ออกมาอย่างเป็นทางการเสียที กับผล IMC Project
ที่นั่งหลังขดหลังแข็ง อดข้าว อดตาหลับขับตานอนมาเป็นเดือน
วันนี้..ผลออกมาแล้วค่ะพ่อแม่พี่น้อง..
ผ่าน ! (ก็แน่สิวะ..)
เก่งชิบหายเลยกู
แต่ละวิชานะ..
buyer behaviour 50
analysis and strategy for marketing communications 51
advertising management and brand delivery 50
marketing and media research management 56
direct and interactive marketing 50
public relation and reputation management 51
sales promotion management 50
managing marketing communications 72
campaign planning project 50
มีใครเจ๋งกว่านี้ป่ะ ^^"
Saturday, October 25, 2008
Monday, October 20, 2008
เดิน เดิน เดิน
ครั้งแรกในชีวิตเลยนะเนี่ย ที่ได้มีส่วนร่วมทางการเมือง อิอิ
คราวนี้อุดมการณ์เรามุ่งมั่นมาก เรามีอุดมการณ์ "ต่อต้านทักษิณ"
จึงติดตามข่าวคราวของกลุ่ม "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"
เป็นกำลังใจให้มาตลอด มีโอกาสก็เปิด astv ดูทางอินเตอร์เน็ต
จริง ๆ จะว่าไป เกิดจากความอยากรู้อยากเห็น อยากได้ ซีดีที่พันธมิตรจะแจก
เลยไปเดินกะเค้าด้วยเว้ยยย
เค้านัดที่เซ็นทรัลเวิร์ลเวลา 10 โมงเช้า เรากะปะป๊าไปก่อนเวลานิดนึง
ไปเดินซื้อ "มือตบ" กะ ผ้าพันคอ

เครื่องแบบ อิอิ
คราวนี้อุดมการณ์เรามุ่งมั่นมาก เรามีอุดมการณ์ "ต่อต้านทักษิณ"
จึงติดตามข่าวคราวของกลุ่ม "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย"
เป็นกำลังใจให้มาตลอด มีโอกาสก็เปิด astv ดูทางอินเตอร์เน็ต
จริง ๆ จะว่าไป เกิดจากความอยากรู้อยากเห็น อยากได้ ซีดีที่พันธมิตรจะแจก
เลยไปเดินกะเค้าด้วยเว้ยยย
เค้านัดที่เซ็นทรัลเวิร์ลเวลา 10 โมงเช้า เรากะปะป๊าไปก่อนเวลานิดนึง
ไปเดินซื้อ "มือตบ" กะ ผ้าพันคอ
เครื่องแบบ อิอิ
Landing
ในที่สุด ในที่สุด my homeland...
ลาก่อนนะ ลอนดอน
อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลไปอยู่ไปเรียนตั้ง 2 ปีแน่ะ
กลับมาแล้วคงคิดถึงน่าดู..
ลาก่อนนะ ลอนดอน
อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลไปอยู่ไปเรียนตั้ง 2 ปีแน่ะ
กลับมาแล้วคงคิดถึงน่าดู..
Friday, October 03, 2008
จิตใจตรงกัน ผูกพันรักใหม่

