Saturday, August 30, 2008

บ้านผีปอบ





โอ๊ย น่าดูค่อดดดดดดดดดด
จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยดูตอนมันฉายตอนเช้า ช่อง 7 มั้ง
แล้วก็โหลด v2d บ้านผีปอบมาครบทุกภาคแล้ว แต่ยังไม่ได้ดู

ฉายเมื่อไหร่เนี่ย อยากดูเฟ้ย !

Tuesday, August 26, 2008

4 year anniversary

ไม่น่าเชื่อ ว่านี่จะครบ 4 ปีแล้วที่เราเริ่มเขียนบล็อคแรกในชีวิต
บล็อคที่เปรียบเสมือนไดอารี่ส่วนตัวของเรา
บันทึกเล่มเล็ก ๆ ที่บอกเล่าถึงความรู้สึกได้มากมาย..

ถึงจะไม่ได้เขียนเก่งอย่างใครเขา แต่เราก็ภูมิใจนะ
รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้กลับไปอ่านวันวานเก่า ๆ

Thursday, August 21, 2008

ถึงใครคนนั้น..

ใครคนหนึ่ง คนนั้น ในวันหนึ่ง วันนั้น
เคยผูกพันกัน ซะมากมาย
เพราะวันที่ห่างเหิน มันก็เริ่มห่างหาย
เพียงแค่เพราะเราไม่เจอะกัน

ไม่เรียกร้องให้กลับมา หรือว่าผลักไส หรืออะไรทั้งนั้น
เก็บเอาไว้ในส่วนลึก ซ่อนอยู่อย่างนั้น รู้ว่ามันไม่ไปไหน
แม้กระทั่งตอนนี้ เขายังอยู่ตรงนี้ ในภาพทรงจำสีจางจาง

เหมือนว่าจะเลือนหาย คล้ายว่าจะเลือนลาง
บางอย่างก็ยังไม่เปลี่ยนไป

ไม่เรียกร้องให้กลับมา หรือว่าผลักไส หรืออะไรทั้งนั้น
เก็บเอาไว้ในส่วนลึก ซ่อนอยู่อย่างนั้น รู้ว่ามันไม่ไปไหน
แม้กระทั่งตอนนี้ เขายังอยู่ตรงนี้ ในภาพทรงจำสีจางจาง

... ในความทรงจำสีจาง




รู้ไหม พี่ทำให้เพลินปลื้มอยู่เรื่อย
นี่มันก็นานมาแล้ว ที่เราไม่ได้พบกัน
ยังจำเวลาดี ๆ ได้ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ..
ถึงแม้เราจะได้รู้จักกันน้อยไปนิด
แต่พี่ก็เป็นกันเองกับเพลินเสมอ..

ยังจำวันเวลาเหล่านั้นได้
ถึงแม้จะเป็นเวลาไม่นาน
แต่มันก็ทำให้เพลินมีความสุขทุกครั้งที่คิดถึงมัน

และในวันนี้..เรามีโอกาสได้พบกันอีกครั้งในโลกเสมือน
พี่ทำให้เพลินประหลาดใจอีกครั้ง..

ก็ว่าจะไม่หวั่นไหวนะ..
แต่อย่าหยอดกันบ่อยสิ T_T

Friday, August 08, 2008

Beijing Olympics 08.08.08 !!!





จนได้สินะเรา
ตบะแตกจนได้

งานการมีไม่ทำ มานั่งดูโอลิมปิก ให้ตายสิ !

โอลิมปิคปีนี้จัดขึ้นที่เมืองปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน (Beijing, People's Republic of China) มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม - 24 สิงหาคม 2551

งานนี้จีนตั้งใจเป็นพิเศษ สังเกตได้จากเลขวันที่ เดือน ปี มันช่าง "แปด" อะไรเช่นนี้ เท่านั้นยังไม่พอ พิธีเปิดยังเริ่มตอน 8 pm อีกต่างหาก

เป็นพิธีเปิดที่ไม่ผิดหวังเลยทีเดียว สมกับที่อู้งานมาดู หุหุ
ชอบมาก ๆ ก็ตอนที่นับถอยหลัง เก้า แปด เจ็ด หก ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง ปัง !
เสียงพลุกระหึ่ม วนไปรอบสนามรังนก เห็นเค้าบอกว่า พิธีเปิดวันนี้จะใช้พลุทั้งหมด 20000 ลูก โอ้ว..


