Tuesday, September 09, 2008

พี่น้องร้องเพลง ใน ลอนดอน

เมื่อคืนได้มีโอกาสไปดูคอนเสิร์ตอัสนีวสันต์ ที่จัดขึ้นเนื่องในโอกาสสิงห์ครบรอบ 75 ปี
งานนี้จัดขึ้นที่ Wembley Arena, London

พอรู้ข่าวว่าจะสิงห์จะจัดคอนเสิร์ตอัสนีวสันต์ในลอนดอน
เราก็รีบเข้าไปลงชื่อขอบัตรฟรีเลยทีเดียว
ก็ทำใจไว้ระดับหนึ่งแล้วแหละ ว่าคงไม่ได้ เพราะเราไม่เคยมีโชคเรื่องพวกนี้เลย
แบบว่า ถอดใจไปแล้ว เพราะทางผู้จัดงานบอกว่า เค้าต้องจัดสรรบัตรให้กับทางร้านอาหารไทยก่อน (เพราะร้านอาหารเค้าขายเบียร์สิงห์) แล้วจึงจัดสรรให้ประชาชนรายย่อย..
ดวงก็ไม่ค่อยจะมีกะเค้า แต่อยากดู ทำไงได้ล่ะ..

ประมาณหนึ่งเดือนต่อมา.. เป็นช่วงที่เราทำ dissertation
พี่ที่บ้านเอาซองจดหมายมาให้ โฮ้ยยยย ดีใจสุด ๆ
ทำเอาหยุดทำ dissertation ไปหลายชั่วโมงเทียว
ในใจก็คิด..ถ้าไม่ได้บัตรเอง คงต้องไปหาทางได้มาให้ได้ - -"

พอได้บัตรปุ๊บ ก็โทรชวนเพื่อนมา มันดีใจมากกกก รีบตอบตกลงเลยทีเดียว
นัดแนะกันอย่างดี ประมาณว่า ลงสถานีมาปุ๊บ นัดเจอกันที่ wembley arena เลย

เอาล่ะ ได้เพื่อนดูแระ ทีนี้ก็เร่งทำ dissertation ให้เสร็จ รีบส่งๆๆ





นัดกับหลินไว้ว่า 6 โมงเจอกันที่ Wembley เลย
พอ 4 โมง เพื่อนโทรมา เราก็นึกว่ามันกะลังจะขึ้นรถไฟเข้าลอนดอน (มันอยู่ ตจว.) ปรากฎว่า มันไม่สบาย หน้ามืด อาเจียน คาสถานีรถไฟต้นทาง
รู้สึกสงสารมัน และเสียดายแทนมันจริง ๆ

บัตรเลยว่าง 1 ใบ โฮะๆๆๆ


คอนเสิร์ตนี้จัดขึ้นที่ Wembley Arena ใกล้ ๆ กับ Wembley Stadium




เล่าย้อนไปนิดนึง ตอนแรกกะว่าจะจัดที่ brixton แต่เอาไปเอามา เปลี่ยนเป็น wembley
ตกใจมาก เพราะมันใหญ่มาก ใครได้จัดที่ wembley นี่ถือว่าเจ๋งสุด ๆ
แต่ก็เชื่อว่า อัสนี-วสันต์ ซะอย่าง ทำได้อยู่แล้ว


ใครที่เคยดูฟุตบอล หรือเคยไป คงรู้ว่า มันใหญ่มากกกกก




ไม่ต้องดูรูปคนก็ได้นะ ดูสเตเดี้ยมอย่างเดียวพอ - -"

หันหลังไปก็เป็น Wembley Arena
เรานัดกะพี่ป้อมพี่โต๊ะไว้ที่นี่ ^___^

Ticket and the arena





ประตูเปิด 6 โมงนิด ๆ มีการแยกแถวบัตรนั่ง และบัตรยืน
ต้องแยกกันเพื่อติด wristband ให้คนที่เป็นบัตรยืน (เพราะข้างในจะมีการแยกโซนนั่งโซนยืนชัดเจน)
จำนวนบัตรนั่งจะเยอะกว่าบัตรยืน เพราะบัตรนั่งเค้าไว้สมนาคุณให้ร้านอาหารไทย(ที่ขายเบียร์สิงห์)
ส่วนบัตรยืนจะเป็นพวกชาวบ้านรายย่อย (อย่างเราเป็นต้น)
..คอนเสิร์ตบัตรนั่งจะไปสนุกอะไร..จริงมั้ย..

เข้าไปประตูใต้ภาพพี่ป้อมพี่โต๊ะที่เห็นไกล ๆ นั่น
ก็เข้าไปเซ็นต์ชื่อที่บอร์ด
" ดีใจมาก ๆ
Thanks
- เพลิน - "





หยิบโปสการ์ดที่ระลึก (รูปเดียวกะทางเข้าด้านหน้าน่ะแหละ)


สักพัก เค้าก็อนุญาตให้เข้าไปใน hall ได้





ในฮอลล์โล่งมากกก เพราะเรามาเร็ว
สักพักคนก็ทยอยกันเข้ามา



ฮอลล์ใหญ่มากกกก ไม่รู้ว่าใหญ่กว่าอิมแพ็คหรือเปล่า เพราะไม่เคยไปอิมแพ็ค

คนยังไม่เยอะ มีการลองไฟวิบ ๆ วับ ๆ พอเป็นพิธี



คนเยอะแล้ว เนื่องจากได้เวลาแสดง แต่การแสดงยังไม่แสดง (งงมั้ย ฮ่าาา)
ก็ในตั๋วบอก ประตูเปิดหกครึ่ง เริ่มแสดงสองทุ่ม
สองทุ่มยังไม่เห็นใครโผล่มาที่เวทีเลย เห็นแต่เด็ก backstage





พิธีกรคู่แรกโผล่มาตอนสองทุ่มครึ่ง
ออกมากันคนเบื่อ ออกมาบิ๊วคนไทยหัวใจสิงห์

โบ๊ต วิบูลย์นันท์ กะใครอีกคนไม่รู้จัก





พิธีกร "ที่นี่หมอชิต" บุกลอนดอน
เรียกเสียงกรี๊ดได้มากมาย (กรี๊ดพี่ดู๋ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด)
กรี๊ดพี่ดู๋นี่แหละ เพราะไม่คิดว่าจะมาด้วย
นุ่นเค้ามาเพราะเค้าเป็นแฟนต๊อด ทายาทสิงห์ หุหุ

นุ่น วรนุช บอกว่า ลงเครื่องบินมา อากาศที่นี่ดีจังเลย
ได้รับเสียงโห่จากคนรอบฮอลล์ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า อากาศที่นี่เลวร้ายมาก - -"

ส่วนพี่ดู๋ ปล่อยมุข "ผมลงมาฮีทโทรว์ นึกว่าอยู่เมืองบอมเบย์" (ปัจจุบันคือเมืองมุมไบ)
นุ่น "ทำไมละคะ"
ดู๋ "ออกมาปุ๊บ เจอแต่แขก"
หัวเราะเฮกันลั่นฮอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


ต่อไปเป็นพิธีการ
กล่าวเชิญท่านทูตไทยประจำกรุงลอนดอน
กล่าวเชิญกรรมการบริหารสิงห์คอร์ปอเรชั่น

และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ประกาศศักดาดังลั่น wembley




โปรดสังเกต
ถ่ายรูปได้ใกล้ขนาดนี้ ต้องอยู่ติดขอบเวทีเจ้าค่ะ
ถ้าเมืองไทยก็คงบัตร 3500
อิอิ

ลืมบอกไป ว่าบ้ากล้องด้วย
อยู่ติดเวทีซะขนาดนั้น คงมีซักกล้องแหละ ที่ถ่ายติดหน้าเรา
จะได้ออกทีวีมั้ยว้าาาา อิอิ




ไม่รอช้า พี่ป้อมพี่โต๊ะ ออกมาในเพลงแรก "บ้าหอบฟาง"
(กว่าจะออกมาได้ ปาเข้าไปสามทุ่ม)




ชื่นชีวันเมื่อฉันและเธอชิดใกล้ แต่ไฉนเธอห่างฉันไปทุกที..



เพลงไหนเป็นเพลงไหนไม่รู้แล้ว รู้แต่ว่ามันมากกกกก



เบลอบ้าง เพราะอีชั้นก็เต้นไปด้วย ถ่ายไปด้วย โดนคนข้าง ๆ กระทุ้งด้วย - -"



ซึ่งไม่เคยสนใจ ใครอยากจะว่าไร
ไม่รู้ ไม่ดู ไม่แคร์

Yin Yorm

หลายเพลงมาก ๆ ค่ะ ทั้งของอัสนีวสันต์เอง และเพลงของศิลปินในเครือมอร์มิวสิค หรือแม้กระทั่งเพลง ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ ที่พี่โต๊ะร้องคู่กะกบ เสาวนิตย์ ที่มาเป็นคอรัส
เท่าที่นึก ๆ ดูก็มี..
ก็เคยสัญญา หนึ่งมิตรชิดใกล้ สายล่อฟ้า บ้าหอบฟาง บังเอิญติดดิน ได้อย่างเสียอย่าง หัวใจสะออน คนสุดท้าย บังอรเอาแต่นอน ตาอยู่ บางอ้อ คนหัวใจสิงห์ I love you คนหลายใจ ข้าวเย็น สิทธิ์ของเธอ ลูกผู้ชาย อยากให้อยู่ด้วยไหม กุ้มใจ ยินยอม กรุงเทพมหานคร รักเธอเสมอ น้ำลาย จิ๊จ๊ะ ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ โฮ้ยยยยย นับไม่หวาดไม่ไหว เยอะจริง ๆ


วสันต์ โชติกุล - เสาวนิตย์ ในเพลง "ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ"
(ถ่ายวีดีโอเองกันมือ ^^)






แด๊นซ์/โยกกันกระจาย แม้แต่คนที่นั่งบนอัฒจรรย์ยังลุกเลยเอ้า
งานนี้คนที่อยู่นิ่งเห็นจะมีแต่.. security guards


เพลงคนหัวใจสิงห์
ฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกฮึกเหิมมาก ๆ


Singha At Heart

อีกหลากหลายมุม.. (หลายมุมที่ไหนกัน ยืนอยู่มุมเดียวนี่หว่า..)













แหกปากจนไม่มีเสียงเลยล่ะ
ยิ่งเพลง ยินยอม คนสุดท้าย และเพลง ลาก่อน ซึ่งเป็นเพลงสุดท้ายของคอนเสิร์ตนี้
ร้องไป ตะเบงไป แต่เสียงไม่ออกมา ได้ feel มาก ๆ


ถ่ายคนดูบ้าง
คนเยอะมากกกก (จากที่ตอนแรกเห็นโล่ง ๆ)
สิงห์บอกว่า แจกบัตรที่ลอนดอน 7500 ใบแน่ะ
o_O



จบจริง ๆ แระ



เป็นคอนเสิร์ตที่คุ้มมาก ๆ พี่ป้อมพี่โต๊ะไม่กั๊กเลย
เอามันส์เข้าว่า
เรียกว่างานนี้ ได้ใจไปเต็ม ๆ ทั้งศิลปิน ทั้งคนจัดงาน (สิงห์)



กลับมาบ้านเสียงแหบเลยค่ะ พูดไม่รู้เรื่องเลย
หิวมากกกกกก
เลยซัดมาม่าตอนตีหนึ่ง เนื่องจากทนหิวไม่ไหว
ปวดแข้งปวดขา (ยืนมาตั้ง 6 ชม นี่)
ปวดแขน (ชูมือโยกไปโยกมา)

เช้าวันรุ่งขึ้น ลืมตื่นเลยค่ะ ตื่นเอาบ่ายเลยทีเดียว - -"


มาคอนเสิร์ตอัสนี-วสันต์
ก็เป็นธรรมเนียม ว่าต้องมีการแจกปิ๊ก
ได้กะเค้าด้วย สองอัน ^^




แล้วก็..ที่ห้อยมือถือ ที่คิดว่า อีกหน่อยต้องเป็น rare item (เว่อร์ไปมะ?)

Wednesday, September 03, 2008

3 กันยา มาบรรจบ

ครบรอบวันเกิดไอ้น้องรัก
23 ขวบแย้ว งิงิ ^___^
มีความสุขมาก ๆ นะเออ
ขอให้งานเข้าเยอะ ๆ (ย้อเย่นนน !)
สุขสันต์วันเกิดแพนน้องรัก

Saturday, August 30, 2008

บ้านผีปอบ





โอ๊ย น่าดูค่อดดดดดดดดดด
จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยดูตอนมันฉายตอนเช้า ช่อง 7 มั้ง
แล้วก็โหลด v2d บ้านผีปอบมาครบทุกภาคแล้ว แต่ยังไม่ได้ดู

ฉายเมื่อไหร่เนี่ย อยากดูเฟ้ย !

Tuesday, August 26, 2008

4 year anniversary

ไม่น่าเชื่อ ว่านี่จะครบ 4 ปีแล้วที่เราเริ่มเขียนบล็อคแรกในชีวิต
บล็อคที่เปรียบเสมือนไดอารี่ส่วนตัวของเรา
บันทึกเล่มเล็ก ๆ ที่บอกเล่าถึงความรู้สึกได้มากมาย..

ถึงจะไม่ได้เขียนเก่งอย่างใครเขา แต่เราก็ภูมิใจนะ
รู้สึกดีทุกครั้งที่ได้กลับไปอ่านวันวานเก่า ๆ

Thursday, August 21, 2008

ถึงใครคนนั้น..

ใครคนหนึ่ง คนนั้น ในวันหนึ่ง วันนั้น
เคยผูกพันกัน ซะมากมาย
เพราะวันที่ห่างเหิน มันก็เริ่มห่างหาย
เพียงแค่เพราะเราไม่เจอะกัน

ไม่เรียกร้องให้กลับมา หรือว่าผลักไส หรืออะไรทั้งนั้น
เก็บเอาไว้ในส่วนลึก ซ่อนอยู่อย่างนั้น รู้ว่ามันไม่ไปไหน
แม้กระทั่งตอนนี้ เขายังอยู่ตรงนี้ ในภาพทรงจำสีจางจาง

เหมือนว่าจะเลือนหาย คล้ายว่าจะเลือนลาง
บางอย่างก็ยังไม่เปลี่ยนไป

ไม่เรียกร้องให้กลับมา หรือว่าผลักไส หรืออะไรทั้งนั้น
เก็บเอาไว้ในส่วนลึก ซ่อนอยู่อย่างนั้น รู้ว่ามันไม่ไปไหน
แม้กระทั่งตอนนี้ เขายังอยู่ตรงนี้ ในภาพทรงจำสีจางจาง

... ในความทรงจำสีจาง




รู้ไหม พี่ทำให้เพลินปลื้มอยู่เรื่อย
นี่มันก็นานมาแล้ว ที่เราไม่ได้พบกัน
ยังจำเวลาดี ๆ ได้ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ..
ถึงแม้เราจะได้รู้จักกันน้อยไปนิด
แต่พี่ก็เป็นกันเองกับเพลินเสมอ..

ยังจำวันเวลาเหล่านั้นได้
ถึงแม้จะเป็นเวลาไม่นาน
แต่มันก็ทำให้เพลินมีความสุขทุกครั้งที่คิดถึงมัน

และในวันนี้..เรามีโอกาสได้พบกันอีกครั้งในโลกเสมือน
พี่ทำให้เพลินประหลาดใจอีกครั้ง..

ก็ว่าจะไม่หวั่นไหวนะ..
แต่อย่าหยอดกันบ่อยสิ T_T

Friday, August 08, 2008

Beijing Olympics 08.08.08 !!!





จนได้สินะเรา
ตบะแตกจนได้

งานการมีไม่ทำ มานั่งดูโอลิมปิก ให้ตายสิ !

โอลิมปิคปีนี้จัดขึ้นที่เมืองปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน (Beijing, People's Republic of China) มีขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม - 24 สิงหาคม 2551

งานนี้จีนตั้งใจเป็นพิเศษ สังเกตได้จากเลขวันที่ เดือน ปี มันช่าง "แปด" อะไรเช่นนี้ เท่านั้นยังไม่พอ พิธีเปิดยังเริ่มตอน 8 pm อีกต่างหาก

เป็นพิธีเปิดที่ไม่ผิดหวังเลยทีเดียว สมกับที่อู้งานมาดู หุหุ
ชอบมาก ๆ ก็ตอนที่นับถอยหลัง เก้า แปด เจ็ด หก ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง ปัง !
เสียงพลุกระหึ่ม วนไปรอบสนามรังนก เห็นเค้าบอกว่า พิธีเปิดวันนี้จะใช้พลุทั้งหมด 20000 ลูก โอ้ว..