จำได้ไหม วันนี้.. เมื่อห้าปีที่แล้ว..
ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งได้เริ่มฉาย
จะเรียกว่าเป็นปรากฎการณ์ก็ว่าได้
นั่นก็คือเรื่อง แฟนฉัน..
ตอนแรกได้ยินชื่อหนังเรื่องนี้ก็คิดในใจว่า..ตูยังไม่มีแฟนนี่หว่า - -" จะไปดูกะใครดีล่ะเนี่ย
จนมีพี่คนนึง ขออนุญาตเอ่ยชื่อ "พี่โจ้"
บอกว่า เนี่ย มันไม่ใช่เลยน้องเพลิน หนังเรื่องนี้เหมาะไปดูกะเพื่อนมากที่สุด
เออ จริงแฮะ ดูกะแฟนคงไม่ได้ฟีลเท่าไหร่เนอะ อิอิ
หนังเรื่องนี้ทำให้เราได้นั่งย้อนไปในอดีต
หนังเรื่องนี้สร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้ชมทุกคนได้ดูไปยิ้มไป..
เป็นหนังที่มีผู้กำกับมากที่สุดในประวัติการณ์
เป็นหนังที่ยังประทับใจไม่รู้ลืม..จนทุกวันนี้..
ห้าปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก..
Monday, September 29, 2008
York.... Addie's .... Econ 35 UK Reunion ....
เกริ่นก่อนว่าเด็กเสดสาดจุฬาฯ รุ่น 35 ที่มาติดเกาะอยู่ที่เกาะบริเตนนี้ มีนัดพบปะและกินข้าวกันในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน
หลินเลยลงมาลอนดอนตั้งแต่วันศุกร์ เรากะทิพย์เลยกะไว้ว่า วันเสาร์ทำไรดี เลยหาทัวร์ไปเช้าเย็นกลับ ลงตัวที่ York
26 sep 2008
หลินมาเที่ยวลอนดอน มาถึงตอนบ่ายสามกว่า ๆ เอาของมาเก็บที่ห้องเรา แล้วก็ออกไปเจอทิพย์ เดินช็อปปิ้งกันตามเรื่องตามราว
ตกดึกก็มานั่งดู "รักหลอก ๆ อย่าบอกใคร" กัน แต่ก็เราก็ต้องเบรก เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่ตื่น เค้านัด 7.30 น. ที่คิงครอสแน่ะ
27 sep 2008
ได้มีโอกาสไปเที่ยว york กะ หลิน และ ทิพย์ ตื่นแต่เช้า เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน แต่สนุกมาก ๆ จริง ๆ แล้วเคยไปมาแล้วครั้งเดียว แต่ตอนนั้นไปคนเดียว เดินมั่ว ๆ แบบไม่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน มาทัวร์คราวนี้ มีไกด์คอยพูดประวัตินู่นนี่ให้ฟัง สักชั่วโมงครึ่ง ก็แยกย้ายกันเดิน เค้ามีแง้บ ๆ บอกด้วยว่า ตรงตลาดนี้มีเทศกาลอาหารนานาชาติ เราก็ลุยเลย เจอซุ้มคนไทยด้วยล่ะ เป็นกับข้าวราด มีให้เลือกหลายอย่าง เราเลือก แกงมัสมั่นเนื้อ กับ ทอดมัน+เปาะเปี๊ยะ มากิน รสชาติใช้ได้อยู่ พอพี่เค้าเห็นเป็นคนไทยเลยแถมให้เยอะแยะเลย แถมยังไม่พอ แถมแอปเปิ้่ลให้พวกเราอีกคนละลูกด้วย เสร็จแล้วเราก็เดินดูนั่นโน่นนี่ตามประสา
ตกดึก เริ่มออกหากิน ไปเที่ยว Addie's กันสามคน โอ๊ยยยย ไม่ได้ไป addie's มาเป็นชาติแล้ว ปีนี้สะดวกกับไทยสแควร์มากกว่า
จริง ๆ แล้ววันเสาร์ที่เอ็ดดี้คนจะไม่เยอะนะ แต่วันนี้แปลกใจเลย คนเยอะ ถามคอตต้อนเพื่อนทิพย์ เค้าบอกว่า UCL LSE เค้าเลี้ยงรับน้องกัน อ่อ อย่างนี้นี่เอง ตอนแรกนึกว่าจะไม่มีที่นั่งแล้ว แต่ก็ยังโชคดีอยู่บ้าง ตอนแรก (ที่ยังไม่มีที่นั่ง) ก็สั่งคอกเทลมาคนละแก้ว ยืนดริ๊งก์กันตรงนั้นแหละ พอสักพักมีโต๊ะ เลยเข้าไปนั่ง สั่งมากินกันเป็นเรื่องเป็นราว อยู่จนเลิก ฮ่าๆๆๆ
ทิพย์บ้านอยู่แถวนั้น เลยเดินไปส่งมันก่อน แล้วค่อยหารถเมล์นั่งกลับบ้าน รอรถเมล์นานมาก กลับมาหลับเป็นตาย
28 sep 2008
ดีนะ ที่นัดชาวอีคอน 35 ไว้ตอนบ่ายโมงครึ่ง(ที่ไชน่าทาวน์) ไม่งั้นไม่ตื่นแน่ๆ คนที่มาก็มี เรา หลิน ทิพย์ ทราย ออม แฮม บอล เลือกกินที่ร้านไต้หวันกัน แหม่ เสียดาย ลืมถ่ายรูป ลืมได้ไงว้าาาา... สามโมงกว่าเกือบสี่โมง กินเสร็จก็แยกย้ายกันไป หลินกลับเบอร์มิแฮมเลย เรา ทิพย์ บอล ไปเดินเล่นกันต่อแถว Covent Garden
ก็นั่งกินกาแฟกันไป คุยกันไป หลาย ๆ เรื่องแหละ ส่วนใหญ่เรื่องเรียน ที่ทิพย์กะบอลเรียนคล้าย ๆ กันอยู่บ้าง เลยคุยกันยาวเลย ไอ่เราแหวกมาเรียนการตลาด ไม่รู้จะคุยกะใคร ฮ่าๆๆๆๆ
ไว้รวบรวมรูปได้แล้วจะเอามาให้ดูนะ อิอิ
หลินเลยลงมาลอนดอนตั้งแต่วันศุกร์ เรากะทิพย์เลยกะไว้ว่า วันเสาร์ทำไรดี เลยหาทัวร์ไปเช้าเย็นกลับ ลงตัวที่ York
26 sep 2008
หลินมาเที่ยวลอนดอน มาถึงตอนบ่ายสามกว่า ๆ เอาของมาเก็บที่ห้องเรา แล้วก็ออกไปเจอทิพย์ เดินช็อปปิ้งกันตามเรื่องตามราว
ตกดึกก็มานั่งดู "รักหลอก ๆ อย่าบอกใคร" กัน แต่ก็เราก็ต้องเบรก เพราะเดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่ตื่น เค้านัด 7.30 น. ที่คิงครอสแน่ะ
27 sep 2008
ได้มีโอกาสไปเที่ยว york กะ หลิน และ ทิพย์ ตื่นแต่เช้า เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน แต่สนุกมาก ๆ จริง ๆ แล้วเคยไปมาแล้วครั้งเดียว แต่ตอนนั้นไปคนเดียว เดินมั่ว ๆ แบบไม่รู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน มาทัวร์คราวนี้ มีไกด์คอยพูดประวัตินู่นนี่ให้ฟัง สักชั่วโมงครึ่ง ก็แยกย้ายกันเดิน เค้ามีแง้บ ๆ บอกด้วยว่า ตรงตลาดนี้มีเทศกาลอาหารนานาชาติ เราก็ลุยเลย เจอซุ้มคนไทยด้วยล่ะ เป็นกับข้าวราด มีให้เลือกหลายอย่าง เราเลือก แกงมัสมั่นเนื้อ กับ ทอดมัน+เปาะเปี๊ยะ มากิน รสชาติใช้ได้อยู่ พอพี่เค้าเห็นเป็นคนไทยเลยแถมให้เยอะแยะเลย แถมยังไม่พอ แถมแอปเปิ้่ลให้พวกเราอีกคนละลูกด้วย เสร็จแล้วเราก็เดินดูนั่นโน่นนี่ตามประสา
ตกดึก เริ่มออกหากิน ไปเที่ยว Addie's กันสามคน โอ๊ยยยย ไม่ได้ไป addie's มาเป็นชาติแล้ว ปีนี้สะดวกกับไทยสแควร์มากกว่า
จริง ๆ แล้ววันเสาร์ที่เอ็ดดี้คนจะไม่เยอะนะ แต่วันนี้แปลกใจเลย คนเยอะ ถามคอตต้อนเพื่อนทิพย์ เค้าบอกว่า UCL LSE เค้าเลี้ยงรับน้องกัน อ่อ อย่างนี้นี่เอง ตอนแรกนึกว่าจะไม่มีที่นั่งแล้ว แต่ก็ยังโชคดีอยู่บ้าง ตอนแรก (ที่ยังไม่มีที่นั่ง) ก็สั่งคอกเทลมาคนละแก้ว ยืนดริ๊งก์กันตรงนั้นแหละ พอสักพักมีโต๊ะ เลยเข้าไปนั่ง สั่งมากินกันเป็นเรื่องเป็นราว อยู่จนเลิก ฮ่าๆๆๆ
ทิพย์บ้านอยู่แถวนั้น เลยเดินไปส่งมันก่อน แล้วค่อยหารถเมล์นั่งกลับบ้าน รอรถเมล์นานมาก กลับมาหลับเป็นตาย
28 sep 2008
ดีนะ ที่นัดชาวอีคอน 35 ไว้ตอนบ่ายโมงครึ่ง(ที่ไชน่าทาวน์) ไม่งั้นไม่ตื่นแน่ๆ คนที่มาก็มี เรา หลิน ทิพย์ ทราย ออม แฮม บอล เลือกกินที่ร้านไต้หวันกัน แหม่ เสียดาย ลืมถ่ายรูป ลืมได้ไงว้าาาา... สามโมงกว่าเกือบสี่โมง กินเสร็จก็แยกย้ายกันไป หลินกลับเบอร์มิแฮมเลย เรา ทิพย์ บอล ไปเดินเล่นกันต่อแถว Covent Garden
ก็นั่งกินกาแฟกันไป คุยกันไป หลาย ๆ เรื่องแหละ ส่วนใหญ่เรื่องเรียน ที่ทิพย์กะบอลเรียนคล้าย ๆ กันอยู่บ้าง เลยคุยกันยาวเลย ไอ่เราแหวกมาเรียนการตลาด ไม่รู้จะคุยกะใคร ฮ่าๆๆๆๆ
ไว้รวบรวมรูปได้แล้วจะเอามาให้ดูนะ อิอิ
Thursday, September 25, 2008
ติดเกม - -"
เนื่องจากว่างจัด เลยหาไรทำเล่น ๆ
ติดเกมซะงั้น
เกมที่ว่านี้อยู่ใน facebook อ่ะ
ผู้พัฒนาเกมเป็นคนเดียวกับ Who has the biggest brain?
แต่คราวนี้เป็นเหมือนเกม sim สัตว์เลี้ยง
เราต้องป้อนข้าว อาบน้ำ หาเงินเอามาซื้ออาหารให้มัน
หาเพื่อนให้มัน ฝึกให้มันออกกำลังกายกับบอล กระโดดเชือก
หรือเล่นบุมเมอแรงจานบินแล้วก็จะได้ถ้วยรางวัล
ทีนี้่ มีคนคิดอะไรแผลง ๆ
ลองให้มันไม่อาบน้ำจนมีแมลงหวี่แมลงวันมาไต่ตอม


แถ่นแท้น ได้ อึ มา 1 กอง ภูมิใจมั่ก ๆ
ติดเกมซะงั้น
เกมที่ว่านี้อยู่ใน facebook อ่ะ
ผู้พัฒนาเกมเป็นคนเดียวกับ Who has the biggest brain?
แต่คราวนี้เป็นเหมือนเกม sim สัตว์เลี้ยง
เราต้องป้อนข้าว อาบน้ำ หาเงินเอามาซื้ออาหารให้มัน
หาเพื่อนให้มัน ฝึกให้มันออกกำลังกายกับบอล กระโดดเชือก
หรือเล่นบุมเมอแรงจานบินแล้วก็จะได้ถ้วยรางวัล
ทีนี้่ มีคนคิดอะไรแผลง ๆ
ลองให้มันไม่อาบน้ำจนมีแมลงหวี่แมลงวันมาไต่ตอม