สนามที่ใช้ในพิธีเปิดโอลิมปิคนี่สุดยอด รัฐบาลจีนลงทุนสร้างใหม่เลย ใหญ่โตมาก จุคนได้ 91,000 คน (แต่เห็นบอกว่า วันนี้มีเก้าอี้เสริมอีก 11000 ที่นั่ง สรุปว่า พิธีเปิดวันนี้มีคนเป็นแสน บวกกับนักกีฬาจากชาติต่าง ๆ อีกหลายหมื่น)
โอ่อ่าสมเป็นประเทศจีนจริง ๆ เลย (ทำเสียงหล่อ)









แล้วสิ่งที่เรารอคอยก็มาถึง นั่นก็คือ จีนจะจุดไฟในกระถางคบเพลิงยังไง?
เห็นโม้นักโม้หนา แถมปิดเป็นความลับสุดยอดระดับชาติ มีการคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่า เหยาหมิง(นักบาสจีนรูปร่างชะลูด) บ้างก็ว่าเด็กที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เสฉวน สรุปว่า ไม่มีใครทายถูก

เพราะจริง ๆ แล้ว (ลุง)หลี่หนิง นักกีฬายิมนาสติกจีน ที่ได้สามเหรียญทองจากโอลิมปิคปี 1984 เป็นคนวิ่งคบเพลิงคนสุดท้าย และด้วยการกำกับการแสดงของจางอี้โหมว คงไม่พ้นการเหาะเหินเดินอากาศโดยใช้สลิง หลี่หนิงลอยตัวขึ้นไปยังส่วนโค้งของสนามรังนก แล้ววิ่งคบเพลิงบนกำแพงที่ฉายโปรเจคเตอร์เป็นรูปม้วนกระดาษ (เหมือนวิ่งแล้วม้วนกระดาษมันค่อย ๆ คลี่น่ะ) วิ่ง ๆ ไป ก็มีรูปการวิ่งส่งทอดคบเพลิงจากประเทศต่าง ๆ จนมาถึงจีน แถ่นแท้นนนนนน สิ่งที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาดูแทบจะกลั้นลมหายใจ เมื่อหลี่หนิงวิ่งมาถึงกระถางคบเพลิง เขาก็จุดไฟ แล้วไฟก็วิ่งไปบนคบเพลิง เป็นอันจบ

สรุปว่า เป็นพิธีเปิดที่อลังการแทบจะไม่มีที่ติ แต่ การจุดไฟบนกระถางคบเพลิงไม่ประทับใจเท่าไหร่ว่ะค่ะ

อย่างไรก็ตาม อีชั้นจะติดตามผลงานนักกีฬาไทยในโอลิมปิคเท่าที่จะสามารถนะเคอะ disser ช้านนนน T_T

รูปปิดท้าย กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติได้เริ่มขึ้นแล้ว..

Sunday, August 03, 2008

ไรว้า..

ไรว้า..

พรุ่งนี้พี่บัฟก็จะกลับแล้ว เร็วชะมัด
นี่เราต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วเหรอเนี่ย งืออออ...

Saturday, August 02, 2008

ทึ่มป่าว?


Am-I-Dumb.com - Dumb Test





ฮ่า ๆ
เล่นวัดความทึ่มกันนึดนึง
"เราไม่ทึ่มนะเว้ยยยยย"

.

.

Monday, July 21, 2008

Wall-E




วันนี้ฤกษ์ดี ไปดู Wall-E กะพี่บัฟมา


Wall-E เป็นหนึ่งในหนังที่รอคอยเลยล่ะ รอคอยตั้งแต่ทำรายงานเรื่อง Pixar แล้ว พอมันเข้าที่อังกฤษ ก็ไม่รีรอที่จะซื้อตั๋วไปดู


วันนี้ออกจากบ้านสี่โมงกว่า ๆ ไปเจอพี่บัฟที่ KFC สาขาใกล้บ้าน แล้วก็เดินไปซื้อตั๋วหนัง หนังรอบทุ่มครึ่ง (ตอนนั้นตกลงกันว่าจะดูรอบทุ่มครึ่ง) ซื้อตั๋วเสร็จก็ลงมากินข้าว กินจนนั่งหง่าว เพราะยังไม่ถึงเวลาหนังฉายซะที - -"


