วันนี้วันที่ 29 กุมภาพันธ์ นาน ๆ มาที..
อืม คิดไปคิดมา เราเกิดปีที่มี 29 กุมภาพันธ์เหรอเนี่ย.. เพราะเราอายุ(จะ) 24 ปีพอดิบพอดีในปีนี้แหละ หุหุ
จารึกไว้หน่อย 29 กุมภาพันธ์..
Friday, February 29, 2008
Sunday, February 24, 2008
Trip to Cotswolds
24/02/2008
ไป Cotswolds กับ อุ๋มอิ๋ม มาล่ะ จับทัวร์ของ Andersons ไป เนื่องจากไม่มีขนส่งมวลชนเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นรถ Coach หรือ train ก็ตาม
ออกบ้าน เจ็ดโมงครึ่ง เพื่อไปยังจุดนัดพบที่ Baker street ตอน 8.00 น. อุ๋มอิ๋มมาไม่ทัน เลยให้มันไปขึ้นรถที่ Earl's Court ตอน 9 โมง..แล้วเราก็เริ่มเดินทางออกจากลอนดอนกัน

จุดหยุดรถจุดแรกเป็นจุดให้เข้าห้องน้ำ ไกด์ทัวร์เราเป็นป้าแก่ ๆ คนนึง แต่ใจดีมาก น่ารักมากมาย ก่อนลงรถเขากำชับนักกำชับหนาว่า ห้ามซื้อกาแฟ ห้ามนั่งกินแซนวิช ให้เข้าห้องน้ำอย่างเดียว.. เด็กเปรตสองคนนี้ไม่ปวดห้องน้ำ แต่..หิวค่อด ๆ อ่ะ เลยหาแซนวิชกิน กะน้ำ 1 ขวด แบ่งกันกิน ก่อนเอาขึ้นรถก็แอบชำเลืองดูป้านิดนึง แต่เราไม่เลทนี่นา ฮิฮิ

Cotswolds นั้น จะให้แปลจริง ๆ ก็จะแปลว่า "ป่ากระท่อม" wold นั้นมาจากภาษาเยอรมัน "wald" แปลว่า ป่า ส่วน cots ก็แปลว่ากระท่อม บ้านช่องที่นี่จะสร้างมาจากหินพิเศษที่มีลักษณะเฉพาะ หลังคาก็จะเป็นลักษณะเฉพาะเช่นกัน ดูแล้วสวยงามมาก ๆ รู้สึกว่ามันช่าง antique จัง อยากมีอย่างงี้ซักหลัง ฮาๆๆๆๆ
Stow-on-the-wold เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่น่ารักมาก เดิน ๆ ดูแล้ว ส่วนใหญ่เค้าจะขาย painting แอนติก ๆ มีร้านเครื่องครัวเต็มไปหมด คงจะเป็นวัฒนธรรมของเขากระมัง

Bourton-on-the-water เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมอีกที่หนึ่ง ที่นี่เค้าปล่อยเราเดินเที่ยว 2 ชม. เราก็เดินไปรอบ ๆ เดินไปดูสวนนก Birdland เป็นที่แรกเลย ค่าเข้าตั้งหลายปอนด์แน่ะ เข้าไปก็เจอนกเพนกวินเป็นอย่างแรก เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอย่างใกล้ชิด ใกล้จริง ๆ นะ ดูมันอุ้ยอ้ายดีจัง หนาวก็ไม่หนาว ดันเดินลงน้ำซะเฉย ๆ น่าอิจฉาชะมัด - -" ..




ได้เห็นนกฟลามิงโกจริง ๆ ที่ไม่ใช่แค่ตุ๊กตาไม้ตั้งไว้ในสระของร้านอาหารต่าง ๆ ที่เมืองไทย
ถัดจาก Birdland ไปอีกหน่อยก็จะเป็น Maze หรือ เขาวงกต นั่นเอง เขาว่ากันว่า ถ้าเข้าไปถึงใจกลางได้ ก็จะเจอ goldenfly ก่อนจะเข้าไปถึงต้องไขปริศนารายทางให้ได้ก่อน ไอ่เราก็ไม่ใช่เจ้าของภาษา จะให้มาไขปริศนารูปภาพลับสมองประลองปัญญาก็ใช่ที่ เลยตั้งหน้าตั้งตาหาทางออกเลย วนไปวนมาอยู่หลายรอบ เดินชนฝรั่งกลุ่มเดิม ๆ ที่วนไปวนมาเหมือนกัน ด้วยความเอะใจและฉลาดปราดเปรื่องของอุ๋มอิ๋ม ทำให้เราหาทางออกได้ ได้เห็น goldenfly ได้ออกก่อนฝรั่ง native กลุ่มนั้น ฮ่าๆๆๆๆ น่าภูมิใจจริง ๆ ..



ออกมาจาก Maze ปุ๊บ ก็เดินไป old new village เขาจำลองเมือง bourton-on-the-water ไว้โดยเมืองจำลองนี้มีขนาดเป็น 1/9 ของขนาดจริง ใช้หินที่สร้างบ้านแถวนั้นจริง ๆ ดังนั้น มันก็จะแลดูเก่าดึกดำบรรพ์ไปตามกาลเวลา เจ๋งดีๆ..
แล้วก็นั่งรถยาว กลับลอนดอนโดยสวัสดิภาพ..
ไป Cotswolds กับ อุ๋มอิ๋ม มาล่ะ จับทัวร์ของ Andersons ไป เนื่องจากไม่มีขนส่งมวลชนเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นรถ Coach หรือ train ก็ตาม
ออกบ้าน เจ็ดโมงครึ่ง เพื่อไปยังจุดนัดพบที่ Baker street ตอน 8.00 น. อุ๋มอิ๋มมาไม่ทัน เลยให้มันไปขึ้นรถที่ Earl's Court ตอน 9 โมง..แล้วเราก็เริ่มเดินทางออกจากลอนดอนกัน

จุดหยุดรถจุดแรกเป็นจุดให้เข้าห้องน้ำ ไกด์ทัวร์เราเป็นป้าแก่ ๆ คนนึง แต่ใจดีมาก น่ารักมากมาย ก่อนลงรถเขากำชับนักกำชับหนาว่า ห้ามซื้อกาแฟ ห้ามนั่งกินแซนวิช ให้เข้าห้องน้ำอย่างเดียว.. เด็กเปรตสองคนนี้ไม่ปวดห้องน้ำ แต่..หิวค่อด ๆ อ่ะ เลยหาแซนวิชกิน กะน้ำ 1 ขวด แบ่งกันกิน ก่อนเอาขึ้นรถก็แอบชำเลืองดูป้านิดนึง แต่เราไม่เลทนี่นา ฮิฮิ

Cotswolds นั้น จะให้แปลจริง ๆ ก็จะแปลว่า "ป่ากระท่อม" wold นั้นมาจากภาษาเยอรมัน "wald" แปลว่า ป่า ส่วน cots ก็แปลว่ากระท่อม บ้านช่องที่นี่จะสร้างมาจากหินพิเศษที่มีลักษณะเฉพาะ หลังคาก็จะเป็นลักษณะเฉพาะเช่นกัน ดูแล้วสวยงามมาก ๆ รู้สึกว่ามันช่าง antique จัง อยากมีอย่างงี้ซักหลัง ฮาๆๆๆๆ
Stow-on-the-wold เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่น่ารักมาก เดิน ๆ ดูแล้ว ส่วนใหญ่เค้าจะขาย painting แอนติก ๆ มีร้านเครื่องครัวเต็มไปหมด คงจะเป็นวัฒนธรรมของเขากระมัง

Bourton-on-the-water เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมอีกที่หนึ่ง ที่นี่เค้าปล่อยเราเดินเที่ยว 2 ชม. เราก็เดินไปรอบ ๆ เดินไปดูสวนนก Birdland เป็นที่แรกเลย ค่าเข้าตั้งหลายปอนด์แน่ะ เข้าไปก็เจอนกเพนกวินเป็นอย่างแรก เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอย่างใกล้ชิด ใกล้จริง ๆ นะ ดูมันอุ้ยอ้ายดีจัง หนาวก็ไม่หนาว ดันเดินลงน้ำซะเฉย ๆ น่าอิจฉาชะมัด - -" ..




ได้เห็นนกฟลามิงโกจริง ๆ ที่ไม่ใช่แค่ตุ๊กตาไม้ตั้งไว้ในสระของร้านอาหารต่าง ๆ ที่เมืองไทย
ถัดจาก Birdland ไปอีกหน่อยก็จะเป็น Maze หรือ เขาวงกต นั่นเอง เขาว่ากันว่า ถ้าเข้าไปถึงใจกลางได้ ก็จะเจอ goldenfly ก่อนจะเข้าไปถึงต้องไขปริศนารายทางให้ได้ก่อน ไอ่เราก็ไม่ใช่เจ้าของภาษา จะให้มาไขปริศนารูปภาพลับสมองประลองปัญญาก็ใช่ที่ เลยตั้งหน้าตั้งตาหาทางออกเลย วนไปวนมาอยู่หลายรอบ เดินชนฝรั่งกลุ่มเดิม ๆ ที่วนไปวนมาเหมือนกัน ด้วยความเอะใจและฉลาดปราดเปรื่องของอุ๋มอิ๋ม ทำให้เราหาทางออกได้ ได้เห็น goldenfly ได้ออกก่อนฝรั่ง native กลุ่มนั้น ฮ่าๆๆๆๆ น่าภูมิใจจริง ๆ ..



ออกมาจาก Maze ปุ๊บ ก็เดินไป old new village เขาจำลองเมือง bourton-on-the-water ไว้โดยเมืองจำลองนี้มีขนาดเป็น 1/9 ของขนาดจริง ใช้หินที่สร้างบ้านแถวนั้นจริง ๆ ดังนั้น มันก็จะแลดูเก่าดึกดำบรรพ์ไปตามกาลเวลา เจ๋งดีๆ..
แล้วก็นั่งรถยาว กลับลอนดอนโดยสวัสดิภาพ..
.. จบการเดินทาง ..