สนามที่ใช้ในพิธีเปิดโอลิมปิคนี่สุดยอด รัฐบาลจีนลงทุนสร้างใหม่เลย ใหญ่โตมาก จุคนได้ 91,000 คน (แต่เห็นบอกว่า วันนี้มีเก้าอี้เสริมอีก 11000 ที่นั่ง สรุปว่า พิธีเปิดวันนี้มีคนเป็นแสน บวกกับนักกีฬาจากชาติต่าง ๆ อีกหลายหมื่น)
โอ่อ่าสมเป็นประเทศจีนจริง ๆ เลย (ทำเสียงหล่อ)









แล้วสิ่งที่เรารอคอยก็มาถึง นั่นก็คือ จีนจะจุดไฟในกระถางคบเพลิงยังไง?
เห็นโม้นักโม้หนา แถมปิดเป็นความลับสุดยอดระดับชาติ มีการคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่า เหยาหมิง(นักบาสจีนรูปร่างชะลูด) บ้างก็ว่าเด็กที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เสฉวน สรุปว่า ไม่มีใครทายถูก

เพราะจริง ๆ แล้ว (ลุง)หลี่หนิง นักกีฬายิมนาสติกจีน ที่ได้สามเหรียญทองจากโอลิมปิคปี 1984 เป็นคนวิ่งคบเพลิงคนสุดท้าย และด้วยการกำกับการแสดงของจางอี้โหมว คงไม่พ้นการเหาะเหินเดินอากาศโดยใช้สลิง หลี่หนิงลอยตัวขึ้นไปยังส่วนโค้งของสนามรังนก แล้ววิ่งคบเพลิงบนกำแพงที่ฉายโปรเจคเตอร์เป็นรูปม้วนกระดาษ (เหมือนวิ่งแล้วม้วนกระดาษมันค่อย ๆ คลี่น่ะ) วิ่ง ๆ ไป ก็มีรูปการวิ่งส่งทอดคบเพลิงจากประเทศต่าง ๆ จนมาถึงจีน แถ่นแท้นนนนนน สิ่งที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาดูแทบจะกลั้นลมหายใจ เมื่อหลี่หนิงวิ่งมาถึงกระถางคบเพลิง เขาก็จุดไฟ แล้วไฟก็วิ่งไปบนคบเพลิง เป็นอันจบ

สรุปว่า เป็นพิธีเปิดที่อลังการแทบจะไม่มีที่ติ แต่ การจุดไฟบนกระถางคบเพลิงไม่ประทับใจเท่าไหร่ว่ะค่ะ

อย่างไรก็ตาม อีชั้นจะติดตามผลงานนักกีฬาไทยในโอลิมปิคเท่าที่จะสามารถนะเคอะ disser ช้านนนน T_T

รูปปิดท้าย กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติได้เริ่มขึ้นแล้ว..

Sunday, August 03, 2008

ไรว้า..

ไรว้า..

พรุ่งนี้พี่บัฟก็จะกลับแล้ว เร็วชะมัด
นี่เราต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วเหรอเนี่ย งืออออ...

Saturday, August 02, 2008

ทึ่มป่าว?


Am-I-Dumb.com - Dumb Test





ฮ่า ๆ
เล่นวัดความทึ่มกันนึดนึง
"เราไม่ทึ่มนะเว้ยยยยย"

.

.

Monday, July 21, 2008

Wall-E




วันนี้ฤกษ์ดี ไปดู Wall-E กะพี่บัฟมา


Wall-E เป็นหนึ่งในหนังที่รอคอยเลยล่ะ รอคอยตั้งแต่ทำรายงานเรื่อง Pixar แล้ว พอมันเข้าที่อังกฤษ ก็ไม่รีรอที่จะซื้อตั๋วไปดู


วันนี้ออกจากบ้านสี่โมงกว่า ๆ ไปเจอพี่บัฟที่ KFC สาขาใกล้บ้าน แล้วก็เดินไปซื้อตั๋วหนัง หนังรอบทุ่มครึ่ง (ตอนนั้นตกลงกันว่าจะดูรอบทุ่มครึ่ง) ซื้อตั๋วเสร็จก็ลงมากินข้าว กินจนนั่งหง่าว เพราะยังไม่ถึงเวลาหนังฉายซะที - -"


ก่อนที่หนังจะฉาย เป็นธรรมเนียมของ Pixar (รึเปล่า?) ที่จะต้องมีการฉายหนังสั้น หนังสั้นที่นำมาฉายก่อนฉาย wall-e นั้นชื่อว่า Presto สนุกมาก ๆ เลยล่ะ กระต่ายบ้าอะไรกวนตีนชะมัด อิอิ มันก็เป็นเรื่องของนักมายากลกะกระต่ายที่แสนซนตัวหนึ่ง บังเอิ๊ญญ บังเอิญว่า กระต่ายมันหิวมาก ๆ ประกอบกับนักมายากลจะต้องขึ้นแสดงแล้ว เจ้ากระต่ายก็เลยไม่มีกะจิตกะใจทำงาน เลยป่วนเจ้านายเล่นซะงั้น

พูดถึง wall-e ดีก่า
เปิดฉากแรกมา เหมือนเป็นการปูพื้นว่า โลกเราในปี ค.ศ.28xx เป็นอย่างไร
มันเต็มไปด้วยขยะนั่นนู่นนี่ แล้วก็แนะนำตัวละคร wall-e ว่าเป็นหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่อัดขยะเป็นก้อนลูกบาศก์ นำไปเรียง ๆ กันจนเป็นตึกราม สภาพโลกในเวลานั้นน่าเหี่ยวเฉามาก พื้นดินแห้งแล้งและมีแต่ตึกก้อนขยะ ตัว wall-e เองก็ทำมาจากขยะชนิดต่าง ๆ แต่ทว่า มันเป็นหุ่นยนต์ที่ฉลาด จิตใจดี และมีเสน่ห์เหลือเกิน

ที่อยู่อาศัยหรือ "บ้าน" ของ wall-e นั้นเป็นโกดังเก็บสรรพสิ่ง
มีโทรทัศน์ มีรูบิก มีอะไหล่ของตัวมันเอง o_O
และเพื่อนตัวน้อยของมัน..แมลงสาบ - -"

จนมาวันหนึ่ง ก็มียานประหลาดมาลงจอดที่โลก wall-e นั้นก็ไม่รู้จัก เดินเข้าไปด้อม ๆ มอง ได้มีโอกาสเจอ eve และตกหลุมรัก แต่มันก็ต้องผจญภัยไปในยานอวกาศที่มีชื่อว่า Axiom ซึ่งเป็นที่ ๆ eve ทำงานอยู่ ทั้งคู่ต้องผจญอะไรต่าง ๆ มากมาย แม้กระทั่งการที่ความทรงจำของ wall-e จะต้องหายไป แต่ในที่สุด ด้วยสัมผัสและจุมพิตของ eve ก็ทำให้ความทรงจำของ wall-e กลับมาอีกครั้ง (ฝรั่งก็น้ำเน่าเป็นนะเออ..) ภารกิจก็ลุล่วง ทั้งคู่สมหวัง happy ending

หนังสนุกมาก ภาพสวย เนื้อเรื่องดี
เป็นหนังแนวแอ็คชั่น-ผจญภัย
โครงเรื่องง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน แต่กินใจอย่างสากลเชียวล่ะ
นั่นก็ดี นู่นก็ดี ดีไปหมดทุกอย่าง
ดีขนาดไม่น่าเชื่อว่า มันทำแมลงสาบให้น่ารักและน่าคบได้ - -"

Wednesday, July 16, 2008

Isle of Wight Day Trip

อุ๋มอิ๋มและพ่อ

Monday, July 14, 2008

อัพเดทชีวิต

เดือนกว่าแล้วที่ไม่ได้มาอัพเดท
มาอัพเดทกันหน่อยดีกว่า

1. ธีสีส ไปเรื่อย ๆ เขียนไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง ประมาณว่าคิดอะไรได้ก็เขียน
เลยตอบไม่ได้ว่า ถ้านับ progress ว่าได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็บอกไม่ถูกแฮะ
ซุปของชั้น..เธอคงยุ่งมากจริง ๆ คงไม่ได้ลงมาลอนดอนในเร็ว ๆ นี้แน่ ๆ เลย ทำต่อไปคนเดียวก็ได้วะ

2. Miss Moji 2008 กรี๊ดดดดดดดด ที่รักของช้านนนนนนนน มาแล้วๆๆๆๆๆๆ ตัวเป็น ๆ เลย ฮ่าๆๆๆ เธอพาพ่อมาแอ่วลอนดอนแหละ พร้อมกับมีจุดประสงค์แอบแฝง นั่นคือ การขนของที่ฝากไว้ที่ห้องเรากลับเมืองไทย เธอมากระซิบว่า สงสัยจะได้ ship กลับบางส่วนซะแล้ว ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ

3. ดีใจกะมันด้วย ไอ้เด็กแพน นางสาวภณิดา ฉันทวัฒน์ เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรปีการศึกษา 2550 เจ้าแพนมันได้ปริญญาบัญชีบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ดู ดู๊ ดู ดูมันทำ ทำไปด้ายยยยยย..

4. แคทรียา สาวไทยหัวใจคุ้กกี้ เธอยังอยู่ค่า ยังเป็น survival แห่งบ้าน Big brother UK ได้อยู่ เข้าใจว่า เธอไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครน่ะ บุคลิกเธอดูติงต๊อง ๆ และไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดจนเกินเหตุ

Sunday, June 08, 2008

Big Brother UK 2008 (9th year)

ฮ่า ๆ ปีนี้ตั้งใจว่าจะดู Big brother อย่างจริงจังแหละ
เนื่องด้วยปีนี้มีคนไทยเข้าไปอยู่ในบ้านด้วย
ไม่เชื่อล่ะเซ้ๆๆๆๆๆๆ

แต่ มันเป็นความจริง !
เธอชื่อ แคทรียา เป็นหมอนวดอยู่เมือง Kent
ด้วยความที่แปลกใจกับการที่คนไทยได้มีโอกาสเข้าไปในบ้านกะเค้าด้วย
เลยเป็นเหตุให้เพลินมาเฝ้าหน้าจอติดตามอย่างเพลิดเพลิน

เมื่อ 4 คนแรกเข้าบ้านไป Big brother มีภารกิจลับเฉพาะให้ เริ่มแรกเดิมทีเนี่ย มีชายหญิงคู่หนึ่ง เขาเป็นคู่ผัวตัวเมียกันมาก่อนแล้ว แต่ ! ภารกิจของ Big brother คือ ไม่ต้องการให้คนที่เหลือในบ้านรู้ว่าเป็นแฟนกัน แถมยังจับคู่ฝ่ายชายให้กับสาวเอ๊าะ ๆ คนหนึ่งอีกด้วย ภารกิจของทั้ง 4 คนก็คือ ทำยังไงก็ได้ไม่ให้คนที่เหลือระแคะระคายความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ หากระแคะระคายแล้วล่ะก็.. 4 คนในภารกิจนี้ก็จะโดนจับไปโหวตออกจาก public vote

โอ้ว ชักจะสนุกแล้วสิ

ปล. วันแรกที่ดูเนี่ย แคทารียาเธอดูเปิ่น ๆ ต๊อง ๆ ดี ฮาค่อดดดดดดดดดดดดด

Friday, June 06, 2008

ลาก่อน "ตลาดสามย่าน" ในความทรงจำ

ได้ข่าวว่า เค้าจะทุบตลาดสามย่านแล้ว แล้วให้ผู้ประกอบการทั้งหลายย้ายไปตลาดที่สร้างใหม่หลังสนามจุ๊บ แล้วหลังจากนั้น ตึกแถวบริเวณนั้นก็จะถูกเวนคืนโดยจุฬาฯ

คิดถึง จีฉ่อย ป่านนี้ป้า กะ ลูกแกจะเป็นไงบ้าง เด็กจุฬาฯจะซื้อของจากไหน ไหนจะใบซีอาร์ ไหนจะใบส้ม ตุ้งติ้งอีก ฮาๆๆๆๆ

คิดถึงวันเก่า ๆ ที่ไปกินข้าวกันที่ตลาดสามย่าน เป็นการเลี้ยงน้องที่ อิ่ม อร่อย ราคาประหยัด หรือจะเป็นการไปกินกันฉันท์เพื่อนพี่น้อง สนุกสนาน วันเก่า ๆ กับเพื่อนพี่น้องห้องค่าย หรือแม้แต่วันไหนหิวจัด ๆ เพราะเราสามารถมั่นใจได้เลยว่า จานเดียวอิ่ม ชัวร์ !!

คิดถึงอาหารตามสั่งจานโต สั่งไรได้ทุกอย่าง กินได้ทุกร้าน
เมนูสุดโปรดจำพวกสเต็กก็ มิกกิว ไก่อลาสก้า ดีไลท์ปลา

คิดถึงว่ะ อยากกลับไปกินทิ้งทวน ณ บัดนาวเลยทีเดียว - -"

Wednesday, May 28, 2008

สอบเสร็จแล้วว๊อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ในที่สุุดก็สอบเสร็จซะที
ทำไมมันเหนื่อยงี้วะ
ไม่มีเรียนแล้ว ไม่ต้องไปมหาลัย
เหลือแต่ทำโปรเจ็คอย่างเดียว
จะไหวมั้ยเนี่ยเรา - -"

Friday, May 16, 2008

16 พฤษภาคม :: My Birthday


สุขสันต์วันเกิดนะไอ้เพลิน
มีความสุขมาก ๆ
ที่สำคัญ มีกำลังใจเยอะ ๆ ให้ผ่านปริญญาโทนี้ไปให้ได้นะ..

Monday, May 05, 2008

Sunday, April 20, 2008

จู่ ๆ ก็คิดถึง..

ก็แหม..ออกจะใจร้ายไปสักนิด หากไม่เอ่ยถึงเพลงในดวงใจของค่ายอาสาสมัคร คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

4 ปีในชีวิตนิสิตเศรษฐศาสตร์ ได้มีโอกาสไปค่ายคณะกะเค้าครั้งเดียว ก็แหม ไม่มีใครมา seduce เราเหมือนค่ายหอนี่นา ! อย่างไรก็ตาม ค่ายนั้นเป็นค่ายที่เราประทับใจมาก พี่ ๆ หลายคนแปลกใจ ว่าน้องเพลินมาค่ายนี้ครั้งแรก แต่ปรับตัวได้เร็วมาก (หารู้ไม่..หนูเป็นสต๊าฟค่ายหอมาก่อนนะคะ อิอิ)

จากค่ายนั้น มีหลายสิ่งหลายอย่างที่แตกต่างกะค่ายหอ ค่ายนั้นไม่มีไฟฟ้าใช้โดยแท้จริง ค่ายนั้นไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือให้โทรหาดาร์ลิ้ง ค่ายนั้นได้มีความทรงจำดี ๆ กับรุ่นพี่คนหนึ่ง.. เค้าจะรู้ตัวมั้ยนะ..





ช่างรุ้งงาม...
สิ่งใดคือความรัก สิ่งใดคือหัวใจ
ที่คนเราเก็บใว้ให้กัน
อยากรู้คำตอบนี้ นิยามกันร้อยพัน
สิ่งใดคือความฝันอันงดงาม

แม้รักอยู่ปลายรุ้ง จะมุ่งไปให้ได้คว้า
อยากรู้ที่รุ้งงามมีสิ่งใด
ดอกไม้แห่งความรัก ที่แย้มบานและสดใส
อยู่ผืนแผ่นดินใดใจต้องการ

จึงค้นออกตามหา เดินมาไกลสุดแสน
เรื่องราวในดินแดนนี้มากมาย
ไม่พบคำตอบนั้น ความฝันช่างวุ่นวาย
ความรักมีมากมายไม่พบพาน

สิ่งใดคือความรัก สิ่งใดคือหัวใจ
ที่คนเราเก็บใว้ให้กัน
อยากรู้คำตอบนี้ เนิ่นนานเป็นร้อยวัน
สิ่งใดคือความฝันที่งดงาม

ตรงนี้อยู่ตรงนิ้ มีเธออยู่ในใจ
รุ้งงามเพียงใด ช่างรุ้งงาม
ดอกไม้แห่งความรัก ที่สดใสและงดงาม
เธอคือนิยามของคำตอบ

คือรักที่ตามหา เวลาที่เฝ้าคอย
ฝันเคยเลื่อนลอย กลับไม่ไกล
เก็บรักในวันนี้ มีเธออยู่ในใจ
รุ้งงามเพียงใด ช่างรุ้งงาม

ครั้งหนึ่งในชีวิตนิสิต : ค่ า ย ห อ

คิดถึงน่ะ เลยอยากจะเขียน blog ซะหน่อย

เราได้มีโอกาสก้าวเข้ามาในรั้วจุฬาฯ รั้วซีมะโด่ง พร้อม ๆ กันนั้น เราก็ได้เข้ามาร่วมชมรม "ค่ายหอ" หรือ "ชมรมค่ายอาสาสมัครหอพักนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" นั่นเอง

ในตอนนั้นน่ะ อยากเข้ามากกก ตอนเด็ก ๆ เคยดูทีวีแล้ว รู้สึกทึ่งกับพี่ ๆ ที่อาสาไปสร้างส้วม สร้างอาคารในพื้นที่ที่ห่างไกล พี่ ๆ เค้าคงมีอุดมการณ์น่าดูเลยเนอะ..

แล้วเราก็ได้มีโอกาสก้าวเข้ามาตรงจุดนี้..ค่ายแรกในชีวิต..ค่ายแรกในชีวิตนิสิต.. กับค่ายดอยติ้ว ต.ศรีภูมิ อ.ท่าวังผา จ.น่าน

ที่นั่นได้ทำให้เราลืมชีวิตสังคมเมืองไปเลยทีเดียว เหมือนได้อยู่ในโลกอีกโลกหนึ่งที่ทุกคนมีหน้าที มีอุดมการณ์ร่วมกัน และมีความสุขร่วมกัน เหนื่อยบ้าง แต่เราก็ไม่เคยท้อ มิตรภาพเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนกระทั่งที่เราไม่น่าเชื่อว่า บรรยากาศการนั่งรถไฟขาไปกับขากลับจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง..

วันนี้ ความคิดถึงค่ายมันมาเยี่ยม เลยเอาเพลงลงให้หายคิดถึงซะหน่อย..
เพลงซีรี่ย์ค่ายหอ 7 เพลง ที่ขึ้นต้นมาเราก็สามารถต้องตามได้อย่างอัตโนมัติ..จากวันนั้น..จนถึงวันนี้..


Friday, April 04, 2008

เชอะๆๆๆๆ

เชอะๆๆๆๆ
กลับกันไปให้หมดเลยนะ

ฮึ่ยๆๆ

Saturday, March 29, 2008

ไปส่งเพื่อน

..

