันไป บ้างก็ไปงานสัปดาห์หนังสือ บ้างก็ว่าจะไปเกะ เราไปกินข้าวกันก่อน แล้วค่อยไปเกะ พอไปถึงเกะนะ เค้าบอกว่าห้องเต็มน่ะ เลยเซ็ง แล้วก็ไปดูหนังกันแทน ตอนกลางคืน ไปนอนห้องพี่ตาล กะพี่จุ๋มจิ๋มอีกคน เจ๊จุ๋มจิ๋มชวนไปเที่ยวทะเลชะอำ เราก็คิดว่า ถ้าเราอยู่หอเราต้องเหงามาก ๆ แน่ๆ เลยล่ะ เลยตัดสินใจไป ชวนพี่ตาลได้อีกตนตอนเช้า(ตอนกลางคืนพี่ตาลยังไม่อยากไป) เลยเรียกทริปนี้ว่า ทริปใจง่าย แหะๆ เพราะทุกคนไม่ว่าใครก็ตาม มักจะมีปัญหากับที่บ้านหรือไม่ก็เพื่อน แต่ก็ตัดสินใจมาก แบบว่าชวนแป๊บเดียวก็มา ใจง่ายป่ะล่ะ อิอิ
เรานัดกันที่หน้าห้องค่าย 7.30 แล้วค่อยไปสายใต้ ออกจากสายใต้เกือบ 10 โมงแนะ ทริปนี้เป็นทริปที่ค่อนข้างใหญ่ทีเดียว มีคนใจง่ายไปรวมตัวกันถึง12 คนแน่ะ อืม แล้วก็ไปเที่ยวทะเลชะอำกัน ตกเย็นก็นอนกันที่นั่นแหละ ตอนเช้า รวมพลคนที่จะกลับ ได้ 6 คน รวมเราด้วย พี่เบเลยบอกว่าไปเที่ยวกันต่อถึงเที่ยงละกัน เลยตัดสินใจไปเที่ยวกันที่เขื่อนแก่งกระจาน ไปล่องแพกันด้วยล่ะ สนุกมาก ๆ ใส่เสื้อชูชีพแล้วลอยไปตามน้ำ สนุกสุด ๆ แต่ก็เหนื่อยว่ะ คุ้มจริงๆ แล้วพวกเรา 6 คนก็ต้องกลับมาก่อน ถึง กรุงเทพประมาณ 3 ทุ่ม หลับเป็นตายเลยทีเดียว
ค่ายนี้ไปที่ รร.บ้านโนนสว่าง ต.โนนเมือง อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ค่ายนี้เราเป็นสต๊าฟ แต่ได้เวียนโครง คิดถึงบรรยากาศการเวียนโครงของค่ายหอที่สุดเลย เพราะไม่ได้เวียนโครงมา 1ปี เต็ม ๆ เลยนี่นา ตั้งแต่ค่ายศรีสะเกษ ที่พี่พีทเป็น ผอค. อ้อ ลืมบอกไป ค่ายหนองบัวลำภูนี้ เรามี ท่านจุ้ย เป็น ผอค. จะว่าไป เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างในตัวมันนะ จากที่เคยรู้จักกับมันตอนค่ายแรก(ค่ายน่าน ดอยติ้ว) เราว่ามันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น( ถึงจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากก็ตาม) ค่ายนี้นะ จะว่าไป บรรยากาศค่ายโดยรวมก็ดูดีทีเดียวเลยล่ะ ทุกคนมีความสุข สนุกสนาน