แถ่นแท้น ได้ อึ มา 1 กอง ภูมิใจมั่ก ๆ
Tuesday, September 09, 2008
พี่น้องร้องเพลง ใน ลอนดอน
เมื่อคืนได้มีโอกาสไปดูคอนเสิร์ตอัสนีวสันต์ ที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสสิงห์ครบรอบ 75 ปี
งานนี้จัดขึ้นที่ Wembley Arena, London
พอรู้ข่าวว่าจะสิงห์จะจัดคอนเสิร์ตอัสนีวสันต์ในลอนดอน
เราก็รีบเข้าไปลงชื่อขอบัตรฟรีเลยทีเดียว
ก็ทำใจไว้ระดับหนึ่งแล้วแหละ ว่าคงไม่ได้ เพราะเราไม่เคยมีโชคเรื่องพวกนี้เลย
แบบว่า ถอดใจไปแล้ว เพราะทางผู้จัดงานบอกว่า เค้าต้องจัดสรรบัตรให้กับทางร้านอาหารไทยก่อน (เพราะร้านอาหารเค้าขายเบียร์สิงห์) แล้วจึงจัดสรรให้ประชาชนรายย่อย..
ดวงก็ไม่ค่อยจะมีกะเค้า แต่อยากดู ทำไงได้ล่ะ..
ประมาณหนึ่งเดือนต่อมา.. เป็นช่วงที่เราทำ dissertation
พี่ที่บ้านเอาซองจดหมายมาให้ โฮ้ยยยย ดีใจสุด ๆ
ทำเอาหยุดทำ dissertation ไปหลายชั่วโมงเทียว
ในใจก็คิด..ถ้าไม่ได้บัตรเอง คงต้องไปหาทางได้มาให้ได้ - -"
พอได้บัตรปุ๊บ ก็โทรชวนเพื่อนมา มันดีใจมากกกก รีบตอบตกลงเลยทีเดียว
นัดแนะกันอย่างดี ประมาณว่า ลงสถานีมาปุ๊บ นัดเจอกันที่ wembley arena เลย
เอาล่ะ ได้เพื่อนดูแระ ทีนี้ก็เร่งทำ dissertation ให้เสร็จ รีบส่งๆๆ

นัดกับหลินไว้ว่า 6 โมงเจอกันที่ Wembley เลย
พอ 4 โมง เพื่อนโทรมา เราก็นึกว่ามันกะลังจะขึ้นรถไฟเข้าลอนดอน (มันอยู่ ตจว.) ปรากฎว่า มันไม่สบาย หน้ามืด อาเจียน คาสถานีรถไฟต้นทาง
รู้สึกสงสารมัน และเสียดายแทนมันจริง ๆ
บัตรเลยว่าง 1 ใบ โฮะๆๆๆ
คอนเสิร์ตนี้จัดขึ้นที่ Wembley Arena ใกล้ ๆ กับ Wembley Stadium
เล่าย้อนไปนิดนึง ตอนแรกกะว่าจะจัดที่ brixton แต่เอาไปเอามา เปลี่ยนเป็น wembley
ตกใจมาก เพราะมันใหญ่มาก ใครได้จัดที่ wembley นี่ถือว่าเจ๋งสุด ๆ
แต่ก็เชื่อว่า อัสนี-วสันต์ ซะอย่าง ทำได้อยู่แล้ว
ใครที่เคยดูฟุตบอล หรือเคยไป คงรู้ว่า มันใหญ่มากกกกก

ไม่ต้องดูรูปคนก็ได้นะ ดูสเตเดี้ยมอย่างเดียวพอ - -"
หันหลังไปก็เป็น Wembley Arena
เรานัดกะพี่ป้อมพี่โต๊ะไว้ที่นี่ ^___^


ประตูเปิด 6 โมงนิด ๆ มีการแยกแถวบัตรนั่ง และบัตรยืน
ต้องแยกกันเพื่อติด wristband ให้คนที่เป็นบัตรยืน (เพราะข้างในจะมีการแยกโซนนั่งโซนยืนชัดเจน)
จำนวนบัตรนั่งจะเยอะกว่าบัตรยืน เพราะบัตรนั่งเค้าไว้สมนาคุณให้ร้านอาหารไทย(ที่ขายเบียร์สิงห์)
ส่วนบัตรยืนจะเป็นพวกชาวบ้านรายย่อย (อย่างเราเป็นต้น)
..คอนเสิร์ตบัตรนั่งจะไปสนุกอะไร..จริงมั้ย..
เข้าไปประตูใต้ภาพพี่ป้อมพี่โต๊ะที่เห็นไกล ๆ นั่น
ก็เข้าไปเซ็นต์ชื่อที่บอร์ด

หยิบโปสการ์ดที่ระลึก (รูปเดียวกะทางเข้าด้านหน้าน่ะแหละ)

สักพัก เค้าก็อนุญาตให้เข้าไปใน hall ได้
ในฮอลล์โล่งมากกก เพราะเรามาเร็ว
สักพักคนก็ทยอยกันเข้ามา

ฮอลล์ใหญ่มากกกก ไม่รู้ว่าใหญ่กว่าอิมแพ็คหรือเปล่า เพราะไม่เคยไปอิมแพ็ค
คนยังไม่เยอะ มีการลองไฟวิบ ๆ วับ ๆ พอเป็นพิธี

คนเยอะแล้ว เนื่องจากได้เวลาแสดง แต่การแสดงยังไม่แสดง (งงมั้ย ฮ่าาา)
ก็ในตั๋วบอก ประตูเปิดหกครึ่ง เริ่มแสดงสองทุ่ม
สองทุ่มยังไม่เห็นใครโผล่มาที่เวทีเลย เห็นแต่เด็ก backstage

พิธีกรคู่แรกโผล่มาตอนสองทุ่มครึ่ง
ออกมากันคนเบื่อ ออกมาบิ๊วคนไทยหัวใจสิงห์
โบ๊ต วิบูลย์นันท์ กะใครอีกคนไม่รู้จัก

พิธีกร "ที่นี่หมอชิต" บุกลอนดอน
เรียกเสียงกรี๊ดได้มากมาย (กรี๊ดพี่ดู๋ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด)
กรี๊ดพี่ดู๋นี่แหละ เพราะไม่คิดว่าจะมาด้วย
นุ่นเค้ามาเพราะเค้าเป็นแฟนต๊อด ทายาทสิงห์ หุหุ
นุ่น วรนุช บอกว่า ลงเครื่องบินมา อากาศที่นี่ดีจังเลย
ได้รับเสียงโห่จากคนรอบฮอลล์ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า อากาศที่นี่เลวร้ายมาก - -"
ส่วนพี่ดู๋ ปล่อยมุข "ผมลงมาฮีทโทรว์ นึกว่าอยู่เมืองบอมเบย์" (ปัจจุบันคือเมืองมุมไบ)
นุ่น "ทำไมละคะ"
ดู๋ "ออกมาปุ๊บ เจอแต่แขก"
หัวเราะเฮกันลั่นฮอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ต่อไปเป็นพิธีการ
กล่าวเชิญท่านทูตไทยประจำกรุงลอนดอน
กล่าวเชิญกรรมการบริหารสิงห์คอร์ปอเรชั่น
และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ประกาศศักดาดังลั่น wembley

โปรดสังเกต
ถ่ายรูปได้ใกล้ขนาดนี้ ต้องอยู่ติดขอบเวทีเจ้าค่ะ
ถ้าเมืองไทยก็คงบัตร 3500
อิอิ
ลืมบอกไป ว่าบ้ากล้องด้วย
อยู่ติดเวทีซะขนาดนั้น คงมีซักกล้องแหละ ที่ถ่ายติดหน้าเรา
จะได้ออกทีวีมั้ยว้าาาา อิอิ
ไม่รอช้า พี่ป้อมพี่โต๊ะ ออกมาในเพลงแรก "บ้าหอบฟาง"
(กว่าจะออกมาได้ ปาเข้าไปสามทุ่ม)

ชื่นชีวันเมื่อฉันและเธอชิดใกล้ แต่ไฉนเธอห่างฉันไปทุกที..