ช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว ก็ได้ไปส่งเพื่อนกลับเมืองไทย 1 คน ก็คือ ทิพย์
มาปีนี้ อุ๋มอิ๋ม กลับบ้าง หลังจากมาเรียนภาษา (และช็อปปิ้ง) ได้เป็นเวลา 6 เดือนพอดิบพอดี

ไปส่งมันมา น้ำตาไหลเลยว่ะ
โชคดีนะเพื่อน กลับมาเร็ว ๆ ล่ะ

..

Friday, February 29, 2008

29 กุมภาพันธ์

วันนี้วันที่ 29 กุมภาพันธ์ นาน ๆ มาที..

อืม คิดไปคิดมา เราเกิดปีที่มี 29 กุมภาพันธ์เหรอเนี่ย.. เพราะเราอายุ(จะ) 24 ปีพอดิบพอดีในปีนี้แหละ หุหุ

จารึกไว้หน่อย 29 กุมภาพันธ์..

Sunday, February 24, 2008

Trip to Cotswolds

24/02/2008

ไป Cotswolds กับ อุ๋มอิ๋ม มาล่ะ จับทัวร์ของ Andersons ไป เนื่องจากไม่มีขนส่งมวลชนเข้าถึง ไม่ว่าจะเป็นรถ Coach หรือ train ก็ตาม

ออกบ้าน เจ็ดโมงครึ่ง เพื่อไปยังจุดนัดพบที่ Baker street ตอน 8.00 น. อุ๋มอิ๋มมาไม่ทัน เลยให้มันไปขึ้นรถที่ Earl's Court ตอน 9 โมง..แล้วเราก็เริ่มเดินทางออกจากลอนดอนกัน



จุดหยุดรถจุดแรกเป็นจุดให้เข้าห้องน้ำ ไกด์ทัวร์เราเป็นป้าแก่ ๆ คนนึง แต่ใจดีมาก น่ารักมากมาย ก่อนลงรถเขากำชับนักกำชับหนาว่า ห้ามซื้อกาแฟ ห้ามนั่งกินแซนวิช ให้เข้าห้องน้ำอย่างเดียว.. เด็กเปรตสองคนนี้ไม่ปวดห้องน้ำ แต่..หิวค่อด ๆ อ่ะ เลยหาแซนวิชกิน กะน้ำ 1 ขวด แบ่งกันกิน ก่อนเอาขึ้นรถก็แอบชำเลืองดูป้านิดนึง แต่เราไม่เลทนี่นา ฮิฮิ




Cotswolds นั้น จะให้แปลจริง ๆ ก็จะแปลว่า "ป่ากระท่อม" wold นั้นมาจากภาษาเยอรมัน "wald" แปลว่า ป่า ส่วน cots ก็แปลว่ากระท่อม บ้านช่องที่นี่จะสร้างมาจากหินพิเศษที่มีลักษณะเฉพาะ หลังคาก็จะเป็นลักษณะเฉพาะเช่นกัน ดูแล้วสวยงามมาก ๆ รู้สึกว่ามันช่าง antique จัง อยากมีอย่างงี้ซักหลัง ฮาๆๆๆๆ







Stow-on-the-wold เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่น่ารักมาก เดิน ๆ ดูแล้ว ส่วนใหญ่เค้าจะขาย painting แอนติก ๆ มีร้านเครื่องครัวเต็มไปหมด คงจะเป็นวัฒนธรรมของเขากระมัง




Bourton-on-the-water เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมอีกที่หนึ่ง ที่นี่เค้าปล่อยเราเดินเที่ยว 2 ชม. เราก็เดินไปรอบ ๆ เดินไปดูสวนนก Birdland เป็นที่แรกเลย ค่าเข้าตั้งหลายปอนด์แน่ะ เข้าไปก็เจอนกเพนกวินเป็นอย่างแรก เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นอย่างใกล้ชิด ใกล้จริง ๆ นะ ดูมันอุ้ยอ้ายดีจัง หนาวก็ไม่หนาว ดันเดินลงน้ำซะเฉย ๆ น่าอิจฉาชะมัด - -" ..


Bourton-on-the-water

Birdland

Penguins

Flamingoes
ได้เห็นนกฟลามิงโกจริง ๆ ที่ไม่ใช่แค่ตุ๊กตาไม้ตั้งไว้ในสระของร้านอาหารต่าง ๆ ที่เมืองไทย


ถัดจาก Birdland ไปอีกหน่อยก็จะเป็น Maze หรือ เขาวงกต นั่นเอง เขาว่ากันว่า ถ้าเข้าไปถึงใจกลางได้ ก็จะเจอ goldenfly ก่อนจะเข้าไปถึงต้องไขปริศนารายทางให้ได้ก่อน ไอ่เราก็ไม่ใช่เจ้าของภาษา จะให้มาไขปริศนารูปภาพลับสมองประลองปัญญาก็ใช่ที่ เลยตั้งหน้าตั้งตาหาทางออกเลย วนไปวนมาอยู่หลายรอบ เดินชนฝรั่งกลุ่มเดิม ๆ ที่วนไปวนมาเหมือนกัน ด้วยความเอะใจและฉลาดปราดเปรื่องของอุ๋มอิ๋ม ทำให้เราหาทางออกได้ ได้เห็น goldenfly ได้ออกก่อนฝรั่ง native กลุ่มนั้น ฮ่าๆๆๆๆ น่าภูมิใจจริง ๆ ..



get lost in the maze


goldenfly

finally.. way out



ออกมาจาก Maze ปุ๊บ ก็เดินไป old new village เขาจำลองเมือง bourton-on-the-water ไว้โดยเมืองจำลองนี้มีขนาดเป็น 1/9 ของขนาดจริง ใช้หินที่สร้างบ้านแถวนั้นจริง ๆ ดังนั้น มันก็จะแลดูเก่าดึกดำบรรพ์ไปตามกาลเวลา เจ๋งดีๆ..

Giant Plearn

close-up



church

หลังจากเดินเที่ยวที่ Bourton-on-the-water แล้วเราก็เดินทางกันต่อ โดยนั่งรถไปที่ Burford ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ มีถนนเส้นเดียวตัดผ่าน ได้เข้าไปในโบสถ์ Parish Church ออกมาจิบ cream tea และ scone ติดใจมากกกก ในลอนดอนหากินยากมาก ๆ เป็น traditional food อย่างหนึ่งของอังกฤษ


scone with butter and jam


แล้วก็นั่งรถยาว กลับลอนดอนโดยสวัสดิภาพ..


.. จบการเดินทาง ..

Tuesday, February 12, 2008

ขอระบายหน่อยเหอะ - -"

นี่ก็เปิดเทอม 2 มาได้จะเดือนนึงแล้ว ตามธรรมเนียมก็ต้องจับกลุ่มทำ coursework

เนื่องด้วยเทอมที่แล้วเนี่ย นักเรียนทุกคนยังใหม่ต่อกัน จับกลุ่มกันไปงั้น ๆ ไม่มีใครสนิทกับใครเท่าไหร่ แต่หลังจากผ่านไปเทอมนึงแล้วเนี่ย เริ่มมีกลุ่มก้อนเป็นของตัวเอง สนิทกันมากขึ้น เม้าท์กันมากขึ้น แซวกันมากขึ้น จัดปาร์ตี้กันบ่อยมากขึ้น ฮาๆๆๆๆ

ก็ไอ้กลุ่มทำ coursework เนี่ยสิ ที่มีปัญหา จากเทอมที่แล้วที่ทำงานกลับเด็กไต้หวันคนนึง อืมมม.. ได้เรื่องเลยล่ะ เอามันมานินทาซะเลย ฮี่ๆๆๆๆๆ

เรื่องของเรื่องก็คือ เจ้าหล่อนชื่อ Emily เราได้จับพลัดจับผลูทำงานกับเจ้าหล่อน 2 วิชาด้วยกัน วิชาแรก มีสมาชิกในกลุ่ม 4 คน คือ Kasama(TH), Jay (TH), Dura(BRN) และ เจ้าหล่อน Emily(TW) วิชานี้คือ Analysis and Strategy for Marketing Communications คือ มันจะมีพรีเซนต์ 2 ครั้งน่ะ ครั้งละครึ่งเรื่อง เราก็แบ่ง ๆ งานกันไปทำ แล้วก็เอามารวมกัน (ตกลงกันไว้อย่างนี้ตั้งแต่แรก) ปัญหาก็คือ พอเค้าเอามารวมกัน เจ้าหล่อนไม่มีค่ะ - -" คือ ถ้าจะพูดให้ถูกต้องบอกว่า ยังไม่ได้ทำ หล่อนบอกพวกเราว่า ยังไม่เสร็จบ้างล่ะ ลืมเอามาบ้างล่ะ พอบังคับเข้า ๆ ก็เลยคาดคั้นจนรู้(ได้ด้วยตัวเอง.. เจ้าหล่อนไม่บอกหรอก เรื่องไรจะบอก) เป็นอย่างงี้จนถึง deadline ค่ะ เศร้ามาก - -"

อีกวิชานึง เศร้ากว่า เจอเด็กไต้หวันสองคน เจ้าหล่อน(เจ้าเก่า) และ กะเทย Allen (TW) 1 นาง โอ้โห ไม่อยากจะเซด Kasama กับ Dura ก็รับเคราะห์ไปตามระเบียบ T_T

วิชาที่ว่าก็คือ วิชา Advertising Management and Brand Delivery มีพรีเซนต์ครั้งเดียวตอนจบเทอม เรากับดูร่าก็ทยอย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ (แบบไม่ได้นัดกัน) มีการแจกแจงงานกันเรียบร้อย แล้วอีกวันก็ไปทำงานบ้าน Dura กัน
ตอนที่อยู่บ้าน Dura น่ะ เพลินกะ Dura ทำส่วนของตัวเองเสร็จแล้ว เลยได้แต่เซ็ง "นั่งเฉย ๆ" รอพวกหล่อนทำ "ส่วนของพวกหล่อน" แทนที่จะช่วยกันตรวจทานและเตรียมพรีเซนต์ วันนั้นเปื่อยได้ที่เลย 5 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม แล้ววันรุ่งขึ้นก็ต้องพรีเซนต์ T_T

ยังแสบไม่พออ่ะ เรามีคิวพรีเซนต์ 11.00 น. นัดกันตั้งแต่เมื่อคืนว่า 9.30 น. จะได้ซ้อม ๆ กัน ติติงกันได้ เก้าโมงครึ่งปุ๊บ มี Dura คนเดียว เรา late ไป 5 นาที แหะ ๆ รีบแทบตาย มี 2 คน - -" รอถึง 10 โมง โทรตามพวกหล่อน พวกหล่อนว่าไงรู้ป่ะ "I've just got up" โอ้วววว ประเสริฐดีแท้

คิดว่าหมดยัง อย่าแม้แต่จะคิดเชียว ยังๆๆๆๆ ยังไม่หมด พอถึงเวลาพรีเซนต์ เรียงตามลำดับ อลัน ดูร่า เอมิลี่ แล้วก็เรา อลัน พูดของส่วนของตัวเองไม่หมดอ่ะ โยนให้ดูร่า 1 สไลด์ ดูร่าก็งง ๆ แต่ก็รับลูก เพราะคิดว่าผิดพลาด พอเอมิลี่พูดบ้าง เจ้าหล่อนก็โยนให้เรา 1 สไลด์เหมือนกัน เรากะดูร่าเลยคิดว่า พวกหล่อนจงใจป่าววะ คือ ทำไมมันลืมพร้อมกัน 2 คนอ่ะ คือ จะว่าไป มันเสียมารยาทมาก ๆ เลยนะ - -"

เทอมนี้เราเลยเข็ดกับคนพวกนี้ ประมาณว่า คบได้ แต่ไม่อยากทำงานกลุ่มด้วยอ่ะ เลยหลีกเลี่ยงสุดฤทธิ์

สถานการณ์ ณ ตอนนี้ วิชา Direct & Interactive marketing เจ้าหล่อนได้กลุ่มเรียบร้อยแล้ว แต่วิชา PR เนี่ยสิ เรื่องของเรื่องคือ เจ้าหล่อนเนี่ยชอบขาดเรียนบ่อย ดั๊นนนนน มาขาดเรียนวันที่เค้าจับกลุ่มกัน เค้าให้กลุ่มละ 4-5 คนอ่ะ กลุ่มเราก็มี 4 คน ( Kasama, Jay, Dura และ Zuzi (VN)) แล้วทีนี้ seminar มันมีอยู่ 2 section 11.30 น. กับบ่าย 2.30 น. พวกเรา 4 คนลอง ๆ เข้าเรียน 11.30 กัน บังเอิ๊ญญญ บังเอิญ คลาสนี้คนเรียนเยอะ และชั่วโมงนั้นเค้าให้ส่งลายชื่อกลุ่มกันซะด้วย ก็เลยส่งไป 4 คน และพยายามไม่พูดถึงมันต่อหน้า emily

แล้ววันนั้นก็มาถึง เจ้าหล่อนเอ่ยปากถามว่า กลุ่ม PR อะไรยังไง ก็เลยบอกไปว่า เนี่ย ส่งรายชื่อไปแล้ว ยูขาดเรียนอ่ะ แล้วเราก็ไม่รู้ว่ายูจะอยู่เซ็คไหน เซ็ค 11.30 เนี่ย คนก็ล้นแล้ว John ไม่ให้เพิ่มคนแล้วอ่ะ เราเลยเอายูเข้ามาไม่ได้ ชีก็หน้าเสียนิดหน่อย

แล้ววันนี้ ดูร่าเล่าให้ฟังว่า ชีมาพูดกะดูร่า ว่าชีไม่มีกลุ่ม แต่ชีก็เข้าใจว่าเราไม่อยากย้ายไปบ่ายสองครึ่ง เพราะเราอยากกลับบ้านเร็ว ๆ (ป๊าดดดด T_T มะรู้จะพูดยังไง) กลายเป็นปัญหาหนักอกของพวกเรา ปรึกษากันแล้วปรึกษากันเล่า ว่าจะเอายังไงกับเจ้าหล่อนดี เฮ้อออออ...

ดูเหมือนใจร้ายกะเค้าเนอะ แต่ทำไงได้อ่ะ แอบ guilty นะเนี่ย - -"

Thursday, February 07, 2008

Once in the past #1

ไปเจออันนี้มาในเน็ต อิอิ
อ่านแล้วคิดถึงวันวาน..

วิธีการโกง

1.คัมภีร์หนังมนุษย์กลยุทธ์ เป็นวิธีง่ายๆขั้นพื้นฐาน แต่ได้ผลดี เพียงท่านใช้ปากกาขีดเขียนบนเนื้อหนังของท่าน โดยขอแนะนำ ง่ามมือ บริเวณใต้ร่มผ้า ซึ่งสามารถพรางสายตาอาจารย์ได้พอสมควร ข้อแนะนำ วิธีการดังกล่าว อาจจะมีปัญหาถ้าห้องสอบไม่มีแอร์ ซึ่งจะทำให้ร้อนและเหงื่อออก โพยที่ท่านใช้จะเริ่มเลือนลางจากเหงื่อ ข้อแนะนำที่โคนขา เพราะไม่มีอาจารย์คนไหนกล้ามาตรวจดูตรงนั้น

2. สลับร่าง สร้างรักกลยุทธ์ เป็นชื่อหนังเอเชียของช่อง7 สมัยก่อนที่เคยมาฉายทีหนึ่ง วิธีนี้จะต้องอาศัยคนอย่างน้อย 2 คน เพียงแค่ทำข้อสอบตกบนพื้น แล้วช่วยกันก้มเก็บทั้งสองคน แล้วใช้จังหวะนี้สลับข้อสอบเป็นอัน แล้วค่อยหาจังหวะสลับคืน ข้อแนะนำ ถ้าผู้ร่วมขบวนการเป็นชายหญิง 2 คน แนะนำให้ฝ่ายชายเก็บ เพื่อแสดงความมีน้ำใจแก่ฝ่ายชายหญิง ซึ่งอาจจะลดข้อสงสัยแก่อาจารย์คุมสอบได้ ผู้ร่วมขบวนการต้องมีลายมือคล้ายๆกัน เพื่ออ้างว่าเห็นลายมือคล้ายๆกัน นึกว่าของตัวเอง

3.รหัสมอสกลยุทธ์ การใช้คำพูดหันหน้าหันหลังอาจจะอันตรายเกินไปสำหรับบางสถานการณ์ ให้ใช้รหัสมอสแทน โดยรหัสมอส หมายถึง การเคาะเพื่อให้สัญญาณ เช่น กระทืบเท้า เคาะโต๊ะ เป็นต้น โดยให้ผู้ต้องการลอกส่งรหัสมอสให้กับผู้ร่วมขบวนการ แล้วให้ผู้ร่วมขบวนการตอบกลับมาด้วยรหัสมอสเช่นกัน คำแนะนำ จะใช้ได้ดีในแบบกาเลือกเท่านั้น ถ้าแบบบรรยายหรือวิธีทำ อาจจะต้องใช้การส่งคำตอบนานเกินไปจนเป็นที่สังเกตได้ ควรนัดแนะการส่งรหัสกันให้ดี เพราะการให้สัญญาณขาดหรือเกินจะทำให้ผิดพลาดในการตอบคำตอบได้

4.อโรคาพารอดกลยุทธ์ การแกล้งป่วยจะช่วยพรางตาอาจารย์ได้ โดยอาการปวดหัว ให้ท่านกุมศรีษะ การกุมศรีษะด้วยมือจะพรางตาอาจรย์คุมสอบ ทำให้อาจารย์ไม่รู้ว่าเด็กจะรับโพยทางไหน หรือดูยากขึ้น ทำให้โอกาสลอกข้อสอบมีโอกาสสำเร็จมากขึ้น