กลับจากค่าย รถไฟถึงประมาณ ตี 4 กว่า ๆ นอนแอ้งแม้งอยู่ที่หน้าห้องค่ายอยู่ถึงประมาณ 6 โมงเช้า นัดกันว่าจะไปวัดกันตอน9.30 และแล้ว ข้าพเจ้าก็ตื่นประมาณ 11.00 น. (เยี่ยม)แต่ก็ยังไปทันนะ ไปสมทบเอาน่ะ พอเสร็จจากวัดก็มีการแยกย้ายกันไป บ้างก็ไปงานสัปดาห์หนังสือ บ้างก็ว่าจะไปเกะ เราไปกินข้าวกันก่อน แล้วค่อยไปเกะ พอไปถึงเกะนะ เค้าบอกว่าห้องเต็มน่ะ เลยเซ็ง แล้วก็ไปดูหนังกันแทน ตอนกลางคืน ไปนอนห้องพี่ตาล กะพี่จุ๋มจิ๋มอีกคน เจ๊จุ๋มจิ๋มชวนไปเที่ยวทะเลชะอำ เราก็คิดว่า ถ้าเราอยู่หอเราต้องเหงามาก ๆ แน่ๆ เลยล่ะ เลยตัดสินใจไป ชวนพี่ตาลได้อีกตนตอนเช้า(ตอนกลางคืนพี่ตาลยังไม่อยากไป) เลยเรียกทริปนี้ว่า ทริปใจง่าย แหะๆ เพราะทุกคนไม่ว่าใครก็ตาม มักจะมีปัญหากับที่บ้านหรือไม่ก็เพื่อน แต่ก็ตัดสินใจมาก แบบว่าชวนแป๊บเดียวก็มา ใจง่ายป่ะล่ะ อิอิ
เรานัดกันที่หน้าห้องค่าย 7.30 แล้วค่อยไปสายใต้ ออกจากสายใต้เกือบ 10 โมงแนะ ทริปนี้เป็นทริปที่ค่อนข้างใหญ่ทีเดียว มีคนใจง่ายไปรวมตัวกันถึง12 คนแน่ะ อืม แล้วก็ไปเที่ยวทะเลชะอำกัน ตกเย็นก็นอนกันที่นั่นแหละ ตอนเช้า รวมพลคนที่จะกลับ ได้ 6 คน รวมเราด้วย พี่เบเลยบอกว่าไปเที่ยวกันต่อถึงเที่ยงละกัน เลยตัดสินใจไปเที่ยวกันที่เขื่อนแก่งกระจาน ไปล่องแพกันด้วยล่ะ สนุกมาก ๆ ใส่เสื้อชูชีพแล้วลอยไปตามน้ำ สนุกสุด ๆ แต่ก็เหนื่อยว่ะ คุ้มจริงๆ แล้วพวกเรา 6 คนก็ต้องกลับมาก่อน ถึง กรุงเทพประมาณ 3 ทุ่ม หลับเป็นตายเลยทีเดียว
Saturday, October 02, 2004
แฮงค์คับ
วันนี้ตื่นตอน 10 โมงเช้าแน่ะ แบบว่าเมื่อคืนไม่ค่อยได้นอนน่ะ เพราะอะไรน่ะเหรอ..
ท้าวความไปถึงเมื่อวานตอนเย็น นัดกินข้าวกับพี่ ๆ มี พี่เบ พี่โดด พี่เปา พี่ฟู่ พี่ไผ่ เพลิน ละก็น้องใต้ ไปกัน 7 คนไปกินกันที่ Cafe De Laos ที่สยามกัน กินเสร็จตอนสองทุ่มฝ่า ๆ ก็มีพวกนึงต้องกลับก่อนเนื่องจากวันเสาร์มีทำงาน และเรียน เลยมีพวกที่ไปต่อกัน 4 คน เหมือนฟ้าฝนจะไม่เป็นใจเลยแฮะ เราตัดสินใจไปกันต่อที่ CoCo Walk ตรงราชเทวี อยู่ดี ๆ ฝนก็ตกลงมาตอนลงจากสะพานหัวช้าง ต้องวิ่งหลบฝนกันยกใหญ่ โชคร้ายชะมัด เปียกกันถ้วนหน้า พอถึงกันหมดแล้ว เราไปกินกันที่ร้านในสุด กินกันไป คุยกันไปเรื่อย ๆ ตอนเที่ยงคืนมีพี่อ๊อฟมาสมทบด้วย คุยกันจนกระทั่งตีหนึ่งกว่า ๆ ก็ย้ายสำนักไปต่อกันที่เพชรบุรีซอย5 เนื่องจากร้านนี้เปิดยันเช้า(แอบตำรวจ) แบบว่าเป็นร้านคาราโอเกะในตัว อืม แล้วนั่งไปยันตีสองก็มีตำรวจมาบอกว่า ปิดได้แล้วนะคับ เจ้าของร้านก็ทำเป็นปิดโดยปิดลูกกรง แล้วก็เปิดไฟทำทีว่าร้านปิดแล้ว คุยกันต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงตีสาม คราวนี้มีตำรวจมาแฮะ ของจริงด้วย เจ้าของร้านเลยรีบเช็คบิล แล้วพาออกจากร้าน หมดอารมณ์เลย..