Tuesday, February 12, 2008
ขอระบายหน่อยเหอะ - -"
นี่ก็เปิดเทอม 2 มาได้จะเดือนนึงแล้ว ตามธรรมเนียมก็ต้องจับกลุ่มทำ coursework
เนื่องด้วยเทอมที่แล้วเนี่ย นักเรียนทุกคนยังใหม่ต่อกัน จับกลุ่มกันไปงั้น ๆ ไม่มีใครสนิทกับใครเท่าไหร่ แต่หลังจากผ่านไปเทอมนึงแล้วเนี่ย เริ่มมีกลุ่มก้อนเป็นของตัวเอง สนิทกันมากขึ้น เม้าท์กันมากขึ้น แซวกันมากขึ้น จัดปาร์ตี้กันบ่อยมากขึ้น ฮาๆๆๆๆ
ก็ไอ้กลุ่มทำ coursework เนี่ยสิ ที่มีปัญหา จากเทอมที่แล้วที่ทำงานกลับเด็กไต้หวันคนนึง อืมมม.. ได้เรื่องเลยล่ะ เอามันมานินทาซะเลย ฮี่ๆๆๆๆๆ
เรื่องของเรื่องก็คือ เจ้าหล่อนชื่อ Emily เราได้จับพลัดจับผลูทำงานกับเจ้าหล่อน 2 วิชาด้วยกัน วิชาแรก มีสมาชิกในกลุ่ม 4 คน คือ Kasama(TH), Jay (TH), Dura(BRN) และ เจ้าหล่อน Emily(TW) วิชานี้คือ Analysis and Strategy for Marketing Communications คือ มันจะมีพรีเซนต์ 2 ครั้งน่ะ ครั้งละครึ่งเรื่อง เราก็แบ่ง ๆ งานกันไปทำ แล้วก็เอามารวมกัน (ตกลงกันไว้อย่างนี้ตั้งแต่แรก) ปัญหาก็คือ พอเค้าเอามารวมกัน เจ้าหล่อนไม่มีค่ะ - -" คือ ถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่า ยังไม่ได้ทำ หล่อนบอกพวกเราว่า ยังไม่เสร็จบ้างล่ะ ลืมเอามาบ้างล่ะ พอบังคับเข้า ๆ ก็เลยคาดคั้นจนรู้(ได้ด้วยตัวเอง.. เจ้าหล่อนไม่บอกหรอก เรื่องไรจะบอก) เป็นอย่างงี้จนถึง deadline ค่ะ เศร้ามาก - -"
อีกวิชานึง เศร้ากว่า เจอเด็กไต้หวันสองคน เจ้าหล่อน(เจ้าเก่า) และ กะเทย Allen (TW) 1 นาง โอ้โห ไม่อยากจะเซด Kasama กับ Dura ก็รับเคราะห์ไปตามระเบียบ T_T
วิชาที่ว่าก็คือ วิชา Advertising Management and Brand Delivery มีพรีเซนต์ครั้งเดียวตอนจบเทอม เรากับดูร่าก็ทยอย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ (แบบไม่ได้นัดกัน) มีการแจกแจงงานกันเรียบร้อย แล้วอีกวันก็ไปทำงานบ้าน Dura กัน
ตอนที่อยู่บ้าน Dura น่ะ เพลินกะ Dura ทำส่วนของตัวเองเสร็จแล้ว เลยได้แต่เซ็ง "นั่งเฉย ๆ" รอพวกหล่อนทำ "ส่วนของพวกหล่อน" แทนที่จะช่วยกันตรวจทานและเตรียมพรีเซนต์ วันนั้นเปื่อยได้ที่เลย 5 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม แล้ววันรุ่งขึ้นก็ต้องพรีเซนต์ T_T
ยังแสบไม่พออ่ะ เรามีคิวพรีเซนต์ 11.00 น. นัดกันตั้งแต่เมื่อคืนว่า 9.30 น. จะได้ซ้อม ๆ กัน ติติงกันได้ เก้าโมงครึ่งปุ๊บ มี Dura คนเดียว เรา late ไป 5 นาที แหะ ๆ รีบแทบตาย มี 2 คน - -" รอถึง 10 โมง โทรตามพวกหล่อน พวกหล่อนว่าไงรู้ป่ะ "I've just got up" โอ้วววว ประเสริฐดีแท้
คิดว่าหมดยัง อย่าแม้แต่จะคิดเชียว ยังๆๆๆๆ ยังไม่หมด พอถึงเวลาพรีเซนต์ เรียงตามลำดับ อลัน ดูร่า เอมิลี่ แล้วก็เรา อลัน พูดของส่วนของตัวเองไม่หมดอ่ะ โยนให้ดูร่า 1 สไลด์ ดูร่าก็งง ๆ แต่ก็รับลูก เพราะคิดว่าผิดพลาด พอเอมิลี่พูดบ้าง เจ้าหล่อนก็โยนให้เรา 1 สไลด์เหมือนกัน เรากะดูร่าเลยคิดว่า พวกหล่อนจงใจป่าววะ คือ ทำไมมันลืมพร้อมกัน 2 คนอ่ะ คือ จะว่าไป มันเสียมารยาทมาก ๆ เลยนะ - -"
เทอมนี้เราเลยเข็ดกับคนพวกนี้ ประมาณว่า คบได้ แต่ไม่อยากทำงานกลุ่มด้วยอ่ะ เลยหลีกเลี่ยงสุดฤทธิ์
สถานการณ์ ณ ตอนนี้ วิชา Direct & Interactive marketing เจ้าหล่อนได้กลุ่มเรียบร้อยแล้ว แต่วิชา PR เนี่ยสิ เรื่องของเรื่องคือ เจ้าหล่อนเนี่ยชอบขาดเรียนบ่อย ดั๊นนนนน มาขาดเรียนวันที่เค้าจับกลุ่มกัน เค้าให้กลุ่มละ 4-5 คนอ่ะ กลุ่มเราก็มี 4 คน ( Kasama, Jay, Dura และ Zuzi (VN)) แล้วทีนี้ seminar มันมีอยู่ 2 section 11.30 น. กับบ่าย 2.30 น. พวกเรา 4 คนลอง ๆ เข้าเรียน 11.30 กัน บังเอิ๊ญญญ บังเอิญ คลาสนี้คนเรียนเยอะ และชั่วโมงนั้นเค้าให้ส่งลายชื่อกลุ่มกันซะด้วย ก็เลยส่งไป 4 คน และพยายามไม่พูดถึงมันต่อหน้า emily
แล้ววันนั้นก็มาถึง เจ้าหล่อนเอ่ยปากถามว่า กลุ่ม PR อะไรยังไง ก็เลยบอกไปว่า เนี่ย ส่งรายชื่อไปแล้ว ยูขาดเรียนอ่ะ แล้วเราก็ไม่รู้ว่ายูจะอยู่เซ็คไหน เซ็ค 11.30 เนี่ย คนก็ล้นแล้ว John ไม่ให้เพิ่มคนแล้วอ่ะ เราเลยเอายูเข้ามาไม่ได้ ชีก็หน้าเสียนิดหน่อย
แล้ววันนี้ ดูร่าเล่าให้ฟังว่า ชีมาพูดกะดูร่า ว่าชีไม่มีกลุ่ม แต่ชีก็เข้าใจว่าเราไม่อยากย้ายไปบ่ายสองครึ่ง เพราะเราอยากกลับบ้านเร็ว ๆ (ป๊าดดดด T_T มะรู้จะพูดยังไง) กลายเป็นปัญหาหนักอกของพวกเรา ปรึกษากันแล้วปรึกษากันเล่า ว่าจะเอายังไงกับเจ้าหล่อนดี เฮ้อออออ...
ดูเหมือนใจร้ายกะเค้าเนอะ แต่ทำไงได้อ่ะ แอบ guilty นะเนี่ย - -"
เนื่องด้วยเทอมที่แล้วเนี่ย นักเรียนทุกคนยังใหม่ต่อกัน จับกลุ่มกันไปงั้น ๆ ไม่มีใครสนิทกับใครเท่าไหร่ แต่หลังจากผ่านไปเทอมนึงแล้วเนี่ย เริ่มมีกลุ่มก้อนเป็นของตัวเอง สนิทกันมากขึ้น เม้าท์กันมากขึ้น แซวกันมากขึ้น จัดปาร์ตี้กันบ่อยมากขึ้น ฮาๆๆๆๆ
ก็ไอ้กลุ่มทำ coursework เนี่ยสิ ที่มีปัญหา จากเทอมที่แล้วที่ทำงานกลับเด็กไต้หวันคนนึง อืมมม.. ได้เรื่องเลยล่ะ เอามันมานินทาซะเลย ฮี่ๆๆๆๆๆ
เรื่องของเรื่องก็คือ เจ้าหล่อนชื่อ Emily เราได้จับพลัดจับผลูทำงานกับเจ้าหล่อน 2 วิชาด้วยกัน วิชาแรก มีสมาชิกในกลุ่ม 4 คน คือ Kasama(TH), Jay (TH), Dura(BRN) และ เจ้าหล่อน Emily(TW) วิชานี้คือ Analysis and Strategy for Marketing Communications คือ มันจะมีพรีเซนต์ 2 ครั้งน่ะ ครั้งละครึ่งเรื่อง เราก็แบ่ง ๆ งานกันไปทำ แล้วก็เอามารวมกัน (ตกลงกันไว้อย่างนี้ตั้งแต่แรก) ปัญหาก็คือ พอเค้าเอามารวมกัน เจ้าหล่อนไม่มีค่ะ - -" คือ ถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่า ยังไม่ได้ทำ หล่อนบอกพวกเราว่า ยังไม่เสร็จบ้างล่ะ ลืมเอามาบ้างล่ะ พอบังคับเข้า ๆ ก็เลยคาดคั้นจนรู้(ได้ด้วยตัวเอง.. เจ้าหล่อนไม่บอกหรอก เรื่องไรจะบอก) เป็นอย่างงี้จนถึง deadline ค่ะ เศร้ามาก - -"
อีกวิชานึง เศร้ากว่า เจอเด็กไต้หวันสองคน เจ้าหล่อน(เจ้าเก่า) และ กะเทย Allen (TW) 1 นาง โอ้โห ไม่อยากจะเซด Kasama กับ Dura ก็รับเคราะห์ไปตามระเบียบ T_T
วิชาที่ว่าก็คือ วิชา Advertising Management and Brand Delivery มีพรีเซนต์ครั้งเดียวตอนจบเทอม เรากับดูร่าก็ทยอย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ (แบบไม่ได้นัดกัน) มีการแจกแจงงานกันเรียบร้อย แล้วอีกวันก็ไปทำงานบ้าน Dura กัน
ตอนที่อยู่บ้าน Dura น่ะ เพลินกะ Dura ทำส่วนของตัวเองเสร็จแล้ว เลยได้แต่เซ็ง "นั่งเฉย ๆ" รอพวกหล่อนทำ "ส่วนของพวกหล่อน" แทนที่จะช่วยกันตรวจทานและเตรียมพรีเซนต์ วันนั้นเปื่อยได้ที่เลย 5 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม แล้ววันรุ่งขึ้นก็ต้องพรีเซนต์ T_T
ยังแสบไม่พออ่ะ เรามีคิวพรีเซนต์ 11.00 น. นัดกันตั้งแต่เมื่อคืนว่า 9.30 น. จะได้ซ้อม ๆ กัน ติติงกันได้ เก้าโมงครึ่งปุ๊บ มี Dura คนเดียว เรา late ไป 5 นาที แหะ ๆ รีบแทบตาย มี 2 คน - -" รอถึง 10 โมง โทรตามพวกหล่อน พวกหล่อนว่าไงรู้ป่ะ "I've just got up" โอ้วววว ประเสริฐดีแท้
คิดว่าหมดยัง อย่าแม้แต่จะคิดเชียว ยังๆๆๆๆ ยังไม่หมด พอถึงเวลาพรีเซนต์ เรียงตามลำดับ อลัน ดูร่า เอมิลี่ แล้วก็เรา อลัน พูดของส่วนของตัวเองไม่หมดอ่ะ โยนให้ดูร่า 1 สไลด์ ดูร่าก็งง ๆ แต่ก็รับลูก เพราะคิดว่าผิดพลาด พอเอมิลี่พูดบ้าง เจ้าหล่อนก็โยนให้เรา 1 สไลด์เหมือนกัน เรากะดูร่าเลยคิดว่า พวกหล่อนจงใจป่าววะ คือ ทำไมมันลืมพร้อมกัน 2 คนอ่ะ คือ จะว่าไป มันเสียมารยาทมาก ๆ เลยนะ - -"
เทอมนี้เราเลยเข็ดกับคนพวกนี้ ประมาณว่า คบได้ แต่ไม่อยากทำงานกลุ่มด้วยอ่ะ เลยหลีกเลี่ยงสุดฤทธิ์
สถานการณ์ ณ ตอนนี้ วิชา Direct & Interactive marketing เจ้าหล่อนได้กลุ่มเรียบร้อยแล้ว แต่วิชา PR เนี่ยสิ เรื่องของเรื่องคือ เจ้าหล่อนเนี่ยชอบขาดเรียนบ่อย ดั๊นนนนน มาขาดเรียนวันที่เค้าจับกลุ่มกัน เค้าให้กลุ่มละ 4-5 คนอ่ะ กลุ่มเราก็มี 4 คน ( Kasama, Jay, Dura และ Zuzi (VN)) แล้วทีนี้ seminar มันมีอยู่ 2 section 11.30 น. กับบ่าย 2.30 น. พวกเรา 4 คนลอง ๆ เข้าเรียน 11.30 กัน บังเอิ๊ญญญ บังเอิญ คลาสนี้คนเรียนเยอะ และชั่วโมงนั้นเค้าให้ส่งลายชื่อกลุ่มกันซะด้วย ก็เลยส่งไป 4 คน และพยายามไม่พูดถึงมันต่อหน้า emily
แล้ววันนั้นก็มาถึง เจ้าหล่อนเอ่ยปากถามว่า กลุ่ม PR อะไรยังไง ก็เลยบอกไปว่า เนี่ย ส่งรายชื่อไปแล้ว ยูขาดเรียนอ่ะ แล้วเราก็ไม่รู้ว่ายูจะอยู่เซ็คไหน เซ็ค 11.30 เนี่ย คนก็ล้นแล้ว John ไม่ให้เพิ่มคนแล้วอ่ะ เราเลยเอายูเข้ามาไม่ได้ ชีก็หน้าเสียนิดหน่อย
แล้ววันนี้ ดูร่าเล่าให้ฟังว่า ชีมาพูดกะดูร่า ว่าชีไม่มีกลุ่ม แต่ชีก็เข้าใจว่าเราไม่อยากย้ายไปบ่ายสองครึ่ง เพราะเราอยากกลับบ้านเร็ว ๆ (ป๊าดดดด T_T มะรู้จะพูดยังไง) กลายเป็นปัญหาหนักอกของพวกเรา ปรึกษากันแล้วปรึกษากันเล่า ว่าจะเอายังไงกับเจ้าหล่อนดี เฮ้อออออ...
ดูเหมือนใจร้ายกะเค้าเนอะ แต่ทำไงได้อ่ะ แอบ guilty นะเนี่ย - -"
Thursday, February 07, 2008
Once in the past #1
ไปเจออันนี้มาในเน็ต อิอิ
อ่านแล้วคิดถึงวันวาน..