5.ยุทธการหัวเห็ดกลยุทธ์ ผมเป็นสิ่งสำคัญต่อบุคลิกภาพของคนเรา โดยประโยชน์นอกจากนี้คือ พรางตาเช่นเดียวกับกลยุทธ์อโรคาพารอด เพียงใช้ผมของท่านที่มีอยู่มากำบังใบหน้า จนมิดจะทำให้อาจารย์คุมสอบจับจดไม่ถูกว่าท่านกำลังลอกโพยจากตำแหน่งไหนหรือ จับได้ยากขึ้น คำแนะนำ ใช้กับนักเรียนชายไม่ได้เพราะผมยาวไม่พอ

6.เรดาห์กลยุทธ์ เสียงระหว่างการส่งโพยกันและกัน และเสียงคำพูดหลังจากสอบเสร็จจะสำคัญมาก แต่มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ ถ้าท่านไม่ได้ยิน ให้ท่านกำมือมีช่องว่างเป็นรูปวงกลมไปทัดที่ใบหู มันจะช่วยเพิ่มความสามารถการได้ยินได้ดีขึ้น คำแนะนำ วิธีนี้สามารถใช้ดักฟังการส่งโพยของผู้อื่นได้

7.One For All กลุยทธ์ แนะนำให้ใครคนหนึ่งที่ร่วมขบวนการหรือไม่ขบวนการก็ได้เตรียมส่งสัญญาณ ถ้าอาจารย์เข้ามาอยู่ในรัศมี คำแนะนำ ใช้ได้ต่อเมื่ออาจารย์คุมสอบกลับมาจากทำธุระ

8.โห่ร้องตะวันออก โจมตีตะวันตกกลยุทธ์ กลยุทธ์นี้ถือเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ผลดีทีเดียวในสงครามจริง โดยวิธีการนี้ผู้ร่วมขบวนการควรอยู่คนละฟากกัน ให้ผู้ร่วมขบวนการทำอาการให้เกิดเสียงดังจนอาจารย์คุมสอบต้องหันมาสนใจ ระหว่างที่อาจารย์กำลังสนใจอยู่ ให้ผู้ร่วมขบวนการที่เหลือใช้โพยอย่างรวดเร็ว คำแนะนำ ผู้ร่วมขบวนการจะต้องให้สัญญาณให้ถูกจังหวะในการใช้กลยุทธ์นี้

9. SMS ข้อความสื่อรักกลยุทธ์ ใช้ได้ดีพอสมควรโดยให้ผู้ร่วมขบวนการ มีโทรศัพท์มือถือติดตัวอยู่ แล้วให้ส่งข้อความ(โพย)สื่อสารกัน คำแนะนำ ควรติดตั้งเป็นระบบสั่นก่อน ควรฝึกความสามารถในการพิมพ์ให้เร็ว เพราะการก้มนานๆจะเป็นจุดสนใจได้

10. ชักธงรบกลยุทธ์ การชักธงในสนามสงครามหมายถึงการสั่งโจมตี โดยธงจะต้องมีความสูงพอสมควร เพื่อที่ให้ทหารทั้งหมดเห็น โดยให้ผู้ร่วมขบวนการยกข้อสอบขึ้นมาอ่านให้ลอยเหนือโต๊ะจนเหนือศีรษะทำมุม ฉากกับโต๊ะ ผู้ร่วมขบวนการที่เหลือจะสามารถมองข้ามไหล่มาอ่านคำตอบในใบข้อสอบได้ คำแนะนำ ลายมือของคนเขียนจะต้องใหญ่พอสมควรและอ่านออกง่าย

11. ชัยภูมิดี มีชัยไปกว่าครึ่งกลยุทธ์ การมีตำแหน่งที่ดีของห้องจะทำให้เราลอกได้สะดวกและใช้กลยุทธ์อื่นได้อย่างดีขึ้นด้วย เช่น อยู่กลางห้อง จะสามารถลอกได้จากหลายทิศทาง หลายตัวเลือก หลายคน อยู่ติดเสา จะสามารถส่งโพยให้คนอื่นๆได้โดยขีดเขียนบนเสา ฯลฯ คำแนะนำ ควรศึกษาตำแหน่งทำเลที่ได้มาอย่างดี และนำมาใช้ประโยชน์อย่างให้ดีที่สุด

12. ยิ่งใกล้เหมือนยิ่งไกลกลยุทธ์ ในการสอบปลายภาคนักเรียนบางคนโชคร้ายต้องไปนั่งหน้า ซึ่งทำให้เป็นที่รู้สึกว่าจะถูกจับตามองโดยง่ายจากอาจารย์ แต่ที่จริงแล้ว อาจารย์บางท่านจะไม่ค่อยดู เพราะคิดว่าอยู่ใกล้ขนาดนี้คงไม่มีใครกล้าโกงข้อสอบ การนั่งหน้าการโกงข้อสอบจะต้องใช้วิธีส่งคำพูดไม่ได้ จะเป็นที่สังเกตมากไป แต่ใช้ข้อความเขียนในกระดาษทดที่อาจารย์แจกมา แล้วมาตั้งตรงมุมอับจากสายตาอาจารย์พร้อมถามหรือตอบข้อสอบจากผู้ร่วมขบวนการ คำแนะนำ ถ้าอยู่ติดกับโต๊ะอาจารย์จะโกงยากมาก ดังนั้นการใช้วิธีนี้ต้องให้อาจารย์ลุกไปก่อนแล้วค่อยใช้ ควรใช้กลยุทธ์ “รหัสมอส” ควบคู่กับกลยุทธ์นี้

13. เผาถ่านก่อนหน้าฝนกลยุทธ์ เป็นสุภาษิตจีนสุภาษิตหนึ่งเพราะในหน้าฝนถ่านจะแพง ชาวจีนจึงมีการเตรียมการเผาถ่าน เตรียมไว้ใช้ในหน้าฝน ให้ผู้ปฏิบัติเตรียมการโกงก่อนวันจริง โดยให้จดจำที่นั่งตนเองไว้แล้วหาโพยไปซ่อนหรือแปะไว้ที่โต๊ะ คำแนะนำ การลงน้ำยาลบคำผิดที่ขาโต๊ะหรือเก้าอี้จะไม่ค่อยเป็นที่สังเกต การเขียนโพยบนโต๊ะต้องใช้ปากกาที่สีกลืนกันไปกับสีโต๊ะ เพื่อพรางตาอาจารย์คุมสอบ การแปะโพยกระดาษต้องแปะ ในระดับที่อาจารย์เดินมาแล้วไม่เห็น หัวใจของการโกงข้อสอบ คือใช้กลยุทธ์ทุกอย่างให้สอดคล้องและรวดเร็ว ให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ "จงต่อสู้กับความกลัวในจิตใจ"


อ่านมาทั้งหมดแล้ว.....ซาระตะแล้ว...อยากจะบอกว่า...

เคยค่ะ เคยทำอยู่บ้าง แต่ไม่เหมือนซะทีเดียว แบบว่า เป็นต้นฉบับน่ะ บางคนอาจไม่เชื่อ.. แต่มันเป็นเรื่องจริงนะฮ้าาาา

คือว่า ตอนเด็ก ๆ เรียนห่วยน่ะ สอบติดสาธิต ม.ช. แบบฟลุก ๆ งืด ๆ เรียน ม.ต้นก็ได้แค่ 2.5 กว่า ๆ แต่ตอน ม.ปลายนี่สิ โฮะๆ เหมือนเลือกเรียนถูกทาง ศิลป์-คณิต แรงได้อีก ฉุดไม่อยู่เลยทีนี้ 555

ได้เป็นต้นฉบับ แต่ทว่า เพื่อน ๆ ที่จะได้ส่วนบุญไปก็ต้องเลขที่ต้น ๆ อ่ะนะ เพราะเราเลขที่ 1 ตอน ม.4 และ ม.5 แล้วมาเลขที่ 3 ตอน ม.6 (พี่ต้น กะพี่แอนกลับมาจาก AFS) เท่าที่จำได้ ส่วนใหญ่เป็นวิชาภาษาอังกฤษที่เราถนัดอ่ะ เคยวางกระดาษคำตอบไว้มุมโต๊ะ แบบว่า มุ๊มมมม มุม.. ตอนนั้นดาว(เลขที่ 12) นั่งข้างเรา(เลขที่ 1) แอบเตี๊ยมกันไว้ก่อน อาจารย์หฤทัยเดินมาเตือนเลย ซวยไป..เอิ๊กกกกกกกกกก (ตุ๊กตาเลขที่ 5 รายนี้อยู่ท้ายแถวของเราตลอด ดอยเลขที่ 9 น้ำผึ้งเลขที่ 22 ชอบได้หลังห้อง เลยไม่ได้รัศมีเลย..)

สรุปก็คือ ไม่ได้ช่วยใครเท่าไหร่ แบบว่า ไม่ได้ตั้งใจเปิด แต่ก็ไม่ได้จงใจปิดน่ะ งงมั้ย? คือ ใครมีปัญญาเห็นและอ่านลายมือเราออกก็ไม่ว่ากัน

แต่ห้องเราเนี่ย ได้ขึ้นชื่อลือชาเชียวล่ะเรื่องลอกเนี่ย แบบว่า (ขอพาดพิงถึงนิดนุง) กลุ่มมิ้ว แนน ฝน กลุ่มเฮ้วประจำรุ่น เค้าจะเลขที่ใกล้ ๆ กันอ่ะ มักจะได้นั่งติดกันเป็นก้อน ๆ จนเค้าเรียกกันว่า DG zone มาจาก Dangerous zone หูย โซนนั้นนะ สุดยอดดดด คารวะเลยว่ะ ฮาๆๆๆๆๆ

บางทีนะ บอกคำตอบโต้ง ๆ ดังลั่นห้องก็มีนะ เช่น อยู่ดี ๆ ก็มีคนถามว่า ผลบอลเมื่อคืนเป็นไงวะ?? แล้วก็จะมีคนตอบ 3-2 นั่นคือ ข้อ 3 ตอบ ข. โฮะๆๆๆๆ เก่าดีจริง ๆ ห้องเรา เอิ๊กกกกกกกกกก

Saturday, February 02, 2008

Umim and the sex shop

1/2/2008

วันนี้วันศุกร์ ไม่มีเรียน งิงิตื่นซะหลายโมงเลย
ไปตะแล๊ดแต๊ดแต๋กินอาหารเกาหลีกะอุ๋มอิ๋ม
ระหว่างกินข้าว มันก็ "ล่อลวง" เรา พร้อมบอกสรรพคุณว่า
..นี่แก เมื่อวันนั้นเราไป sex shop มาด้วยแหละมันไม่มีอะไรเลยนะแก เหมือนร้านของเล่นเลย..
เอ่อคือ..มันน่ากลัวนะอิ๋ม ชั้นไม่เข้าหรอกว่ะ

พอเดิน ๆ ไป..นี่แกๆๆๆ เข้ามั้ย ๆ ร้าน sex shop ที่โซโห
จะบ้าเหรอ !!!! ไม่เข้าเฟ้ย - -"

แล้วก็เดินไปที่ร้านหนังสือ Foyles ตรง Tottenham Court road
เดิน ๆ ดูหนังสือ อยู่ ๆ ก็อุตริไปดูหนังสือสอนภาษาไทย/พจนานุกรมไทย
ป๊าดดดดด หนังสือสอนภาษาไทยสำหรับ gay tourist o_O
ปกสีม่วงเชียว น่ากลัวมากมาย
คนเขียนเป็นคนไทยด้วยนะ เค้าบอกว่าเค้าเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับเพศที่สามน่ะ
- -"

อุตริอีกอย่างนึงก็คือ เดิน ๆ ไปเรื่อย ๆ ผ่านโซนหนังสือประวัติศาสตร์อังกฤษ
ไล่มาถึงเอเชีย ความคิดแว๊บ ๆ ก็โผล่ขึ้นมา ..เฮ้ย อยากอ่านหนังสือ The king never smiles ว่ะ
อิ๋มมันก็อยากด้วย แล้วพลันสายตาก็แว๊บไปเห็นพอดี
เล่มใหญ่พอสมควรเลยนะ ปกแข็ง ราคา 20 กว่าปอนด์ อิ๋มมันก็หยิบขึ้นมาดู
ส่วนเราก็ด้อม ๆ มอง ๆ หนังสือใกล้เคียงบนชั้น..
ได้หนังสือมาเล่มนึง (บอกแล้วจะโดนจับมั้ยวะตรู..- -")

Monday, January 28, 2008

Lumsum Day

กึ๋ย ๆ
วันนี้สถาปนาตัวเองว่าเป็น Lumsum Day หรือ ล่ำซำเดย์ ณ 27 มกรา 2551

ก็นะ..วันนี้ไปกิน Angus Steakhouse ที่เค้าว่าเป็นสเต็ก(chain)ที่อร่อยที่สุด
ยืนดูเมนู+ราคาหน้าร้านแล้วก็แบบว่า..เอ่อ..แอบแพงอ่ะ..
ปรึกษากะอิ๋ม กินดีไม่กินดีวะ
สุดท้ายก็ใจกล้าหน้าไม่ด้านเข้าไปนั่งในร้านซะเลย..

เราสั่ง Rip Eye Steak 10 oz. Medium rare (ราคา 14.95 ปอนด์ ป๊าด..เหงื่อตกซิก ๆ)
อิ๋มสั่ง Sirroin Steak 10 oz. Well done
แล้วก็เล็ง ๆ ดูน้ำจิ้ม ปรากฎว่า น้ำจิ้มถ้วยละ 1.5 ปอนด์ - -"
ไม่กินน้ำจิ้มก็ได้วะ เลยขอ ketchup แทน T_T

ตะลึงตึ๊งตึงยังไม่หมด เครื่องดื่มค่ะ เรายังไม่ได้สั่งเครื่องดื่มเลย
เห็นราคาแล้วก็ เฮือกกกกกกกกก.. 1 litre still water ตั้ง 4 ปอนด์ - -"
เหงื่อแตกซิก เหงื่อแตกซิก..

พออาหารมา ก็อร่อยสมราคาอ่ะ
ที่สำคัญ..พยายามกินน้ำให้หมดด้วย เพราะแพงอ่ะ ทำใจม่ายล่ายยยยยยย...
กินเสร็จ จ่ายตังค์ หมดไป 20 ปอนด์ (รวมทิป)
ลาขาดเลยนะจ๊ะ Angus 555+

หลังจากนั้น ก็ไปเดินย่อยที่ covent garden เป็นถนนช็อปปิ้งที่มีอะไรให้ดูให้ทำมากมาย
เดินได้ชิว ๆ เรื่อย ๆ พอเริ่มหายอิ่มอืด ก็ไปหาของหวานกินกัน

เดินไปเดินมา กลับไปกินไอติมร้านใกล้ ๆ Angus ซะงั้น - -"
ไอติมลูกใหญ่มากกกก
เป็น homemade แต่หวานไปหน่อย รสชาติประหลาด ๆ ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่ ^^"
ไอติม 2 ลูก หมดไป 5.75 ปอนด์ กินไม่หมดด้วยแหละ อิ่มเกิน T_T

เดินทางกลับบ้านโดยอิ่มอืด - -"

หลังจากนี้ จะกลายเป็นยาจกซะแล้ว..

Tuesday, January 22, 2008

เปิดเทอมวันแรกก็สายเชียวนะ - -"

เช้าวันอังคารที่ 22 มกราคม
วันเปิดภาคการศึกษาที่ 2..
มีเรียน 10 โมง
ดั๊นนนนน.. งัวเงียตื่นมาตอน 9.30 น.
อิ๊บอ๋ายแล้ว...จะทันมั้ยวะเนี่ย น่าสมเพชตัวเองจริง ๆ
นอนดึก ตื่นสายซะเคยตัว
จะว่าไป นาฬิกาชีวิตผิดพลาดตั้งแต่เริ่มปิดคริสต์มาสแล้วนะ
เดือนนึงได้ ที่นอนตอนเกือบย่ำรุ่ง ตื่นตอนบ่าย ไรเงี้ย

พอเปิดเทอม..เห็นผลทันตา
กระหืดกระหอบเอาน้ำลูบหน้า แปรงฟัน แต่งตัว แล้ววิ่งขึ้น tube
ไปถึงคนเต็มห้องเลย แต่ก็ยังดี ที่ไม่สาย 10 โมงเด๊ะ อาจารย์ก็ยังไม่มา ฮี่ๆๆๆๆ


เฮ้อ....