พี่เบบอกว่าปกติไม่เคยเป็นอย่างนี้นี่นา มากี่ทีๆ ก็ไม่เคยโดน เหอๆๆ แจ็คพอตจริง ๆ.. เที่ยวครั้งแรกของอายุ 20 ปีหมาดๆ พอหลังจากออกจากร้านนั้นตอนตีสาม ก็ไม่รู้จะไปกันต่อที่ไหนดี เลยไปนอนที่หอพี่เบแถวๆ อินทามะระ คุยกันไปเรื่อย ๆ แล้วค่อย ๆ หลับกันทีละคน เริ่มจากเจ๊ไผ่ เป็นคนแรก ตามด้วยพี่อ๊อฟ แล้วก็พี่โดด เรานอนไม่หลับอ่ะ แบบว่าเลยเวลาง่วงแล้วไง เลยนอนคุยกะพี่เบไปเรื่อย ๆ..แอบส่ง message หาแพนน้อยตอนตีสี่กว่า ๆ ด้วย แพนมันคงงงน่าดู.. ยันเจ็ดโมงเช้า กว่าจะได้นอน (ก็มันนอนไม่หลับนี่ฝ่า ทำไงล่ะ)
เราตื่นประมาณ 10 โมงเช้า แล้วก็นั่งรถกลับหอ ต้องไปลงที่อนุสาวรีย์แล้วค่อยหารถต่อกลับหอ อืม หิวแฮะ เลยหาอะไรกินกันที่อนุสาวรีย์ กินก๋วยจั๊บกันแล้วค่อยกลับหอ ระหว่างทาง แฮงค์คับ สติไม่ค่อยสมประกอบเท่าไร ยืนโหนรถเมล์แบบโงนเงนๆ แล้วก็ถึงหอ พี่เบทิ้งท้ายไว้ว่า "สงสัยไม่ได้อ่านหนังสือร๊อกกกกกกก อาบน้ำแล้วก็นอนแหงๆ" เพลินก็ตอบว่า "ไม่หรอกน่า เพลินมีสอบวันจันทร์ ต้องอ่านสิ!!"..พอถึงห้องก็อาบน้ำเป็นอย่างแรก แล้วก็ว่าจะอ่านหนังสือ อ่านไปได้ซักพัก เริ่มง่วงนอน(จากการอดหลับอดนอน ประกอบกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ไปมากมาย ) หันไปดูกะว่าจะเห็นเจ๊อ่านหนังสือเป็นเพื่อนกัน แต่ว่าเจ๊ไผ่นอนแบบออกหน้าออกตามาก ๆ เลยอดม่ายหวาย นอนมั่งๆ (ที่พี่เบพูดเป็นจริง ๆ ซะด้วย..แหะๆ..)
ตื่นอีกที่ตอนที่อุ๋มอิ๋มโทรมาปลุกให้ไปกินข้าวเย็น พอลงไปห้องค่าย อ้าว พี่เปามาด้วยแฮะ เลยไปกินข้าวกันที่สามย่าน แล้วก็กลับหอ ขึ้นห้องมาอ่านหนังสือ ได้อ่านจริง ๆ จัง ๆ ซะที เฮ้อออออออ.. รู้สึกว่าคืนนี้เจ๊ไผ่จะเช่านิยายมาอ่านแล้วก็โต้รุ่ง อ่านจบตอนแปดโมงเช้าแล้วกับหลับ ใช่ซี้..คนไม่มีสอบนี่ คอยดูนะ เพลินสอบเสร็จจะอ่านการ์ตูน เล่นเกม ล่อหน้าล่อตาคนที่ต้องสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม อ่านได้ให้มันรู้ปายยยย ฮึ่ม..