ก่อนที่หนังจะฉาย เป็นธรรมเนียมของ Pixar (รึเปล่า?) ที่จะต้องมีการฉายหนังสั้น หนังสั้นที่นำมาฉายก่อนฉาย wall-e นั้นชื่อว่า Presto สนุกมาก ๆ เลยล่ะ กระต่ายบ้าอะไรกวนตีนชะมัด อิอิ มันก็เป็นเรื่องของนักมายากลกะกระต่ายที่แสนซนตัวหนึ่ง บังเอิ๊ญญ บังเอิญว่า กระต่ายมันหิวมาก ๆ ประกอบกับนักมายากลจะต้องขึ้นแสดงแล้ว เจ้ากระต่ายก็เลยไม่มีกะจิตกะใจทำงาน เลยป่วนเจ้านายเล่นซะงั้น

พูดถึง wall-e ดีก่า
เปิดฉากแรกมา เหมือนเป็นการปูพื้นว่า โลกเราในปี ค.ศ.28xx เป็นอย่างไร
มันเต็มไปด้วยขยะนั่นนู่นนี่ แล้วก็แนะนำตัวละคร wall-e ว่าเป็นหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่อัดขยะเป็นก้อนลูกบาศก์ นำไปเรียง ๆ กันจนเป็นตึกราม สภาพโลกในเวลานั้นน่าเหี่ยวเฉามาก พื้นดินแห้งแล้งและมีแต่ตึกก้อนขยะ ตัว wall-e เองก็ทำมาจากขยะชนิดต่าง ๆ แต่ทว่า มันเป็นหุ่นยนต์ที่ฉลาด จิตใจดี และมีเสน่ห์เหลือเกิน

ที่อยู่อาศัยหรือ "บ้าน" ของ wall-e นั้นเป็นโกดังเก็บสรรพสิ่ง
มีโทรทัศน์ มีรูบิก มีอะไหล่ของตัวมันเอง o_O
และเพื่อนตัวน้อยของมัน..แมลงสาบ - -"

จนมาวันหนึ่ง ก็มียานประหลาดมาลงจอดที่โลก wall-e นั้นก็ไม่รู้จัก เดินเข้าไปด้อม ๆ มอง ได้มีโอกาสเจอ eve และตกหลุมรัก แต่มันก็ต้องผจญภัยไปในยานอวกาศที่มีชื่อว่า Axiom ซึ่งเป็นที่ ๆ eve ทำงานอยู่ ทั้งคู่ต้องผจญอะไรต่าง ๆ มากมาย แม้กระทั่งการที่ความทรงจำของ wall-e จะต้องหายไป แต่ในที่สุด ด้วยสัมผัสและจุมพิตของ eve ก็ทำให้ความทรงจำของ wall-e กลับมาอีกครั้ง (ฝรั่งก็น้ำเน่าเป็นนะเออ..) ภารกิจก็ลุล่วง ทั้งคู่สมหวัง happy ending

หนังสนุกมาก ภาพสวย เนื้อเรื่องดี
เป็นหนังแนวแอ็คชั่น-ผจญภัย
โครงเรื่องง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน แต่กินใจอย่างสากลเชียวล่ะ
นั่นก็ดี นู่นก็ดี ดีไปหมดทุกอย่าง
ดีขนาดไม่น่าเชื่อว่า มันทำแมลงสาบให้น่ารักและน่าคบได้ - -"

Wednesday, July 16, 2008

Isle of Wight Day Trip

อุ๋มอิ๋มและพ่อ

Monday, July 14, 2008

อัพเดทชีวิต

เดือนกว่าแล้วที่ไม่ได้มาอัพเดท
มาอัพเดทกันหน่อยดีกว่า

1. ธีสีส ไปเรื่อย ๆ เขียนไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง ประมาณว่าคิดอะไรได้ก็เขียน
เลยตอบไม่ได้ว่า ถ้านับ progress ว่าได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็บอกไม่ถูกแฮะ
ซุปของชั้น..เธอคงยุ่งมากจริง ๆ คงไม่ได้ลงมาลอนดอนในเร็ว ๆ นี้แน่ ๆ เลย ทำต่อไปคนเดียวก็ได้วะ