วิธีการโกง
1.คัมภีร์หนังมนุษย์กลยุทธ์ เป็นวิธีง่ายๆขั้นพื้นฐาน แต่ได้ผลดี เพียงท่านใช้ปากกาขีดเขียนบนเนื้อหนังของท่าน โดยขอแนะนำ ง่ามมือ บริเวณใต้ร่มผ้า ซึ่งสามารถพรางสายตาอาจารย์ได้พอสมควร ข้อแนะนำ วิธีการดังกล่าว อาจจะมีปัญหาถ้าห้องสอบไม่มีแอร์ ซึ่งจะทำให้ร้อนและเหงื่อออก โพยที่ท่านใช้จะเริ่มเลือนลางจากเหงื่อ ข้อแนะนำที่โคนขา เพราะไม่มีอาจารย์คนไหนกล้ามาตรวจดูตรงนั้น
2. สลับร่าง สร้างรักกลยุทธ์ เป็นชื่อหนังเอเชียของช่อง7 สมัยก่อนที่เคยมาฉายทีหนึ่ง วิธีนี้จะต้องอาศัยคนอย่างน้อย 2 คน เพียงแค่ทำข้อสอบตกบนพื้น แล้วช่วยกันก้มเก็บทั้งสองคน แล้วใช้จังหวะนี้สลับข้อสอบเป็นอัน แล้วค่อยหาจังหวะสลับคืน ข้อแนะนำ ถ้าผู้ร่วมขบวนการเป็นชายหญิง 2 คน แนะนำให้ฝ่ายชายเก็บ เพื่อแสดงความมีน้ำใจแก่ฝ่ายชายหญิง ซึ่งอาจจะลดข้อสงสัยแก่อาจารย์คุมสอบได้ ผู้ร่วมขบวนการต้องมีลายมือคล้ายๆกัน เพื่ออ้างว่าเห็นลายมือคล้ายๆกัน นึกว่าของตัวเอง
3.รหัสมอสกลยุทธ์ การใช้คำพูดหันหน้าหันหลังอาจจะอันตรายเกินไปสำหรับบางสถานการณ์ ให้ใช้รหัสมอสแทน โดยรหัสมอส หมายถึง การเคาะเพื่อให้สัญญาณ เช่น กระทืบเท้า เคาะโต๊ะ เป็นต้น โดยให้ผู้ต้องการลอกส่งรหัสมอสให้กับผู้ร่วมขบวนการ แล้วให้ผู้ร่วมขบวนการตอบกลับมาด้วยรหัสมอสเช่นกัน คำแนะนำ จะใช้ได้ดีในแบบกาเลือกเท่านั้น ถ้าแบบบรรยายหรือวิธีทำ อาจจะต้องใช้การส่งคำตอบนานเกินไปจนเป็นที่สังเกตได้ ควรนัดแนะการส่งรหัสกันให้ดี เพราะการให้สัญญาณขาดหรือเกินจะทำให้ผิดพลาดในการตอบคำตอบได้
4.อโรคาพารอดกลยุทธ์ การแกล้งป่วยจะช่วยพรางตาอาจารย์ได้ โดยอาการปวดหัว ให้ท่านกุมศรีษะ การกุมศรีษะด้วยมือจะพรางตาอาจรย์คุมสอบ ทำให้อาจารย์ไม่รู้ว่าเด็กจะรับโพยทางไหน หรือดูยากขึ้น ทำให้โอกาสลอกข้อสอบมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น
5.ยุทธการหัวเห็ดกลยุทธ์ ผมเป็นสิ่งสำคัญต่อบุคลิกภาพของคนเรา โดยประโยชน์นอกจากนี้คือ พรางตาเช่นเดียวกับกลยุทธ์อโรคาพารอด เพียงใช้ผมของท่านที่มีอยู่มากำบังใบหน้า จนมิดจะทำให้อาจารย์คุมสอบจับจดไม่ถูกว่าท่านกำลังลอกโพยจากตำแหน่งไหนหรือ จับได้ยากขึ้น คำแนะนำ ใช้กับนักเรียนชายไม่ได้เพราะผมยาวไม่พอ
6.เรดาห์กลยุทธ์ เสียงระหว่างการส่งโพยกันและกัน และเสียงคำพูดหลังจากสอบเสร็จจะสำคัญมาก แต่มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ ถ้าท่านไม่ได้ยิน ให้ท่านกำมือมีช่องว่างเป็นรูปวงกลมไปทัดที่ใบหู มันจะช่วยเพิ่มความสามารถการได้ยินได้ดีขึ้น คำแนะนำ วิธีนี้สามารถใช้ดักฟังการส่งโพยของผู้อื่นได้
7.One For All กลุยทธ์ แนะนำให้ใครคนหนึ่งที่ร่วมขบวนการหรือไม่ขบวนการก็ได้เตรียมส่งสัญญาณ ถ้าอาจารย์เข้ามาอยู่ในรัศมี คำแนะนำ ใช้ได้ต่อเมื่ออาจารย์คุมสอบกลับมาจากทำธุระ
8.โห่ร้องตะวันออก โจมตีตะวันตกกลยุทธ์ กลยุทธ์นี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ผลดีทีเดียวในสงครามจริง โดยวิธีการนี้ผู้ร่วมขบวนการควรอยู่คนละฟากกัน ให้ผู้ร่วมขบวนการทำอาการให้เกิดเสียงดังจนอาจารย์คุมสอบต้องหันมาสนใจ ระหว่างที่อาจารย์กำลังสนใจอยู่ ให้ผู้ร่วมขบวนการที่เหลือใช้โพยอย่างรวดเร็ว คำแนะนำ ผู้ร่วมขบวนการจะต้องให้สัญญาณให้ถูกจังหวะในการใช้กลยุทธ์นี้
9. SMS ข้อความสื่อรักกลยุทธ์ ใช้ได้ดีพอสมควรโดยให้ผู้ร่วมขบวนการ มีโทรศัพท์มือถือติดตัวอยู่ แล้วให้ส่งข้อความ(โพย)สื่อสารกัน คำแนะนำ ควรติดตั้งเป็นระบบสั่นก่อน ควรฝึกความสามารถในการพิมพ์ให้เร็ว เพราะการก้มนานๆจะเป็นจุดสนใจได้
10. ชักธงรบกลยุทธ์ การชักธงในสนามสงครามหมายถึงการสั่งโจมตี โดยธงจะต้องมีความสูงพอสมควร เพื่อที่ให้ทหารทั้งหมดเห็น โดยให้ผู้ร่วมขบวนการยกข้อสอบขึ้นมาอ่านให้ลอยเหนือโต๊ะจนเหนือศีรษะทำมุม ฉากกับโต๊ะ ผู้ร่วมขบวนการที่เหลือจะสามารถมองข้ามไหล่มาอ่านคำตอบในใบข้อสอบได้ คำแนะนำ ลายมือของคนเขียนจะต้องใหญ่พอสมควรและอ่านออกง่าย
11. ชัยภูมิดี มีชัยไปกว่าครึ่งกลยุทธ์ การมีตำแหน่งที่ดีของห้องจะทำให้เราลอกได้สะดวกและใช้กลยุทธ์อื่นได้อย่างดีขึ้นด้วย เช่น อยู่กลางห้อง จะสามารถลอกได้จากหลายทิศทาง หลายตัวเลือก หลายคน อยู่ติดเสา จะสามารถส่งโพยให้คนอื่นๆได้โดยขีดเขียนบนเสา ฯลฯ คำแนะนำ ควรศึกษาตำแหน่งทำเลที่ได้มาอย่างดี และนำมาใช้ประโยชน์อย่างให้ดีที่สุด
12. ยิ่งใกล้เหมือนยิ่งไกลกลยุทธ์ ในการสอบปลายภาคนักเรียนบางคนโชคร้ายต้องไปนั่งหน้า ซึ่งทำให้เป็นที่รู้สึกว่าจะถูกจับตามองโดยง่ายจากอาจารย์ แต่ที่จริงแล้ว อาจารย์บางท่านจะไม่ค่อยดู เพราะคิดว่าอยู่ใกล้ขนาดนี้คงไม่มีใครกล้าโกงข้อสอบ การนั่งหน้าการโกงข้อสอบจะต้องใช้วิธีส่งคำพูดไม่ได้ จะเป็นที่สังเกตมากไป แต่ใช้ข้อความเขียนในกระดาษทดที่อาจารย์แจกมา แล้วมาตั้งตรงมุมอับจากสายตาอาจารย์พร้อมถามหรือตอบข้อสอบจากผู้ร่วมขบวนการ คำแนะนำ ถ้าอยู่ติดกับโต๊ะอาจารย์จะโกงยากมาก ดังนั้นการใช้วิธีนี้ต้องให้อาจารย์ลุกไปก่อนแล้วค่อยใช้ ควรใช้กลยุทธ์ “รหัสมอส” ควบคู่กับกลยุทธ์นี้
13. เผาถ่านก่อนหน้าฝนกลยุทธ์ เป็นสุภาษิตจีนสุภาษิตหนึ่งเพราะในหน้าฝนถ่านจะแพง ชาวจีนจึงมีการเตรียมการเผาถ่าน เตรียมไว้ใช้ในหน้าฝน ให้ผู้ปฏิบัติเตรียมการโกงก่อนวันจริง โดยให้จดจำที่นั่งตนเองไว้แล้วหาโพยไปซ่อนหรือแปะไว้ที่โต๊ะ คำแนะนำ การลงน้ำยาลบคำผิดที่ขาโต๊ะหรือเก้าอี้จะไม่ค่อยเป็นที่สังเกต การเขียนโพยบนโต๊ะต้องใช้ปากกาที่สีกลืนกันไปกับสีโต๊ะ เพื่อพรางตาอาจารย์คุมสอบ การแปะโพยกระดาษต้องแปะ ในระดับที่อาจารย์เดินมาแล้วไม่เห็น หัวใจของการโกงข้อสอบ คือใช้กลยุทธ์ทุกอย่างให้สอดคล้องและรวดเร็ว ให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ "จงต่อสู้กับความกลัวในจิตใจ"
อ่านมาทั้งหมดแล้ว.....ซาระตะแล้ว...อยากจะบอกว่า...
เคยค่ะ เคยทำอยู่บ้าง แต่ไม่เหมือนซะทีเดียว แบบว่า เป็นต้นฉบับน่ะ บางคนอาจไม่เชื่อ.. แต่มันเป็นเรื่องจริงนะฮ้าาาา
คือว่า ตอนเด็ก ๆ เรียนห่วยน่ะ สอบติดสาธิต ม.ช. แบบฟลุก ๆ งืด ๆ เรียน ม.ต้นก็ได้แค่ 2.5 กว่า ๆ แต่ตอน ม.ปลายนี่สิ โฮะๆ เหมือนเลือกเรียนถูกทาง ศิลป์-คณิต แรงได้อีก ฉุดไม่อยู่เลยทีนี้ 555
ได้เป็นต้นฉบับ แต่ทว่า เพื่อน ๆ ที่จะได้ส่วนบุญไปก็ต้องเลขที่ต้น ๆ อ่ะนะ เพราะเราเลขที่ 1 ตอน ม.4 และ ม.5 แล้วมาเลขที่ 3 ตอน ม.6 (พี่ต้น กะพี่แอนกลับมาจาก AFS) เท่าที่จำได้ ส่วนใหญ่เป็นวิชาภาษาอังกฤษที่เราถนัดอ่ะ เคยวางกระดาษคำตอบไว้มุมโต๊ะ แบบว่า มุ๊มมมม มุม.. ตอนนั้นดาว(เลขที่ 12) นั่งข้างเรา(เลขที่ 1) แอบเตี๊ยมกันไว้ก่อน อาจารย์หฤทัยเดินมาเตือนเลย ซวยไป..เอิ๊กกกกกกกกกก (ตุ๊กตาเลขที่ 5 รายนี้อยู่ท้ายแถวของเราตลอด ดอยเลขที่ 9 น้ำผึ้งเลขที่ 22 ชอบได้หลังห้อง เลยไม่ได้รัศมีเลย..)
สรุปก็คือ ไม่ได้ช่วยใครเท่าไหร่ แบบว่า ไม่ได้ตั้งใจเปิด แต่ก็ไม่ได้จงใจปิดน่ะ งงมั้ย? คือ ใครมีปัญญาเห็นและอ่านลายมือเราออกก็ไม่ว่ากัน
แต่ห้องเราเนี่ย ได้ขึ้นชื่อลือชาเชียวล่ะเรื่องลอกเนี่ย แบบว่า (ขอพาดพิงถึงนิดนุง) กลุ่มมิ้ว แนน ฝน กลุ่มเฮ้วประจำรุ่น เค้าจะเลขที่ใกล้ ๆ กันอ่ะ มักจะได้นั่งติดกันเป็นก้อน ๆ จนเค้าเรียกกันว่า DG zone มาจาก Dangerous zone หูย โซนนั้นนะ สุดยอดดดด คารวะเลยว่ะ ฮาๆๆๆๆๆ
บางทีนะ บอกคำตอบโต้ง ๆ ดังลั่นห้องก็มีนะ เช่น อยู่ดี ๆ ก็มีคนถามว่า ผลบอลเมื่อคืนเป็นไงวะ?? แล้วก็จะมีคนตอบ 3-2 นั่นคือ ข้อ 3 ตอบ ข. โฮะๆๆๆๆ เก่าดีจริง ๆ ห้องเรา เอิ๊กกกกกกกกกก
อ่านแล้วคิดถึงวันวาน..