Friday, January 18, 2008

Salsa dance @Havana, Fulham Broadway

ไหน ๆ อาทิตย์นี้มันก็ว่าง...แระ
เมื่อคืนเลยไปเปิดหูเปิดตาในผับเสียหน่อย อิอิ

ผับที่ไปนี้ชื่อ HAVANA อยู่แถว ๆ Fulham
เป็นผับแบบละติน ๆ น่ะ อุ๋มอิ๋มแนะนำว่าสนุก ก็เลยไปกัน
ไปถึงปุ๊บ ไม่กลัวอายเลยค่ะ
แบบว่าเค้ามีสอนเต้นกันที่ฟลอร์ เดี๊ยนก็ไปเรียนกะเค้าด้วย
สอนกันตรงนั้นแหละ เวลาเดินจะนับจังหวะ one-two-three five-six-seven
คุณเพลินก็เนียน ๆ ไป เอ้ออ สนุกดีแฮะ
จะได้เต้น salsa เป็นกะเค้าซะที (เบสิคได้แล้วนะเฟ้ยยย หุหุ)

พอครูสอนจบ เราก็กลับมานั่งที่โต๊ะ แล้วก็ไปที่บาร์
สั่ง สเมอร์นอฟ ไอซ์ มากินขวดนึง อืม มันเป็นอย่างงี้นี่เอง..
นั่งคุยกะเพื่อน ๆ สักครู่ ก็มีสาวเชียร์คอกเทล์มาที่โต๊ะ
(เหมือนสาวเชียร์เบียร์ แต่เค้าขายช็อตอ่ะ ช็อตละ 2-3 ปอนด์)
ได้แต่บอกว่า แหะ ๆ ไม่เอาค้าบบบบบบ อิอิ



สี่ทุ่มกว่าแระ อุ๋มอิ๋มเป็นซินเดอเรลล่า ต้องกลับหอก่อน
(เด๋วรถฟักทองกลายสภาพ)

เกิดอารมณ์ "ติดใจ"
อาทิตย์หน้าไปอีกๆๆๆๆ ^ ^

Wednesday, January 16, 2008

ไปโรงบาล โรงบาลจริง ๆ #1

หลังจากที่เกิดอาการชาที่นิ้วก้อยและนิ้วนางข้างซ้ายมาร่วมสองเดือน
(ตายละหว่า จะสวมแหวนยังไง..แต่เอ..คงไม่ต้องมั้ง..สงสัยจะเคิ้น - -")
ถามหมอเก๋อแล้ว หมอเก๋อก็บอกว่า เป็นโรค ulnar nerv
ไป GP รักษาที่คลีนิคก็ไม่หาย คลีนิคส่งไปโรงพยาบาล
เพิ่งจะไปก็วันเนี้ย (เป็นมาสองเดือนแระ - -")

รพ. ที่ไปก็คือ The National Hospital For Neurology And Neurosurgery
อยู่แถว ๆ Russell Square ถิ่นเก่า ^ ^
เวลานัดตามใบนัดคือ 14.10 น. แต่กว่าจะได้เข้าพบหมอก็ปาเข้าไป 14.35 น.
แต่ไม่เป็นไร ให้อภัย เพราะหมอหน้าตาดี ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆ

หมอเค้าก็ถามประวัตินู่นนี่โน่นนั่น ตรวจประสาทหลายอย่าง
เช่น ให้เกร็งข้อมือ ข้อนิ้ว ไรเงี้ย พวกนี้ไม่ค่อยแปลกใจหรอก
เอาเข็มมาจิ้มแขน จิ้มนิ้ว ถามว่ารู้สึกมั้ย - -"
แต่นี่มีการตรวจสายตาด้วย แบบว่า มองเห็นบรรทัดล่างสุด (ตัวหนังสือเล็กสุด) มั้ย? เกี่ยวกันตรงไหนหว่า?
มีการตรวจเอาไฟฉายเล็ก ๆ มาส่องตาเราด้วย หน้าเรากะหน้าหมอแทบจะชิดกันอยู่แระ #^ ^#

หลังจากเช็คนู่นเช็คนี่แล้ว ก็สั่งให้เจาะเลือด T_T
เห็นในใบตรวจเลือด มีติ๊กเยอะแยะเลย ตรวจไรมั่งมะรู้ - -"
แล้วก็ให้ใบนัด แล้วก็จดหมาย ให้เราเป็นม้าเร็วไปให้หมอประจำตัวเราซะงั้น
((อ่านจดหมายแล้วหมอก็วินิจฉัยถูกนี่หว่า Ulnar Neuropathy เหมือนหมอเก๋อ
เด๊ะ แต่ทำไมไม่รักษาให้มันหาย ๆ ไปฟระ เป็นมา 2 เดือนแระ - -" ))

เราก็ไปเจาะเลือด ไอ่เราก็งอแงเหมือนตอนอยู่ไทยเดี๊ยะ ๆ
แต่พยาบาลไม่สนใจเลยว่ะค่ะ - -" งอแงไม่สำเร็จ T_T
เลยได้แต่กลั้นใจและหันหน้าไปทางอื่นตอนที่เค้าเจาะ
พอกลับมา เห็นหลอดที่ใช้เก็บตัวอย่างเลือดตั้ง 5-6 อันแน่ะ
เค้าบอกว่า เก็บเลือดเราไปแค่ 5 ช้อนโต๊ะ (ตั้ง 5 ช้อนโต๊ะแน่ะ !!!)

อ้อ หมอ((สุดหล่อ)) นัดตรวจในอีก 2 เดือนข้างหน้า วันที่ 18 มีนาคม น่ะ

เดินออกมาจากโรงพยาบาลก็โทรหาอุ๋มอิ๋ม
ไปกินข้าวเย็นกัน นั่งคุยกัน คุยไปคุยมา กลายเป็นติวอังกฤษให้มัน ฮาๆๆๆๆๆๆ
เต็มใจๆๆ อยากให้เพื่อนเก่ง ๆ เรื่องแค่นี้ จิ๊บจ๊อย ^ ^



กลับบ้านอย่างสวัสดิชิวตามเคย อิอิ

Tuesday, January 01, 2008

สวัสดีปีใหม่ 2551

ผ่านมาอีกปีแล้วสินะ ปีนี้ปีหนู จะเป็นหนูทอง หรือหนูไฟวะเนี่ย..
ท่าทางจะได้หนูไฟว่ะค่ะ เพราะป๋าหมากเป็นนายก ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ปีใหม่นี้จะว่าไปก็พูดได้เต็มปากว่า ไม่ใคร่จะสนุกเอาเสียเลย เศร้าจะตาย
แหม่ จะสนุกได้ยังไงล่ะ หนังสือกองเท่าภูเขารอให้อ่านอยู่ จะสอบมะรอมมะร่ออยู่แระ T_T
เอาน่า สอบก่อน อย่างอื่นว่ากันทีหลัง

จะยังไงก็แล้วแต่ เราเป็นคนไทย จะไม่สวัสดีปีใหม่มันก็กระไรอยู่..

สวัสดีปีใหม่ทุก ๆ คนนะ
จะคิดจะทำอะไรก็ขอให้สำเร็จลุล่วง สุขภาพแข็งแรง ให้ปีนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคนนะ

Monday, December 31, 2007

ไม่มีเวลา หรือว่า ขี้เกียจ??

เฮ้อๆๆๆๆๆ

ชักขี้เกียจแฮะ หรือว่าไม่มีเวลาหว่า??
อัพบล็อคน้อยลงทุกที ๆ
แต่เราก็ไม่แปลกนะ เพราะพอไปดูของเพื่อน ๆ เค้าก็ไม่ค่อยอัพกัน 555

Sunday, December 30, 2007

เบี่ย !

ว่างเว้นจากการเขียนบล็อคไปนานแสนนานนนนน..
เข้ามาอีกทีก็..นะ

ไม่มีอะไรหรอก เข้ามาบ่น - -"
เบื่อหนังสือ เบื่อห้องสี่เหลี่ยม ๆ
แต่ไม่เบื่อเตียง ^^"

อีกอาทิตย์เดียวจะสอบแล้วเนี่ย
ยังไม่ถึงไหนเล้ยยยยยย
ตรูจะรอดม้ายยยยยยย?????

Monday, September 04, 2006

ขอโทษ .. น้องคอม..


เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว จอคอมเจ๊ง ดำหมดเลย
ไม่รู้เป็นเพราะอะไร
ตอนนี้รู้แล้ว
เป็นเพราะเปิดเครื่องไว้นานเกิน
นานจนเรียกว่ามาราธอน
เพราะเราเปิดไว้นาน(แบบไม่ชัตดาวน์) นานถึง 7 วันเลยทีเดียว (น่าเจ๊งมั้ยล่ะ)
รู้เพราะว่า ตอนนี้ลองปิดเครื่องบ่อยขึ้น เลยไม่มีปัญหาอีก เหอ ๆ
นึกว่าโน้ตบุ๊คสุดที่รักจะไปซะแล้ว

Sunday, September 03, 2006

Happy Birthday to PAN

Happy Birthday

มีความสุขมาก ๆ นะจ๊ะ
ขอให้ทำข้อสอบได้
สุขสมหวัง ตลอดปี และตลอดไป
คิดถึงมากมาย...

What Pattern Is Your Brain?

You have a dreamy mind, full of fancy and fantasy.
You have the ability to stay forever entertained with your thoughts.
People may say you're hard to read, but that's because you're so internally focused.
But when you do share what you're thinking, people are impressed with your imagination.



แบบว่าไปเจอในสเปซชาวบ้านมาน่ะ
ตรงดี

Monday, August 28, 2006

ว่าด้วยเรื่องคุณติ๊ก (นามสมมติ)

เมื่อเช้านี้ ขณะที่อะฮั้นตื่นแล้ว แต่ยังไม่มีสติสัมปชัญญะดีเท่าไร ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
เอ๊ะ ใครโทรมาวะ ถ้าคนใน UK โทรมามันต้องเป็นเพลง lonely ดิ
เลยรับด้วยน้ำเสียงกระแดะสุดฤทธ์ "หั่นโล่ว์ว์ว์ว์"
ปรากฎว่า เป็นคุณติ๊กโทรมาค่ะ โทรมาชวนอะฮั้นออกไปหลั่นล้า

ตอนแรกกะจะชวนไป Notting Hill gate carnivals บอกให้มันขึ้น tube ไปลงที่ Notting Hill gate มันก็ไปไม่เป็น
ชั้นก็เลยต้องไปหามันถึง wimbledon ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงแน่ะ จะกลับเลยก็กะไรอยู่ ไปถึงปุ๊บก็ไปหาไรกินกัน
ตัดสินใจไปกินร้านอาหารไทยกัน ถือว่า ปล่อยผี เพราะทำกับข้าวกินเองมาหลายมื้อละ เปลี่ยนบรรยากาศมั่ง

เสร็จแล้ว คุณติ๊กก็เดินชะเง้อชะแง้ ด้วยฤทธิ์ของ SALE ทำให้เธอตรงเข้าร้านนั้นร้านนี้ได้อย่างว่องไว
คุณเพลินก็ได้แต่ เอ่อ.. ถือของให้คุณอ่ะค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ เล็กน้อย ๆ
แล้วก็เลยพาคุณติ๊กไปร้านขายของไทย ๆ ที่ Earl's Court
ทีนี้ล่ะ คุณติ๊กไม่มี Oyster Card ทำให้การเดินทางสะดุดเล็กน้อย
แถมที่ wimbledon ก็ไม่มีอีก แบบว่าหมดสต๊อกน่ะ
แต่สุดท้ายก็ไปถึง Earl's court จนได้ พามันไปรู้จักไว้ หุหุ
พาไปซื้อ Oyster card และสอนคุณติ๊กใช้เล็กน้อย
แล้วก็ เดินเล่นแถวนั้น คุณติ๊กก็ได้ของติดไม้ติดมือ(พะรุงพะรัง) กลับมา

ส่งคุณติ๊กกลับ wimbledon ด้วยความปลอดภัย ชะเอิงเอย
อาทิตย์หน้าเจอกันอีกเว้ยเฮ้ย...


ปล. รู้ยังว่าคุณติ๊กคือใคร อิอิ

Nando's

หลังจากที่คราวที่แล้วไปกิน nando's แล้ว สั่งไก่ฮ็อตไป ไม่รู้สึกถึงความเผ็ดเลยแม้แต่น้อย

เมื่อวานไปกิน Nando's มาล่ะ ไปกินกับ พี่กิต พี่โบ Tomo, Aki และ Asishi คราวนี้สั่ง Extra Hot ไป ก็ไม่เผ็ดอยู่ดีอ่ะแหละ พวกเด็กญี่ปุ่นมันงงกัน ว่าไม่เผ็ดกันเลยหรอ เพราะคราวที่แล้วที่พวกเค้ามากิน(เราไม่ได้ไป) เค้าสั่ง extra hot แล้วก็นั่งกินแบบร้องไห้ น้ำตาไหล หน้าแดง จากที่สั่งเครื่องดื่มเป็นน้ำเปล่า เลยต้องลุกไปสั่งเป๊บซี่รีฟิลมาเลย(อันนี้พี่กิตเล่าให้ฟัง)

คราวหน้าจะสั่งอย่างอื่นที่มันเผ็ด ๆ เอาแบบสะจาย ๆ ไปเลย

ออกไปกินตั้งแต่สี่โมงเย็น แล้วก็ว่าจะดูหนังเรื่อง You, Me and Dupree ต่อ แบบว่า กินเสร็จเร็วน่ะ พวกผู้ชายเลยนั่งเล่นติงต๊องกันในร้าน นี่โต ๆ กันแล้วนะ ยังเล่น "ปล่อยพลังคลื่นเต่า" เล่นเอาท้องแข็งไปเลยอ่ะ หัวเราะไม่หยุด แบบว่ามันขำน่ะ ไอ้พลังคลื่นเต่าที่มันเป็นสากลจริง ๆ เลย เล่นกันทั้งภาษาญี่ปุ่น ภาษาไทย และก็ภาษาจีน ก็เลยเดินเล่นแถวนั้น พร้อมๆ กับปล่อยพลังคลื่นเต่าไปด้วย แล้วก็เข้าร้านเกม ไปจับปืนแล้วยิงเล่นแป๊บนึง เหอ ๆ ก็สนุกดีเหมือนกันนะ อิอิ แล้วเราก็เดินไปที่โรงหนัง N1 center กัน

พอไปที่โรงหนัง ก็ซื้อไอติมกิน แล้วเราก็เดินเข้าโรงหนัง จึงได้พบสัจธรรมว่า ตั๋วหนังที่นี่เนี่ย มันไม่มีเลขที่นั่งให้เฟ้ย เพราะฉะนั้นเนี่ย ตูดใครตูดมัน มาก่อนได้ก่อน เลือกนั่งบนสุดเลยอ่ะ พฤติกรรมการเลือกที่นั่งนี่แปลกดี ไม่มีใครเลือกข้างบนเลยอ่ะ อืม อีกเรื่องนึง เก้าอี้เอนไม่ได้...แข็งโป๊กเลย สู้เมืองไทยก็ไม่ได้

ออกมาจากโรง หนังไม่ได้สนุกอย่างที่คิดไว้ และอย่างที่พี่โบโม้เอาไว้...

Thursday, August 24, 2006

Cold down..

These days, the weather seems to cold down and be windy with a cloudy sky(ready to rain all time). So, it's a perfect environment to sleep

The firsk task in this session (International Business) is Presentation in area of International business.
As a relatively experienced student in the class, a pair-work presentation is not a problem for me.
I have to do a 2-week project preparation and I wonder that it's a 10-minute presentation,why you give such lot of time.. hehe

I choose a topic that I had done before la' because we can serching for the information easily through the internet. Some of students choose to do a study on comparison of something between their different countries. I think it's difficult because it's hard to find this kind of information here.

Tomorrow I have afternoon free time, just tomorrow, not every friday..

I have heard about a Thai movie coming soon. ' Season Change ' I want to see ahhhhhhhhhhhh.... and also Nitade stage drama . -_-"

Season changes, take care na everybody.

ps. Today I have drunk the only one Oishi Green Tea that I brought from Thailand. How fresh I am !!! 'U'

Monday, August 21, 2006

Guilty PaY - LiN

According to one of my friend's space, Gap, I feel very guilty that I'm studying abroad but always write in Thai. hehe
Read it very carefully...

I got up early this morning to prepare and cook for my lunch ah.. I cooked ' Kai Kratiam Prikthai ' for my lunch.

Today is the first day of the third block, my second block, I have chosen to study International Business.
I arrived the college at 9.30 this morning. There are many people choosing International Business. When I arrived and looked for the G52 room, I met my last block teacher whom I like very much. She called me and asked if I was looking for the G52 room. I was a little bit surprised. When all students were in the room, I saw my lovely teacher. 'She's gonna teach me' I prayed.

Lucky me. I was interviewed by her and in her class despite 3 other teachers. The teacher brought new students touring around the campus(I didn't need to) so I went to have my lunch. Then I went to the computer room, and got mad with it. There are many Asian languges,Chinese, Japanese, Korean, Arabic but not Thai so I can't type in Thai ahh. Furthermore, it doesn't allow me to right click. I have to use keyboard command instead. And the worst, you can't install anything into the computer, even try to access My Computer.

The first class today is quite heavy. The lecturer speaks in very low tone. and today's homework is a 7-page reading la. It's going to be heavier and heavier...

but I can...

FIGHT !!

Thursday, August 17, 2006

ดีใจ และ ภูมิใจ ที่เป็นคนไทย

วันนี้ไปมหาลัยแต่เช้าล่ะ เมื่อคืนก็นอนซะดึก เตรียมพรีเซนต์

กะว่าจะใส่เสื้อเหลืองซะหน่อย ให้เข้ากับบรรยากาศประวัติศาสตร์ไทย

แบบว่าจะไปใช้คอม แต่ใช้ไม่ได้ จะปรินท์รูปที่จะใช้พรีเซนต์อ่า

ก็วันนี้มีพรีเซนต์ The history of Thailand ล่ะ ตื่นเต้นเหมือนกัน แบบว่า ภายในเวลาอันน้อยนิดเนี่ย ตื่นเต้นก็ตื่นเต้น แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดีล่ะ

อาจารย์คอมเม้นต์ว่า pronunciation is clear แต่ว่า ให้ปรับปรุงจังหวะให้เหมือนคนอังกฤษหน่อย เง่อ..ไม่ใช่ง่าย ๆ นะเฟ้ย..

พรีเซนต์ไปก็ภูมิใจไปล่ะ ภูมิใจที่ชาติของเราไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร เพื่อน ๆ และอาจารย์เค้าทึ่งกันมาก
really.. why..??
เราก็บอกว่า เรามีวิธีการทางการทูตที่ดีอ่ะ King ของเราเสด็จเยือนประเทศตะวันตกออกบ่อย

แล้วอาจารย์เค้าก็ถามคำถามนึง เกี่ยวกับ " Anna and the King" เราเข้าใจนะ ว่าเค้าถามอะไร แต่เราไม่รู้จะตอบไงดีอ่ะ
เราก็บอกเค้าเพียงว่า ก็คิดดูเอาเองนะ ว่าหลังจากหนังเรื่องนี้เข้าฉาย ก็ถูกแบนทันที ดีวีดงดีวีดีกลายเป็นของผิดกฏหมายไป
เราเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์มาก ๆ เลย เค้าก็เข้าใจ..