เพลงไหนเป็นเพลงไหนไม่รู้แล้ว รู้แต่ว่ามันมากกกกก

เบลอบ้าง เพราะอีชั้นก็เต้นไปด้วย ถ่ายไปด้วย โดนคนข้าง ๆ กระทุ้งด้วย - -"

ซึ่งไม่เคยสนใจ ใครอยากจะว่าไร
ไม่รู้ ไม่ดู ไม่แคร์

หลายเพลงมาก ๆ ค่ะ ทั้งของอัสนีวสันต์เอง และเพลงของศิลปินในเครือมอร์มิวสิค หรือแม้กระทั่งเพลง ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ ที่พี่โต๊ะร้องคู่กะกบ เสาวนิตย์ ที่มาเป็นคอรัส
เท่าที่นึก ๆ ดูก็มี..
ก็เคยสัญญา หนึ่งมิตรชิดใกล้ สายล่อฟ้า บ้าหอบฟาง บังเอิญติดดิน ได้อย่างเสียอย่าง หัวใจสะออน คนสุดท้าย บังอรเอาแต่นอน ตาอยู่ บางอ้อ คนหัวใจสิงห์ I love you คนหลายใจ ข้าวเย็น สิทธิ์ของเธอ ลูกผู้ชาย อยากให้อยู่ด้วยไหม กุ้มใจ ยินยอม กรุงเทพมหานคร รักเธอเสมอ น้ำลาย จิ๊จ๊ะ ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ โฮ้ยยยยย นับไม่หวาดไม่ไหว เยอะจริง ๆ
แด๊นซ์/โยกกันกระจาย แม้แต่คนที่นั่งบนอัฒจรรย์ยังลุกเลยเอ้า
งานนี้คนที่อยู่นิ่งเห็นจะมีแต่.. security guards
เพลงคนหัวใจสิงห์
ฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกฮึกเหิมมาก ๆ

อีกหลากหลายมุม.. (หลายมุมที่ไหนกัน ยืนอยู่มุมเดียวนี่หว่า..)




แหกปากจนไม่มีเสียงเลยล่ะ
ยิ่งเพลง ยินยอม คนสุดท้าย และเพลง ลาก่อน ซึ่งเป็นเพลงสุดท้ายของคอนเสิร์ตนี้
ร้องไป ตะเบงไป แต่เสียงไม่ออกมา ได้ feel มาก ๆ
ถ่ายคนดูบ้าง
คนเยอะมากกกก (จากที่ตอนแรกเห็นโล่ง ๆ)
สิงห์บอกว่า แจกบัตรที่ลอนดอน 7500 ใบแน่ะ
o_O

จบจริง ๆ แระ

เป็นคอนเสิร์ตที่คุ้มมาก ๆ พี่ป้อมพี่โต๊ะไม่กั๊กเลย
เอามันส์เข้าว่า
เรียกว่างานนี้ ได้ใจไปเต็ม ๆ ทั้งศิลปิน ทั้งคนจัดงาน (สิงห์)
กลับมาบ้านเสียงแหบเลยค่ะ พูดไม่รู้เรื่องเลย
หิวมากกกกกก
เลยซัดมาม่าตอนตีหนึ่ง เนื่องจากทนหิวไม่ไหว
ปวดแข้งปวดขา (ยืนมาตั้ง 6 ชม นี่)
ปวดแขน (ชูมือโยกไปโยกมา)
เช้าวันรุ่งขึ้น ลืมตื่นเลยค่ะ ตื่นเอาบ่ายเลยทีเดียว - -"
มาคอนเสิร์ตอัสนี-วสันต์
ก็เป็นธรรมเนียม ว่าต้องมีการแจกปิ๊ก
ได้กะเค้าด้วย สองอัน ^^

แล้วก็..ที่ห้อยมือถือ ที่คิดว่า อีกหน่อยต้องเป็น rare item (เว่อร์ไปมะ?)
งานนี้จัดขึ้นที่ Wembley Arena, London
พอรู้ข่าวว่าจะสิงห์จะจัดคอนเสิร์ตอัสนีวสันต์ในลอนดอน
เราก็รีบเข้าไปลงชื่อขอบัตรฟรีเลยทีเดียว
ก็ทำใจไว้ระดับหนึ่งแล้วแหละ ว่าคงไม่ได้ เพราะเราไม่เคยมีโชคเรื่องพวกนี้เลย
แบบว่า ถอดใจไปแล้ว เพราะทางผู้จัดงานบอกว่า เค้าต้องจัดสรรบัตรให้กับทางร้านอาหารไทยก่อน (เพราะร้านอาหารเค้าขายเบียร์สิงห์) แล้วจึงจัดสรรให้ประชาชนรายย่อย..
ดวงก็ไม่ค่อยจะมีกะเค้า แต่อยากดู ทำไงได้ล่ะ..
ประมาณหนึ่งเดือนต่อมา.. เป็นช่วงที่เราทำ dissertation
พี่ที่บ้านเอาซองจดหมายมาให้ โฮ้ยยยย ดีใจสุด ๆ
ทำเอาหยุดทำ dissertation ไปหลายชั่วโมงเทียว
ในใจก็คิด..ถ้าไม่ได้บัตรเอง คงต้องไปหาทางได้มาให้ได้ - -"
พอได้บัตรปุ๊บ ก็โทรชวนเพื่อนมา มันดีใจมากกกก รีบตอบตกลงเลยทีเดียว
นัดแนะกันอย่างดี ประมาณว่า ลงสถานีมาปุ๊บ นัดเจอกันที่ wembley arena เลย
เอาล่ะ ได้เพื่อนดูแระ ทีนี้ก็เร่งทำ dissertation ให้เสร็จ รีบส่งๆๆ

นัดกับหลินไว้ว่า 6 โมงเจอกันที่ Wembley เลย
พอ 4 โมง เพื่อนโทรมา เราก็นึกว่ามันกะลังจะขึ้นรถไฟเข้าลอนดอน (มันอยู่ ตจว.) ปรากฎว่า มันไม่สบาย หน้ามืด อาเจียน คาสถานีรถไฟต้นทาง
รู้สึกสงสารมัน และเสียดายแทนมันจริง ๆ
บัตรเลยว่าง 1 ใบ โฮะๆๆๆ
คอนเสิร์ตนี้จัดขึ้นที่ Wembley Arena ใกล้ ๆ กับ Wembley Stadium
เล่าย้อนไปนิดนึง ตอนแรกกะว่าจะจัดที่ brixton แต่เอาไปเอามา เปลี่ยนเป็น wembley
ตกใจมาก เพราะมันใหญ่มาก ใครได้จัดที่ wembley นี่ถือว่าเจ๋งสุด ๆ
แต่ก็เชื่อว่า อัสนี-วสันต์ ซะอย่าง ทำได้อยู่แล้ว
ใครที่เคยดูฟุตบอล หรือเคยไป คงรู้ว่า มันใหญ่มากกกกก

ไม่ต้องดูรูปคนก็ได้นะ ดูสเตเดี้ยมอย่างเดียวพอ - -"
หันหลังไปก็เป็น Wembley Arena
เรานัดกะพี่ป้อมพี่โต๊ะไว้ที่นี่ ^___^