2. Miss Moji 2008 กรี๊ดดดดดดดด ที่รักของช้านนนนนนนน มาแล้วๆๆๆๆๆๆ ตัวเป็น ๆ เลย ฮ่าๆๆๆ เธอพาพ่อมาแอ่วลอนดอนแหละ พร้อมกับมีจุดประสงค์แอบแฝง นั่นคือ การขนของที่ฝากไว้ที่ห้องเรากลับเมืองไทย เธอมากระซิบว่า สงสัยจะได้ ship กลับบางส่วนซะแล้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ

3. ดีใจกะมันด้วย ไอ้เด็กแพน นางสาวภณิดา ฉันทวัฒน์ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรปีการศึกษา 2550 เจ้าแพนมันได้ปริญญาบัญชีบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ดู ดู๊ ดู ดูมันทำ ทำไปด้ายยยยยย..

4. แคทรียา สาวไทยหัวใจคุ้กกี้ เธอยังอยู่ค่า ยังเป็น survival แห่งบ้าน Big brother UK ได้อยู่ เข้าใจว่า เธอไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครน่ะ บุคลิกเธอดูติงต๊อง ๆ และไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดจนเกินเหตุ

Sunday, June 08, 2008

Big Brother UK 2008 (9th year)

ฮ่า ๆ ปีนี้ตั้งใจว่าจะดู Big brother อย่างจริงจังแหละ
เนื่องด้วยปีนี้มีคนไทยเข้าไปอยู่ในบ้านด้วย
ไม่เชื่อล่ะเซ้ๆๆๆๆๆๆ

แต่ มันเป็นความจริง !
เธอชื่อ แคทรียา เป็นหมอนวดอยู่เมือง Kent
ด้วยความที่แปลกใจกับการที่คนไทยได้มีโอกาสเข้าไปในบ้านกะเค้าด้วย
เลยเป็นเหตุให้เพลินมาเฝ้าหน้าจอติดตามอย่างเพลิดเพลิน

เมื่อ 4 คนแรกเข้าบ้านไป Big brother มีภารกิจลับเฉพาะให้ เริ่มแรกเดิมทีเนี่ย มีชายหญิงคู่หนึ่ง เขาเป็นคู่ผัวตัวเมียกันมาก่อนแล้ว แต่ ! ภารกิจของ Big brother คือ ไม่ต้องการให้คนที่เหลือในบ้านรู้ว่าเป็นแฟนกัน แถมยังจับคู่ฝ่ายชายให้กับสาวเอ๊าะ ๆ คนหนึ่งอีกด้วย ภารกิจของทั้ง 4 คนก็คือ ทำยังไงก็ได้ไม่ให้คนที่เหลือระแคะระคายความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ หากระแคะระคายแล้วล่ะก็.. 4 คนในภารกิจนี้ก็จะโดนจับไปโหวตออกจาก public vote

โอ้ว ชักจะสนุกแล้วสิ

ปล. วันแรกที่ดูเนี่ย แคทารียาเธอดูเปิ่น ๆ ต๊อง ๆ ดี ฮาค่อดดดดดดดดดดดดด

Friday, June 06, 2008

ลาก่อน "ตลาดสามย่าน" ในความทรงจำ

ได้ข่าวว่า เค้าจะทุบตลาดสามย่านแล้ว แล้วให้ผู้ประกอบการทั้งหลายย้ายไปตลาดที่สร้างใหม่หลังสนามจุ๊บ แล้วหลังจากนั้น ตึกแถวบริเวณนั้นก็จะถูกเวนคืนโดยจุฬาฯ

คิดถึง จีฉ่อย ป่านนี้ป้า กะ ลูกแกจะเป็นไงบ้าง เด็กจุฬาฯจะซื้อของจากไหน ไหนจะใบซีอาร์ ไหนจะใบส้ม ตุ้งติ้งอีก ฮาๆๆๆๆ

คิดถึงวันเก่า ๆ ที่ไปกินข้าวกันที่ตลาดสามย่าน เป็นการเลี้ยงน้องที่ อิ่ม อร่อย ราคาประหยัด หรือจะเป็นการไปกินกันฉันท์เพื่อนพี่น้อง สนุกสนาน วันเก่า ๆ กับเพื่อนพี่น้องห้องค่าย หรือแม้แต่วันไหนหิวจัด ๆ เพราะเราสามารถมั่นใจได้เลยว่า จานเดียวอิ่ม ชัวร์ !!