วิธีการโกง
1.คัมภีร์หนังมนุษย์กลยุทธ์ เป็นวิธีง่ายๆขั้นพื้นฐาน แต่ได้ผลดี เพียงท่านใช้ปากกาขีดเขียนบนเนื้อหนังของท่าน โดยขอแนะนำ ง่ามมือ บริเวณใต้ร่มผ้า ซึ่งสามารถพรางสายตาอาจารย์ได้พอสมควร ข้อแนะนำ วิธีการดังกล่าว อาจจะมีปัญหาถ้าห้องสอบไม่มีแอร์ ซึ่งจะทำให้ร้อนและเหงื่อออก โพยที่ท่านใช้จะเริ่มเลือนลางจากเหงื่อ ข้อแนะนำที่โคนขา เพราะไม่มีอาจารย์คนไหนกล้ามาตรวจดูตรงนั้น
2. สลับร่าง สร้างรักกลยุทธ์ เป็นชื่อหนังเอเชียของช่อง7 สมัยก่อนที่เคยมาฉายทีหนึ่ง วิธีนี้จะต้องอาศัยคนอย่างน้อย 2 คน เพียงแค่ทำข้อสอบตกบนพื้น แล้วช่วยกันก้มเก็บทั้งสองคน แล้วใช้จังหวะนี้สลับข้อสอบเป็นอัน แล้วค่อยหาจังหวะสลับคืน ข้อแนะนำ ถ้าผู้ร่วมขบวนการเป็นชายหญิง 2 คน แนะนำให้ฝ่ายชายเก็บ เพื่อแสดงความมีน้ำใจแก่ฝ่ายชายหญิง ซึ่งอาจจะลดข้อสงสัยแก่อาจารย์คุมสอบได้ ผู้ร่วมขบวนการต้องมีลายมือคล้ายๆกัน เพื่ออ้างว่าเห็นลายมือคล้ายๆกัน นึกว่าของตัวเอง
3.รหัสมอสกลยุทธ์ การใช้คำพูดหันหน้าหันหลังอาจจะอันตรายเกินไปสำหรับบางสถานการณ์ ให้ใช้รหัสมอสแทน โดยรหัสมอส หมายถึง การเคาะเพื่อให้สัญญาณ เช่น กระทืบเท้า เคาะโต๊ะ เป็นต้น โดยให้ผู้ต้องการลอกส่งรหัสมอสให้กับผู้ร่วมขบวนการ แล้วให้ผู้ร่วมขบวนการตอบกลับมาด้วยรหัสมอสเช่นกัน คำแนะนำ จะใช้ได้ดีในแบบกาเลือกเท่านั้น ถ้าแบบบรรยายหรือวิธีทำ อาจจะต้องใช้การส่งคำตอบนานเกินไปจนเป็นที่สังเกตได้ ควรนัดแนะการส่งรหัสกันให้ดี เพราะการให้สัญญาณขาดหรือเกินจะทำให้ผิดพลาดในการตอบคำตอบได้
4.อโรคาพารอดกลยุทธ์ การแกล้งป่วยจะช่วยพรางตาอาจารย์ได้ โดยอาการปวดหัว ให้ท่านกุมศรีษะ การกุมศรีษะด้วยมือจะพรางตาอาจรย์คุมสอบ ทำให้อาจารย์ไม่รู้ว่าเด็กจะรับโพยทางไหน หรือดูยากขึ้น ทำให้โอกาสลอกข้อสอบมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น
5.ยุทธการหัวเห็ดกลยุทธ์ ผมเป็นสิ่งสำคัญต่อบุคลิกภาพของคนเรา โดยประโยชน์นอกจากนี้คือ พรางตาเช่นเดียวกับกลยุทธ์อโรคาพารอด เพียงใช้ผมของท่านที่มีอยู่มากำบังใบหน้า จนมิดจะทำให้อาจารย์คุมสอบจับจดไม่ถูกว่าท่านกำลังลอกโพยจากตำแหน่งไหนหรือ จับได้ยากขึ้น คำแนะนำ ใช้กับนักเรียนชายไม่ได้เพราะผมยาวไม่พอ
6.เรดาห์กลยุทธ์ เสียงระหว่างการส่งโพยกันและกัน และเสียงคำพูดหลังจากสอบเสร็จจะสำคัญมาก แต่มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ ถ้าท่านไม่ได้ยิน ให้ท่านกำมือมีช่องว่างเป็นรูปวงกลมไปทัดที่ใบหู มันจะช่วยเพิ่มความสามารถการได้ยินได้ดีขึ้น คำแนะนำ วิธีนี้สามารถใช้ดักฟังการส่งโพยของผู้อื่นได้
7.One For All กลุยทธ์ แนะนำให้ใครคนหนึ่งที่ร่วมขบวนการหรือไม่ขบวนการก็ได้เตรียมส่งสัญญาณ ถ้าอาจารย์เข้ามาอยู่ในรัศมี คำแนะนำ ใช้ได้ต่อเมื่ออาจารย์คุมสอบกลับมาจากทำธุระ
8.โห่ร้องตะวันออก โจมตีตะวันตกกลยุทธ์ กลยุทธ์นี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ผลดีทีเดียวในสงครามจริง โดยวิธีการนี้ผู้ร่วมขบวนการควรอยู่คนละฟากกัน ให้ผู้ร่วมขบวนการทำอาการให้เกิดเสียงดังจนอาจารย์คุมสอบต้องหันมาสนใจ ระหว่างที่อาจารย์กำลังสนใจอยู่ ให้ผู้ร่วมขบวนการที่เหลือใช้โพยอย่างรวดเร็ว คำแนะนำ ผู้ร่วมขบวนการจะต้องให้สัญญาณให้ถูกจังหวะในการใช้กลยุทธ์นี้
9. SMS ข้อความสื่อรักกลยุทธ์ ใช้ได้ดีพอสมควรโดยให้ผู้ร่วมขบวนการ มีโทรศัพท์มือถือติดตัวอยู่ แล้วให้ส่งข้อความ(โพย)สื่อสารกัน คำแนะนำ ควรติดตั้งเป็นระบบสั่นก่อน ควรฝึกความสามารถในการพิมพ์ให้เร็ว เพราะการก้มนานๆจะเป็นจุดสนใจได้
10. ชักธงรบกลยุทธ์ การชักธงในสนามสงครามหมายถึงการสั่งโจมตี โดยธงจะต้องมีความสูงพอสมควร เพื่อที่ให้ทหารทั้งหมดเห็น โดยให้ผู้ร่วมขบวนการยกข้อสอบขึ้นมาอ่านให้ลอยเหนือโต๊ะจนเหนือศีรษะทำมุม ฉากกับโต๊ะ ผู้ร่วมขบวนการที่เหลือจะสามารถมองข้ามไหล่มาอ่านคำตอบในใบข้อสอบได้ คำแนะนำ ลายมือของคนเขียนจะต้องใหญ่พอสมควรและอ่านออกง่าย
11. ชัยภูมิดี มีชัยไปกว่าครึ่งกลยุทธ์ การมีตำแหน่งที่ดีของห้องจะทำให้เราลอกได้สะดวกและใช้กลยุทธ์อื่นได้อย่างดีขึ้นด้วย เช่น อยู่กลางห้อง จะสามารถลอกได้จากหลายทิศทาง หลายตัวเลือก หลายคน อยู่ติดเสา จะสามารถส่งโพยให้คนอื่นๆได้โดยขีดเขียนบนเสา ฯลฯ คำแนะนำ ควรศึกษาตำแหน่งทำเลที่ได้มาอย่างดี และนำมาใช้ประโยชน์อย่างให้ดีที่สุด
12. ยิ่งใกล้เหมือนยิ่งไกลกลยุทธ์ ในการสอบปลายภาคนักเรียนบางคนโชคร้ายต้องไปนั่งหน้า ซึ่งทำให้เป็นที่รู้สึกว่าจะถูกจับตามองโดยง่ายจากอาจารย์ แต่ที่จริงแล้ว อาจารย์บางท่านจะไม่ค่อยดู เพราะคิดว่าอยู่ใกล้ขนาดนี้คงไม่มีใครกล้าโกงข้อสอบ การนั่งหน้าการโกงข้อสอบจะต้องใช้วิธีส่งคำพูดไม่ได้ จะเป็นที่สังเกตมากไป แต่ใช้ข้อความเขียนในกระดาษทดที่อาจารย์แจกมา แล้วมาตั้งตรงมุมอับจากสายตาอาจารย์พร้อมถามหรือตอบข้อสอบจากผู้ร่วมขบวนการ คำแนะนำ ถ้าอยู่ติดกับโต๊ะอาจารย์จะโกงยากมาก ดังนั้นการใช้วิธีนี้ต้องให้อาจารย์ลุกไปก่อนแล้วค่อยใช้ ควรใช้กลยุทธ์ “รหัสมอส” ควบคู่กับกลยุทธ์นี้
13. เผาถ่านก่อนหน้าฝนกลยุทธ์ เป็นสุภาษิตจีนสุภาษิตหนึ่งเพราะในหน้าฝนถ่านจะแพง ชาวจีนจึงมีการเตรียมการเผาถ่าน เตรียมไว้ใช้ในหน้าฝน ให้ผู้ปฏิบัติเตรียมการโกงก่อนวันจริง โดยให้จดจำที่นั่งตนเองไว้แล้วหาโพยไปซ่อนหรือแปะไว้ที่โต๊ะ คำแนะนำ การลงน้ำยาลบคำผิดที่ขาโต๊ะหรือเก้าอี้จะไม่ค่อยเป็นที่สังเกต การเขียนโพยบนโต๊ะต้องใช้ปากกาที่สีกลืนกันไปกับสีโต๊ะ เพื่อพรางตาอาจารย์คุมสอบ การแปะโพยกระดาษต้องแปะ ในระดับที่อาจารย์เดินมาแล้วไม่เห็น หัวใจของการโกงข้อสอบ คือใช้กลยุทธ์ทุกอย่างให้สอดคล้องและรวดเร็ว ให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ "จงต่อสู้กับความกลัวในจิตใจ"
อ่านมาทั้งหมดแล้ว.....ซาระตะแล้ว...อยากจะบอกว่า...
เคยค่ะ เคยทำอยู่บ้าง แต่ไม่เหมือนซะทีเดียว แบบว่า เป็นต้นฉบับน่ะ บางคนอาจไม่เชื่อ.. แต่มันเป็นเรื่องจริงนะฮ้าาาา
คือว่า ตอนเด็ก ๆ เรียนห่วยน่ะ สอบติดสาธิต ม.ช. แบบฟลุก ๆ งืด ๆ เรียน ม.ต้นก็ได้แค่ 2.5 กว่า ๆ แต่ตอน ม.ปลายนี่สิ โฮะๆ เหมือนเลือกเรียนถูกทาง ศิลป์-คณิต แรงได้อีก ฉุดไม่อยู่เลยทีนี้ 555
ได้เป็นต้นฉบับ แต่ทว่า เพื่อน ๆ ที่จะได้ส่วนบุญไปก็ต้องเลขที่ต้น ๆ อ่ะนะ เพราะเราเลขที่ 1 ตอน ม.4 และ ม.5 แล้วมาเลขที่ 3 ตอน ม.6 (พี่ต้น กะพี่แอนกลับมาจาก AFS) เท่าที่จำได้ ส่วนใหญ่เป็นวิชาภาษาอังกฤษที่เราถนัดอ่ะ เคยวางกระดาษคำตอบไว้มุมโต๊ะ แบบว่า มุ๊มมมม มุม.. ตอนนั้นดาว(เลขที่ 12) นั่งข้างเรา(เลขที่ 1) แอบเตี๊ยมกันไว้ก่อน อาจารย์หฤทัยเดินมาเตือนเลย ซวยไป..เอิ๊กกกกกกกกกก (ตุ๊กตาเลขที่ 5 รายนี้อยู่ท้ายแถวของเราตลอด ดอยเลขที่ 9 น้ำผึ้งเลขที่ 22 ชอบได้หลังห้อง เลยไม่ได้รัศมีเลย..)