ตอนพรีเซนต์เสร็จ ได้รับเสียงปรบมือนานดี แอบดีใจ ^^

วันนี้ตอนเย็น ทำอาหารไทยให้เพื่อน ๆ กินกันล่ะ ตัดสินใจทำไข่เจียวหัวหอม กับ แกงเขียวหวานไก่ แล้วก็ข้าวสวยร้อน ๆ วันนี้เพื่อนร่วมโต๊ะอาหารเป็นเด็กญี่ปุ่นทั้งสิ้น 4 คน รวมเราอีก 1 คน กินกันอย่างสนุกสนานและเอร็ดอร่อย ดีใจอ่ะ ที่เค้าชอบอาหารไทย และที่สำคัญ เราลองให้เค้ากินน้ำพริกเผากะไข่เจียวล่ะ โอ้โห ติดใจกันใหญ่ จนน้ำพริกเผาเราหมดไปครึ่งขวด ^^" เค้าถามว่า อร่อยภาษาไทยว่าไง เราก็สอนเค้าพูด ลองนึกภาพดูดิ เด็กญี่ปุ่นพูดตามเรา พร้อมๆ กัน 4 คน เหมือนเด็ก ๆ เลยอ่า น่ารักจัง..

สรุปว่าวันนี้ ก็เป็นวันที่ดีอีกวันหนึ่ง รู้สึกดีจัง..

ปล. นับไปนับมา อีกอาทิตย์เดียวก็จะครบเดือนแล้วนะ ที่มาอยู่ที่นี่ เวลาผ่านไปเร็วจังเลย..

Saturday, August 12, 2006

ผ่านไปอีก 1 อาทิตย์

วันนี้โทรกลับเมืองไทยแต่เช้าเลยล่ะ อารมณ์ว่าฤกษ์กะลังดี วันแม่ รักแม่นะค๊า

ก็เล่นตื่นตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง ลงไปโทรศัพท์หาปะป๊า คุยกันนานอยู่

มาจะกล่าวบทไป..

เมื่อวันพฤหัส มีเรื่องวุ่น ๆ หลายอย่างในลอนดอนเลยล่ะ เรื่องที่ดังที่สุดก็คือ ที่ Heathrow วุ่นวายชะมัด หลายคนกลับบ้านไม่ได้ หลายคนเครื่องดีเลย์หลายชั่วโมง รถแถวนั้นติดแบบไม่ขยับ มีการตรวจสัมภาระอย่างเข้มงวด ฟาก tube ก็ไม่แพ้กัน มีคน ๆ นึงฆ่าตัวตายโดยการกระโดดลงไปตัดหน้ารถไฟใต้ดิน โอ้ว ตายคาที่เค่อะ วันนั้นวันเดียว ระบบขนส่งมวลชนวุ่นวายมิใช่น้อย

วันศุกร์
อารมณ์ดีแต่เช้าเลยล่ะ ด้วยตระหนักว่า ตอนบ่ายจะไม่มีเรียน ดีใจจริง ๆ เหมือนเด็ก ๆ เลยเนอะ ไม่มีเรียนทีก็ดีใจกันยกใหญ่ ตอนบ่ายเลยกลับมานอน แล้วก็แบบว่าว่างไง เลยจะทำอาหารเย็นกิน ออกไปซื้อที่ tesco กะลังจะเอามาทำอยู่แล้วเชียว Mari เด็กญี่ปุ่นชวนมากินอุด้งแกงกะหรี่ญี่ปุ่น แบบว่า เสาร์หน้าเค้าก็จะกลับแล้วไง เลยทำกับข้าวกินกันอย่างสนุกสนาน ไว้สักวันจะทำอาหารไทยให้กินมั่งนะจ๊ะ

วันนี้ มีโครงการจะไป Chinatown เพื่อไปซื้อเครื่องปรุงรสแบบไทย ๆ มาเก็บไว้ล่ะ เพราะต้องทำให้เพื่อน ๆ กินภายในวันศุกร์นี้ ยังคิดไม่ออกเลยอ่ะ ว่าจะทำอะไรดี ใจจริงอยากทำต้มยำกุ้งนะ แต่ไม่รู้จะไปหา ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด อะไรได้ที่ไหนน่ะสิ..

Saturday, August 05, 2006

อาหารจานแรกของตัวเอง.. ที่นี่..

และแล้ว เราก็ได้ลงมือปรุงอาหารจนได้ล่ะ ห้าโมงกว่า ไปเดิน Tesco ได้มาดังนี้ (น้ำพริกเผาเอามาจากเมืองไทย)
1.น้ำมันถั่วลิสง
2.ผักรวมมิตรอ่ะ แครอท ข้าวโพด ถั่วแขก บรรจุซองเรียบร้อย (อยู่หลังขวดน้ำมัน)
3.หมูบด
4.กระเทียม
5.เส้นก๋วยเตี่ยวเหลือง (ไม่ใช่บะหมี่ ไม่ใช่สปาเก็ตตี้) ทายซิ เราจะทำไรกิน


ตั้งกระทะรอบนเตาไฟฟ้าล่ะ ร้อนช้าชะมัดเลย

แล้วอาหารของเราก็เสร็จออกมาหน้าตาอย่างงี้



ก๋วยเตี๋ยวน้ำพริกเผาหมูสุดแสนอร่อย โฮะ ๆ

กลั้นแล้วนะ..กลั้นแล้ว..

อ่ะ วันนี้ไปส่งปะป๊าที่ King Cross Underground มาล่ะ
ตอนแรกนึกว่าจะไปส่งที่สนามบิน ปะป๊าบอกว่าเปลือง เก็บตังค์ไว้กินดีกว่า
ตกลงก็ไปส่งปะป๊าที่ King Cross

ออกจากห้อง เอาน้ำให้ปะป๊าติดกระเป๋าไป 1 ขวด เผื่อหิวน้ำ จะได้ไม่ต้องไปซื้อที่สนามบิน
เดิน ๆ ไปที่ tube ซื้อตั๋วไป Heathrow ให้ปะป๊า
กอดปะป๊า แล้วน้ำตามันก็ไหลออกมา.. ต้องจากกันแล้วเหรอนี่
ปากบอกว่า อยู่ได้ ๆ วันแรกก็ไม่รอดซะแล้ว ร้องไห้ขี้มูกโป่งเลย ม่ายหวาย ๆ

Friday, August 04, 2006

แล้วอาทิตย์แรกของการเรียนก็ผ่านไป...

และแล้ว การเรียนในอาทิตย์แรกก็จบลงอย่างสวยงาม

ทั้งวิชาภาคเช้า(General English) และวิชาภาคบ่าย(Business Today - News and current affairs) สนุกสนานขึ้นมาหน่อย มีความสุขกับการเรียนดี

อาทิตย์หน้าจะลงมือและลงครัวอย่างจริง ๆ จัง ๆ ซะที
ฮัดช่า..อย่ามาดูถูกกันนะ ว่าจะกินได้หรือป่าว..เค้าก็มีฝีมืออยู่พอตัวนะ

วันอาทิตย์นี้ว่าจะไปช็อปปิ้งล่ะ ซื้อของสดมาเตรียมทำอาหารในสัปดาห์หน้า อิอิ น่าสนุกมิใช่น้อย

ปล.พรุ่งนี้ปะป๊าก็จะกลับแล้วล่ะ คงต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวจริง ๆ ซะทีแล้ว..
ปล 2 ยังไม่ได้ไป Buckingham palace เลย Greenwich ด้วย จะเอาเวลาที่ไหนไปละเนี่ย ต้องไปวันธรรมดาด้วยอ่า working day with specific time..
ปล 3 คุณทิพย์ เมื่อไหร่จะมาอ่ะ ชั้นรอแกอยู่นะ

Wednesday, August 02, 2006

and..

วันนี้เรียนเป็นวันอย่างจริงจังเป็นวันที่สองแล้วล่ะ ตอนเช้าเรียน General English ทุกวันรู้สึกว่าศัพท์ที่ใช้มันยากจัง แต่ก็ดีใจ ที่มีคนรู้สึกเหมือนเราเหมือนกัน คนญี่ปุ่นน่ะ มีอยู่คนนึง มาจากอิรัก เก่งมากเลย หน้าตาน่ากลัวมากอยู่เหมือนกัน เหอ ๆ รู้สึกอย่างรุนแรงว่าเราน่าจะศัพท์ดีกว่านี้ คือ อ่าน reading ก็ได้อ่ะนะ แต่รู้สึกว่าศัพท์เราน้อยไปหน่อย ถ้ารู้เยอะกว่านี้น่าจะดีกว่านี้

ส่วนตอนบ่ายก็เรียน Business Today กับ News & Current Affairs สลับวันกัน บ่ายวันศุกร์ว่าง โว๊ะ โฮะ โฮะ

ตอนนี้ฟิตมากอ่ะ ฟังวิทยุ BBC ด้วยล่ะ ดูดิ๊ จะฟังได้นานแค่ไหน

Monday, July 31, 2006

ไปโรงเรียน..ไปโรงเรียน..

30 July วันนี้ไม่อยากไปไหนไกลอ่ะ เลยได้แต่อยู่ในเมือง หาของกินแปลก ๆ ในเมือง แล้วบังเอิ๊ญ บังเอิญ ไปโซโหช่วงที่เค้ามี SOHO PRIDE พอดิบพอดี มันก็เป็นเทศกาล ๆ นึงอ่ะนะ พูดง่าย ๆ ว่า เทศกาลเกย์และพวกรักไม้ป่าเดียวกัน โอ้โห สุดยอดเลย ทุกหนทุกแห่งในถนนเส้นนี้ถูกประดับประดาด้วยสีชมพูและสีเขียว(สีชมพูหมายถึงชายรักชาย และสีเขียวหมายถึงหญิงรักหญิง) ถ้าจะให้ดีนี่เลย สีรุ้ง เคยเห็นธงชาติอังกฤษเป็นงี้ป่าว หุ หุ



Soho Pride

31 july เปิดเทอมวันแรกจ้ะ ตื่นเต้นอ่ะ ตื่นแต่เช้าเลย อาบน้ำ สระผม สวยไปเรียน เดินไปเรียนอ่ะ เพราะอากาศมันเย็นดี เดินยังไงก็ไม่เหนื่อย (แบบว่าคนมันยังมีไฟอ่ะ) คลาสวันนี้ยังไม่ได้ทำอะไรมาก ตอนเช้าก็รับเอกสารปฐมนิเทศอ่ะ แล้วก็ฟังจารย์อธิบาย ๆ พาเดินดูนู่นดูนี่ ห้องนั้นห้องนี้ ตึกมันก็มีอยู่แค่นั้นน่ะแหละ ห้องนั้นห้องนี้อย่างกะเขาวงกต คิดว่าถ้ามาคนเดียวนี่หลงแน่ ๆ ตอนเที่ยงก็กินข้าว แล้วตอนบ่ายก็มีกิจกรรมกลุ่มเล็กน้อย หมดละ วันนี้


First Day in SOAS

พรุ่งนี้จะได้เรียนจริง ๆ จัง ๆ ซะที จะเป็นยังไงน้อ

Wednesday, July 26, 2006

Arrived...

:: July 26 01.15 am Thailand time ::

When I am seated, there are many kinds of beverages. Without hesitation, I order a small glass of red wine. ( 'U' ) At this time,most of passengers were sleeping. I waited for a meal and ate it before I fell asleep because of the wine at 3 am Thailand time. As a non-stop sleeper, I slept until 6.30 am UK time(please dont forget that uk time is 6 hours slower thai thai time).

:: July 26 07.10 UK time ::

Reaching Heathrow Airport, I followed the custom process the directed to the baggage belts. Unfortunately, one of my bags was lost. Ahhhhhhhhhhh... What happened? Who mistook our luggage? or he intended? many questions ran in my head. We dont know what to do so we went to the Thai Airways office and told them to deliver my luggage to my address if found.

At Heathrow terminal, I seemed to be very excited that I saw a big fat man showing a board with my name on it. Actually, he is a hired driver that would pick up us to Dinwiddy. We have to say very thanks to this man because he helped us to speak to the airport officer. That made everything easier and quicker. Furthermore, he drove us to Dinwiddy House safely without asking for any tips.

:: July 26 10.00 UK time ::

I've got a cold so today I seemed to be very tired and asleep. The first meal I had here is ^egg and becon roll^ which is 2.50 pounds. he he he... then i go back to sleep at my dorm.

In the evening, I go to King's Cross Underground to buy Oyster Card then hanged around there and went back my dorm to send e-mail and chat with my friends

That's all for today.

Miss you all !!~!!

Wednesday, July 19, 2006

แถลงการณ์ฉบับที่ 2

ข้าพเจ้า เรา กู เพลิน หรืออะไรก็แล้วแต่ จะเดินทางไปอังกฤษในคืนวันที่ 25 กรกฎาคม เป็นที่แน่นอนแล้ว

และ..

จะปิดเบอร์มือถือ โดยถาวร คือ กลับมาแล้วก็ใช้เบอร์ใหม่เลย

เพราะฉะนั้น

มีอะไรก็เมล์มา หรือ ออนไลน์แล้วคุยกัน..นะจ๊ะ

Sunday, July 16, 2006

ว้า..เป็นบัณฑิตไปซะแล้ว..

ก็ผ่านไปได้ด้วยดีแล้ว สำหรับงานพระราชทานปริญญาบัตรจุฬาฯ เมื่อวันที่ 13 กค ที่ผ่านมา

เหนื่อยอิ๊บอ๋ายเลยย.. แต่ก็มีเรื่องราวและความทรงจำมากมาย

ตั้งแต่เช้า ตื่นแต่ ตี 4 แน่ะ อาบน้ำ ทำผม แต่งหน้า ไปถ่ายรูปที่หอก่อน แล้วค่อยไปถ่ายรูปที่คณะ ถ่ายได้ไม่ทันไรก็ต้องไปเข้าแถวที่หอประชุม เข้าหอประชุมปุ๊บ กรำ ได้นั่งเก้าอี้เสริม นอนก็ไม่ได้ แง่ม ๆ พอแถวก่อนหน้าเราลุกขึ้นยืนแล้ว โอ้ว ตื่นเต้น ๆ ๆ ปวดฉี่ ๆ แอร์ก็เย็น ๆ จะถึงตาเราแล้วเหรอเนี่ย กลัวเป๋อจังเลยอ่ะ เหอ ๆ แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี

ออกจากหอประชุมมา ก็มาถวายบังคม แยกย้ายกันกลับ ไอ่เราก็แวะคณะแป๊บนึงแล้วค่อยกลับหอ ระหว่างทางเจอ ดอย ดีใจว่ะที่แกมา :) เดิน ๆ ๆ ไปที่หอ แล้วก็เซอร์ไพรส์มากมายที่พี่เอิร์ธมาถ่ายรูปด้วย และก็เป็นความเฮงส่วนบุคคลหรือการเป็น "คนที่ถูกเลือก" ระหว่างที่ถ่ายรูปกะพี่เอิร์ธอยู่นั้น ก็มีของเหลวอุ่น ๆ หยดแหมะที่ใบหน้าของข้าพเจ้า โอ้ว ม่ายยย..ขี้นก แล้วก็ไปกินข้าวเย็นกะเพื่อน ๆ สาธิต ม.ช. แล้วค่อยกลับหอ

อีกวันก็ลุกขึ้นมาแต่เช้า มาแสดงความยินดีกะเพื่อน ๆ ไปถ่ายสติ๊กเกอร์กะเจ๊ไผ่ และ อุ๋มอิ๋ม แล้ววันนั้นก็ได้ฤกษ์ร่ำลาเจ๊ไผ่..จะไม่ได้เจอกันอีกเป็นปีแน่ะ งือ งือ..

กลับมาเชียงใหม่ก็นอน นอน และก็นอน แล้วก็ไปกินข้าวกะญาติ ๆ ด้วย ถ่ายรูปกันมากมาย ระหว่างที่ถ่ายรูปกันอยู่นั้น ทางร้านอาหารเค้าก็ขอถ่ายรูปกะเราด้วย ไอ่เราก็งงอ่ะดิ เค้าบอกว่าจะเอาไปลงหนังสือพิมพ์เชียงใหม่นิวส์ แบบว่า แอบโฆษณาร้านอาหารน่ะ เหอ ๆ เขิลล์..

ไม่ได้เจอญาติ ๆ ตั้งหลายคน โอ้โห แต่ละคนเปี๊ยนไป๋ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่โต้ง อ่ะ เห็นตั้งแต่เดินเข้ามาละ แต่คิดว่าคิดไปเอง เพราะหน้าเหมือน อ๊อฟ-ปองศักดิ์มาก ๆ เลยขอถ่ายรูปเดี่ยว close-up ไว้อวดเพื่อนซะหน่อย คิคิ


ขอบคุณเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ญาติ ๆ ทุกคนที่มาร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่คนนี้นะค๊า.. พ่อ แม่ และน้องแพน ที่เป็นกำลังใจให้เพลินมาตลอดและทำให้เพลินมีวันนี้ ถ้าแม่ได้เห็นวันนี้ แม่คงดีใจมาก..


ปล.กลับถึง กทม. วันที่ 21 มีคิวกินข้าวกะเพื่อน ๆ มากมาย.. ไว้เจอกันเว้ย..