ท้าวความไปถึงเมื่อวานตอนเย็น นัดกินข้าวกับพี่ ๆ มี พี่เบ พี่โดด พี่เปา พี่ฟู่ พี่ไผ่ เพลิน ละก็น้องใต้ ไปกัน 7 คนไปกินกันที่ Cafe De Laos ที่สยามกัน กินเสร็จตอนสองทุ่มฝ่า ๆ ก็มีพวกนึงต้องกลับก่อนเนื่องจากวันเสาร์มีทำงาน และเรียน เลยมีพวกที่ไปต่อกัน 4 คน เหมือนฟ้าฝนจะไม่เป็นใจเลยแฮะ เราตัดสินใจไปกันต่อที่ CoCo Walk ตรงราชเทวี อยู่ดี ๆ ฝนก็ตกลงมาตอนลงจากสะพานหัวช้าง ต้องวิ่งหลบฝนกันยกใหญ่ โชคร้ายชะมัด เปียกกันถ้วนหน้า พอถึงกันหมดแล้ว เราไปกินกันที่ร้านในสุด กินกันไป คุยกันไปเรื่อย ๆ ตอนเที่ยงคืนมีพี่อ๊อฟมาสมทบด้วย คุยกันจนกระทั่งตีหนึ่งกว่า ๆ ก็ย้ายสำนักไปต่อกันที่เพชรบุรีซอย5 เนื่องจากร้านนี้เปิดยันเช้า(แอบตำรวจ) แบบว่าเป็นร้านคาราโอเกะในตัว อืม แล้วนั่งไปยันตีสองก็มีตำรวจมาบอกว่า ปิดได้แล้วนะคับ เจ้าของร้านก็ทำเป็นปิดโดยปิดลูกกรง แล้วก็เปิดไฟทำทีว่าร้านปิดแล้ว คุยกันต่อไปเรื่อย ๆ จนถึงตีสาม คราวนี้มีตำรวจมาแฮะ ของจริงด้วย เจ้าของร้านเลยรีบเช็คบิล แล้วพาออกจากร้าน หมดอารมณ์เลย..พี่เบบอกว่าปกติไม่เคยเป็นอย่างนี้นี่นา มากี่ทีๆ ก็ไม่เคยโดน เหอๆๆ แจ็คพอตจริง ๆ.. เที่ยวครั้งแรกของอายุ 20 ปีหมาดๆ พอหลังจากออกจากร้านนั้นตอนตีสาม ก็ไม่รู้จะไปกันต่อที่ไหนดี เลยไปนอนที่หอพี่เบแถวๆ อินทามะระ คุยกันไปเรื่อย ๆ แล้วค่อย ๆ หลับกันทีละคน เริ่มจากเจ๊ไผ่ เป็นคนแรก ตามด้วยพี่อ๊อฟ แล้วก็พี่โดด เรานอนไม่หลับอ่ะ แบบว่าเลยเวลาง่วงแล้วไง เลยนอนคุยกะพี่เบไปเรื่อย ๆ..แอบส่ง message หาแพนน้อยตอนตีสี่กว่า ๆ ด้วย แพนมันคงงงน่าดู.. ยันเจ็ดโมงเช้า กว่าจะได้นอน (ก็มันนอนไม่หลับนี่ฝ่า ทำไงล่ะ)
เราตื่นประมาณ 10 โมงเช้า แล้วก็นั่งรถกลับหอ ต้องไปลงที่อนุสาวรีย์แล้วค่อยหารถต่อกลับหอ อืม หิวแฮะ เลยหาอะไรกินกันที่อนุสาวรีย์ กินก๋วยจั๊บกันแล้วค่อยกลับหอ ระหว่างทาง แฮงค์คับ สติไม่ค่อยสมประกอบเท่าไร ยืนโหนรถเมล์แบบโงนเงนๆ แล้วก็ถึงหอ พี่เบทิ้งท้ายไว้ว่า "สงสัยไม่ได้อ่านหนังสือร๊อกกกกกกก อาบน้ำแล้วก็นอนแหงๆ" เพลินก็ตอบว่า "ไม่หรอกน่า เพลินมีสอบวันจันทร์ ต้องอ่านสิ!!"..พอถึงห้องก็อาบน้ำเป็นอย่างแรก แล้วก็ว่าจะอ่านหนังสือ อ่านไปได้ซักพัก เริ่มง่วงนอน(จากการอดหลับอดนอน ประกอบกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ไปมากมาย ) หันไปดูกะว่าจะเห็นเจ๊อ่านหนังสือเป็นเพื่อนกัน แต่ว่าเจ๊ไผ่นอนแบบออกหน้าออกตามาก ๆ เลยอดม่ายหวาย นอนมั่งๆ (ที่พี่เบพูดเป็นจริง ๆ ซะด้วย..แหะๆ..)
ตื่นอีกที่ตอนที่อุ๋มอิ๋มโทรมาปลุกให้ไปกินข้าวเย็น พอลงไปห้องค่าย อ้าว พี่เปามาด้วยแฮะ เลยไปกินข้าวกันที่สามย่าน แล้วก็กลับหอ ขึ้นห้องมาอ่านหนังสือ ได้อ่านจริง ๆ จัง ๆ ซะที เฮ้อออออออ.. รู้สึกว่าคืนนี้เจ๊ไผ่จะเช่านิยายมาอ่านแล้วก็โต้รุ่ง อ่านจบตอนแปดโมงเช้าแล้วกับหลับ ใช่ซี้..คนไม่มีสอบนี่ คอยดูนะ เพลินสอบเสร็จจะอ่านการ์ตูน เล่นเกม ล่อหน้าล่อตาคนที่ต้องสอบใบประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม อ่านได้ให้มันรู้ปายยยย ฮึ่ม..