สรุปก็คือ ไม่ได้ช่วยใครเท่าไหร่ แบบว่า ไม่ได้ตั้งใจเปิด แต่ก็ไม่ได้จงใจปิดน่ะ งงมั้ย? คือ ใครมีปัญญาเห็นและอ่านลายมือเราออกก็ไม่ว่ากัน
แต่ห้องเราเนี่ย ได้ขึ้นชื่อลือชาเชียวล่ะเรื่องลอกเนี่ย แบบว่า (ขอพาดพิงถึงนิดนุง) กลุ่มมิ้ว แนน ฝน กลุ่มเฮ้วประจำรุ่น เค้าจะเลขที่ใกล้ ๆ กันอ่ะ มักจะได้นั่งติดกันเป็นก้อน ๆ จนเค้าเรียกกันว่า DG zone มาจาก Dangerous zone หูย โซนนั้นนะ สุดยอดดดด คารวะเลยว่ะ ฮาๆๆๆๆๆ
บางทีนะ บอกคำตอบโต้ง ๆ ดังลั่นห้องก็มีนะ เช่น อยู่ดี ๆ ก็มีคนถามว่า ผลบอลเมื่อคืนเป็นไงวะ?? แล้วก็จะมีคนตอบ 3-2 นั่นคือ ข้อ 3 ตอบ ข. โฮะๆๆๆๆ เก่าดีจริง ๆ ห้องเรา เอิ๊กกกกกกกกกก
Saturday, February 02, 2008
Umim and the sex shop
1/2/2008
วันนี้วันศุกร์ ไม่มีเรียน งิงิตื่นซะหลายโมงเลย
ไปตะแล๊ดแต๊ดแต๋กินอาหารเกาหลีกะอุ๋มอิ๋ม
ระหว่างกินข้าว มันก็ "ล่อลวง" เรา พร้อมบอกสรรพคุณว่า
..นี่แก เมื่อวันนั้นเราไป sex shop มาด้วยแหละมันไม่มีอะไรเลยนะแก เหมือนร้านของเล่นเลย..
เอ่อคือ..มันน่ากลัวนะอิ๋ม ชั้นไม่เข้าหรอกว่ะ
พอเดิน ๆ ไป..นี่แกๆๆๆ เข้ามั้ย ๆ ร้าน sex shop ที่โซโห
จะบ้าเหรอ !!!! ไม่เข้าเฟ้ย - -"
แล้วก็เดินไปที่ร้านหนังสือ Foyles ตรง Tottenham Court road
เดิน ๆ ดูหนังสือ อยู่ ๆ ก็อุตริไปดูหนังสือสอนภาษาไทย/พจนานุกรมไทย
ป๊าดดดดด หนังสือสอนภาษาไทยสำหรับ gay tourist o_O
ปกสีม่วงเชียว น่ากลัวมากมาย
คนเขียนเป็นคนไทยด้วยนะ เค้าบอกว่าเค้าเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับเพศที่สามน่ะ
- -"
อุตริอีกอย่างนึงก็คือ เดิน ๆ ไปเรื่อย ๆ ผ่านโซนหนังสือประวัติศาสตร์อังกฤษ
ไล่มาถึงเอเชีย ความคิดแว๊บ ๆ ก็โผล่ขึ้นมา ..เฮ้ย อยากอ่านหนังสือ The king never smiles ว่ะ
อิ๋มมันก็อยากด้วย แล้วพลันสายตาก็แว๊บไปเห็นพอดี
เล่มใหญ่พอสมควรเลยนะ ปกแข็ง ราคา 20 กว่าปอนด์ อิ๋มมันก็หยิบขึ้นมาดู
ส่วนเราก็ด้อม ๆ มอง ๆ หนังสือใกล้เคียงบนชั้น..
ได้หนังสือมาเล่มนึง (บอกแล้วจะโดนจับมั้ยวะตรู..- -")
วันนี้วันศุกร์ ไม่มีเรียน งิงิตื่นซะหลายโมงเลย
ไปตะแล๊ดแต๊ดแต๋กินอาหารเกาหลีกะอุ๋มอิ๋ม
ระหว่างกินข้าว มันก็ "ล่อลวง" เรา พร้อมบอกสรรพคุณว่า
..นี่แก เมื่อวันนั้นเราไป sex shop มาด้วยแหละมันไม่มีอะไรเลยนะแก เหมือนร้านของเล่นเลย..
เอ่อคือ..มันน่ากลัวนะอิ๋ม ชั้นไม่เข้าหรอกว่ะ
พอเดิน ๆ ไป..นี่แกๆๆๆ เข้ามั้ย ๆ ร้าน sex shop ที่โซโห
จะบ้าเหรอ !!!! ไม่เข้าเฟ้ย - -"
แล้วก็เดินไปที่ร้านหนังสือ Foyles ตรง Tottenham Court road
เดิน ๆ ดูหนังสือ อยู่ ๆ ก็อุตริไปดูหนังสือสอนภาษาไทย/พจนานุกรมไทย
ป๊าดดดดด หนังสือสอนภาษาไทยสำหรับ gay tourist o_O
ปกสีม่วงเชียว น่ากลัวมากมาย
คนเขียนเป็นคนไทยด้วยนะ เค้าบอกว่าเค้าเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับเพศที่สามน่ะ
- -"
อุตริอีกอย่างนึงก็คือ เดิน ๆ ไปเรื่อย ๆ ผ่านโซนหนังสือประวัติศาสตร์อังกฤษ
ไล่มาถึงเอเชีย ความคิดแว๊บ ๆ ก็โผล่ขึ้นมา ..เฮ้ย อยากอ่านหนังสือ The king never smiles ว่ะ
อิ๋มมันก็อยากด้วย แล้วพลันสายตาก็แว๊บไปเห็นพอดี
เล่มใหญ่พอสมควรเลยนะ ปกแข็ง ราคา 20 กว่าปอนด์ อิ๋มมันก็หยิบขึ้นมาดู
ส่วนเราก็ด้อม ๆ มอง ๆ หนังสือใกล้เคียงบนชั้น..
ได้หนังสือมาเล่มนึง (บอกแล้วจะโดนจับมั้ยวะตรู..- -")
Monday, January 28, 2008
Lumsum Day
กึ๋ย ๆ
วันนี้สถาปนาตัวเองว่าเป็น Lumsum Day หรือ ล่ำซำเดย์ ณ 27 มกรา 2551
ก็นะ..วันนี้ไปกิน Angus Steakhouse ที่เค้าว่าเป็นสเต็ก(chain)ที่อร่อยที่สุด
ยืนดูเมนู+ราคาหน้าร้านแล้วก็แบบว่า..เอ่อ..แอบแพงอ่ะ..
ปรึกษากะอิ๋ม กินดีไม่กินดีวะ
สุดท้ายก็ใจกล้าหน้าไม่ด้านเข้าไปนั่งในร้านซะเลย..
เราสั่ง Rip Eye Steak 10 oz. Medium rare (ราคา 14.95 ปอนด์ ป๊าด..เหงื่อตกซิก ๆ)
อิ๋มสั่ง Sirroin Steak 10 oz. Well done
แล้วก็เล็ง ๆ ดูน้ำจิ้ม ปรากฎว่า น้ำจิ้มถ้วยละ 1.5 ปอนด์ - -"
ไม่กินน้ำจิ้มก็ได้วะ เลยขอ ketchup แทน T_T
ตะลึงตึ๊งตึงยังไม่หมด เครื่องดื่มค่ะ เรายังไม่ได้สั่งเครื่องดื่มเลย
เห็นราคาแล้วก็ เฮือกกกกกกกกก.. 1 litre still water ตั้ง 4 ปอนด์ - -"
เหงื่อแตกซิก เหงื่อแตกซิก..
พออาหารมา ก็อร่อยสมราคาอ่ะ
ที่สำคัญ..พยายามกินน้ำให้หมดด้วย เพราะแพงอ่ะ ทำใจม่ายล่ายยยยยยย...
กินเสร็จ จ่ายตังค์ หมดไป 20 ปอนด์ (รวมทิป)
ลาขาดเลยนะจ๊ะ Angus 555+
หลังจากนั้น ก็ไปเดินย่อยที่ covent garden เป็นถนนช็อปปิ้งที่มีอะไรให้ดูให้ทำมากมาย
เดินได้ชิว ๆ เรื่อย ๆ พอเริ่มหายอิ่มอืด ก็ไปหาของหวานกินกัน
เดินไปเดินมา กลับไปกินไอติมร้านใกล้ ๆ Angus ซะงั้น - -"
ไอติมลูกใหญ่มากกกก
เป็น homemade แต่หวานไปหน่อย รสชาติประหลาด ๆ ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ ^^"
ไอติม 2 ลูก หมดไป 5.75 ปอนด์ กินไม่หมดด้วยแหละ อิ่มเกิน T_T
เดินทางกลับบ้านโดยอิ่มอืด - -"
หลังจากนี้ จะกลายเป็นยาจกซะแล้ว..
วันนี้สถาปนาตัวเองว่าเป็น Lumsum Day หรือ ล่ำซำเดย์ ณ 27 มกรา 2551
ก็นะ..วันนี้ไปกิน Angus Steakhouse ที่เค้าว่าเป็นสเต็ก(chain)ที่อร่อยที่สุด
ยืนดูเมนู+ราคาหน้าร้านแล้วก็แบบว่า..เอ่อ..แอบแพงอ่ะ..
ปรึกษากะอิ๋ม กินดีไม่กินดีวะ
สุดท้ายก็ใจกล้าหน้าไม่ด้านเข้าไปนั่งในร้านซะเลย..
เราสั่ง Rip Eye Steak 10 oz. Medium rare (ราคา 14.95 ปอนด์ ป๊าด..เหงื่อตกซิก ๆ)
อิ๋มสั่ง Sirroin Steak 10 oz. Well done
แล้วก็เล็ง ๆ ดูน้ำจิ้ม ปรากฎว่า น้ำจิ้มถ้วยละ 1.5 ปอนด์ - -"
ไม่กินน้ำจิ้มก็ได้วะ เลยขอ ketchup แทน T_T
ตะลึงตึ๊งตึงยังไม่หมด เครื่องดื่มค่ะ เรายังไม่ได้สั่งเครื่องดื่มเลย
เห็นราคาแล้วก็ เฮือกกกกกกกกก.. 1 litre still water ตั้ง 4 ปอนด์ - -"
เหงื่อแตกซิก เหงื่อแตกซิก..
พออาหารมา ก็อร่อยสมราคาอ่ะ
ที่สำคัญ..พยายามกินน้ำให้หมดด้วย เพราะแพงอ่ะ ทำใจม่ายล่ายยยยยยย...
กินเสร็จ จ่ายตังค์ หมดไป 20 ปอนด์ (รวมทิป)
ลาขาดเลยนะจ๊ะ Angus 555+
หลังจากนั้น ก็ไปเดินย่อยที่ covent garden เป็นถนนช็อปปิ้งที่มีอะไรให้ดูให้ทำมากมาย
เดินได้ชิว ๆ เรื่อย ๆ พอเริ่มหายอิ่มอืด ก็ไปหาของหวานกินกัน
เดินไปเดินมา กลับไปกินไอติมร้านใกล้ ๆ Angus ซะงั้น - -"
ไอติมลูกใหญ่มากกกก
เป็น homemade แต่หวานไปหน่อย รสชาติประหลาด ๆ ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ ^^"
ไอติม 2 ลูก หมดไป 5.75 ปอนด์ กินไม่หมดด้วยแหละ อิ่มเกิน T_T
เดินทางกลับบ้านโดยอิ่มอืด - -"
หลังจากนี้ จะกลายเป็นยาจกซะแล้ว..
Tuesday, January 22, 2008
เปิดเทอมวันแรกก็สายเชียวนะ - -"
เช้าวันอังคารที่ 22 มกราคม
วันเปิดภาคการศึกษาที่ 2..
มีเรียน 10 โมง
ดั๊นนนนน.. งัวเงียตื่นมาตอน 9.30 น.
อิ๊บอ๋ายแล้ว...จะทันมั้ยวะเนี่ย น่าสมเพชตัวเองจริง ๆ
นอนดึก ตื่นสายซะเคยตัว
จะว่าไป นาฬิกาชีวิตผิดพลาดตั้งแต่เริ่มปิดคริสต์มาสแล้วนะ
เดือนนึงได้ ที่นอนตอนเกือบย่ำรุ่ง ตื่นตอนบ่าย ไรเงี้ย
พอเปิดเทอม..เห็นผลทันตา
กระหืดกระหอบเอาน้ำลูบหน้า แปรงฟัน แต่งตัว แล้ววิ่งขึ้น tube
ไปถึงคนเต็มห้องเลย แต่ก็ยังดี ที่ไม่สาย 10 โมงเด๊ะ อาจารย์ก็ยังไม่มา ฮี่ๆๆๆๆ
เฮ้อ....
วันเปิดภาคการศึกษาที่ 2..
มีเรียน 10 โมง
ดั๊นนนนน.. งัวเงียตื่นมาตอน 9.30 น.