Wednesday, June 28, 2006

แถลงการณ์ ฉบับที่ 1

แถลงการณ์ฉบับที่ 1

เนื่องด้วย ข้าพเจ้า นางสาวกษมา ฉันทวัฒน์ มีภารกิจในการไปศึกษาต่อต่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในช่วงระยะเวลาแรก ประมาณ 1 ปี ในหลักสูตร Foundation Diploma for Postgraduate Studies อ่ะ ใช้เวลาประมาณ 10 เดือน ซึ่งจะเปิดเทอมในเดือน ตุลาคม แต่ด้วยความอ่อนด้อยภาษาอังกฤษของข้าพเจ้า ทำให้ต้องเรียนภาษาอังกฤษภาคฤดูร้อนเพื่อเตรียมความพร้อมอีก 6 สัปดาห์ ทำให้ต้องเริ่มเรียนในวันที่ 31 กรกฏาคม ทำให้ข้าพเจ้าต้องเตรียมตัวอย่างเร่งด่วนและจะเดินทางในวันที่ 25 กรกฏาคม 2549

จึงประกาศให้รับทราบโดยทั่วกัน
(มิตรสหายส่วนใหญ่ทราบแล้ว)

-----------------------------------

ประกาศด่วน และประกาศจับ

เพื่อนสนิทมิตรสหายกรุณามาร่วมชักภาพร่วมกะข้าพเจ้าในวันใดวันหนึ่งต่อไปนี้
วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฏาคม หรือ
วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฏาคม (รับจริง)
ไม่งั้นจะเสียใจ

Sunday, June 25, 2006

เอ่อ...

ไม่ได้หยิ่งจริงๆ มันยังไม่เจอะกับเขา

ไม่มีใครเอา มันเรยต้องเหงาเข้าใจ

หน้าต่างประตูมาดูยังเปิดเอาไว้ ให้คนที่อยากเข้ามา

กลางวันทำงาน กลางคืนนั่งทำใจ

เวลาเจอใครมีแฟนก็อิจฉา

คนดีคนใดก้อไม่เห็นมีมา ทำไมหายากเย็น เข็ญใจ

Tuesday, June 20, 2006

First Congratulation Ceremony Rehearsal

โอ้โฮเฮะ

วันนี้ซ้อมรับปริญญาวันแรกล่ะ ตื่นเต้นมาก โก๊ะมากด้วย

ออกจากหอแต่เช้าเลย กะว่าจะมาซื้อรองเท้าก่อน จะได้ซ้อมไว้ ๆ ให้ชิน ซื้อเสร็จ ได้เรื่องเลย เดิน ๆ ไป รองเท้ากัดซะงั้น กัดจนเท้าจะเป็นรูอยู่ละ กว่าจะเดินจากมาบุญครอง ถึง สทป นัดเจียร์กินข้าว แล้วก็ไปคณะ เท้าก็ระบมก่อน เลยแวะซื้อเทปกันรองเท้ากัดมา 1 คู่ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรอยู่ดี เดินไปอย่างลำบากแสนเข็ญ ยังกะคน "ขาโด๊ะ"

แล้วเราก็ค่อย ๆ ค่อย ๆ เดินไปที่หอประชุมจุฬาฯ เพื่อซ้อมพิธี นั่งฟัง นั่งดูวีดีทัศน์ นั่งฟังอาจารย์พูดขั้นตอนต่าง ๆ แล้วก็ถึงเวลาปฏืบัติจริง อืม ตื่นเต้นมิใช่น้อยเลยอ่ะ พอได้ลองเดินดูเองนี่ รู้เลย เร็วมาก ๆ "โตยบ่ตันเจ้า"


กลับมาที่หออย่างทุลักทุเลจากรองเท้ากัด

ทรมานจริง ๆ

Thursday, June 01, 2006

อิมแพ็ค

เมื่อวานเค้าไปงานมหกรรมเฉลิมฉลองที่ในหลวงทรงครองราชย์ครบ 60 ปี ที่เมืองทองมาล่ะ

ตื่นแต่เช้า(ในรอบ..หลายเดือน) นัดกะอุ๋มอิ่ม กะไปขึ้นรถที่อนุสาวรีย์ ว่าจะนั่งรถตู้ ปรากฏว่า คนหนึ่งล้านแปดแสนคนกะลังต่อคิวรถตู้อยู่ แล้วก็มีคนจำนวนหนึ่ง ตกลงจะหารค่าแท็กซี่กัน ไอ่เราก็ไปแจมด้วย เออ ถึงเร็วดีแฮะ ถึงอิมแพ็คตอนประมาณ 11 โมง เดิน ๆ เดิน ๆ เดินกันเข้าไป จะใหญ่อะไรนักหนาเนี่ย แต่ก็ดีนะ ดีมาก ๆ เลย อลังการสุด ๆ เดิน ๆ พอเที่ยงปุ๊บ(เพิ่งเดินได้ 3 ห้องเอง) ก็ไปกินข้าว แล้ว แล้ว คนจะเยอะไปไหนเนี่ย แทบจะนั่งกินกันบนพื้นแล้วนะเนี่ย เพื่อนชั้นก็นะ สั่งอาหารแปลก ๆ มากิน มันเป็นอาหารอินเดียน่ะ เป็นโรตีกรอบ ข้าวอบหญ้าอินเดีย แล้วก็แกงอีก 1 ถ้วย ส่วนเรากินกระเพาะปลา (ราคาย่อมเยาที่สุดแล้ว) กิน ๆ เสร็จ ไปปฏิบัติภารกิจ(เดิน)ต่อ

เดิน ๆ อยู่ เพื่อนก็เกิดปวดท้องอาหารเป็นพิษ ผิดสำแดง ขึ้นมา โอ้ว สงสัยจะไม่ถูกกะหญ้าอินเดีย นานเหมือนกัน กว่าจะหาย แล้วเราก็ไปถ่ายวีดีโอถวายพระพรให้ในหลวงอ่ะ เขินเหมือนกัน เพราะเค้าบอกว่าจะออกทีวีด้วย (ยูบีซี 27) แล้วก็ออกมาเดิน ๆ ดู ๆ จนครบ ก็เป็นอันกลับหอ

โชคดีที่ทันรถเมล์ ได้นั่งด้วยล่ะ เลยสบายและประหยัดหน่อย ไปลงที่อนุสาวรีย์ปุ๊บก็กะจะนั่งรถเมล์ไปห้องค่ายเพราะนัดพี่เอาไว้ ตอนเดินลงสะพานลอยอนุสาวรีย์เนี่ย เห็นชาวบ้านเค้าต่อแถวยาว ๆ ไรวะ ลองมั่งดิ๊ ปรากฏว่า เป็นไอติมโคนที่สูงที่สุดอ่ะ ลองนึกภาพตามนะ มันจะเป็นไอติมสองสี (คล้าย ๆของเคเอฟซีน่ะ ที่มันเป็นสีขาวกะสีชอคโกแลตอ่ะ) ลอง ๆ กิน 15 บาท กินไม่ทันเว้ยเฮ้ยยย ละลายหมดเลย เกือบแย่ แถมรสชาดก็งั้น ๆ น่ะ ไม่อร่อย กินแล้วบอกต่อด้วย ว่า "อย่ามากิน อีกนะ" แล้วเราก็นั่งรถกลับหอด้วยความเหนื่อยเมื่อยล้า ไปกินข้าวสวนหลวงกะพี่เปาและพี่ตั๋น แล้วก็กะจะไปเอาแอลกอฮอล์เข้าร่างกายเสียหน่อย ก็เพื่อนชั้นมัน..นะ เอ่อ กิน ๆ อยู่ ฝนตกเลยอ่ะ ตกหนักซะด้วย แงว เลยต้องรอจนฝนหยุดตก แล้วค่อยไปที่ตักสุรา ระหว่างทางนั่งรถไป ก็ไม่ลืมที่จะฝากน้องสาวไว้ว่า "ถ้าปะป๊าโทรมาบอกว่าพี่เพลินหลับแล้วนะ เพราะเพิ่งกลับมาจากเมืองทองฯ เหนื่อยมาก ๆ" พอไปถึง นั่งคุย นั่งดื่มกันไปเรื่อย ๆ จนเค้าปิดร้าน ก็มึน ๆ กึ่ม ๆ นิดหน่อยอ่ะ ไม่เมานะ นาน ๆ ทีมีแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน แล้วสาวน้อยสองคนก็กลับหอกิ่งเพชรด้วยความช่วยเหลือจากพี่เปา
สรุปว่า ก็เป็นวันที่สนุก มีความสุข และเหนื่อยดีจัง


วันนี้ตื่นซะสายเลยเชียว กะว่าจะไปพันธุ์ทิพย์พลาซ่า แล้วก็ซื้อของเข้าห้อง ก็.. เอ่อ กว่าจะออกห้องก็เที่ยงแระ ไปกินข้าวพันทิป แล้วก็เดิน ๆ แล้วก็รู้สึกแปลกใจ เอ๊ะ ทำไมร้านแผ่นเกม แผ่นโปรแกรม มันพากันปิดหมดเลยวะ แถมไม่มีพวกยัดเยียด MP3 อีกด้วย เดินกลับออกไปประตูน้ำ(อยู่บนสะพานลอย) ก็เลยถึงบางอ้อ ที่แท้ เค้ามีอีเวนต์รณรงค์ลิขสิทธิ์กันหน้าพันทิปนี่เอง ว้า เสียเที่ยวเลย แย่ ๆ ๆ แล้วเราก็เดินไปที่บิ๊กซี ซื้อของกินใส่ตู้เย็น แล้วก็กลับหอโดยสวัสดิภาพ..

พอกลับหอ เห็นบิลค่าห้อง เอ่อ ค่าไฟกระฉูด แต่ไม่เป็นไร เด๋วแพนไป ค่าไฟก็ลดเองล่ะ (เพราะมันชอบบอกให้เปิดแอร์) สักพัก พ่อก็โทรมา บอกคะแนน IELTS อ่ะ ก็ดีใจอ่ะนะ ที่ผ่าน แต่ก็..ผิดหวังนิดหน่อยว่ะ เฮ้อออ..

reading 5.5
writing 6
speaking 6
listening 5.5
**overall = 6**

รู้ชะตากรรมแล้วไง กรูทำ reading ไม่ด้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ยังโชคดีนะเนี่ย ที่เค้าให้เรา 6 เลยปลอดภัยหน่อย ถ้าเค้าให้เรา 5.5 เนี่ย แย่เลย..

จากผลคะแนนที่ออกมา ทำให้สันนิษฐานได้ว่า เรามีความสามารถในการส่งสาร(เขียน พูด) แต่ไม่มีความสามารถในการรับสาร(ฟัง อ่าน) แล้วเราจะมีชีวิตรอดม้ายยยยยยยยยยยยยยยยยย

Sunday, May 21, 2006

จิตตก กะ IELTS

สอบ IELTS เสร็จไปเมื่อวาน

โว้ววววววววว ยากมากเรยยยยย โดยเฉพาะ Reading นี่ สุด ๆ เลย

"หมึน" เจ้าค่ะ

ช่วงเช้า สอบ Listening Reading และ Writing ตามลำดับ ก็พอถูไถไปได้แหละ เสร็จช่วงเช้า แพนแพนก็เอาอาหารมื้อเที่ยงมาส่ง เพราะแถวนั้นมันไม่มีไรกิน และก็ไม่รู้ว่าจะได้คิวที่เท่าไร เลยให้แพนเอาข้าวเที่ยงมาส่ง แล้วแพนแพนก็นั่งรอจนเราสอบเสร็จแน่ะ น่ารักที่สุดเลยยยยยยย แถมยังไม่ได้กินข้าวอีกตะหาก หลังจากออกจากห้อง Speaking มาได้อย่างทุลักทุเล ก็พาแพนแพนไปกินข้าว แล้วก็เอาของไปเก็บที่หอ แล้วก็ออกมาที่หอใน กะว่าจะไปกินข้าวกะน้องน้อยหน่าผู้เหงาหงอย โหย น่าจ๋งจ๋านที่ฉุดเยย อยู่หอคนเดียว พอไปถึง ปรากฏว่าหนูน้อยหน่าโทรมาบอกว่าจะกลับบ้าน แป่ว แหว่ว แหว่ว อีชั้นเลยมาเล่นเน็ตที่หอแก้เซ็ง แล้วก็นั่งรถกลับหอ กลับมาก็ไม่รู้ทำไร นั่งเล่นเกม และจิตตกเรื่อง IELTS เลยโทรไปจิตตกกะทิพย์ เฮ้อ อีกสองอาทิตย์ คะแนนก็ออกแล้วอ่ะ ถ้าไม่ผ่านทำไงดีวะเนี่ย?

เฮ้อออออออออออออออออออออออ

ปล.อยากดู Da Vinci Code อ่ะ เพื่อน ๆ

Tuesday, May 16, 2006

22 ปีบริบูรณ์

Happy Birthday to me to me

Tuesday, May 09, 2006

Ghost Game

เมื่อวานแบบว่าเก็บของที่หอในมาไว้ที่หอนอก..วุ่นวายจัง

ตอนเย็นไปกินข้าวกะอุ๋มอิ๋ม เพราะเพื่อน(ต่างเพศ)ของอิ๋มบอกว่าจะพาไปดู "ก้านกล้วย" รอบปฐมทัศน์ แต่จะพาไปแบบ "แอบพาเข้า" (เพราะเค้าทำงานหนังเรื่องนี้อยู่ด้วย) ไอ่เราก็อยากดู - อยากเห็น (พวกสอดรู้สอดเห็นก็งี้ล่ะ)

นัดกะอุ๋มอิ๋มไว้ตอน 18.30 ที่ลานน้ำพุ พารากอน แล้วค่อยขึ้นไปหาเพื่อนมัน ดูการแสดงบนเวทีสักพักชักหิว เรากะอิ๋มเลยทำเป็นสวีท (เน้น ทำเป็นสวีท) ไปกินข้าวกันสองคน (อึ๋ย สยอง ทุกทีแค่ล้อคนอื่นเล่น ๆ คราวนี้เอาจริง T_T) พอจะขึ้นไป ปรากฏว่า อ้าว เค้าเข้ากันไปหมดแล้ว แปว ทำไงดีเนี่ย ดูหนังมั้ยแก? ไอ่เราก็ อืม ดู ๆ หมู่นี้ชักเหงา ๆ แล้วเลือกเรื่อง ghost game เข้าไปปุ๊บ โล่งมากเลยอ่ะ เค้าคงดูกันหมดแล้วมั้ง? น่ากลัวมากเลยอ่ะ น่ากลัวดี นั่งบ้ากันสองคน ทำไมคนอื่นเค้าไม่เห็นกลัวกันเลยวะ แถมเรื่องนี้หลอนอีกอ่ะ คนที่ไปดูจะรู้ว่าเตียงในหนังน่ะ มันมีใต้เตียง คือ ใต้เตียงจะโล่ง ๆ อ่ะ ดันไปเหมือนกะหอเราอีก อีชั้นก็กลัวสิคะ ดันเจือกเป็นคืนวันที่ 8 ย่างวันที่ 9 อีกตะหาก นอนคนเดียวอีกด้วย เมื่อคืนเลยนอนดึกหน่อยอ่ะ แบบว่ากลัว งือ งือ

ตอนเช้าพ่อมาปลุกซะแต่เช้าเชียว ก็พ่อกะน้องยกพลขึ้นบกมาจากเชียงใหม่อ่ะจิ มาพร้อมทีวีซะด้วย เย้ ๆ จะได้ดูทีวีกะเค้าซะที วันนี้ก็ไม่ค่อยได้ทำอะไร ตอนบ่ายก็นอน เนื่องจากอากาศร้อน เลยไม่มีกะใจจะทำอะไร

Saturday, May 06, 2006

ภูมิใจดีมั้ยเนี่ย

เอ่อคือ

ใคร ๆ (คุณเจียรณี คนขี้คัน นั่นแหละ) เค้าก็บอกว่า เราคือ "เจ้าแม่ของเถื่อน"
ป่านนี้เค้ารู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้วมั้งเนี่ย
ขนาดกระซิบกะอีป่าน ว่ากรูมีนั่นมีนี่นะ
น้องเนิ้งยังอุตส่าห์ตามมาหาเราถึงห้องอีกจนได้ T_T

..เราควรภูมิใจดีมั้ยเนี่ย..

จริง ๆ มันก็แค่นิ ๆ โหน่ย ๆ เองนา
ละครทีวี ซีรี่ย์เกาหลี คลิปต่าง ๆ นานาที่กะลังเป็นข่าว

เราก็ไม่ได้ทำไปเพื่อการค้าซักกะหน่อย ทำเพื่อความบันเทิงส่วนตัวและเพื่อน ๆ พี่น้อง
ก็ได้อานิสสงส์กันไปหลายคนจากคลิป ... and the king.

เพราะฉะนั้น ขอร้องเหอะ อย่าเรียกเราอย่างงี้เลย มันดูไม่ดี.. เด๋ววันดีคืนดี มีตำรวจมาจับเราจะทำไงดีล่ะ พวกแกอย่าลืมเอาข้าวผัดไปส่งเราด้วยละกัน..

Saturday, April 29, 2006

โยก ย้าย

ว่าจะเก็บของเตรียมย้ายของมาหลายวันแระ ไม่ได้เก็บซะที

คงต้องเก็บอย่างจริงจังละทีนี้

ก็พรุ่งนี้จะย้ายหอแล้วนี่นา
โอ้แม่เจ้า ทำไมข้าวของชั้นมันเยอะอย่างงี้นี่ นี่ขนาดขนไปเชียงใหม่รอบนึงแล้วนะ ยังมีอีกตั้ง 1 คันรถได้

นี่ก้อเที่ยงคืนกว่าละ กว่าอีชั้นจะตื่นก็เที่ยงนู่นน่ะ
แล้วมันจะเก็บทันได้ยางง้ายยยยยย

ไปอยู่หอนอก
คงเหงาเนอะ
คงต้องกินข้าวคนเดียว
คงต้องนอนคนเดียว
คงต้องเม้าท์คนเดียว (?)