คิดถึงอาหารตามสั่งจานโต สั่งไรได้ทุกอย่าง กินได้ทุกร้าน
เมนูสุดโปรดจำพวกสเต็กก็ มิกกิว ไก่อลาสก้า ดีไลท์ปลา

คิดถึงว่ะ อยากกลับไปกินทิ้งทวน ณ บัดนาวเลยทีเดียว - -"

Wednesday, May 28, 2008

สอบเสร็จแล้วว๊อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ในที่สุุดก็สอบเสร็จซะที
ทำไมมันเหนื่อยงี้วะ
ไม่มีเรียนแล้ว ไม่ต้องไปมหาลัย
เหลือแต่ทำโปรเจ็คอย่างเดียว
จะไหวมั้ยเนี่ยเรา - -"

Friday, May 16, 2008

16 พฤษภาคม :: My Birthday


สุขสันต์วันเกิดนะไอ้เพลิน
มีความสุขมาก ๆ
ที่สำคัญ มีกำลังใจเยอะ ๆ ให้ผ่านปริญญาโทนี้ไปให้ได้นะ..

Monday, May 05, 2008

Sunday, April 20, 2008

จู่ ๆ ก็คิดถึง..

ก็แหม..ออกจะใจร้ายไปสักนิด หากไม่เอ่ยถึงเพลงในดวงใจของค่ายอาสาสมัคร คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

4 ปีในชีวิตนิสิตเศรษฐศาสตร์ ได้มีโอกาสไปค่ายคณะกะเค้าครั้งเดียว ก็แหม ไม่มีใครมา seduce เราเหมือนค่ายหอนี่นา ! อย่างไรก็ตาม ค่ายนั้นเป็นค่ายที่เราประทับใจมาก พี่ ๆ หลายคนแปลกใจ ว่าน้องเพลินมาค่ายนี้ครั้งแรก แต่ปรับตัวได้เร็วมาก (หารู้ไม่..หนูเป็นสต๊าฟค่ายหอมาก่อนนะคะ อิอิ)

จากค่ายนั้น มีหลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างกะค่ายหอ ค่ายนั้นไม่มีไฟฟ้าใช้โดยแท้จริง ค่ายนั้นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือให้โทรหาดาร์ลิ้ง ค่ายนั้นได้มีความทรงจำดี ๆ กับรุ่นพี่คนหนึ่ง.. เค้าจะรู้ตัวมั้ยนะ..





ช่างรุ้งงาม...
สิ่งใดคือความรัก สิ่งใดคือหัวใจ
ที่คนเราเก็บใว้ให้กัน
อยากรู้คำตอบนี้ นิยามกันร้อยพัน
สิ่งใดคือความฝันอันงดงาม

แม้รักอยู่ปลายรุ้ง จะมุ่งไปให้ได้คว้า
อยากรู้ที่รุ้งงามมีสิ่งใด
ดอกไม้แห่งความรัก ที่แย้มบานและสดใส
อยู่ผืนแผ่นดินใดใจต้องการ

จึงค้นออกตามหา เดินมาไกลสุดแสน
เรื่องราวในดินแดนนี้มากมาย
ไม่พบคำตอบนั้น ความฝันช่างวุ่นวาย
ความรักมีมากมายไม่พบพาน

สิ่งใดคือความรัก สิ่งใดคือหัวใจ
ที่คนเราเก็บใว้ให้กัน
อยากรู้คำตอบนี้ เนิ่นนานเป็นร้อยวัน
สิ่งใดคือความฝันที่งดงาม

ตรงนี้อยู่ตรงนิ้ มีเธออยู่ในใจ
รุ้งงามเพียงใด ช่างรุ้งงาม
ดอกไม้แห่งความรัก ที่สดใสและงดงาม
เธอคือนิยามของคำตอบ

คือรักที่ตามหา เวลาที่เฝ้าคอย
ฝันเคยเลื่อนลอย กลับไม่ไกล
เก็บรักในวันนี้ มีเธออยู่ในใจ
รุ้งงามเพียงใด ช่างรุ้งงาม

ครั้งหนึ่งในชีวิตนิสิต : ค่ า ย ห อ

คิดถึงน่ะ เลยอยากจะเขียน blog ซะหน่อย

เราได้มีโอกาสก้าวเข้ามาในรั้วจุฬาฯ รั้วซีมะโด่ง พร้อม ๆ กันนั้น เราก็ได้เข้ามาร่วมชมรม "ค่ายหอ" หรือ "ชมรมค่ายอาสาสมัครหอพักนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" นั่นเอง

ในตอนนั้นน่ะ อยากเข้ามากกก ตอนเด็ก ๆ เคยดูทีวีแล้ว รู้สึกทึ่งกับพี่ ๆ ที่อาสาไปสร้างส้วม สร้างอาคารในพื้นที่ที่ห่างไกล พี่ ๆ เค้าคงมีอุดมการณ์น่าดูเลยเนอะ..