อิ๊บอ๋ายแล้ว...จะทันมั้ยวะเนี่ย น่าสมเพชตัวเองจริง ๆ
นอนดึก ตื่นสายซะเคยตัว
จะว่าไป นาฬิกาชีวิตผิดพลาดตั้งแต่เริ่มปิดคริสต์มาสแล้วนะ
เดือนนึงได้ ที่นอนตอนเกือบย่ำรุ่ง ตื่นตอนบ่าย ไรเงี้ย
พอเปิดเทอม..เห็นผลทันตา
กระหืดกระหอบเอาน้ำลูบหน้า แปรงฟัน แต่งตัว แล้ววิ่งขึ้น tube
ไปถึงคนเต็มห้องเลย แต่ก็ยังดี ที่ไม่สาย 10 โมงเด๊ะ อาจารย์ก็ยังไม่มา ฮี่ๆๆๆๆ
เฮ้อ....
Friday, January 18, 2008
Salsa dance @Havana, Fulham Broadway
ไหน ๆ อาทิตย์นี้มันก็ว่าง...แระ
เมื่อคืนเลยไปเปิดหูเปิดตาในผับเสียหน่อย อิอิ
ผับที่ไปนี้ชื่อ HAVANA อยู่แถว ๆ Fulham
เป็นผับแบบละติน ๆ น่ะ อุ๋มอิ๋มแนะนำว่าสนุก ก็เลยไปกัน
ไปถึงปุ๊บ ไม่กลัวอายเลยค่ะ
แบบว่าเค้ามีสอนเต้นกันที่ฟลอร์ เดี๊ยนก็ไปเรียนกะเค้าด้วย
สอนกันตรงนั้นแหละ เวลาเดินจะนับจังหวะ one-two-three five-six-seven
คุณเพลินก็เนียน ๆ ไป เอ้ออ สนุกดีแฮะ
จะได้เต้น salsa เป็นกะเค้าซะที (เบสิคได้แล้วนะเฟ้ยยย หุหุ)
พอครูสอนจบ เราก็กลับมานั่งที่โต๊ะ แล้วก็ไปที่บาร์
สั่ง สเมอร์นอฟ ไอซ์ มากินขวดนึง อืม มันเป็นอย่างงี้นี่เอง..
นั่งคุยกะเพื่อน ๆ สักครู่ ก็มีสาวเชียร์คอกเทล์มาที่โต๊ะ
(เหมือนสาวเชียร์เบียร์ แต่เค้าขายช็อตอ่ะ ช็อตละ 2-3 ปอนด์)
ได้แต่บอกว่า แหะ ๆ ไม่เอาค้าบบบบบบ อิอิ
สี่ทุ่มกว่าแระ อุ๋มอิ๋มเป็นซินเดอเรลล่า ต้องกลับหอก่อน
(เด๋วรถฟักทองกลายสภาพ)
เกิดอารมณ์ "ติดใจ"
อาทิตย์หน้าไปอีกๆๆๆๆ ^ ^
เมื่อคืนเลยไปเปิดหูเปิดตาในผับเสียหน่อย อิอิ
ผับที่ไปนี้ชื่อ HAVANA อยู่แถว ๆ Fulham
เป็นผับแบบละติน ๆ น่ะ อุ๋มอิ๋มแนะนำว่าสนุก ก็เลยไปกัน
ไปถึงปุ๊บ ไม่กลัวอายเลยค่ะ
แบบว่าเค้ามีสอนเต้นกันที่ฟลอร์ เดี๊ยนก็ไปเรียนกะเค้าด้วย
สอนกันตรงนั้นแหละ เวลาเดินจะนับจังหวะ one-two-three five-six-seven
คุณเพลินก็เนียน ๆ ไป เอ้ออ สนุกดีแฮะ
จะได้เต้น salsa เป็นกะเค้าซะที (เบสิคได้แล้วนะเฟ้ยยย หุหุ)
พอครูสอนจบ เราก็กลับมานั่งที่โต๊ะ แล้วก็ไปที่บาร์
สั่ง สเมอร์นอฟ ไอซ์ มากินขวดนึง อืม มันเป็นอย่างงี้นี่เอง..
นั่งคุยกะเพื่อน ๆ สักครู่ ก็มีสาวเชียร์คอกเทล์มาที่โต๊ะ
(เหมือนสาวเชียร์เบียร์ แต่เค้าขายช็อตอ่ะ ช็อตละ 2-3 ปอนด์)
ได้แต่บอกว่า แหะ ๆ ไม่เอาค้าบบบบบบ อิอิ
สี่ทุ่มกว่าแระ อุ๋มอิ๋มเป็นซินเดอเรลล่า ต้องกลับหอก่อน
(เด๋วรถฟักทองกลายสภาพ)
เกิดอารมณ์ "ติดใจ"
อาทิตย์หน้าไปอีกๆๆๆๆ ^ ^
Wednesday, January 16, 2008
ไปโรงบาล โรงบาลจริง ๆ #1
หลังจากที่เกิดอาการชาที่นิ้วก้อยและนิ้วนางข้างซ้ายมาร่วมสองเดือน
(ตายละหว่า จะสวมแหวนยังไง..แต่เอ..คงไม่ต้องมั้ง..สงสัยจะเคิ้น - -")
ถามหมอเก๋อแล้ว หมอเก๋อก็บอกว่า เป็นโรค ulnar nerv
ไป GP รักษาที่คลีนิคก็ไม่หาย คลีนิคส่งไปโรงพยาบาล
เพิ่งจะไปก็วันเนี้ย (เป็นมาสองเดือนแระ - -")
รพ. ที่ไปก็คือ The National Hospital For Neurology And Neurosurgery
อยู่แถว ๆ Russell Square ถิ่นเก่า ^ ^
เวลานัดตามใบนัดคือ 14.10 น. แต่กว่าจะได้เข้าพบหมอก็ปาเข้าไป 14.35 น.
แต่ไม่เป็นไร ให้อภัย เพราะหมอหน้าตาดี ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆ
หมอเค้าก็ถามประวัตินู่นนี่โน่นนั่น ตรวจประสาทหลายอย่าง
เช่น ให้เกร็งข้อมือ ข้อนิ้ว ไรเงี้ย พวกนี้ไม่ค่อยแปลกใจหรอก
เอาเข็มมาจิ้มแขน จิ้มนิ้ว ถามว่ารู้สึกมั้ย - -"
แต่นี่มีการตรวจสายตาด้วย แบบว่า มองเห็นบรรทัดล่างสุด (ตัวหนังสือเล็กสุด) มั้ย? เกี่ยวกันตรงไหนหว่า?
มีการตรวจเอาไฟฉายเล็ก ๆ มาส่องตาเราด้วย หน้าเรากะหน้าหมอแทบจะชิดกันอยู่แระ #^ ^#
หลังจากเช็คนู่นเช็คนี่แล้ว ก็สั่งให้เจาะเลือด T_T
เห็นในใบตรวจเลือด มีติ๊กเยอะแยะเลย ตรวจไรมั่งมะรู้ - -"
แล้วก็ให้ใบนัด แล้วก็จดหมาย ให้เราเป็นม้าเร็วไปให้หมอประจำตัวเราซะงั้น
((อ่านจดหมายแล้วหมอก็วินิจฉัยถูกนี่หว่า Ulnar Neuropathy เหมือนหมอเก๋อ
เด๊ะ แต่ทำไมไม่รักษาให้มันหาย ๆ ไปฟระ เป็นมา 2 เดือนแระ - -" ))
เราก็ไปเจาะเลือด ไอ่เราก็งอแงเหมือนตอนอยู่ไทยเดี๊ยะ ๆ
แต่พยาบาลไม่สนใจเลยว่ะค่ะ - -" งอแงไม่สำเร็จ T_T
เลยได้แต่กลั้นใจและหันหน้าไปทางอื่นตอนที่เค้าเจาะ
พอกลับมา เห็นหลอดที่ใช้เก็บตัวอย่างเลือดตั้ง 5-6 อันแน่ะ
เค้าบอกว่า เก็บเลือดเราไปแค่ 5 ช้อนโต๊ะ (ตั้ง 5 ช้อนโต๊ะแน่ะ !!!)
อ้อ หมอ((สุดหล่อ)) นัดตรวจในอีก 2 เดือนข้างหน้า วันที่ 18 มีนาคม น่ะ
เดินออกมาจากโรงพยาบาลก็โทรหาอุ๋มอิ๋ม
ไปกินข้าวเย็นกัน นั่งคุยกัน คุยไปคุยมา กลายเป็นติวอังกฤษให้มัน ฮาๆๆๆๆๆๆ
เต็มใจๆๆ อยากให้เพื่อนเก่ง ๆ เรื่องแค่นี้ จิ๊บจ๊อย ^ ^
กลับบ้านอย่างสวัสดิชิวตามเคย อิอิ
(ตายละหว่า จะสวมแหวนยังไง..แต่เอ..คงไม่ต้องมั้ง..สงสัยจะเคิ้น - -")
ถามหมอเก๋อแล้ว หมอเก๋อก็บอกว่า เป็นโรค ulnar nerv
ไป GP รักษาที่คลีนิคก็ไม่หาย คลีนิคส่งไปโรงพยาบาล
เพิ่งจะไปก็วันเนี้ย (เป็นมาสองเดือนแระ - -")
รพ. ที่ไปก็คือ The National Hospital For Neurology And Neurosurgery
อยู่แถว ๆ Russell Square ถิ่นเก่า ^ ^
เวลานัดตามใบนัดคือ 14.10 น. แต่กว่าจะได้เข้าพบหมอก็ปาเข้าไป 14.35 น.
แต่ไม่เป็นไร ให้อภัย เพราะหมอหน้าตาดี ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆ
หมอเค้าก็ถามประวัตินู่นนี่โน่นนั่น ตรวจประสาทหลายอย่าง
เช่น ให้เกร็งข้อมือ ข้อนิ้ว ไรเงี้ย พวกนี้ไม่ค่อยแปลกใจหรอก
เอาเข็มมาจิ้มแขน จิ้มนิ้ว ถามว่ารู้สึกมั้ย - -"
แต่นี่มีการตรวจสายตาด้วย แบบว่า มองเห็นบรรทัดล่างสุด (ตัวหนังสือเล็กสุด) มั้ย? เกี่ยวกันตรงไหนหว่า?
มีการตรวจเอาไฟฉายเล็ก ๆ มาส่องตาเราด้วย หน้าเรากะหน้าหมอแทบจะชิดกันอยู่แระ #^ ^#
หลังจากเช็คนู่นเช็คนี่แล้ว ก็สั่งให้เจาะเลือด T_T
เห็นในใบตรวจเลือด มีติ๊กเยอะแยะเลย ตรวจไรมั่งมะรู้ - -"
แล้วก็ให้ใบนัด แล้วก็จดหมาย ให้เราเป็นม้าเร็วไปให้หมอประจำตัวเราซะงั้น
((อ่านจดหมายแล้วหมอก็วินิจฉัยถูกนี่หว่า Ulnar Neuropathy เหมือนหมอเก๋อ
เด๊ะ แต่ทำไมไม่รักษาให้มันหาย ๆ ไปฟระ เป็นมา 2 เดือนแระ - -" ))
เราก็ไปเจาะเลือด ไอ่เราก็งอแงเหมือนตอนอยู่ไทยเดี๊ยะ ๆ
แต่พยาบาลไม่สนใจเลยว่ะค่ะ - -" งอแงไม่สำเร็จ T_T
เลยได้แต่กลั้นใจและหันหน้าไปทางอื่นตอนที่เค้าเจาะ
พอกลับมา เห็นหลอดที่ใช้เก็บตัวอย่างเลือดตั้ง 5-6 อันแน่ะ
เค้าบอกว่า เก็บเลือดเราไปแค่ 5 ช้อนโต๊ะ (ตั้ง 5 ช้อนโต๊ะแน่ะ !!!)
อ้อ หมอ((สุดหล่อ)) นัดตรวจในอีก 2 เดือนข้างหน้า วันที่ 18 มีนาคม น่ะ
เดินออกมาจากโรงพยาบาลก็โทรหาอุ๋มอิ๋ม
ไปกินข้าวเย็นกัน นั่งคุยกัน คุยไปคุยมา กลายเป็นติวอังกฤษให้มัน ฮาๆๆๆๆๆๆ
เต็มใจๆๆ อยากให้เพื่อนเก่ง ๆ เรื่องแค่นี้ จิ๊บจ๊อย ^ ^
กลับบ้านอย่างสวัสดิชิวตามเคย อิอิ
Tuesday, January 01, 2008
สวัสดีปีใหม่ 2551
ผ่านมาอีกปีแล้วสินะ ปีนี้ปีหนู จะเป็นหนูทอง หรือหนูไฟวะเนี่ย..