Friday, October 01, 2004
คลายเครียด
สอบเกือบเสร็จแล้วล่ะ เหลืออีก 1 ตัว เลยนั่งเล่นนอนเล่นทั้งวันเลย เล่นเกม The sims2 ด้วย หนุกดีอ่านนิยายจบไป 1 เรื่องด้วย หนุกดี เล่นกันลืมวันลืมคืนเลยล่ะ
เมื่อวานไปสอบเสร็จ 1 รอบหญ่าย ๆ เลยกะไปดูหนังกับจิ๊บ เรื่อง The Princess's Diary ก็น่ารักดีอ่ะ ไปถึงมาบุญครอง ไปจองหนังตั้งแต่บ่ายโมงสิบห้า ปรากฏว่ามีรอบ บ่ายสามครึ่ง เลยต้องไปเดินตุหรัดตุเหร่กับจิ๊บ ไปร้องคาราโอเกะเล่น ๆ เพลงละ 10 บาท ที่ชั้น 6 มาบุญครอง แล้วค่อยดูหนัง หนังจบตอนเกือบ 6 โมง แล้วก็ไปมาบุญครองกะอุ๋มอิ๋ม จ่ายตังค์ค่าโทรศัพท์ แล้วกะว่าจะกลับหอ แต่ว่าฝนตกและไม่มีร่ม ทำให้ต้องโทรเรียกแพนมากินข้าวที่มาบุญครองพร้อมร่ม 2 คัน เราไปกินข้าวกันที่โออิชิ สุกี้แอนด์บาร์บีคิว ก็อร่อยไปอีกแบบแหละ หมดไปเกือบ 200 แน่ะ อืม เป็นการคลายเครียดที่เยี่ยมมาก ๆ
วันนี้แพนจะกลับบ้าน เจอกันอีกทีวันไปค่าย กลับบ้านดี ๆ นะหนู
วันจันทร์สอบอีก ตัวก็เสร็จแล้วล่ะ
เมื่อวานไปสอบเสร็จ 1 รอบหญ่าย ๆ เลยกะไปดูหนังกับจิ๊บ เรื่อง The Princess's Diary ก็น่ารักดีอ่ะ ไปถึงมาบุญครอง ไปจองหนังตั้งแต่บ่ายโมงสิบห้า ปรากฏว่ามีรอบ บ่ายสามครึ่ง เลยต้องไปเดินตุหรัดตุเหร่กับจิ๊บ ไปร้องคาราโอเกะเล่น ๆ เพลงละ 10 บาท ที่ชั้น 6 มาบุญครอง แล้วค่อยดูหนัง หนังจบตอนเกือบ 6 โมง แล้วก็ไปมาบุญครองกะอุ๋มอิ๋ม จ่ายตังค์ค่าโทรศัพท์ แล้วกะว่าจะกลับหอ แต่ว่าฝนตกและไม่มีร่ม ทำให้ต้องโทรเรียกแพนมากินข้าวที่มาบุญครองพร้อมร่ม 2 คัน เราไปกินข้าวกันที่โออิชิ สุกี้แอนด์บาร์บีคิว ก็อร่อยไปอีกแบบแหละ หมดไปเกือบ 200 แน่ะ อืม เป็นการคลายเครียดที่เยี่ยมมาก ๆ
วันนี้แพนจะกลับบ้าน เจอกันอีกทีวันไปค่าย กลับบ้านดี ๆ นะหนู
วันจันทร์สอบอีก ตัวก็เสร็จแล้วล่ะ
Sunday, September 19, 2004
Dead week
รู้สึกว่าไม่ได้มาเขียนไดอารี่นานมาก ๆ อ่ะ แบบว่าอาทิตย์ที่แล้วมีแต่สอบทั้ง stat, oral หนุกหนานมาก เหอๆ
อาทิตย์นี้ วิชาส่วนใหญ่ก็ปิดคอร์สกันหมดแล้วล่ะ เหลือเฉพาะวิชา macro II เบื่อมาก ๆ (น่าจะปิดคอร์สไปได้ตั้งนานแล้ว)