แล้วเราก็ได้มีโอกาสก้าวเข้ามาตรงจุดนี้..ค่ายแรกในชีวิต..ค่ายแรกในชีวิตนิสิต.. กับค่ายดอยติ้ว ต.ศรีภูมิ อ.ท่าวังผา จ.น่าน

ที่นั่นได้ทำให้เราลืมชีวิตสังคมเมืองไปเลยทีเดียว เหมือนได้อยู่ในโลกอีกโลกหนึ่งที่ทุกคนมีหน้าที มีอุดมการณ์ร่วมกัน และมีความสุขร่วมกัน เหนื่อยบ้าง แต่เราก็ไม่เคยท้อ มิตรภาพเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนกระทั่งที่เราไม่น่าเชื่อว่า บรรยากาศการนั่งรถไฟขาไปกับขากลับจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง..

วันนี้ ความคิดถึงค่ายมันมาเยี่ยม เลยเอาเพลงลงให้หายคิดถึงซะหน่อย..
เพลงซีรี่ย์ค่ายหอ 7 เพลง ที่ขึ้นต้นมาเราก็สามารถต้องตามได้อย่างอัตโนมัติ..จากวันนั้น..จนถึงวันนี้..


Friday, April 04, 2008

เชอะๆๆๆๆ

เชอะๆๆๆๆ
กลับกันไปให้หมดเลยนะ

ฮึ่ยๆๆ

Saturday, March 29, 2008

ไปส่งเพื่อน

..

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว ก็ได้ไปส่งเพื่อนกลับเมืองไทย 1 คน ก็คือ ทิพย์
มาปีนี้ อุ๋มอิ๋ม กลับบ้าง หลังจากมาเรียนภาษา (และช็อปปิ้ง) ได้เป็นเวลา 6 เดือนพอดิบพอดี

ไปส่งมันมา น้ำตาไหลเลยว่ะ
โชคดีนะเพื่อน กลับมาเร็ว ๆ ล่ะ

..

Friday, February 29, 2008

29 กุมภาพันธ์

วันนี้วันที่ 29 กุมภาพันธ์ นาน ๆ มาที..

อืม คิดไปคิดมา เราเกิดปีที่มี 29 กุมภาพันธ์เหรอเนี่ย.. เพราะเราอายุ(จะ) 24 ปีพอดิบพอดีในปีนี้แหละ หุหุ

จารึกไว้หน่อย 29 กุมภาพันธ์..

Sunday, February 24, 2008

Trip to Cotswolds

24/02/2008

ไป Cotswolds กับ อุ๋มอิ๋ม มาล่ะ จับทัวร์ของ Andersons ไป เนื่องจากไม่มีขนส่งมวลชนเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นรถ Coach หรือ train ก็ตาม

ออกบ้าน เจ็ดโมงครึ่ง เพื่อไปยังจุดนัดพบที่ Baker street ตอน 8.00 น. อุ๋มอิ๋มมาไม่ทัน เลยให้มันไปขึ้นรถที่ Earl's Court ตอน 9 โมง..แล้วเราก็เริ่มเดินทางออกจากลอนดอนกัน



จุดหยุดรถจุดแรกเป็นจุดให้เข้าห้องน้ำ ไกด์ทัวร์เราเป็นป้าแก่ ๆ คนนึง แต่ใจดีมาก น่ารักมากมาย ก่อนลงรถเขากำชับนักกำชับหนาว่า ห้ามซื้อกาแฟ ห้ามนั่งกินแซนวิช ให้เข้าห้องน้ำอย่างเดียว.. เด็กเปรตสองคนนี้ไม่ปวดห้องน้ำ แต่..หิวค่อด ๆ อ่ะ เลยหาแซนวิชกิน กะน้ำ 1 ขวด แบ่งกันกิน ก่อนเอาขึ้นรถก็แอบชำเลืองดูป้านิดนึง แต่เราไม่เลทนี่นา ฮิฮิ