ประตูเปิด 6 โมงนิด ๆ มีการแยกแถวบัตรนั่ง และบัตรยืน
ต้องแยกกันเพื่อติด wristband ให้คนที่เป็นบัตรยืน (เพราะข้างในจะมีการแยกโซนนั่งโซนยืนชัดเจน)
จำนวนบัตรนั่งจะเยอะกว่าบัตรยืน เพราะบัตรนั่งเค้าไว้สมนาคุณให้ร้านอาหารไทย(ที่ขายเบียร์สิงห์)
ส่วนบัตรยืนจะเป็นพวกชาวบ้านรายย่อย (อย่างเราเป็นต้น)
..คอนเสิร์ตบัตรนั่งจะไปสนุกอะไร..จริงมั้ย..
เข้าไปประตูใต้ภาพพี่ป้อมพี่โต๊ะที่เห็นไกล ๆ นั่น
ก็เข้าไปเซ็นต์ชื่อที่บอร์ด
" ดีใจมาก ๆ
Thanks
- เพลิน - "
Thanks
- เพลิน - "
หยิบโปสการ์ดที่ระลึก (รูปเดียวกะทางเข้าด้านหน้าน่ะแหละ)
สักพัก เค้าก็อนุญาตให้เข้าไปใน hall ได้
ในฮอลล์โล่งมากกก เพราะเรามาเร็ว
สักพักคนก็ทยอยกันเข้ามา
ฮอลล์ใหญ่มากกกก ไม่รู้ว่าใหญ่กว่าอิมแพ็คหรือเปล่า เพราะไม่เคยไปอิมแพ็ค
คนยังไม่เยอะ มีการลองไฟวิบ ๆ วับ ๆ พอเป็นพิธี

คนเยอะแล้ว เนื่องจากได้เวลาแสดง แต่การแสดงยังไม่แสดง (งงมั้ย ฮ่าาา)
ก็ในตั๋วบอก ประตูเปิดหกครึ่ง เริ่มแสดงสองทุ่ม
สองทุ่มยังไม่เห็นใครโผล่มาที่เวทีเลย เห็นแต่เด็ก backstage

พิธีกรคู่แรกโผล่มาตอนสองทุ่มครึ่ง
ออกมากันคนเบื่อ ออกมาบิ๊วคนไทยหัวใจสิงห์
โบ๊ต วิบูลย์นันท์ กะใครอีกคนไม่รู้จัก

พิธีกร "ที่นี่หมอชิต" บุกลอนดอน
เรียกเสียงกรี๊ดได้มากมาย (กรี๊ดพี่ดู๋ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด)
กรี๊ดพี่ดู๋นี่แหละ เพราะไม่คิดว่าจะมาด้วย
นุ่นเค้ามาเพราะเค้าเป็นแฟนต๊อด ทายาทสิงห์ หุหุ
นุ่น วรนุช บอกว่า ลงเครื่องบินมา อากาศที่นี่ดีจังเลย
ได้รับเสียงโห่จากคนรอบฮอลล์ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า อากาศที่นี่เลวร้ายมาก - -"
ส่วนพี่ดู๋ ปล่อยมุข "ผมลงมาฮีทโทรว์ นึกว่าอยู่เมืองบอมเบย์" (ปัจจุบันคือเมืองมุมไบ)
นุ่น "ทำไมละคะ"
ดู๋ "ออกมาปุ๊บ เจอแต่แขก"
หัวเราะเฮกันลั่นฮอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ต่อไปเป็นพิธีการ
กล่าวเชิญท่านทูตไทยประจำกรุงลอนดอน
กล่าวเชิญกรรมการบริหารสิงห์คอร์ปอเรชั่น
และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ประกาศศักดาดังลั่น wembley

โปรดสังเกต
ถ่ายรูปได้ใกล้ขนาดนี้ ต้องอยู่ติดขอบเวทีเจ้าค่ะ
ถ้าเมืองไทยก็คงบัตร 3500
อิอิ
ลืมบอกไป ว่าบ้ากล้องด้วย
อยู่ติดเวทีซะขนาดนั้น คงมีซักกล้องแหละ ที่ถ่ายติดหน้าเรา
จะได้ออกทีวีมั้ยว้าาาา อิอิ
ไม่รอช้า พี่ป้อมพี่โต๊ะ ออกมาในเพลงแรก "บ้าหอบฟาง"
(กว่าจะออกมาได้ ปาเข้าไปสามทุ่ม)

ชื่นชีวันเมื่อฉันและเธอชิดใกล้ แต่ไฉนเธอห่างฉันไปทุกที..

เพลงไหนเป็นเพลงไหนไม่รู้แล้ว รู้แต่ว่ามันมากกกกก

เบลอบ้าง เพราะอีชั้นก็เต้นไปด้วย ถ่ายไปด้วย โดนคนข้าง ๆ กระทุ้งด้วย - -"

ซึ่งไม่เคยสนใจ ใครอยากจะว่าไร
ไม่รู้ ไม่ดู ไม่แคร์

หลายเพลงมาก ๆ ค่ะ ทั้งของอัสนีวสันต์เอง และเพลงของศิลปินในเครือมอร์มิวสิค หรือแม้กระทั่งเพลง ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ ที่พี่โต๊ะร้องคู่กะกบ เสาวนิตย์ ที่มาเป็นคอรัส
เท่าที่นึก ๆ ดูก็มี..
ก็เคยสัญญา หนึ่งมิตรชิดใกล้ สายล่อฟ้า บ้าหอบฟาง บังเอิญติดดิน ได้อย่างเสียอย่าง หัวใจสะออน คนสุดท้าย บังอรเอาแต่นอน ตาอยู่ บางอ้อ คนหัวใจสิงห์ I love you คนหลายใจ ข้าวเย็น สิทธิ์ของเธอ ลูกผู้ชาย อยากให้อยู่ด้วยไหม กุ้มใจ ยินยอม กรุงเทพมหานคร รักเธอเสมอ น้ำลาย จิ๊จ๊ะ ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ โฮ้ยยยยย นับไม่หวาดไม่ไหว เยอะจริง ๆ
วสันต์ โชติกุล - เสาวนิตย์ ในเพลง "ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ"
(ถ่ายวีดีโอเองกันมือ ^^)
(ถ่ายวีดีโอเองกันมือ ^^)
แด๊นซ์/โยกกันกระจาย แม้แต่คนที่นั่งบนอัฒจรรย์ยังลุกเลยเอ้า
งานนี้คนที่อยู่นิ่งเห็นจะมีแต่.. security guards
เพลงคนหัวใจสิงห์
ฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกฮึกเหิมมาก ๆ

อีกหลากหลายมุม.. (หลายมุมที่ไหนกัน ยืนอยู่มุมเดียวนี่หว่า..)




แหกปากจนไม่มีเสียงเลยล่ะ
ยิ่งเพลง ยินยอม คนสุดท้าย และเพลง ลาก่อน ซึ่งเป็นเพลงสุดท้ายของคอนเสิร์ตนี้
ร้องไป ตะเบงไป แต่เสียงไม่ออกมา ได้ feel มาก ๆ
ถ่ายคนดูบ้าง
คนเยอะมากกกก (จากที่ตอนแรกเห็นโล่ง ๆ)
สิงห์บอกว่า แจกบัตรที่ลอนดอน 7500 ใบแน่ะ
o_O

จบจริง ๆ แระ

เป็นคอนเสิร์ตที่คุ้มมาก ๆ พี่ป้อมพี่โต๊ะไม่กั๊กเลย
เอามันส์เข้าว่า
เรียกว่างานนี้ ได้ใจไปเต็ม ๆ ทั้งศิลปิน ทั้งคนจัดงาน (สิงห์)
กลับมาบ้านเสียงแหบเลยค่ะ พูดไม่รู้เรื่องเลย
หิวมากกกกกก
เลยซัดมาม่าตอนตีหนึ่ง เนื่องจากทนหิวไม่ไหว
ปวดแข้งปวดขา (ยืนมาตั้ง 6 ชม นี่)
ปวดแขน (ชูมือโยกไปโยกมา)
เช้าวันรุ่งขึ้น ลืมตื่นเลยค่ะ ตื่นเอาบ่ายเลยทีเดียว - -"
มาคอนเสิร์ตอัสนี-วสันต์
ก็เป็นธรรมเนียม ว่าต้องมีการแจกปิ๊ก
ได้กะเค้าด้วย สองอัน ^^