ท่าทางจะได้หนูไฟว่ะค่ะ เพราะป๋าหมากเป็นนายก ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ปีใหม่นี้จะว่าไปก็พูดได้เต็มปากว่า ไม่ใคร่จะสนุกเอาเสียเลย เศร้าจะตาย
แหม่ จะสนุกได้ยังไงล่ะ หนังสือกองเท่าภูเขารอให้อ่านอยู่ จะสอบมะรอมมะร่ออยู่แระ T_T
เอาน่า สอบก่อน อย่างอื่นว่ากันทีหลัง
ปีใหม่นี้จะว่าไปก็พูดได้เต็มปากว่า ไม่ใคร่จะสนุกเอาเสียเลย เศร้าจะตาย
แหม่ จะสนุกได้ยังไงล่ะ หนังสือกองเท่าภูเขารอให้อ่านอยู่ จะสอบมะรอมมะร่ออยู่แระ T_T
เอาน่า สอบก่อน อย่างอื่นว่ากันทีหลัง
จะยังไงก็แล้วแต่ เราเป็นคนไทย จะไม่สวัสดีปีใหม่มันก็กระไรอยู่..
สวัสดีปีใหม่ทุก ๆ คนนะ
จะคิดจะทำอะไรก็ขอให้สำเร็จลุล่วง สุขภาพแข็งแรง ให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคนนะ
Monday, December 31, 2007
ไม่มีเวลา หรือว่า ขี้เกียจ??
เฮ้อๆๆๆๆๆ
ชักขี้เกียจแฮะ หรือว่าไม่มีเวลาหว่า??
อัพบล็อคน้อยลงทุกที ๆ
แต่เราก็ไม่แปลกนะ เพราะพอไปดูของเพื่อน ๆ เค้าก็ไม่ค่อยอัพกัน 555
ชักขี้เกียจแฮะ หรือว่าไม่มีเวลาหว่า??
อัพบล็อคน้อยลงทุกที ๆ
แต่เราก็ไม่แปลกนะ เพราะพอไปดูของเพื่อน ๆ เค้าก็ไม่ค่อยอัพกัน 555
Sunday, December 30, 2007
เบี่ย !
ว่างเว้นจากการเขียนบล็อคไปนานแสนนานนนนน..
เข้ามาอีกทีก็..นะ
ไม่มีอะไรหรอก เข้ามาบ่น - -"
เบื่อหนังสือ เบื่อห้องสี่เหลี่ยม ๆ
แต่ไม่เบื่อเตียง ^^"
อีกอาทิตย์เดียวจะสอบแล้วเนี่ย
ยังไม่ถึงไหนเล้ยยยยยย
ตรูจะรอดม้ายยยยยยย?????
เข้ามาอีกทีก็..นะ
ไม่มีอะไรหรอก เข้ามาบ่น - -"
เบื่อหนังสือ เบื่อห้องสี่เหลี่ยม ๆ
แต่ไม่เบื่อเตียง ^^"
อีกอาทิตย์เดียวจะสอบแล้วเนี่ย
ยังไม่ถึงไหนเล้ยยยยยย
ตรูจะรอดม้ายยยยยยย?????
Monday, September 04, 2006
ขอโทษ .. น้องคอม..
Sunday, September 03, 2006
Happy Birthday to PAN
Happy Birthday
มีความสุขมาก ๆ นะจ๊ะ
ขอให้ทำข้อสอบได้
สุขสมหวัง ตลอดปี และตลอดไป
คิดถึงมากมาย...
มีความสุขมาก ๆ นะจ๊ะ
ขอให้ทำข้อสอบได้
สุขสมหวัง ตลอดปี และตลอดไป
คิดถึงมากมาย...
What Pattern Is Your Brain?
You have a dreamy mind, full of fancy and fantasy.
You have the ability to stay forever entertained with your thoughts.
People may say you're hard to read, but that's because you're so internally focused.
But when you do share what you're thinking, people are impressed with your imagination.
You have the ability to stay forever entertained with your thoughts.
People may say you're hard to read, but that's because you're so internally focused.
But when you do share what you're thinking, people are impressed with your imagination.
Monday, August 28, 2006
ว่าด้วยเรื่องคุณติ๊ก (นามสมมติ)
เมื่อเช้านี้ ขณะที่อะฮั้นตื่นแล้ว แต่ยังไม่มีสติสัมปชัญญะดีเท่าไร ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
เอ๊ะ ใครโทรมาวะ ถ้าคนใน UK โทรมามันต้องเป็นเพลง lonely ดิ
เลยรับด้วยน้ำเสียงกระแดะสุดฤทธ์ "หั่นโล่ว์ว์ว์ว์"
ปรากฎว่า เป็นคุณติ๊กโทรมาค่ะ โทรมาชวนอะฮั้นออกไปหลั่นล้า
ตอนแรกกะจะชวนไป Notting Hill gate carnivals บอกให้มันขึ้น tube ไปลงที่ Notting Hill gate มันก็ไปไม่เป็น
ชั้นก็เลยต้องไปหามันถึง wimbledon ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงแน่ะ จะกลับเลยก็กะไรอยู่ ไปถึงปุ๊บก็ไปหาไรกินกัน
ตัดสินใจไปกินร้านอาหารไทยกัน ถือว่า ปล่อยผี เพราะทำกับข้าวกินเองมาหลายมื้อละ เปลี่ยนบรรยากาศมั่ง
เสร็จแล้ว คุณติ๊กก็เดินชะเง้อชะแง้ ด้วยฤทธิ์ของ SALE ทำให้เธอตรงเข้าร้านนั้นร้านนี้ได้อย่างว่องไว
คุณเพลินก็ได้แต่ เอ่อ.. ถือของให้คุณอ่ะค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ เล็กน้อย ๆ
แล้วก็เลยพาคุณติ๊กไปร้านขายของไทย ๆ ที่ Earl's Court
ทีนี้ล่ะ คุณติ๊กไม่มี Oyster Card ทำให้การเดินทางสะดุดเล็กน้อย
แถมที่ wimbledon ก็ไม่มีอีก แบบว่าหมดสต๊อกน่ะ
แต่สุดท้ายก็ไปถึง Earl's court จนได้ พามันไปรู้จักไว้ หุหุ
พาไปซื้อ Oyster card และสอนคุณติ๊กใช้เล็กน้อย
แล้วก็ เดินเล่นแถวนั้น คุณติ๊กก็ได้ของติดไม้ติดมือ(พะรุงพะรัง) กลับมา
ส่งคุณติ๊กกลับ wimbledon ด้วยความปลอดภัย ชะเอิงเอย
อาทิตย์หน้าเจอกันอีกเว้ยเฮ้ย...
ปล. รู้ยังว่าคุณติ๊กคือใคร อิอิ
เอ๊ะ ใครโทรมาวะ ถ้าคนใน UK โทรมามันต้องเป็นเพลง lonely ดิ
เลยรับด้วยน้ำเสียงกระแดะสุดฤทธ์ "หั่นโล่ว์ว์ว์ว์"
ปรากฎว่า เป็นคุณติ๊กโทรมาค่ะ โทรมาชวนอะฮั้นออกไปหลั่นล้า
ตอนแรกกะจะชวนไป Notting Hill gate carnivals บอกให้มันขึ้น tube ไปลงที่ Notting Hill gate มันก็ไปไม่เป็น
ชั้นก็เลยต้องไปหามันถึง wimbledon ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงแน่ะ จะกลับเลยก็กะไรอยู่ ไปถึงปุ๊บก็ไปหาไรกินกัน
ตัดสินใจไปกินร้านอาหารไทยกัน ถือว่า ปล่อยผี เพราะทำกับข้าวกินเองมาหลายมื้อละ เปลี่ยนบรรยากาศมั่ง
เสร็จแล้ว คุณติ๊กก็เดินชะเง้อชะแง้ ด้วยฤทธิ์ของ SALE ทำให้เธอตรงเข้าร้านนั้นร้านนี้ได้อย่างว่องไว
คุณเพลินก็ได้แต่ เอ่อ.. ถือของให้คุณอ่ะค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ เล็กน้อย ๆ
แล้วก็เลยพาคุณติ๊กไปร้านขายของไทย ๆ ที่ Earl's Court
ทีนี้ล่ะ คุณติ๊กไม่มี Oyster Card ทำให้การเดินทางสะดุดเล็กน้อย
แถมที่ wimbledon ก็ไม่มีอีก แบบว่าหมดสต๊อกน่ะ
แต่สุดท้ายก็ไปถึง Earl's court จนได้ พามันไปรู้จักไว้ หุหุ
พาไปซื้อ Oyster card และสอนคุณติ๊กใช้เล็กน้อย
แล้วก็ เดินเล่นแถวนั้น คุณติ๊กก็ได้ของติดไม้ติดมือ(พะรุงพะรัง) กลับมา
ส่งคุณติ๊กกลับ wimbledon ด้วยความปลอดภัย ชะเอิงเอย
อาทิตย์หน้าเจอกันอีกเว้ยเฮ้ย...
ปล. รู้ยังว่าคุณติ๊กคือใคร อิอิ
Nando's
หลังจากที่คราวที่แล้วไปกิน nando's แล้ว สั่งไก่ฮ็อตไป ไม่รู้สึกถึงความเผ็ดเลยแม้แต่น้อย
เมื่อวานไปกิน Nando's มาล่ะ ไปกินกับ พี่กิต พี่โบ Tomo, Aki และ Asishi คราวนี้สั่ง Extra Hot ไป ก็ไม่เผ็ดอยู่ดีอ่ะแหละ พวกเด็กญี่ปุ่นมันงงกัน ว่าไม่เผ็ดกันเลยหรอ เพราะคราวที่แล้วที่พวกเค้ามากิน(เราไม่ได้ไป) เค้าสั่ง extra hot แล้วก็นั่งกินแบบร้องไห้ น้ำตาไหล หน้าแดง จากที่สั่งเครื่องดื่มเป็นน้ำเปล่า เลยต้องลุกไปสั่งเป๊บซี่รีฟิลมาเลย(อันนี้พี่กิตเล่าให้ฟัง)
คราวหน้าจะสั่งอย่างอื่นที่มันเผ็ด ๆ เอาแบบสะจาย ๆ ไปเลย
ออกไปกินตั้งแต่สี่โมงเย็น แล้วก็ว่าจะดูหนังเรื่อง You, Me and Dupree ต่อ แบบว่า กินเสร็จเร็วน่ะ พวกผู้ชายเลยนั่งเล่นติงต๊องกันในร้าน นี่โต ๆ กันแล้วนะ ยังเล่น "ปล่อยพลังคลื่นเต่า" เล่นเอาท้องแข็งไปเลยอ่ะ หัวเราะไม่หยุด แบบว่ามันขำน่ะ ไอ้พลังคลื่นเต่าที่มันเป็นสากลจริง ๆ เลย เล่นกันทั้งภาษาญี่ปุ่น ภาษาไทย และก็ภาษาจีน ก็เลยเดินเล่นแถวนั้น พร้อมๆ กับปล่อยพลังคลื่นเต่าไปด้วย แล้วก็เข้าร้านเกม ไปจับปืนแล้วยิงเล่นแป๊บนึง เหอ ๆ ก็สนุกดีเหมือนกันนะ อิอิ แล้วเราก็เดินไปที่โรงหนัง N1 center กัน
พอไปที่โรงหนัง ก็ซื้อไอติมกิน แล้วเราก็เดินเข้าโรงหนัง จึงได้พบสัจธรรมว่า ตั๋วหนังที่นี่เนี่ย มันไม่มีเลขที่นั่งให้เฟ้ย เพราะฉะนั้นเนี่ย ตูดใครตูดมัน มาก่อนได้ก่อน เลือกนั่งบนสุดเลยอ่ะ พฤติกรรมการเลือกที่นั่งนี่แปลกดี ไม่มีใครเลือกข้างบนเลยอ่ะ อืม อีกเรื่องนึง เก้าอี้เอนไม่ได้...แข็งโป๊กเลย สู้เมืองไทยก็ไม่ได้
ออกมาจากโรง หนังไม่ได้สนุกอย่างที่คิดไว้ และอย่างที่พี่โบโม้เอาไว้...