เรามีเรียนวันจันทร์ กับพฤหัส--ขี้เกียจไปชะมัด แต่ก็ต้องไปถึงแม้จะไม่เช็คชื่อ.. แบบว่า แต่งตัวไปเรียนเพื่อเรียนวิชาเดียวเอง เปลืองชุดนิสิตว่ะ
อยากบอกว่ายังอ่านไม่จบซักกะวิชาเลย อ่านไม่ทันแล้วอ่ะ ทำไงดี ก็อ่านหนังสือนั่นแหละ แต่ส่วนใหญ่อยู่หอกลาง เทอมนี้เป็นอะไรที่อยู่หอกลางนานมาก ๆ เลย แทบทุกวัน ดีเหมือนกัน จะได้อ่านหนังสืออย่างมีสมาธิ (เหรอ)
สอบเสร็จวันที่ 4 ตุลาคม ไว้จะกลับมาเขียนใหม่นะ..ไว้เจอกัน ตอนนี้ขออ่านหนังสือสอบก่อน เหอๆ
อาทิตย์นี้ วิชาส่วนใหญ่ก็ปิดคอร์สกันหมดแล้วล่ะ เหลือเฉพาะวิชา macro II เบื่อมาก ๆ (น่าจะปิดคอร์สไปได้ตั้งนานแล้ว)
เรามีเรียนวันจันทร์ กับพฤหัส--ขี้เกียจไปชะมัด แต่ก็ต้องไปถึงแม้จะไม่เช็คชื่อ.. แบบว่า แต่งตัวไปเรียนเพื่อเรียนวิชาเดียวเอง เปลืองชุดนิสิตว่ะ
อยากบอกว่ายังอ่านไม่จบซักกะวิชาเลย อ่านไม่ทันแล้วอ่ะ ทำไงดี ก็อ่านหนังสือนั่นแหละ แต่ส่วนใหญ่อยู่หอกลาง เทอมนี้เป็นอะไรที่อยู่หอกลางนานมาก ๆ เลย แทบทุกวัน ดีเหมือนกัน จะได้อ่านหนังสืออย่างมีสมาธิ (เหรอ)
สอบเสร็จวันที่ 4 ตุลาคม ไว้จะกลับมาเขียนใหม่นะ..ไว้เจอกัน ตอนนี้ขออ่านหนังสือสอบก่อน เหอๆ
Saturday, September 11, 2004
เครียดจัด
คลายเครียดจากการอ่านหนังสือซะหน่อย ไปดูหนังดีกว่า
เมื่อวานไปดู the shutter มาแหละ น่ากลัวมาก ๆ (แต่เที่ยวไปหลอกคนอื่นว่าฮาแตกทั้งโรง) ขนาดดูตอนบ่ายสองนะเนี่ยแบบว่าตอนบ่าย ๆ เครียดจัด เลยชวนเพื่อน ๆ ไปดูหนัง ปรากฏว่าไม่ว่างกัน เหลือแค่เรากะอุ๋มอิ๋ม ดูหนังเสร็จก็กลับมาห้องค่าย แล้วไปให้อาหารปลาที่สระน้ำจุฬาฯ (หวังว่าอานิสงส์ครั้งนี้จะทำให้เราสอบได้คะแนนดี ๆ สาธู๊..) พอนั่งห้องค่ายได้สักพัก เพื่อนๆ ก็พากันไปดูหนังกัน แบบว่าดูแล้วอ่ะนะ เลยโกรธเพื่อน ๆ ฉุยบอกว่า ไว้วันหลังจัดปาร์ตี้ปี 3 กัน เรากะอุ๋มอิ๋มก็เลยบอกกลับไปว่า ไม่ไปว๊อยยย ไม่ต้องมาชวนเลย ทีเราชวนล่ะไม่ยอมไป ฮึ อยากไปกันเองก็ไปเลย แล้วเราก็ไปกินข้าวกับอุ๋มอิ๋ม 2 คนที่สวนหลวง แบบว่าเซ็งมาก ๆ เลยที่เพื่อน ๆ ทำอย่างนี้กับเรา..ไม่หายโกรธง่าย ๆ หรอก คอยดู
ว่าจะไปดูหนังให้คลายเครียด ปรากฏว่า ยิ่งเครียดมากขึ้นกว่าเดิมอีกแหละ เมื่อคืนนอนคนเดียวไม่ได้ แบบว่ากลัวอ่ะ กลัวมีใครมาดึงผ้าห่ม บรึ๋ยยยยยยยยย..