แล้วก็..ที่ห้อยมือถือ ที่คิดว่า อีกหน่อยต้องเป็น rare item (เว่อร์ไปมะ?)
Wednesday, September 03, 2008
3 กันยา มาบรรจบ
ครบรอบวันเกิดไอ้น้องรัก
23 ขวบแย้ว งิงิ ^___^
มีความสุขมาก ๆ นะเออ
ขอให้งานเข้าเยอะ ๆ (ย้อเย่นนน !)
สุขสันต์วันเกิดแพนน้องรัก
23 ขวบแย้ว งิงิ ^___^
มีความสุขมาก ๆ นะเออ
ขอให้งานเข้าเยอะ ๆ (ย้อเย่นนน !)
สุขสันต์วันเกิดแพนน้องรัก
Saturday, August 30, 2008
บ้านผีปอบ
Tuesday, August 26, 2008
4 year anniversary
ไม่น่าเชื่อ ว่านี่จะครบ 4 ปีแล้วที่เราเริ่มเขียนบล็อคแรกในชีวิต
บล็อคที่เปรียบเสมือนไดอารี่ส่วนตัวของเรา
บันทึกเล่มเล็ก ๆ ที่บอกเล่าถึงความรู้สึกได้มากมาย..
ถึงจะไม่ได้เขียนเก่งอย่างใครเขา แต่เราก็ภูมิใจนะ
รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้กลับไปอ่านวันวานเก่า ๆ
บล็อคที่เปรียบเสมือนไดอารี่ส่วนตัวของเรา
บันทึกเล่มเล็ก ๆ ที่บอกเล่าถึงความรู้สึกได้มากมาย..
ถึงจะไม่ได้เขียนเก่งอย่างใครเขา แต่เราก็ภูมิใจนะ
รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้กลับไปอ่านวันวานเก่า ๆ
Thursday, August 21, 2008
ถึงใครคนนั้น..
ใครคนหนึ่ง คนนั้น ในวันหนึ่ง วันนั้น
เคยผูกพันกัน ซะมากมาย
เพราะวันที่ห่างเหิน มันก็เริ่มห่างหาย
เพียงแค่เพราะเราไม่เจอะกัน
ไม่เรียกร้องให้กลับมา หรือว่าผลักไส หรืออะไรทั้งนั้น
เก็บเอาไว้ในส่วนลึก ซ่อนอยู่อย่างนั้น รู้ว่ามันไม่ไปไหน
แม้กระทั่งตอนนี้ เขายังอยู่ตรงนี้ ในภาพทรงจำสีจางจาง
เหมือนว่าจะเลือนหาย คล้ายว่าจะเลือนลาง
บางอย่างก็ยังไม่เปลี่ยนไป
ไม่เรียกร้องให้กลับมา หรือว่าผลักไส หรืออะไรทั้งนั้น
เก็บเอาไว้ในส่วนลึก ซ่อนอยู่อย่างนั้น รู้ว่ามันไม่ไปไหน
แม้กระทั่งตอนนี้ เขายังอยู่ตรงนี้ ในภาพทรงจำสีจางจาง
... ในความทรงจำสีจาง
เคยผูกพันกัน ซะมากมาย
เพราะวันที่ห่างเหิน มันก็เริ่มห่างหาย
เพียงแค่เพราะเราไม่เจอะกัน
ไม่เรียกร้องให้กลับมา หรือว่าผลักไส หรืออะไรทั้งนั้น
เก็บเอาไว้ในส่วนลึก ซ่อนอยู่อย่างนั้น รู้ว่ามันไม่ไปไหน
แม้กระทั่งตอนนี้ เขายังอยู่ตรงนี้ ในภาพทรงจำสีจางจาง
เหมือนว่าจะเลือนหาย คล้ายว่าจะเลือนลาง
บางอย่างก็ยังไม่เปลี่ยนไป
ไม่เรียกร้องให้กลับมา หรือว่าผลักไส หรืออะไรทั้งนั้น
เก็บเอาไว้ในส่วนลึก ซ่อนอยู่อย่างนั้น รู้ว่ามันไม่ไปไหน
แม้กระทั่งตอนนี้ เขายังอยู่ตรงนี้ ในภาพทรงจำสีจางจาง
... ในความทรงจำสีจาง
รู้ไหม พี่ทำให้เพลินปลื้มอยู่เรื่อย
นี่มันก็นานมาแล้ว ที่เราไม่ได้พบกัน
ยังจำเวลาดี ๆ ได้ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ..
ถึงแม้เราจะได้รู้จักกันน้อยไปนิด
แต่พี่ก็เป็นกันเองกับเพลินเสมอ..
ยังจำวันเวลาเหล่านั้นได้
ถึงแม้จะเป็นเวลาไม่นาน
แต่มันก็ทำให้เพลินมีความสุขทุกครั้งที่คิดถึงมัน
และในวันนี้..เรามีโอกาสได้พบกันอีกครั้งในโลกเสมือน
พี่ทำให้เพลินประหลาดใจอีกครั้ง..
ก็ว่าจะไม่หวั่นไหวนะ..
แต่อย่าหยอดกันบ่อยสิ T_T
Friday, August 08, 2008
Beijing Olympics 08.08.08 !!!


จนได้สินะเรา
ตบะแตกจนได้

งานการมีไม่ทำ มานั่งดูโอลิมปิก ให้ตายสิ !
โอลิมปิคปีนี้จัดขึ้นที่เมืองปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน (Beijing, People's Republic of China) มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม - 24 สิงหาคม 2551
งานนี้จีนตั้งใจเป็นพิเศษ สังเกตได้จากเลขวันที่ เดือน ปี มันช่าง "แปด" อะไรเช่นนี้ เท่านั้นยังไม่พอ พิธีเปิดยังเริ่มตอน 8 pm อีกต่างหาก
เป็นพิธีเปิดที่ไม่ผิดหวังเลยทีเดียว สมกับที่อู้งานมาดู หุหุ
ชอบมาก ๆ ก็ตอนที่นับถอยหลัง เก้า แปด เจ็ด หก ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง ปัง !
เสียงพลุกระหึ่ม วนไปรอบสนามรังนก เห็นเค้าบอกว่า พิธีเปิดวันนี้จะใช้พลุทั้งหมด 20000 ลูก โอ้ว..
สนามที่ใช้ในพิธีเปิดโอลิมปิคนี่สุดยอด รัฐบาลจีนลงทุนสร้างใหม่เลย ใหญ่โตมาก จุคนได้ 91,000 คน (แต่เห็นบอกว่า วันนี้มีเก้าอี้เสริมอีก 11000 ที่นั่ง สรุปว่า พิธีเปิดวันนี้มีคนเป็นแสน บวกกับนักกีฬาจากชาติต่าง ๆ อีกหลายหมื่น)
โอ่อ่าสมเป็นประเทศจีนจริง ๆ เลย (ทำเสียงหล่อ)



แล้วสิ่งที่เรารอคอยก็มาถึง นั่นก็คือ จีนจะจุดไฟในกระถางคบเพลิงยังไง?
เห็นโม้นักโม้หนา แถมปิดเป็นความลับสุดยอดระดับชาติ มีการคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่า เหยาหมิง(นักบาสจีนรูปร่างชะลูด) บ้างก็ว่าเด็กที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เสฉวน สรุปว่า ไม่มีใครทายถูก
เพราะจริง ๆ แล้ว (ลุง)หลี่หนิง นักกีฬายิมนาสติกจีน ที่ได้สามเหรียญทองจากโอลิมปิคปี 1984 เป็นคนวิ่งคบเพลิงคนสุดท้าย และด้วยการกำกับการแสดงของจางอี้โหมว คงไม่พ้นการเหาะเหินเดินอากาศโดยใช้สลิง หลี่หนิงลอยตัวขึ้นไปยังส่วนโค้งของสนามรังนก แล้ววิ่งคบเพลิงบนกำแพงที่ฉายโปรเจคเตอร์เป็นรูปม้วนกระดาษ (เหมือนวิ่งแล้วม้วนกระดาษมันค่อย ๆ คลี่น่ะ) วิ่ง ๆ ไป ก็มีรูปการวิ่งส่งทอดคบเพลิงจากประเทศต่าง ๆ จนมาถึงจีน แถ่นแท้นนนนนน สิ่งที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาดูแทบจะกลั้นลมหายใจ เมื่อหลี่หนิงวิ่งมาถึงกระถางคบเพลิง เขาก็จุดไฟ แล้วไฟก็วิ่งไปบนคบเพลิง เป็นอันจบ
สรุปว่า เป็นพิธีเปิดที่อลังการแทบจะไม่มีที่ติ แต่ การจุดไฟบนกระถางคบเพลิงไม่ประทับใจเท่าไหร่ว่ะค่ะ
อย่างไรก็ตาม อีชั้นจะติดตามผลงานนักกีฬาไทยในโอลิมปิคเท่าที่จะสามารถนะเคอะ disser ช้านนนน T_T
รูปปิดท้าย กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติได้เริ่มขึ้นแล้ว..
Sunday, August 03, 2008
Saturday, August 02, 2008
Monday, July 21, 2008
Wall-E