เมื่อวานไปกิน Nando's มาล่ะ ไปกินกับ พี่กิต พี่โบ Tomo, Aki และ Asishi คราวนี้สั่ง Extra Hot ไป ก็ไม่เผ็ดอยู่ดีอ่ะแหละ พวกเด็กญี่ปุ่นมันงงกัน ว่าไม่เผ็ดกันเลยหรอ เพราะคราวที่แล้วที่พวกเค้ามากิน(เราไม่ได้ไป) เค้าสั่ง extra hot แล้วก็นั่งกินแบบร้องไห้ น้ำตาไหล หน้าแดง จากที่สั่งเครื่องดื่มเป็นน้ำเปล่า เลยต้องลุกไปสั่งเป๊บซี่รีฟิลมาเลย(อันนี้พี่กิตเล่าให้ฟัง)
คราวหน้าจะสั่งอย่างอื่นที่มันเผ็ด ๆ เอาแบบสะจาย ๆ ไปเลย
ออกไปกินตั้งแต่สี่โมงเย็น แล้วก็ว่าจะดูหนังเรื่อง You, Me and Dupree ต่อ แบบว่า กินเสร็จเร็วน่ะ พวกผู้ชายเลยนั่งเล่นติงต๊องกันในร้าน นี่โต ๆ กันแล้วนะ ยังเล่น "ปล่อยพลังคลื่นเต่า" เล่นเอาท้องแข็งไปเลยอ่ะ หัวเราะไม่หยุด แบบว่ามันขำน่ะ ไอ้พลังคลื่นเต่าที่มันเป็นสากลจริง ๆ เลย เล่นกันทั้งภาษาญี่ปุ่น ภาษาไทย และก็ภาษาจีน ก็เลยเดินเล่นแถวนั้น พร้อมๆ กับปล่อยพลังคลื่นเต่าไปด้วย แล้วก็เข้าร้านเกม ไปจับปืนแล้วยิงเล่นแป๊บนึง เหอ ๆ ก็สนุกดีเหมือนกันนะ อิอิ แล้วเราก็เดินไปที่โรงหนัง N1 center กัน
พอไปที่โรงหนัง ก็ซื้อไอติมกิน แล้วเราก็เดินเข้าโรงหนัง จึงได้พบสัจธรรมว่า ตั๋วหนังที่นี่เนี่ย มันไม่มีเลขที่นั่งให้เฟ้ย เพราะฉะนั้นเนี่ย ตูดใครตูดมัน มาก่อนได้ก่อน เลือกนั่งบนสุดเลยอ่ะ พฤติกรรมการเลือกที่นั่งนี่แปลกดี ไม่มีใครเลือกข้างบนเลยอ่ะ อืม อีกเรื่องนึง เก้าอี้เอนไม่ได้...แข็งโป๊กเลย สู้เมืองไทยก็ไม่ได้
ออกมาจากโรง หนังไม่ได้สนุกอย่างที่คิดไว้ และอย่างที่พี่โบโม้เอาไว้...
Thursday, August 24, 2006
Cold down..
These days, the weather seems to cold down and be windy with a cloudy sky(ready to rain all time). So, it's a perfect environment to sleep
The firsk task in this session (International Business) is Presentation in area of International business.
As a relatively experienced student in the class, a pair-work presentation is not a problem for me.
I have to do a 2-week project preparation and I wonder that it's a 10-minute presentation,why you give such lot of time.. hehe
I choose a topic that I had done before la' because we can serching for the information easily through the internet. Some of students choose to do a study on comparison of something between their different countries. I think it's difficult because it's hard to find this kind of information here.
Tomorrow I have afternoon free time, just tomorrow, not every friday..
I have heard about a Thai movie coming soon. ' Season Change ' I want to see ahhhhhhhhhhhh.... and also Nitade stage drama . -_-"
Season changes, take care na everybody.
ps. Today I have drunk the only one Oishi Green Tea that I brought from Thailand. How fresh I am !!! 'U'
The firsk task in this session (International Business) is Presentation in area of International business.
As a relatively experienced student in the class, a pair-work presentation is not a problem for me.
I have to do a 2-week project preparation and I wonder that it's a 10-minute presentation,why you give such lot of time.. hehe
I choose a topic that I had done before la' because we can serching for the information easily through the internet. Some of students choose to do a study on comparison of something between their different countries. I think it's difficult because it's hard to find this kind of information here.
Tomorrow I have afternoon free time, just tomorrow, not every friday..
I have heard about a Thai movie coming soon. ' Season Change ' I want to see ahhhhhhhhhhhh.... and also Nitade stage drama . -_-"
Season changes, take care na everybody.
ps. Today I have drunk the only one Oishi Green Tea that I brought from Thailand. How fresh I am !!! 'U'
Monday, August 21, 2006
Guilty PaY - LiN
According to one of my friend's space, Gap, I feel very guilty that I'm studying abroad but always write in Thai. hehe
Read it very carefully...
I got up early this morning to prepare and cook for my lunch ah.. I cooked ' Kai Kratiam Prikthai ' for my lunch.
Today is the first day of the third block, my second block, I have chosen to study International Business.
I arrived the college at 9.30 this morning. There are many people choosing International Business. When I arrived and looked for the G52 room, I met my last block teacher whom I like very much. She called me and asked if I was looking for the G52 room. I was a little bit surprised. When all students were in the room, I saw my lovely teacher. 'She's gonna teach me' I prayed.
Lucky me. I was interviewed by her and in her class despite 3 other teachers. The teacher brought new students touring around the campus(I didn't need to) so I went to have my lunch. Then I went to the computer room, and got mad with it. There are many Asian languges,Chinese, Japanese, Korean, Arabic but not Thai so I can't type in Thai ahh. Furthermore, it doesn't allow me to right click. I have to use keyboard command instead. And the worst, you can't install anything into the computer, even try to access My Computer.
The first class today is quite heavy. The lecturer speaks in very low tone. and today's homework is a 7-page reading la. It's going to be heavier and heavier...
but I can...
FIGHT !!
Read it very carefully...
I got up early this morning to prepare and cook for my lunch ah.. I cooked ' Kai Kratiam Prikthai ' for my lunch.
Today is the first day of the third block, my second block, I have chosen to study International Business.
I arrived the college at 9.30 this morning. There are many people choosing International Business. When I arrived and looked for the G52 room, I met my last block teacher whom I like very much. She called me and asked if I was looking for the G52 room. I was a little bit surprised. When all students were in the room, I saw my lovely teacher. 'She's gonna teach me' I prayed.
Lucky me. I was interviewed by her and in her class despite 3 other teachers. The teacher brought new students touring around the campus(I didn't need to) so I went to have my lunch. Then I went to the computer room, and got mad with it. There are many Asian languges,Chinese, Japanese, Korean, Arabic but not Thai so I can't type in Thai ahh. Furthermore, it doesn't allow me to right click. I have to use keyboard command instead. And the worst, you can't install anything into the computer, even try to access My Computer.
The first class today is quite heavy. The lecturer speaks in very low tone. and today's homework is a 7-page reading la. It's going to be heavier and heavier...
but I can...
FIGHT !!
Thursday, August 17, 2006
ดีใจ และ ภูมิใจ ที่เป็นคนไทย
วันนี้ไปมหาลัยแต่เช้าล่ะ เมื่อคืนก็นอนซะดึก เตรียมพรีเซนต์
กะว่าจะใส่เสื้อเหลืองซะหน่อย ให้เข้ากับบรรยากาศประวัติศาสตร์ไทย
แบบว่าจะไปใช้คอม แต่ใช้ไม่ได้ จะปรินท์รูปที่จะใช้พรีเซนต์อ่า
ก็วันนี้มีพรีเซนต์ The history of Thailand ล่ะ ตื่นเต้นเหมือนกัน แบบว่า ภายในเวลาอันน้อยนิดเนี่ย ตื่นเต้นก็ตื่นเต้น แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดีล่ะ
อาจารย์คอมเม้นต์ว่า pronunciation is clear แต่ว่า ให้ปรับปรุงจังหวะให้เหมือนคนอังกฤษหน่อย เง่อ..ไม่ใช่ง่าย ๆ นะเฟ้ย..
พรีเซนต์ไปก็ภูมิใจไปล่ะ ภูมิใจที่ชาติของเราไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร เพื่อน ๆ และอาจารย์เค้าทึ่งกันมาก
really.. why..??
เราก็บอกว่า เรามีวิธีการทางการทูตที่ดีอ่ะ King ของเราเสด็จเยือนประเทศตะวันตกออกบ่อย
แล้วอาจารย์เค้าก็ถามคำถามนึง เกี่ยวกับ " Anna and the King" เราเข้าใจนะ ว่าเค้าถามอะไร แต่เราไม่รู้จะตอบไงดีอ่ะ
เราก็บอกเค้าเพียงว่า ก็คิดดูเอาเองนะ ว่าหลังจากหนังเรื่องนี้เข้าฉาย ก็ถูกแบนทันที ดีวีดงดีวีดีกลายเป็นของผิดกฏหมายไป
เราเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์มาก ๆ เลย เค้าก็เข้าใจ..
ตอนพรีเซนต์เสร็จ ได้รับเสียงปรบมือนานดี แอบดีใจ ^^
วันนี้ตอนเย็น ทำอาหารไทยให้เพื่อน ๆ กินกันล่ะ ตัดสินใจทำไข่เจียวหัวหอม กับ แกงเขียวหวานไก่ แล้วก็ข้าวสวยร้อน ๆ วันนี้เพื่อนร่วมโต๊ะอาหารเป็นเด็กญี่ปุ่นทั้งสิ้น 4 คน รวมเราอีก 1 คน กินกันอย่างสนุกสนานและเอร็ดอร่อย ดีใจอ่ะ ที่เค้าชอบอาหารไทย และที่สำคัญ เราลองให้เค้ากินน้ำพริกเผากะไข่เจียวล่ะ โอ้โห ติดใจกันใหญ่ จนน้ำพริกเผาเราหมดไปครึ่งขวด ^^" เค้าถามว่า อร่อยภาษาไทยว่าไง เราก็สอนเค้าพูด ลองนึกภาพดูดิ เด็กญี่ปุ่นพูดตามเรา พร้อมๆ กัน 4 คน เหมือนเด็ก ๆ เลยอ่า น่ารักจัง..
สรุปว่าวันนี้ ก็เป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่ง รู้สึกดีจัง..
ปล. นับไปนับมา อีกอาทิตย์เดียวก็จะครบเดือนแล้วนะ ที่มาอยู่ที่นี่ เวลาผ่านไปเร็วจังเลย..
กะว่าจะใส่เสื้อเหลืองซะหน่อย ให้เข้ากับบรรยากาศประวัติศาสตร์ไทย
แบบว่าจะไปใช้คอม แต่ใช้ไม่ได้ จะปรินท์รูปที่จะใช้พรีเซนต์อ่า
ก็วันนี้มีพรีเซนต์ The history of Thailand ล่ะ ตื่นเต้นเหมือนกัน แบบว่า ภายในเวลาอันน้อยนิดเนี่ย ตื่นเต้นก็ตื่นเต้น แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดีล่ะ
อาจารย์คอมเม้นต์ว่า pronunciation is clear แต่ว่า ให้ปรับปรุงจังหวะให้เหมือนคนอังกฤษหน่อย เง่อ..ไม่ใช่ง่าย ๆ นะเฟ้ย..
พรีเซนต์ไปก็ภูมิใจไปล่ะ ภูมิใจที่ชาติของเราไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร เพื่อน ๆ และอาจารย์เค้าทึ่งกันมาก
really.. why..??
เราก็บอกว่า เรามีวิธีการทางการทูตที่ดีอ่ะ King ของเราเสด็จเยือนประเทศตะวันตกออกบ่อย
แล้วอาจารย์เค้าก็ถามคำถามนึง เกี่ยวกับ " Anna and the King" เราเข้าใจนะ ว่าเค้าถามอะไร แต่เราไม่รู้จะตอบไงดีอ่ะ
เราก็บอกเค้าเพียงว่า ก็คิดดูเอาเองนะ ว่าหลังจากหนังเรื่องนี้เข้าฉาย ก็ถูกแบนทันที ดีวีดงดีวีดีกลายเป็นของผิดกฏหมายไป
เราเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์มาก ๆ เลย เค้าก็เข้าใจ..
ตอนพรีเซนต์เสร็จ ได้รับเสียงปรบมือนานดี แอบดีใจ ^^
วันนี้ตอนเย็น ทำอาหารไทยให้เพื่อน ๆ กินกันล่ะ ตัดสินใจทำไข่เจียวหัวหอม กับ แกงเขียวหวานไก่ แล้วก็ข้าวสวยร้อน ๆ วันนี้เพื่อนร่วมโต๊ะอาหารเป็นเด็กญี่ปุ่นทั้งสิ้น 4 คน รวมเราอีก 1 คน กินกันอย่างสนุกสนานและเอร็ดอร่อย ดีใจอ่ะ ที่เค้าชอบอาหารไทย และที่สำคัญ เราลองให้เค้ากินน้ำพริกเผากะไข่เจียวล่ะ โอ้โห ติดใจกันใหญ่ จนน้ำพริกเผาเราหมดไปครึ่งขวด ^^" เค้าถามว่า อร่อยภาษาไทยว่าไง เราก็สอนเค้าพูด ลองนึกภาพดูดิ เด็กญี่ปุ่นพูดตามเรา พร้อมๆ กัน 4 คน เหมือนเด็ก ๆ เลยอ่า น่ารักจัง..
สรุปว่าวันนี้ ก็เป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่ง รู้สึกดีจัง..
ปล. นับไปนับมา อีกอาทิตย์เดียวก็จะครบเดือนแล้วนะ ที่มาอยู่ที่นี่ เวลาผ่านไปเร็วจังเลย..
Subscribe to:
Posts (Atom)