เมื่อวานไปดู the shutter มาแหละ น่ากลัวมาก ๆ (แต่เที่ยวไปหลอกคนอื่นว่าฮาแตกทั้งโรง) ขนาดดูตอนบ่ายสองนะเนี่ยแบบว่าตอนบ่าย ๆ เครียดจัด เลยชวนเพื่อน ๆ ไปดูหนัง ปรากฏว่าไม่ว่างกัน เหลือแค่เรากะอุ๋มอิ๋ม ดูหนังเสร็จก็กลับมาห้องค่าย แล้วไปให้อาหารปลาที่สระน้ำจุฬาฯ (หวังว่าอานิสงส์ครั้งนี้จะทำให้เราสอบได้คะแนนดี ๆ สาธู๊..) พอนั่งห้องค่ายได้สักพัก เพื่อนๆ ก็พากันไปดูหนังกัน แบบว่าดูแล้วอ่ะนะ เลยโกรธเพื่อน ๆ ฉุยบอกว่า ไว้วันหลังจัดปาร์ตี้ปี 3 กัน เรากะอุ๋มอิ๋มก็เลยบอกกลับไปว่า ไม่ไปว๊อยยย ไม่ต้องมาชวนเลย ทีเราชวนล่ะไม่ยอมไป ฮึ อยากไปกันเองก็ไปเลย แล้วเราก็ไปกินข้าวกับอุ๋มอิ๋ม 2 คนที่สวนหลวง แบบว่าเซ็งมาก ๆ เลยที่เพื่อน ๆ ทำอย่างนี้กับเรา..ไม่หายโกรธง่าย ๆ หรอก คอยดู
ว่าจะไปดูหนังให้คลายเครียด ปรากฏว่า ยิ่งเครียดมากขึ้นกว่าเดิมอีกแหละ เมื่อคืนนอนคนเดียวไม่ได้ แบบว่ากลัวอ่ะ กลัวมีใครมาดึงผ้าห่ม บรึ๋ยยยยยยยยย..
Monday, September 06, 2004
อยากกินมะตะบะ
นี่ๆ อุตส่าห์นัดวันอย่างดีแล้วนะ ว่าวันจันทร์จะไปกินมะตะบะกันที่ถนนพระอาทิตย์ เจ้าที่อร่อยที่สุด หุ หุ เรานัดกันที่หน้าห้องค่าย ที่หน้าห้องค่ายมี พี่เปา พี่ฟู่ พี่ตั๋น พี่โจ้ และสาว ๆ พวกนั้นว่าจะไปกินเหล้ากัน เพราะว่านาน ๆ พี่โจ้จะมาที พวกเรากะว่าจะออกเดินทางกันประมาณทุ่มครึ่ง ปรากฏว่า ได้ออกจริง ๆ ประมาณสองทุ่มสิบห้า (รอพี่เบคนเดียวเลย) วันนี้ผู้ร่วมเดินทางก็มี เพลิน พี่ไผ่ อุ๋มอิ๋ม น้องแพน น้องตั๊ก น้องณี และที่มาทีหลังสุดคือ พี่เบ ผู้ชายคนเดียวในการเดินทางครั้งนี้
เราเรียกแท๊กซี่ไปกัน แท็กซี่ชั่วมาก ๆ พาอ้อมไปโคตรไกล แล้วยังขับรถได้แย่มาก ๆ อีกด้วย พอ ๆ กับรถเมล์คันเล็ก ๆ สีเขียวเลย (แพนมึนหัวมาก ๆ ประกอบกับหิวสุด ๆ ) พอไปถึงปรากฏว่า..ร้านมะตะบะปิดแล้ว ..เซ็งเลย ตั้งใจมากินแท้ๆ เราเลยตัดสินใจไปกินที่อื่น ถือโอกาสพาน้อง ๆ เดินถนนข้าวสาร (ตอนนั้นแพนหิวจนจะเป็นลมตายแล้ว แวะซื้อกรีนที 1 ขวด) แล้วพากันไปกินอาหารมื้อหลักที่ร้านอาหารใกล้ ๆ ร้านนมมนต์ เรากะแพนแวะซื้อปลาหมึกปิ้งให้แพนกินรองท้องก่อน พอสั่งอาหาร ทุกคนกินแบบไม่พูดไม่จา (ก็หิวนี่..) แล้วก็พากันไปกินต่อที่ร้านนมมนต์ ทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ยกเว้นพี่เบ กินนมคนละแก้ว แล้วก็สั่งขนมปังสังขยา