Cotswolds นั้น จะให้แปลจริง ๆ ก็จะแปลว่า "ป่ากระท่อม" wold นั้นมาจากภาษาเยอรมัน "wald" แปลว่า ป่า ส่วน cots ก็แปลว่ากระท่อม บ้านช่องที่นี่จะสร้างมาจากหินพิเศษที่มีลักษณะเฉพาะ หลังคาก็จะเป็นลักษณะเฉพาะเช่นกัน ดูแล้วสวยงามมาก ๆ รู้สึกว่ามันช่าง antique จัง อยากมีอย่างงี้ซักหลัง ฮาๆๆๆๆ







Stow-on-the-wold เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่น่ารักมาก เดิน ๆ ดูแล้ว ส่วนใหญ่เค้าจะขาย painting แอนติก ๆ มีร้านเครื่องครัวเต็มไปหมด คงจะเป็นวัฒนธรรมของเขากระมัง




Bourton-on-the-water เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมอีกที่หนึ่ง ที่นี่เค้าปล่อยเราเดินเที่ยว 2 ชม. เราก็เดินไปรอบ ๆ เดินไปดูสวนนก Birdland เป็นที่แรกเลย ค่าเข้าตั้งหลายปอนด์แน่ะ เข้าไปก็เจอนกเพนกวินเป็นอย่างแรก เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอย่างใกล้ชิด ใกล้จริง ๆ นะ ดูมันอุ้ยอ้ายดีจัง หนาวก็ไม่หนาว ดันเดินลงน้ำซะเฉย ๆ น่าอิจฉาชะมัด - -" ..


Bourton-on-the-water

Birdland

Penguins

Flamingoes
ได้เห็นนกฟลามิงโกจริง ๆ ที่ไม่ใช่แค่ตุ๊กตาไม้ตั้งไว้ในสระของร้านอาหารต่าง ๆ ที่เมืองไทย


ถัดจาก Birdland ไปอีกหน่อยก็จะเป็น Maze หรือ เขาวงกต นั่นเอง เขาว่ากันว่า ถ้าเข้าไปถึงใจกลางได้ ก็จะเจอ goldenfly ก่อนจะเข้าไปถึงต้องไขปริศนารายทางให้ได้ก่อน ไอ่เราก็ไม่ใช่เจ้าของภาษา จะให้มาไขปริศนารูปภาพลับสมองประลองปัญญาก็ใช่ที่ เลยตั้งหน้าตั้งตาหาทางออกเลย วนไปวนมาอยู่หลายรอบ เดินชนฝรั่งกลุ่มเดิม ๆ ที่วนไปวนมาเหมือนกัน ด้วยความเอะใจและฉลาดปราดเปรื่องของอุ๋มอิ๋ม ทำให้เราหาทางออกได้ ได้เห็น goldenfly ได้ออกก่อนฝรั่ง native กลุ่มนั้น ฮ่าๆๆๆๆ น่าภูมิใจจริง ๆ ..



get lost in the maze


goldenfly

finally.. way out



ออกมาจาก Maze ปุ๊บ ก็เดินไป old new village เขาจำลองเมือง bourton-on-the-water ไว้โดยเมืองจำลองนี้มีขนาดเป็น 1/9 ของขนาดจริง ใช้หินที่สร้างบ้านแถวนั้นจริง ๆ ดังนั้น มันก็จะแลดูเก่าดึกดำบรรพ์ไปตามกาลเวลา เจ๋งดีๆ..

Giant Plearn

close-up



church

หลังจากเดินเที่ยวที่ Bourton-on-the-water แล้วเราก็เดินทางกันต่อ โดยนั่งรถไปที่ Burford ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ มีถนนเส้นเดียวตัดผ่าน ได้เข้าไปในโบสถ์ Parish Church ออกมาจิบ cream tea และ scone ติดใจมากกกก ในลอนดอนหากินยากมาก ๆ เป็น traditional food อย่างหนึ่งของอังกฤษ


scone with butter and jam


แล้วก็นั่งรถยาว กลับลอนดอนโดยสวัสดิภาพ..


.. จบการเดินทาง ..