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "ผีเขี้ยว" ตัวนี้จะอยู่ยังไงละเนี่ย เฮ้อ

เจียร์บอกว่า จะมาหาเราเป็นระยะ ๆ ดีใจจัง ^^ แล้วเค้าจะรอนะตะเอง

Sunday, April 16, 2006

สงกรานต์นี้ที่โคราช

เพิ่งกลับมาจากโคราชอ่ะนะ แบบว่าไปพักผ่อนที่บ้านพี่แอ๊นท์ที่โคราช

บอกว่าไปพักผ่อนก็ไปพักผ่อนจริง ๆ อ่ะแหละ เพราะวัน ๆ ก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย

กลับมาก็ refresh ตัวเองได้ในระดับหนึ่ง

ยังยืนยันนะ ว่ายังอยากไปเที่ยว ที่ไหนก็ได้ ไกล ๆ กรุงเทพหน่อยก็ดี
ถ้าเป็นป่าเป็นเขาจะยิ่งดีใหญ่

Sunday, April 09, 2006

ทริป ' จั่ว '

โอ๊ะโอ เพิ่งกลับมาจากทริปเนี่ย อิ่มแปร้เลย เหนื่อยด้วย แต่ก็รีบมาอัพสเปซก่อน อิอิ

เริ่มออกเดินทางวันที่ 7 เมษา จากคณะ ไปยัง ระยองชาเล่ต์ ออกจากคณะเป็นคันแรก แต่ดันถึงที่พักเป็นคันสุดท้ายง่ะ ก็ดันไม่รู้ทางนี่หว่า เลยงม ๆ ถามทาง อ่า พอถึงบังกาโลแล้วก็อาบน้ำอาบท่า มิสคอลให้ปะป๊าว่าถึงที่พักแล้วแล้วก็เล่นไพ่ เป็นอะไรที่สนุกและท้าทายมาก ใครแพ้ต้อง "ซิทอัพ" โดยจำนวนครั้งจะเพิ่มไปเรื่อย ๆ ตามตาที่เล่น เราเองก็โดนไป 2 ครั้ง แต่โดนตอนที่มันน้อย ๆ เจียร์ดิ โดนหนัก อิอิ เล่นได้สักพัก พี่บอลก็มาเป็นเจ้ามือป๊อกเด้งให้ สนุกสนานมาก แต่ในระหว่างนั้น ก็มีกลิ่นตดปริศนาคละคลุ้งขึ้น เหม็นมาก ๆ วงไพ่แตกเลยอ่ะ สรุปก็คือ ยังไม่รู้ว่าใครตด แต่มันบังอาจมาก ทุกคนได้รับอานิสงส์ถ้วนทั่ว แล้วส้มก็เป็นเจ้าต่อ เมย์ เจียร์ กะ ทิพย์ เป็นเด็กดี รีบเข้านอน (ต่อไปนี้จะเรียกว่า พวกตีสาม) ส่วนพวกที่เหลืออันได้แก่ เพลิน ส้ม แนน และหลิน (ต่อไปนี้จะเรียกว่า พวกตีสี่ครึ่ง) ก็ยังคงจั่วกันต่อไป ได้อารมณ์มากค่ะ เนื่องจากมี "เงิน" เข้ามาเกี่ยวข้อง (ตกลงกันว่าตาละบาท แต่หลังจากนั้นมันมากกว่านั้น) เชื่อมั้ยเนี่ย เพิ่งเคยเล่นป๊อกเด้งอย่างจริงจังและถูกต้องก็ครั้งนี้เป็นครั้งแรกแหละ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเข้าใจเลยว่า สองเด้ง สามเด้ง ห้าเด้ง มันหมายความว่ายังไง แล้วก็ไม่เคยเล่นกินตังค์ด้วย ส้มเป็นเจ้าค่ะ เล่นไปเล่นมาอย่างเมามันส์ จนเสียงดังไปแปดทิศ ทันใดนั้น ... ปะป๊าก็โทรเข้ามา เกิดอาการแตกตื่นเล็กน้อย แล้วเราก็บอกให้ทุกคนเงียบพร้อมกับทำเสียงง่วงนอนรับโทรศัพท์ แล้วก็วาง กลับมาเฮฮาต่อ แล้วก็เข้านอนตอนตีสี่ครึ่ง

เช้ามา ตื่น เก้าโมงแน่ะ รีบล้างหน้าแปรงฟัน แล้วก็รีบไปกินข้าวเช้าก่อนที่เค้าจะเก็บตอนสิบโมง กินข้าวเช้าเสร็จ ก็มานั่ง ๆ นอน ๆ กลิ้ง ๆ ดูทีวีอยู่ที่บังกาโล ตอนเที่ยงก็ออกไปกินข้าวเที่ยงอีกละ กินเสร็จก็กลับบังกาโล แล้วก็มีกลุ่มทรายมาเยือน และ ออม ขอเป็นเจ้า หลายขามาก ๆ สนุกสนาน สงสัยช่วงนั้นจะมือขึ้นขั้นสุดยอด ได้มาหลายสิบบาทเหมือนกัน เล่นไปเล่นมา ได้เวลากินข้าวเย็นอีกแระ วัน ๆ ไม่ต้องทำอะไร "พวกตีสี่ครึ่ง"ก็เล่นไป(ยังคงไม่อาบน้ำตั้งแต่เช้า) พวกตีสามก็นั่งดูทีวี อ่านหนังสือ ทำอะไรต่อมิอะไรไป สักพัก ก้อไปเล่นน้ำทะเลกัน ข้าพเจ้าก็ไม่ได้เล่นกะเค้าอีกตามเคย เนื่องจากเป็นวันแดงเดือด พอเล่นน้ำทะเลเสร็จก็ขึ้นมากินข้าว เอ๊ะ ไม่ใช่สิ สูบข้าว กับข้าวบนโต๊ะหมดเร็วยังกะแร้งลง แล้วก็กลับเข้าบังกาโล อาบน้ำอาบท่า แล้วพวกตีสี่ครึ่งก็ตั้งหน้าตั้งตา "จั่ว" กันไม่หวั่นไหว ฟังเดอะสตาร์ไปพลาง ๆ หูยยย แต่รอบนี้เสียเยอะว่า แต่ก็ไม่กินทุน นับว่าโชคยังดีอยู่ ระหว่างที่เราเล่นไพ่กันอยู่นั้น พวกตีสามก็เข้านอนไปก่อนตามระเบียบ แล้วเราก็จำกัดเวลาเล่น(ถ้าไม่จำกัด มันจะไม่หยุดกัน) เสร็จแล้ว พวกตีสี่ครึ่งอย่างเรา ๆ ก็เข้านอนกัน

ตื่นเช้ามา เวลาประมาณเมื่อวานเลยอ่ะ เก้าโมงกว่าจะสิบโมง แต่เช้ากว่าหน่อย วันนี้ตื่นมาขี้ด้วยล่ะ เหนื่อยชิหายเลย แล้วหลินก็เข้าต่อ แถมทำส้วมเต็มอีกตะหาก อืม แล้วก็อาบน้ำ แต่งตัว เก็บของ ออกจากบังกาโล นั่งรถกลับคณะโดยสวัสดิภาพ แล้วก็ไปกินส้มตำสะพานหัวช้างกัน อิ่มแปร้เลย

สรุปคือ ทริปนี้ "ชิวสิ้นดี มีแต่จั่ว"

ศัพท์ประจำทริปนี้คือ : เจ้าต้องไม่หวั่นไหว

Friday, March 24, 2006

ง่า ง่า ง่า

ง่า ง่า ง่า

ไม่ค่อยได้อัพสเปซเลย เพราะชีวิตประจำวันของหนูเพลินก็เป็นเหมือนๆ เดิมทุกวั๊น ทุกวัน ตื่นเช้ามาก็ไปเรียน บ่ายก็กลับมาพักผ่อน นอนเล่น อ่านหนังสือบ้าง ฟังเทปบ้าง ตกเย็นก็ออกไปเรียนอีก ก็มีอยู่แค่เนี้ย

เมื่อวานค่อยดีหน่อย เป็นวันเกิดคุณ หะ-แมม หนูเพลินก็เลยได้ออกไปเปิดหูเปิดตากับเพื่อน ๆ ไปกินข้าวด้วยกัน ตอนเที่ยงกิน โอโตย่า แล้วก็ไปเดินเล่น จองห้องเกะ ที่สยามพารากอน รอเพื่อน ๆ และเจ้าของวันเกิดมาร้องเกะด้วยกัน แล้วก็ไปกินข้าวเย็นด้วยกัน คุณ หะ-แมม อยากกินซิสเลอร์ เล่นเอาซะอิ่มแปร้เลย ปิดเทอมนี้ว่าจะลดน้ำหนักซะหน่อย ชอบมีอะไรมาขัดขวางอยู่เรื่อยเลย แง่ม

กลับมาก็ให้คุณ หะ-แมม ดูดวงให้ โอ้ว พระเจ้า จะแม่นอะไรขนาดนี้ แม่นจนน่ากลัวเลยทีเดียว สยองอ่ะ สาธุ อย่าทำร้ายกันอย่างงี้เลยยย (เค้าป่าวว่าคุณ หะ-แมม นะ เค้ากลัวความจริงบางอย่างที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่างหาก) หลังจากนั้น ก็มีการรวมตัวกันของมหาชน และทำการ "แชทนรก" กัน ไอ้เราที่ไม่ค่อยปกติอยู่เลยอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง เฮ้อ มีอะไรให้คิดมากอีกแล้วคืนนี้

วันนี้เพิ่งไปงานคอมมาร์ท ที่ศูนย์สิริกิติ์ มา ไปกะน้องน้อยหน่าโดนน้องสาวบังเกิดเกล้าสั่งให้ไปซื้อ Handy Drive ให้มัน พอกไปช็อปปิ้งด้วยกัน เลยเริ่มรู้ว่า น้องน่ะ "เค็ม" ได้ที่เลย และจากงานนี้ "คุณนายเค็ม" ก็ได้ที่ชาร์จแบตและถ่านชาร์จมาด้วยความเค็มส่วนตัว "คุณนายเค็ม"รู้สึกดีใจมากที่ซื้อถ่านชาร์จได้ในราคาถูก แถมยังตัดใจเจียดเงินที่ได้รับจากการสอนพิเศษมาซื้อ talking dict รุ่นเล็กกะทัดรัดอีก ยัง ยังไม่หมด เท่านั้นยังไม่พอ คุณนายยังอุตส่าห์ต่อเค้าอีก เฮ้อ คุณน้ายยขา จะเค็มไปถึงไหนค๊า (ล้อเล่นน่ะ น้องน้อยหน่า อย่าว่ากันนะ อิอิ) อ้อ ได้ของให้ตัวเองบ้าง ได้ USB Hub มาฮ่ะ ตั้งใจไว้ว่าจะต้องหาแบบที่ถูกกว่าพันทิพย์ให้ได้ แล้วก็ได้ถูกกว่าจริง ๆ แฮ่ ๆ

ปล ตอนนี้เราเปิดเน็ตทั้งวัน แต่ตัวเราไม่ค่อยอยู่ ก็เราตั้งหน้าตั้งตาโหลด "แดจังกึม" มาไว้เป็นสมบัติของตนเอง เพราะอีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้า เราก็จะไม่สามารถมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเยี่ยงนี้อีกแล้น

Thursday, March 09, 2006

ได้ ได้ ได้

วันนี้ตื่นแต่เช้า 9 โมง ก็เช้าอ่ะแหละ ตื่นขึ้นมาก็ทำการบ้าน IELTS อย่างสนุกสนาน แล้วก็ไปคณะ ไปเอาเข็มขัดจากดาว แล้วก็ไปเตือนความจำอาจารย์ แล้วก็ไปเรียน

อ้อ วันนี้เป็นวันที่เรียน IELTS 4.3 วันสุดท้าย เอ้อ จบแล้วเหรอ ยังรู้สึกสนุกอยู่เลยอ่ะ ^_^ สนุกที่ได้เรียนกะเพื่อน ๆ โดยเฉพาะกะน้อง ไททู่ จริง ๆ เจ้าเด็กคนนี้มันชื่อ TiTle หรอก ลักษณะเด่นประจำตัวของหล่อนก็คือ ลำตัวขนาดเล็ก หลากหลายสีสัน บางวันมีเขา บางวันไม่มีเขา เอ๊ะ ยังไง จริง ๆ ก็คือ ตัวเล็ก ๆ (สูงไม่ถึงไหล่ของเราอ่ะ ตาเล็ก ๆ ใส่แว่น ชอบแต่งตัวเป็นที่สุด เอาเป็นว่าเดาไม่ถูกละกัน ว่าวันนี้หล่อนจะใส่ theme อะไร บางวันหล่อนก็มาในคราบฮาโลวีน บางวันหล่อนก็มาในคราบเซเลอร์มูน (นึกออกป่ะ มีซาลาเปาคู่บนหัวค่ะ ) เอาไปเอามา เหมือนดูแลเด็กเล็กอีกคนนึงเลยเชียว เพื่อนคนนึงบอกว่า ซาลาเปาบนหัวหล่อนนั้น เป็นตัววัดความ crazy ของเธอ 555

แล้ววันนี้ก็ไปเล็งๆ มือถือกะปะป๊า แล้วก็ไปหาหอที่จะอยู่ตอนเดือนพฤษภา ตอนแรกไปที่หอหลิน เป็นที่แรกเลย เพราะติดใจ และสะดวก แต่แบบว่า เต็มค่ะ ต้องรอหลายสิบคิวแน่ะ โอ๊ย ไม่ไหว ๆ เลยเดิน ๆ ไปใกล้ ๆ มีว่างตอนช่วงที่เราจะไปอยู่พอดีเลย สะดวกไม่แพ้กัน น่าจะปลอดภัยด้วย เลยวางมัดจำไป

เดินกลับมาที่มาบุญครอง แล้วก็กลับหอ มากินข้าวกะคุณอิ๋มแล้วก็กลับมาเรียนนี่แล

พรุ่งนี้ต้องไปทำ Field Sem ให้จบให้สิ้นกันเสียที ตอนบ่ายสามนะเพลิน ตื่นให้ทันนะ อิอิ

Monday, March 06, 2006

เลี้ยงรุ่น (ที่ไม่ได้ไป)

เมื่อวันที่ 4 มีนาที่ผ่านมา เพิ่งจัดเลี้ยงรุ่น Demon'29 ไป เราก็อดไปตามเคยน่ะแหละ มีอย่างที่ไหน จัดช่วงที่เด็กแพทย์ว่างกัน เปิดเทอมวันจันทร์ เล่นเอาวันเสาร์ซะเลย เออดี ไม่อยากให้ไปก็ไม่ไปวะ คนที่อยู่ กทม. ไม่มีใครไปได้เลยอ่ะ เซ็งจิต

เอ่อคือ แบบว่า นี่ก็ 10 ปีแล้วนะ ที่เรารู้จักกัน เป็นเพื่อนกัน ผูกพันกัน รักพวกแกว่ะ รู้สึกว่ามีเพื่อนอยู่ทุกอาชีพเลย ไม่ว่าจะเป็นหมด เภสัชกร นักจิตวิทยา คุณครู นักบริหารธุรกิจ วิศวกร อื่น ๆ อีกมากมาย

แอบเศร้าใจที่ไม่ได้ไป

Friday, March 03, 2006

อ๊ะ จบแล้วเหรอเนี่ย

โอ้ว แล้ววันนี้การสอบวิชาสุดท้ายใน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เสร็จสิ้นลง แล้วก็คงจะเป็นวันเกือบสุดท้ายที่จะได้ใส่ชุดนิสิต.. เร็วว่ะ

กว่าจะสอบเสร็จเอาแทบแย่แน่ะ ก็เมื่อคืนเพิ่งจะ "เริ่มแตะ" ชีทวิชานี้ เริ่มเมื่อตอนสี่ทุ่ม เสร็จเอาตอนตีสามเกือบตีสี่ ทามปายด้ายยยยยย ละตอนสอบนะ ข้อสอบมี 3 ข้อ นั่งนิ่งอ่านโจทย์อยู่พักใหญ่ ๆ สักพักก็สามารถเขียนออกมาได้ยาว ๆ เลย 2 ข้อ ข้อละ 2 หน้าอีกข้อนึงเขียนไม่ถึงหน้า ก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปตอบนี่หว่า เพิ่งอ่านเมื่อคืนนะเฟ้ย..อาจารย์จะรู้กะเราด้วยมั้ยเนี่ย
-_-"

อุตส่าห์สอบเสร็จแล้ว ยังต้องไปเรียนภาษาอังกฤษที่บริติช เคาน์ซิล อีก การบ้านก็ยังไม่ได้ทำ ปั่น ๆ ๆ ได้กะตึ๋งนึง อ๊ะ ได้เวลาเรียนแล้วนี่หว่า อืม วันนี้นึกว่าจะได้เรียนไรสบาย ๆ คลายเครียดหน่อย ปรากฏว่า โอ๊ย reading นรก อ่านยากเหมือนกัน เรียนเสร็จเลยรีบกลับหอ เดินผ่านมาบุญครอง ได้รองเท้าผ้าใบมาคู่นึง ยังไม่ทันไรเลย เสียตังซะแระ

เด๋วคืนนี้ว่าจะไป "เปิดหูเปิดตา" ซะหน่อย สอบเสร็จแล้ว ขอหน่อยเหอะ จะเชื่อเรามั้ยเนี่ย ว่าเราไม่เคยไป "เปิดหูเปิดตา" เลย อยู่มา 4 ปีก็เพิ่งจะได้ไปคืนนี้แหละ อ๊ะ ๆ เค้าไม่ได้โกหกตะเองนะ เค้าไม่เคยจริง ๆ

ปล. เพิ่งกลับมาแหละ ขอลงเวลาไว้หน่อย 01.45 น.