ขนมปังราดช็อคโกแลต ขนมปังแยมส้ม มาแบ่งกันกิน พี่เบถึงขนาดตกใจถามว่า "สาว ๆ พวกนี้ไหนว่ากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านนั้นกันอิ่มแล้วไง.." เป็นอันว่าพี่เบยังไม่ทราบว่าสาว ๆ อย่างพวกเรากินกันได้เรื่อย ๆ พอออกจากนมมนต์ก็ถึงเวลาเรียกแท็กซี่กลับหอ พี่เบลงไปก่อนที่สามย่านเพราะไปสมทบกับพวกพี่โจ้ พี่ฟู่ พี่ตั๋น พี่เปา..ก่อนลงรีบกำชับกับพี่เบว่า..อย่าไปบอกพวกพี่เปานะว่าพวกเราไม่ได้ไปกินมะตะบะกัน เดี๋ยวโดนหัวเราะเยาะ..หึ หึ
คืนนั้นกลับมาถึงหอประมาณ 22.35 คิดว่า "โดนเซนต์อีกแล้วกรู" ปรากฎว่า ยามบอกว่าไม่ต้องเซ็นต์ ขี้เกียจ..รอดตายไปอีก 1 วัน..
ป.ล.สัญญากะแพนว่า ไว้วันหลังจะพาไปกินมะตะบะให้ได้ รอสอบเสร็จก่อนนะจ๊ะแพนจ๋า..
เราเรียกแท๊กซี่ไปกัน แท็กซี่ชั่วมาก ๆ พาอ้อมไปโคตรไกล แล้วยังขับรถได้แย่มาก ๆ อีกด้วย พอ ๆ กับรถเมล์คันเล็ก ๆ สีเขียวเลย (แพนมึนหัวมาก ๆ ประกอบกับหิวสุด ๆ ) พอไปถึงปรากฏว่า..ร้านมะตะบะปิดแล้ว ..เซ็งเลย ตั้งใจมากินแท้ๆ เราเลยตัดสินใจไปกินที่อื่น ถือโอกาสพาน้อง ๆ เดินถนนข้าวสาร (ตอนนั้นแพนหิวจนจะเป็นลมตายแล้ว แวะซื้อกรีนที 1 ขวด) แล้วพากันไปกินอาหารมื้อหลักที่ร้านอาหารใกล้ ๆ ร้านนมมนต์ เรากะแพนแวะซื้อปลาหมึกปิ้งให้แพนกินรองท้องก่อน พอสั่งอาหาร ทุกคนกินแบบไม่พูดไม่จา (ก็หิวนี่..) แล้วก็พากันไปกินต่อที่ร้านนมมนต์ ทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ยกเว้นพี่เบ กินนมคนละแก้ว แล้วก็สั่งขนมปังสังขยา ขนมปังราดช็อคโกแลต ขนมปังแยมส้ม มาแบ่งกันกิน พี่เบถึงขนาดตกใจถามว่า "สาว ๆ พวกนี้ไหนว่ากินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านนั้นกันอิ่มแล้วไง.." เป็นอันว่าพี่เบยังไม่ทราบว่าสาว ๆ อย่างพวกเรากินกันได้เรื่อย ๆ พอออกจากนมมนต์ก็ถึงเวลาเรียกแท็กซี่กลับหอ พี่เบลงไปก่อนที่สามย่านเพราะไปสมทบกับพวกพี่โจ้ พี่ฟู่ พี่ตั๋น พี่เปา..ก่อนลงรีบกำชับกับพี่เบว่า..อย่าไปบอกพวกพี่เปานะว่าพวกเราไม่ได้ไปกินมะตะบะกัน เดี๋ยวโดนหัวเราะเยาะ..หึ หึ
คืนนั้นกลับมาถึงหอประมาณ 22.35 คิดว่า "โดนเซนต์อีกแล้วกรู" ปรากฎว่า ยามบอกว่าไม่ต้องเซ็นต์ ขี้เกียจ..รอดตายไปอีก 1 วัน..
ป.ล.สัญญากะแพนว่า ไว้วันหลังจะพาไปกินมะตะบะให้ได้ รอสอบเสร็จก่อนนะจ๊ะแพนจ๋า..
Subscribe to:
Posts (Atom)