วันนี้ฤกษ์ดี ไปดู Wall-E กะพี่บัฟมา
Wall-E เป็นหนึ่งในหนังที่รอคอยเลยล่ะ รอคอยตั้งแต่ทำรายงานเรื่อง Pixar แล้ว พอมันเข้าที่อังกฤษ ก็ไม่รีรอที่จะซื้อตั๋วไปดู
วันนี้ออกจากบ้านสี่โมงกว่า ๆ ไปเจอพี่บัฟที่ KFC สาขาใกล้บ้าน แล้วก็เดินไปซื้อตั๋วหนัง หนังรอบทุ่มครึ่ง (ตอนนั้นตกลงกันว่าจะดูรอบทุ่มครึ่ง) ซื้อตั๋วเสร็จก็ลงมากินข้าว กินจนนั่งหง่าว เพราะยังไม่ถึงเวลาหนังฉายซะที - -"
ก่อนที่หนังจะฉาย เป็นธรรมเนียมของ Pixar (รึเปล่า?) ที่จะต้องมีการฉายหนังสั้น หนังสั้นที่นำมาฉายก่อนฉาย wall-e นั้นชื่อว่า Presto สนุกมาก ๆ เลยล่ะ กระต่ายบ้าอะไรกวนตีนชะมัด อิอิ มันก็เป็นเรื่องของนักมายากลกะกระต่ายที่แสนซนตัวหนึ่ง บังเอิ๊ญญ บังเอิญว่า กระต่ายมันหิวมาก ๆ ประกอบกับนักมายากลจะต้องขึ้นแสดงแล้ว เจ้ากระต่ายก็เลยไม่มีกะจิตกะใจทำงาน เลยป่วนเจ้านายเล่นซะงั้น
พูดถึง wall-e ดีก่า
เปิดฉากแรกมา เหมือนเป็นการปูพื้นว่า โลกเราในปี ค.ศ.28xx เป็นอย่างไร
มันเต็มไปด้วยขยะนั่นนู่นนี่ แล้วก็แนะนำตัวละคร wall-e ว่าเป็นหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่อัดขยะเป็นก้อนลูกบาศก์ นำไปเรียง ๆ กันจนเป็นตึกราม สภาพโลกในเวลานั้นน่าเหี่ยวเฉามาก พื้นดินแห้งแล้งและมีแต่ตึกก้อนขยะ ตัว wall-e เองก็ทำมาจากขยะชนิดต่าง ๆ แต่ทว่า มันเป็นหุ่นยนต์ที่ฉลาด จิตใจดี และมีเสน่ห์เหลือเกิน
ที่อยู่อาศัยหรือ "บ้าน" ของ wall-e นั้นเป็นโกดังเก็บสรรพสิ่ง
มีโทรทัศน์ มีรูบิก มีอะไหล่ของตัวมันเอง o_O
และเพื่อนตัวน้อยของมัน..แมลงสาบ - -"
จนมาวันหนึ่ง ก็มียานประหลาดมาลงจอดที่โลก wall-e นั้นก็ไม่รู้จัก เดินเข้าไปด้อม ๆ มอง ได้มีโอกาสเจอ eve และตกหลุมรัก แต่มันก็ต้องผจญภัยไปในยานอวกาศที่มีชื่อว่า Axiom ซึ่งเป็นที่ ๆ eve ทำงานอยู่ ทั้งคู่ต้องผจญอะไรต่าง ๆ มากมาย แม้กระทั่งการที่ความทรงจำของ wall-e จะต้องหายไป แต่ในที่สุด ด้วยสัมผัสและจุมพิตของ eve ก็ทำให้ความทรงจำของ wall-e กลับมาอีกครั้ง (ฝรั่งก็น้ำเน่าเป็นนะเออ..) ภารกิจก็ลุล่วง ทั้งคู่สมหวัง happy ending
หนังสนุกมาก ภาพสวย เนื้อเรื่องดี
เป็นหนังแนวแอ็คชั่น-ผจญภัย
โครงเรื่องง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน แต่กินใจอย่างสากลเชียวล่ะ
นั่นก็ดี นู่นก็ดี ดีไปหมดทุกอย่าง
ดีขนาดไม่น่าเชื่อว่า มันทำแมลงสาบให้น่ารักและน่าคบได้ - -"
Wednesday, July 16, 2008
Monday, July 14, 2008
อัพเดทชีวิต
เดือนกว่าแล้วที่ไม่ได้มาอัพเดท
มาอัพเดทกันหน่อยดีกว่า
1. ธีสีส ไปเรื่อย ๆ เขียนไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง ประมาณว่าคิดอะไรได้ก็เขียน
เลยตอบไม่ได้ว่า ถ้านับ progress ว่าได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็บอกไม่ถูกแฮะ
ซุปของชั้น..เธอคงยุ่งมากจริง ๆ คงไม่ได้ลงมาลอนดอนในเร็ว ๆ นี้แน่ ๆ เลย ทำต่อไปคนเดียวก็ได้วะ
2. Miss Moji 2008 กรี๊ดดดดดดดด ที่รักของช้านนนนนนนน มาแล้วๆๆๆๆๆๆ ตัวเป็น ๆ เลย ฮ่าๆๆๆ เธอพาพ่อมาแอ่วลอนดอนแหละ พร้อมกับมีจุดประสงค์แอบแฝง นั่นคือ การขนของที่ฝากไว้ที่ห้องเรากลับเมืองไทย เธอมากระซิบว่า สงสัยจะได้ ship กลับบางส่วนซะแล้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ
3. ดีใจกะมันด้วย ไอ้เด็กแพน นางสาวภณิดา ฉันทวัฒน์ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรปีการศึกษา 2550 เจ้าแพนมันได้ปริญญาบัญชีบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ดู ดู๊ ดู ดูมันทำ ทำไปด้ายยยยยย..
4. แคทรียา สาวไทยหัวใจคุ้กกี้ เธอยังอยู่ค่า ยังเป็น survival แห่งบ้าน Big brother UK ได้อยู่ เข้าใจว่า เธอไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครน่ะ บุคลิกเธอดูติงต๊อง ๆ และไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดจนเกินเหตุ
มาอัพเดทกันหน่อยดีกว่า
1. ธีสีส ไปเรื่อย ๆ เขียนไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง ประมาณว่าคิดอะไรได้ก็เขียน
เลยตอบไม่ได้ว่า ถ้านับ progress ว่าได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็บอกไม่ถูกแฮะ
ซุปของชั้น..เธอคงยุ่งมากจริง ๆ คงไม่ได้ลงมาลอนดอนในเร็ว ๆ นี้แน่ ๆ เลย ทำต่อไปคนเดียวก็ได้วะ
2. Miss Moji 2008 กรี๊ดดดดดดดด ที่รักของช้านนนนนนนน มาแล้วๆๆๆๆๆๆ ตัวเป็น ๆ เลย ฮ่าๆๆๆ เธอพาพ่อมาแอ่วลอนดอนแหละ พร้อมกับมีจุดประสงค์แอบแฝง นั่นคือ การขนของที่ฝากไว้ที่ห้องเรากลับเมืองไทย เธอมากระซิบว่า สงสัยจะได้ ship กลับบางส่วนซะแล้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ
3. ดีใจกะมันด้วย ไอ้เด็กแพน นางสาวภณิดา ฉันทวัฒน์ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรปีการศึกษา 2550 เจ้าแพนมันได้ปริญญาบัญชีบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ดู ดู๊ ดู ดูมันทำ ทำไปด้ายยยยยย..
4. แคทรียา สาวไทยหัวใจคุ้กกี้ เธอยังอยู่ค่า ยังเป็น survival แห่งบ้าน Big brother UK ได้อยู่ เข้าใจว่า เธอไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครน่ะ บุคลิกเธอดูติงต๊อง ๆ และไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดจนเกินเหตุ
Sunday, June 08, 2008
Big Brother UK 2008 (9th year)
ฮ่า ๆ ปีนี้ตั้งใจว่าจะดู Big brother อย่างจริงจังแหละ
เนื่องด้วยปีนี้มีคนไทยเข้าไปอยู่ในบ้านด้วย
ไม่เชื่อล่ะเซ้ๆๆๆๆๆๆ
แต่ มันเป็นความจริง !
เธอชื่อ แคทรียา เป็นหมอนวดอยู่เมือง Kent
ด้วยความที่แปลกใจกับการที่คนไทยได้มีโอกาสเข้าไปในบ้านกะเค้าด้วย
เลยเป็นเหตุให้เพลินมาเฝ้าหน้าจอติดตามอย่างเพลิดเพลิน
เมื่อ 4 คนแรกเข้าบ้านไป Big brother มีภารกิจลับเฉพาะให้ เริ่มแรกเดิมทีเนี่ย มีชายหญิงคู่หนึ่ง เขาเป็นคู่ผัวตัวเมียกันมาก่อนแล้ว แต่ ! ภารกิจของ Big brother คือ ไม่ต้องการให้คนที่เหลือในบ้านรู้ว่าเป็นแฟนกัน แถมยังจับคู่ฝ่ายชายให้กับสาวเอ๊าะ ๆ คนหนึ่งอีกด้วย ภารกิจของทั้ง 4 คนก็คือ ทำยังไงก็ได้ไม่ให้คนที่เหลือระแคะระคายความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ หากระแคะระคายแล้วล่ะก็.. 4 คนในภารกิจนี้ก็จะโดนจับไปโหวตออกจาก public vote
โอ้ว ชักจะสนุกแล้วสิ
ปล. วันแรกที่ดูเนี่ย แคทารียาเธอดูเปิ่น ๆ ต๊อง ๆ ดี ฮาค่อดดดดดดดดดดดดด
เนื่องด้วยปีนี้มีคนไทยเข้าไปอยู่ในบ้านด้วย
ไม่เชื่อล่ะเซ้ๆๆๆๆๆๆ
แต่ มันเป็นความจริง !
เธอชื่อ แคทรียา เป็นหมอนวดอยู่เมือง Kent
ด้วยความที่แปลกใจกับการที่คนไทยได้มีโอกาสเข้าไปในบ้านกะเค้าด้วย
เลยเป็นเหตุให้เพลินมาเฝ้าหน้าจอติดตามอย่างเพลิดเพลิน
เมื่อ 4 คนแรกเข้าบ้านไป Big brother มีภารกิจลับเฉพาะให้ เริ่มแรกเดิมทีเนี่ย มีชายหญิงคู่หนึ่ง เขาเป็นคู่ผัวตัวเมียกันมาก่อนแล้ว แต่ ! ภารกิจของ Big brother คือ ไม่ต้องการให้คนที่เหลือในบ้านรู้ว่าเป็นแฟนกัน แถมยังจับคู่ฝ่ายชายให้กับสาวเอ๊าะ ๆ คนหนึ่งอีกด้วย ภารกิจของทั้ง 4 คนก็คือ ทำยังไงก็ได้ไม่ให้คนที่เหลือระแคะระคายความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ หากระแคะระคายแล้วล่ะก็.. 4 คนในภารกิจนี้ก็จะโดนจับไปโหวตออกจาก public vote
โอ้ว ชักจะสนุกแล้วสิ
ปล. วันแรกที่ดูเนี่ย แคทารียาเธอดูเปิ่น ๆ ต๊อง ๆ ดี ฮาค่อดดดดดดดดดดดดด
Friday, June 06, 2008
ลาก่อน "ตลาดสามย่าน" ในความทรงจำ
ได้ข่าวว่า เค้าจะทุบตลาดสามย่านแล้ว แล้วให้ผู้ประกอบการทั้งหลายย้ายไปตลาดที่สร้างใหม่หลังสนามจุ๊บ แล้วหลังจากนั้น ตึกแถวบริเวณนั้นก็จะถูกเวนคืนโดยจุฬาฯ
คิดถึง จีฉ่อย ป่านนี้ป้า กะ ลูกแกจะเป็นไงบ้าง เด็กจุฬาฯจะซื้อของจากไหน ไหนจะใบซีอาร์ ไหนจะใบส้ม ตุ้งติ้งอีก ฮาๆๆๆๆ
คิดถึงวันเก่า ๆ ที่ไปกินข้าวกันที่ตลาดสามย่าน เป็นการเลี้ยงน้องที่ อิ่ม อร่อย ราคาประหยัด หรือจะเป็นการไปกินกันฉันท์เพื่อนพี่น้อง สนุกสนาน วันเก่า ๆ กับเพื่อนพี่น้องห้องค่าย หรือแม้แต่วันไหนหิวจัด ๆ เพราะเราสามารถมั่นใจได้เลยว่า จานเดียวอิ่ม ชัวร์ !!
คิดถึงอาหารตามสั่งจานโต สั่งไรได้ทุกอย่าง กินได้ทุกร้าน
เมนูสุดโปรดจำพวกสเต็กก็ มิกกิว ไก่อลาสก้า ดีไลท์ปลา
คิดถึงว่ะ อยากกลับไปกินทิ้งทวน ณ บัดนาวเลยทีเดียว - -"
คิดถึง จีฉ่อย ป่านนี้ป้า กะ ลูกแกจะเป็นไงบ้าง เด็กจุฬาฯจะซื้อของจากไหน ไหนจะใบซีอาร์ ไหนจะใบส้ม ตุ้งติ้งอีก ฮาๆๆๆๆ
คิดถึงวันเก่า ๆ ที่ไปกินข้าวกันที่ตลาดสามย่าน เป็นการเลี้ยงน้องที่ อิ่ม อร่อย ราคาประหยัด หรือจะเป็นการไปกินกันฉันท์เพื่อนพี่น้อง สนุกสนาน วันเก่า ๆ กับเพื่อนพี่น้องห้องค่าย หรือแม้แต่วันไหนหิวจัด ๆ เพราะเราสามารถมั่นใจได้เลยว่า จานเดียวอิ่ม ชัวร์ !!
คิดถึงอาหารตามสั่งจานโต สั่งไรได้ทุกอย่าง กินได้ทุกร้าน
เมนูสุดโปรดจำพวกสเต็กก็ มิกกิว ไก่อลาสก้า ดีไลท์ปลา
คิดถึงว่ะ อยากกลับไปกินทิ้งทวน ณ บัดนาวเลยทีเดียว - -"
Wednesday, May 28, 2008
สอบเสร็จแล้วว๊อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ในที่สุุดก็สอบเสร็จซะที
ทำไมมันเหนื่อยงี้วะ
ไม่มีเรียนแล้ว ไม่ต้องไปมหาลัย
เหลือแต่ทำโปรเจ็คอย่างเดียว
จะไหวมั้ยเนี่ยเรา - -"
ทำไมมันเหนื่อยงี้วะ
ไม่มีเรียนแล้ว ไม่ต้องไปมหาลัย
เหลือแต่ทำโปรเจ็คอย่างเดียว
จะไหวมั้ยเนี่ยเรา - -"
Subscribe to:
Posts (Atom)

